บทที่ 6 ภารกิจมัดใจท่านยา
ร่างอ้วนกลมถูกอุ้มออกจากอ่างน้ำ หลินเซียวนั่งเปียกซ่กบนเตียงไม้ ผ้าขนหนูผืนใหญ่เนื้อผ้าดี กำลังซับระหว่างผิวกายอย่างระมัดระวัง พี่สาวสามคนช่วยกันอาบน้ำแต่งตัวให้หลินเซียวตามคำสั่งของนายท่าน
อึดใจเดียวเ้าลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็เด็กน้อยน่ารักน่าถนอม
ผิวกายนุ่มนิ่มเนียนละเอียดดุจแพรไหม แขนขาเ้าเนื้ออวบอิ่มเป็ปล้องคล้ายซาลาเปาที่เพิ่งยกออกจากเตา แก้มแน่นปริราวอมผลส้มซ่อนไว้ในโพรงปากตลอดเวลา หลินเซียวไม่เหมือนขอทานเลยสักนิด
หลินเซียวเป็เด็กอารมณ์ดี เห็นอะไรก็ยิ้มหัวเราะออกมาได้ง่าย ๆ นับว่าดีไม่น้อยที่จวนสกุลซ่งมีเสียงเจื้อยแจ้วของนาง สักครู่หนึ่งสาวใช้ทั้งสามหลุดหัวเราะออกมาพร้อมเพรียง เมื่อเห็นหลินเซียวยกแขนซ้ายทีขวาที จากนั้นซุกปลายจมูกลงไปดม จากนั้นหัวเราะร่วนจนพุงอ้วนกลมสั่นกระเพื่อม
“หอมจัง”
พอเช็ดตัวแห้งแล้ว ผัดแป้งแล้ว สวมชุดเสร็จแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือทำผม ซึ่งทรงผมที่หลินเซียวเลือกคือผมแกะที่ท่านแม่ชอบทำให้
สาวใช้สามคนเชื่อฟัง ช่วยกันถักเปียสองข้าง จากนั้นรวบสูงจับจีบม้วนช่อเป็จุกเล็ก ๆ ปิดท้ายรัดริบบิ้นสีชมพูอ่อน หัวจรดเท้าส่งเสริมกับชุดที่สวมใส่ยิ่งนัก แบบนี้ต้วนฮูหยินคงเรียกนางเด็กโสโครกไม่ได้แล้ว
หลินเซียวโค้งตัวคำนับพี่สาวทั้งสามคนอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณที่ดูแลหลินเซียวเ้าค่ะ”
สาวใช้ทำหน้าเหว๋อ พอได้สติรีบหมอบลงทันที คนที่นายท่านพามา สมควรเรียกว่านายน้อย ด้วยเหตุนี้หลินเซียวคำนับพวกนางอย่างเต็มใจ สาวใช้ทั้งสามคนจึงทำตัวไม่ถูก แต่ในใจรู้สึกซาบซึ้งมาก
หลินเซียว -...-! “ทำไมก้มอีกแล้วล่ะ?”
ใบหน้าของหลินเซียวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นพูดต่ออีกว่า
“หลินเซียวจะไปหาท่านย่า”
*****
ณ เรือนหย่งจี้ของต้วนฮูหยิน
“ท่านย่าาาาา”
ต้วนฮูหยินจวนจะผล็อยหลับ ดันหัวตกหมอนจนคอเคล็ด นางเด็กโสโครกแผดเสียงลอยมา ตัวคนยังไม่ปรากฏริอาจก่อกวนผู้อื่นั้แ่หัวค่ำ
ต้วนฮูหยินโกรธจนหน้าแดง ถึงขั้นไม่เรียกบ่าวรับใช้ ปรี่ตัวเดินไปที่บานประตูด้วยตัวเอง
“นางเด็กโสโครกอยู่ไหน! ข้าจะสั่งสอนคนให้หลาบจำ!”
น้ำเสียงเหน็บแนมดังอึกอักในลำคอ นิ้วมือแหวกบานประตู แววตาฉาบไปด้วยรังสีอำมหิต ต้วนฮูหยินฉายตามองไปโดยรอบ ไม่พบเงาคน
เป็ไปได้อย่างไร? เมื่อครู่ได้ยินเสียงแล้วแท้ ๆ หรือว่าข้าหูฝาด
ผู้าุโครุ่นคิดในใจพลางขมวดคิ้ว
ตอนนี้เอง หัวเล็กทุยโผล่จากหลังประตู เปล่งเสียงยิ่งยวดสดใส มือเ้าเนื้อคว้ามือต้วนฮูหยินไว้ น้ำเสียงน่าเอ็นดูกล่าวเบา ๆ ว่า
“ท่านย่าหาหลินเซียวหรือเ้าคะ?” เ้าตัวยิ้มแก้มปริ
สวนทางกับต้วนฮูหยินที่มีใบหน้าไม่สบอารมณ์ แม้ว่าตอนนี้พยายามแกะนิ้วหลินเซียวออก แต่นางทำตัวแน่นเหนียวเหมือนปลิง ไม่ยอมออกห่าง ยังเดินตามก้นต้อย ๆ
ครู่หนึ่งความรู้สึกอบอุ่นปะทุขึ้นมาในใจ ต้วนฮูหยินหวนนึกถึงความทรงจำเก่า ครั้งิเอ๋อร์ยังเล็ก ก็เดินตามก้นมารดาเช่นนี้ ไล่ให้ไปก็ไม่ยอมไป เอาแต่พูดว่า ไม่อยากออกจากเรือนหย่งจี้ ไม่เช่นนั้นท่านพ่อจะจับไปฝึกวรยุทธ์
ิเอ๋อร์ในตอนเด็กก็เหมือนกับนาง อารมณ์ดีและช่างพูดช่างประจบเอาใจ ต่างจากตอนนี้ที่เงียบขรึมเ็าไม่ต่างจากหินก้อนหนึ่ง พอนึกมาถึงตรงนี้ต้วนฮูหยินถอนหายใจออกมายาวยิ่ง
“ท่านยาไม่มีความสุขหรือเ้าคะ?”
หลินเซียวถามไถ่อย่างเป็กังวล ช่างเป็เด็กที่เห็นใจผู้อื่นเสียจริง นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีใครถามสารทุกข์สุกดิบของต้วนฮูหยิน แม้กินอยู่สบายในเรือนหลังใหญ่ ชื่อเสียงตระกูลซ่งรุ่งโรจน์มีแต่คนนับถือ แต่กระนั้นสุขแค่เพียงกาย ในใจดวงนี้ป่วยไข้มืดบอดราวผู้เฒ่ารอวันตาย
ครั้นได้ฟังเสียงสุภาพอ่อนโยนจากเด็กน้อย ใจที่ซมซานของผู้ใหญ่เริ่มบอบบางขึ้นมาทันที
ต้วนฮูหยินเริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบเชิงคำถาม
“ใครอนุญาตให้เ้าเรียกท่านย่า?”
หลินเซียวชี้ไปที่ภาพวาดเสมือนที่ห้อยบนผนัง จากนั้นกล่าวว่า
“ท่านพ่อเ้าค่ะ”
แม้ใจไม่อยากยอมรับ ต้วนฮูหยินหมดปัญญาไล่นางเด็กโสโครกคนนี้ ทว่าหลินเซียวสะอาดสะอ้านน่าเอ็นดู วูบหนึ่งต้วนฮูหยินอดชมเชยหลินเซียวในใจไม่ได้เช่นกัน
ผิวพรรณของเด็กคนนี้ผุดผ่อง ร่างกายอ้วนถ้วนสมบูรณ์สุขภาพดี แขนขามีกำลังวังชา เดินเหินสะดวกคล่องแคล่ว อย่างนั้นนางจะเป็ขอทานข้างถนนไปได้อย่างไร เหอะ ๆ ข้าก็ช่างคิด
ต้วนฮูหยินยิ้มเยาะตัวเองหนึ่งหนโดยไม่รู้ตัว
รู้หรือไม่ว่ารอยยิ้มเล็กน้อยพวกนั้นทำให้หลินเซียวมีความสุขมาก เด็กหญิงภูมิใจในความสามารถของตน ในที่สุดก็ทำให้ท่านย่ายิ้มได้แล้ว!
เอาใจท่านย่าไม่เห็นจะยากตรงไหน
หลินเซียวร้องเย้! เสียงดัง จากนั้นซบแก้มลงไปถูหลังมือต้วนฮูหยินอย่างอ่อนโยน เสียงเล็กของนางงึมงำอยู่ตลอด “ท่านย่ายิ้มแล้ว หลินเซียวทำให้ท่านย่ายิ้มสำเร็จแล้ว”
ต้วนฮูหยินเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองผุดยิ้มก็ตอนที่จับใจความจากคำพูดของเด็กน้อย
“ข้ายิ้มจริงด้วย!”
ต้วนฮูหยินดีใจมากเช่นกัน เผลอคว้าเ้าก้อนแป้งเข้ามากอดแน่น แก้มอ้วนกลมถูกเสียดสีจนผิดรูป แก้มที่แดงฝาดอยู่แล้ว แดงฝาดเข้าไปใหญ่
ครั้นสติไหลคืนสู่ร่าง ต้วนฮูหยินรีบคลายเนื้อแขน ปล่อยร่างอวบอ้วนไว้ข้างตัว ไม่พูดอะไรต่อแล้ว ผินหน้าหนีไปดื้อ ๆ
ต้วนฮูหยินก็เป็เช่นนี้ รักหน้าตาอยู่บ้าง เห็นอยู่ลาง ๆ ว่าเริ่มใจอ่อนให้หลินเซียวแล้ว แต่ก็ยังจะแสร้งทำเป็เมินเฉยเ็า ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลินเซียวไม่ละความพยายาม เดินอ้อมมานั่งอีกฝั่ง จ้องหน้าต้วนฮูหยิน งัดไม้เด็ดออกมาใช้งาน นิ้วเ้าเนื้อบิดแก้มตัวเองจนยืดย้วย แลบลิ้นปลิ้นตาน่าเกลียด จากนั้นหัวเราะเอิ๊กสดใส
ต้วนฮูหยินหัวเราะร่วนออกมาโดยไม่ปิดบัง ยื่นขอบพัดเคาะหัวหลินเซียวหนึ่งหน พลางกล่าวอย่างเอ็นดูว่า
“เ้านี่นะ ช่างประจบสอพลอ”
ว่าแล้วหลินเซียวถูกอุ้มไปนั่งตัก กลายเป็ท่านย่ากล่อมเด็กเล็กนอนข้างตัว มือหนึ่งตบก้นกลมกลึงกล่อมเกลา มือหนึ่งถือม้วนตำราอ่านนิทานสอนใจ
ครู่หนึ่งเสียงลมหายใจผ่อนเบาคงที่ คาดว่าหลินเซียวจมลงสู่ห้วงแห่งฝันแล้ว
ต้วนฮูหยินลูบไรผมช้า ๆ มองใบหน้าขาวอวบอย่างตั้งใจ งึมงำในปากเลื่อนลอย
ปากเล็กอวบอิ่ม แก้มอ้วนน่าฟัด ขนตางามงอนสมเป็สตรี ผิวพรรณเนียนละเอียดชุ่มชื้น ไม่แพ้ลูกขุนนางตระกูลใหญ่ โครงหน้าของนาง ดูเยื้อง ๆ แอบคล้ายคลึงิเอ๋อร์อยู่บ้าง
“เด็กคนนี้น่าสนใจยิ่งนัก”
ต้วนฮูหยินชักอยากรู้เื่ของหลินเซียวขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
*****
“เ้าคนสารเลว! เกิดเป็ชายเสียชาติเกิด!”
ชั่วยามก่อน ต้วนฮูหยินกวักมือเรียกสาวใช้ ถามว่าจื่อิอยู่ในจวนหรือไม่
เพียงแต่ได้คำตอบว่า “อยู่”
นายหญิงใหญ่ตระกูลซ่งรีบเหินตัวไปเยือนห้องตำรา ที่ร้อยวันพันปีจะผ่านมาที พอมาถึงที่หมายก็ถามอย่างไม่เกรงใจ
จากนั้นไม่นาน...พื้นหลังที่ไปที่มาของหลินเซียวก็ปรากฏอีกครั้ง ต้วนฮูหยินโกรธจนอยากทุบหม้อข้าว ทว่าทำได้แค่ทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะน้ำชาเท่านั้น เพื่อความสะใจ ท่านย่าคนนี้ไม่ลืมก่นด่าเ้าบิดาสารเลวของหลินเซียว
“ท่านแม่ยอมให้หลินเซียวอยู่ในจวนแล้ว?”
จื่อิยกชาดื่มไปพลาง แสร้งถามหยั่งเชิงมารดาไปพลาง
“เหอะ! ใครบอกว่าข้ายอม ทว่า่นี้เรือนหน้าว่างพอดี กลัวว่าจะร้าง เช่นนั้นก็ให้นางพักที่นั่น ประเดี๋ยวกำชับเด็กรับใช้ให้จับตาดู วันไหนนางเด็กโสโครกเกลียดค้านขึ้นมา ข้านี่แหละจะโบยนางให้ตาย!”
ต้วนฮูหยินคุยโววางอำนาจ นิสัยเช่นนี้ถูกถ่ายทอดผ่านสายเื ไป๋เจี้ยนยืนอยู่ไม่ไกลอมยิ้มอ่อน ๆ พลางคิดในใจว่า สองแม่ลูกนิสัยเหมือนกันอย่างกะแกะ
-----
*ท่านย่าเปลี่ยนไป55*