ในขณะเดียวกันฟากฝั่งหนุ่มสาวที่พวกหล่อนคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้เหมือนกับว่ามีเมฆดำขนาดย่อมเข้ามาปกคลุมรอบๆ ตัวยังไงอย่างงั้น
“เอ่อ!! ดอกแก้วออกดอกเต็มต้นสวยจังเลยค่ะที่บ้านลูกหว้าเองก็ปลูกไว้เหมือนกันเวลามันส่งกลิ่นหอมตามลมมา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเลยละค่ะ”
เมื่อลองมองไปบริเวณรอบๆสนามหญ้าก็พบว่าไม่ไกลจากโต๊ะที่เธอนั่งมากนักมีต้นดอกแก้วที่กำลังออกดอกบานอยู่เต็มต้นเห็นดังนั้น อริสาจึงถือโอกาสเอ่ยขึ้นมาเพื่อคลายบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดนี้ลง
พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหาต้นดอกแก้วสูดดมเอาความหอมที่โชยกลิ่นตามลมมาก่อนจะหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำหน้าเคร่งขรึมตรงจุดที่เธอเพิ่งจะเดินออกมา
ด้านชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งจับจ้องทุกอิริยาบถของหญิงสาวด้วยสายตาไม่ค่อยเป็มิตรออกจะดุๆซะมากว่า แต่ภายในใจลึกๆ กลับรู้สึกสนอกสนใจหญิงสาวไม่น้อยทีเดียวถ้าไม่ติดว่าเธอจะมาเป็ว่าที่เ้าสาวเขาละก็ คงจะดีกว่านี้มิใช่น้อย
และถ้าเธอไม่ได้เป็คนที่คุณแม่หามาประเคนให้ เขาอาจจะมีความรู้สึกดีๆ ให้เธอได้ไม่ยากกับความสวยน่ารักที่เป็ธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆเช่นนี้
หลังจากตกอยู่กับความคิดของตนเองเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานที่ส่งมา ทำให้กฤษณะหายใจสะดุดทันทีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ปกติและบึ้งตึงดังเดิม
‘หึคิดจะหว่านเสน่ห์ฉันรึ เสียใจด้วยนะสาวน้อย เพราะมันไม่ได้ผลหรอก’
คนที่นั่งคิดว่าไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ กับรอยยิ้มหวานๆของหญิงสาว ได้แต่หันหน้าหนีเสียดื้อๆ ทำเอาอีกฝ่ายมองตามอย่างมึนงงและเมื่อไม่ได้รับความสนใจอริสาจึงหันไปยิ้มแก้เก้อกับสองหนุ่มคนสนิทของเขาแทน
“ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าเธอใช้มารยาอะไรกันแน่คุณแม่ถึงได้ชอบเธอนักหนา แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลย ไม่ว่าเธอจะใช้มารยาอะไรฉันก็ไม่สน เพราะฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงหน้าไม่อายอย่างเธอเด็ดขาด”
เขาพูดขึ้นหลังจากนั่งไม่สบอารมณ์มานาน แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้ามึนงงอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“พี่กฤษพูดเื่อะไรค่ะมารยาอะไรกัน และไหนจะเื่แต่งงานอีก ลูกหว้าไม่เข้าใจ” เธอถามด้วยความสงสัยเต็มประดาทว่ากฤษณะกลับคิดว่าเป็การเสแสร้งแกล้งทำเสียมากกว่า
“ไม่ต้องทำหน้าใสซื่อทำเป็ไม่รู้เื่อะไรหรอก ฉันไม่เชื่อ อ่อ!!และวันนั้นเธอคงจะแกล้งเดินเข้ามาชนฉันเพื่อหวังเข้ามาตีสนิทสินะ หึ!!ดูท่าคงจะวางแผนมาอย่างดิบดี”
งานนี้เขายอมให้ใครๆ ด่าว่าปากปีจอเลยซึ่งเขายินยอมอยู่แล้ว หากงานแต่งไม่เกิดขึ้น
แต่ทว่าอีกฝ่าย...เหลียวมองหญิงสาวเพียงเล็กน้อย เขาจะต้องทำให้อีกฝ่ายยินยอมด้วยกฤษณะจับจ้องใบหน้าที่ซีดเซียวของอริสา ก่อนจะพูดต่อไปราวกับแสร้งทำเป็ไม่รู้
“ดูๆ ไปเธอก็หน้าตาดีเหมือนกันนะแต่ว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอม ท่าทางใสซื่อไร้เดียงสาแบบนี้คงจะผ่านอะไรมาเยอะน่าดูไม่งั้นคงไม่หน้าด้านมาหาผู้ชายถึงบ้านหรอก จริงไหม!!"
"อ้อ!! อีกอย่างหนึ่งไม่ต้องห่วงหรอกนะเธอจับฉันไม่ติดหรอก เพราะฉันมีคนที่้าจะแต่งงานด้วยอยู่แล้ว ซึ่งคนๆ นั้นไม่ใช่เธอแน่นอนสบายใจได้เลย”
ใบหน้าคมเหยียดยิ้มออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งหน้าซีดสลับแดงก่ำดูไม่พอใจในสิ่งที่เขาพูด โดยมีสองหนุ่มเตชิตกับภูวิทย์ที่ยืนอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆทำได้เพียงแค่รู้สึกสงสารหญิงสาวกันอย่างเงียบๆ
และก่อนที่ฝ่ายหญิงสาวจะโดนคำพูดแสนจะร้ายกาจของผู้เป็นายซัดน่วมไปมากกว่านี้ก็มีกรรมการาุโเข้ามาช่วยหยุดยั้งมวยคู่เอกเอาไว้ได้ทัน
“คุยอะไรกันอยู่หรือลูกดูท่าทางน่าสนุกเชียว” เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองนั่งพูดคุยกันอย่างสนิทสนม นางกรองแก้วจึงเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเป็ปลื้มแต่พร้อมๆ กันนั้นเองก็มีเสียงกู่ร้องมาจากแดนไกลดังขึ้นมา
‘ไม่เห็นจะสนุกสักนิดครับใครที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ณ เวลานั้นไม่รู้หรอกครับว่ารู้สึกยังไง’เตชิตยืนคิดโต้แย้งกับคำพูดของนางกรองแก้วภายในใจ
“แค่คุยเล่นเรื่อยเปื่อยน่ะครับ อย่าสนใจเลยว่าแต่คุณแม่กับน้าผกาคุยเื่สำคัญเสร็จแล้วหรือครับ”กฤษณะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
“อื้มจ้ะนี่น้าผกาก็กำลังจะกลับอยู่พอดี”
“กลับกันเถอะลูกวันหลังค่อยมาใหม่” นางผกาที่ยืนอยู่พูดกับอริสาก่อนหันไปบอกลาเพื่อนรักอีกครั้ง
“ฉันกลับก่อนนะกรองแก้ว”
“สวัสดีค่ะ ลูกหว้ากลับนะคะคุณน้า”
“แล้วมาเที่ยวอีกนะจ๊ะหนูลูกหว้า”
“...........” ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีเพียงรอยยิ้มหวานของอริสาตอบกลับมาเท่านั้นแต่ก่อนที่เธอจะเดินตามมารดาไปใบหน้าหวานก็หันไปมองชายหนุ่มที่กำลังส่งสายตาเหยียดยิ้มมาให้เธออย่างดูแคลนอีกครั้ง
“คุณแม่ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับผมจะได้ไปสักที”
ถามจบก็เดินผิวปากไปโดยไม่อยู่ฟังเสียงคัดค้านของมารดาซึ่งนางกรองแก้วเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อพลันคิดว่าที่กฤษณะอารมณ์ดีขึ้นเป็เพราะสาเหตุมาจากว่าที่ลูกสะใภ้เห็นดังนั้นก็พลอยทำให้นางอารมณ์ดีตามไปด้วย
“แล้วนั่นแกจะไปไหนน่ะตากฤษ”นางะโไล่ตามหลัง กฤษณะ
“ผมจะออกไปทำธุระข้างนอกนิดหน่อยน่ะครับ”กฤษณะตอบกลับอย่างคนอารมณ์ดี
“ไอ้ธุระที่ว่าคงไม่ใช่ไปหาแม่นางแบบยั่วสวาทนั่นหรอกนะถ้าฉันรู้ว่าแกยังยุ่งเกี่ยวกับแม่นั่นอีกละก็แกเตรียมตัวแต่งงานอาทิตย์หน้าได้เลยเ้าลูกชาย” นางกรองแก้วพูดข่มขู่ทั้งรอยยิ้ม
“ผมก็แค่จะออกไปหาไอ้รักษ์มันไม่ได้ไปหาผู้หญิงที่ไหนทั้งนั้นแหละครับ คุณแม่สบายใจได้เลย”
“หึให้มันจริงตามที่พูดเถอะ”
กฤษณะยิ้มรับคำมารดาก่อนจะเดินขึ้นรถไปโดยมีสองคนสนิทติดตามไปด้วยฝ่ายนางกรองแก้วก็ได้แต่ยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างรู้สึกเป็ปลื้ม
......................................................................................................................................