สุดยอดนักฆ่ากลายมาเป็นลูกเขย

    บทที่ 50 งานแถลงข่าว!

    บทที่ 50 งานแถลงข่าว!


    ด้วยสถานะของเขาบนโลกนี้ ไม่มีที่ไหนที่เขาจะไปไม่ได้!


    “ฮ่า ๆ ๆ ประธานโจวใช้หนี้บุญคุณนายแล้ว นายยังมีวิธีไหนที่จะเข้าไปได้อีก? คุกเข่าให้ยามพวกนี้เหรอ?”


    ตู้หมิงอวี่หัวเราะลั่นไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของหลัวเซิงเลยสักนิด


    เมื่อเห็นเอกสารในมือของหลัวเซิง ลู่กั๋วฟู่ก็ค่อย ๆ นึกขึ้นได้หรือว่าบริษัทเปลือกที่ลู่ชิงเมิ่งเพิ่งจดทะเบียนไปเมื่อไม่นานมานี้ วันนี้ก็อยากมาเข้าร่วมประมูลด้วย?


    เขาจึงพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเยาะว่า “หมิงอวี่! นายยังไม่รู้สินะ ลู่ชิงเมิ่ง ก็เปิดบริษัทเหมือนกัน! วันนี้พวกเขามาประมูลแน่ ๆ ”


    “อะไรนะ? ไหน ผมขอดูหน่อยฮ่า ๆ จริงด้วย หลัวเซิงเอกสารในมือนายนี่ คงไม่ใช่ของจริงหรอกนะ?  แค่ตัวนายเนี่ยนะจะมีปัญญาเปิดบริษัทได้ยังไง?”


    ตู้หมิงอวี่ยื่นมองดูเอกสารในมือลู่ชิงเมิ่งทันที ก่อนจะพูดจาดูถูกเหยียดหยาม


    “หมิงอวี่ คุณไม่รู้หรอกว่า บริษัทบ้านพวกเขาเป็นยังไง!  ค่าธรรมเนียมยังจ่ายไม่ครบ เป็นแค่บริษัทเปลือก ๆ เท่านั้นแหละ!  ไม่แน่หรอกพอได้เงินมาแล้วพวกเขาก็อาจจะเชิดเงินหนีก็ได้!”


    ลู่เจียวเจียวรีบพูดเสริมด้วยน้ำเสียงดูถูกเช่นกัน


    เมื่อได้ยินคำพูดพวกนี้หลัวเซิงก็ไม่มีความคิดที่จะโต้แย้งใด ๆ เขาไม่แม้แต่จะคิดชายตามองคนพวกนี้ด้วยซ้ำ


    พวกมันกล้าดียังไงมารังแกภรรยาฉัน เตรียมตัวรับเคราะห์กรรมได้เลย!


    ส่วนตู้หมิงอวี่ ตอนนี้ใจเขาเต็มไปด้วยความโกรธ หลายครั้งก่อนหน้านี้ เขาต้องเสียหน้าต่อหน้าหลัวเซิง เขาอยากจะหาโอกาสแก้เผ็ดมันมาตลอด!


    ไม่นานนักเขาก็คิดแผนการได้


    เขาหันกลับไปพูดกับยามทั้งสองว่า “ไม่เป็นไร ปล่อยพวกเขาไปเถอะ พวกเขามากับฉัน!”


    เมื่อได้ยินตู้หมิงอวี่เอ่ยปาก ยามทั้งสองก็จำได้ทันทีจากข่าวที่สื่อต่าง ๆ นำเสนอตลอดหลายวันที่ผ่านมาว่าเขาคือตัวเก็งที่จะประมูลงานนี้ได้ จึงรีบพูดด้วยความตื่นตระหนกว่า “คุณชายตู้พูดแบบนี้ เช่นนั้นพวกไม่รบกวนแล้วครับ ปล่อยพวกเขาเข้าไปด้!”


    “ฮ่า ๆ น่าขำจริง ๆ ฉันว่าพวกแกนะ!  ติดหนี้บุญคุณหมิงอวี่ลูกเขยฉันทุกคนแล้วแหละ! ไม่งั้นล่ะก็ พวกแกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวขาเข้ามาที่นี่ด้วยซ้ำ!”


    ลู่กั๋วฟู่มองไปยังลู่จวิ้นฉีด้วยสายตาเหยียดหยาม ไม่ได้ให้เกียรติในฐานะน้องชายแม้แต่น้อย


    เมื่อได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้น ลู่จวิ้นฉีเกือบจะระเบิดออกมาด้วยความโกรธ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะโต้แย้งเพราะอีกฝ่ายคือผู้นำตระกูลหลู่ เพียงแค่คำพูดเดียวเขาก็อาจถูกขับออกจากตระกูลลู่ได้!


    เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากไม่ใช่เพราะหลัวเซิง  ไอ้เด็กหนุ่มที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเมื่อหลายปีก่อนมาพรากความบริสุทธิ์ของลูกสาวเขาไป ครอบครัวของเขาคงไม่ต้องมาเจอกับความอัปยศเช่นนี้!



    ลู่ชิงเมิ่งไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่คว้าแขนหลัวเซิงแล้วเดินเข้าไปข้างใน


    “ฮึ! ดูไอ้ไร้ค่านั่นสิ ยังไม่ทันเข้าประตูก็ทำให้พวกเราขายหน้าหมดแล้ว! ฉันทนอายแบบนี้ไม่ไหวหรอก! พวกแกไปกันเถอะ! ฉันจะกลับบ้านแล้ว!”


    เฉินหว่านเยว่พูดจบก็หันหลังเดินตรงไปที่ข้างถนน เธอทนไม่ไหวแล้ว หลัวเซิงมันเป็นตัวซวย ไม่เอาไหนสักอย่าง!


    ยังไม่ทันเริ่มต้นทำอะไรก็โดนตู้หมิงอวี่กับลู่กั๋วฟู่ย่ำยีซะขนาดนี้!


    ยังไม่ทันที่ลู่ชิงเมิ่งจะเอ่ยปากห้าม เฉินหว่านเยว่ก็ขึ้นรถแล้วขับฝุ่นตลบจากไป


    ในตอนนั้นเองลู่จวิ้นฉีก็พูดด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า “ฮึ! ฉันก็อยากไปแล้วเหมือนกัน!”


    ขณะนั้นตู้หมิงอวี่ ลู่กั๋วฟู่และลู่เจียวเจียวเดินนำหน้าไป ลู่เจียวเจียวเกาะแขนตู้หมิงอวี่พลางพูดเสียงอ่อยว่า “ที่รัก ทำไมคุณถึงปล่อยให้พวกมันเข้ามาด้วยค่ะ”


    “ฮ่า ๆ ที่รัก ผมให้พวกมันเข้ามา ก็เพื่อให้พวกมันได้เห็นความยิ่งใหญ่ของผมไงล่ะ! ผมไม่เพียงแต่จะให้พวกมันดูเฉย ๆ นะ ผมจะให้พวกมันนั่งดูอยู่ข้าง ๆ ผมเลย! ถึงตอนนั้น ผมจะทำให้พวกมันรู้ว่า พวกมันน่ะ มันกระจอกแค่ไหน! ผมจะชี้หน้าหลัวเซิงแล้วบอกมันว่าแกมันก็แค่ไอ้ขยะ!”


    ยิ่งพูด ตู้หมิงอวี่ก็ยิ่งตื่นเต้น ในหัวของตอนนี้เต็มไปด้วยภาพนั้นชัดเจนแล้ว


    “ว้าว! คุณเก่งที่สุดเลยค่ะ! แบบนี้มัน ฆ่ามันทั้งเป็นชัด ๆ ”


    ลู่เจียวเจียวก็นึกภาพตาม ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น


    “ฮึ่ม! ครั้งนี้ ฉันจะต้องเหยียบไอ้เด็กนั่นให้จมดิน !”


    ตู้หมิงอวี้พูดโหดเหี้ยม


    “ใช่! พอร้านยาเย่าหวังได้ความร่วมมือครั้งนี้ ตระกูลลู่ของเราก็จะรุ่งโรจน์! ถึงตอนนั้น ไอ้หลัวเซิงนั่นก็รอโดนพวกเราเหยียบจนจมดินได้เลย!”


    ใบหน้าของลู่กั๋วฟู่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น


    ไม่นานพวกเขาก็มาถึงงานเลี้ยงรอบนอกงานแถลงข่าว ตอนนี้งานแถลงข่าวยังไม่เริ่ม ตามขั้นตอนต้องรออยู่ที่นี่สักครู่


    ส่วนหยางเทียนหรานยืนอยู่กลางงานเลี้ยง ถูกผู้คนล้อมรอบเสพสุขกับทุกอย่าง ในใจของหยางเทียนหรานเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขาไม่เคยได้ลิ้มรสอำนาจแบบนี้มาก่อน!


    เมื่อเห็นหยางเทียนหราน ตู้หมิงอวี่ก็พูดกับลู่เจียวเจียวว่า “พวกเธอกินอะไรไปก่อนเถอะ ฉันจะไปคุยกับผู้จัดการหยางสักหน่อย”


    เมื่อได้ยินคำพูดของตู้หมิงอวี่ ลู่กั๋วฟู่ก็รีบพูดขึ้น “งั้นนายรีบไปเถอะ อย่าเสียเวลาเลย”


    พูดจบเขาก็ยิ้มเต็มหน้าเพราะระหว่างทางมานี้ เขารู้ว่าร้านยาเย่าหวังได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!


    ครั้งนี้ ร้านยาเย่าหวังจะได้ร่วมงานแน่ ๆ


    “ผู้จัดการหยาง!” ตู้หมิงอวี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม 


    “ฮ่า ๆ คุณชายตู้ คุณมาได้จังหวะเหมาะจริง ๆ แจ้งคุณชายทราบเลยล่ะกัน เมื่อครู่นี้เองเลขาของท่านประธานโจว คุณกัวหว่านฉี เพิ่งมาที่นี่ แสดงว่าครั้งนี้ ตระกูลโจว ให้ความสำคัญมากจริง ๆ คราวนี้ ร้านยาเย่าหวังของคุณต้องรุ่งเรืองแน่ ๆ รอรับทรัพย์จากหุ้นที่พุ่งกระฉูดได้เลย!” หยางเทียนหราน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น 


    “หา? เลขากัวมาด้วยเหรอครับ?” ได้ยินดังนั้น ตู้หมิงอวี่ก็เบิกตากว้าง นั่นมันเลขาของมหาเศรษฐีโจวเลยนะ! ตำแหน่งไม่ธรรมดา ปกติแค่จะเข้าไปในโจวกรุ๊ปยังยากแสนเข็ญ นับประสาอะไรกับการได้พบหน้า 


    “ใช่แล้ว!” หยางเทียนหราน ยิ้มกว้าง 


    “งั้น… ผมขอคุยกับเลขากัวแบบตัวต่อตัวได้ไหมครับ เห็นว่าบริษัทเรากำลังจะได้ร่วมงานกัน เลขากัวไม่น่าจะปฏิเสธนะ?” ตู้หมิงอวี่ รีบพูดขึ้นทันที 


    “ผมต้องขอถามก่อนนะ คุณก็รู้…” หยางเทียนหราน ทำท่าลำบากใจเล็กน้อย เลขากัวเธอก็มีตำแหน่งใหญ่โต 


    “ไม่เป็นไร! ลองถามดูเผื่อฟลุคไงครับ!” ได้ยินดังนั้น หยางเทียนหรานก็พยักหน้า แล้วส่งข้อความไปหากัวหว่านฉี 


    ณ ห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรม กัวหว่านฉีกำลังยืนโค้งคำนับอย่างนอบน้อมต่อชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา ชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นหลัวเซิง นั่นเอง 


    “ท่านหลัว ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ” กัวหว่านฉีโค้งคำนับพร้อมกล่าวอย่างสุภาพ 


    หลัวเซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันเชื่อในความสามารถของเธอ” 

    “ขะ..ขอบคุณ ขอบคุณค่ะท่านหลัว!” 


    ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง กัวหว่านฉีตื่นเต้นจนพูดจาวกไปวนมาคำชมจากหลัวเซิงเธอจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?




    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักฆ่ากลายมาเป็นลูกเขย ที่คุณอ่าน