ตอนที่ 1
“เหยียนเอ๋อร์ฟื้นขึ้นมา ลูกแม่ ์ได้โปรดเมตตาข้าน้อยด้วย ฮือออ”
เสียงสะอื้นร่ำไห้ของใครบางคนทำให้ซิงเหยียนต้องคว้าเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเอาไว้อย่างรำคาญ
“บ้าชิบ โอ้ยยยคนจะนอน ใครมาร้องไห้อยู่แถวนี้เนี่ย”
เสียงบ่นติดรำคาญที่ดังอู้อี้ขึ้นทำให้คนที่นั่งร้องไห้ด้วยความอาลัยต้องชะงัก ยิ่งเห็นร่างของบุตรสาวดิ้นไปมาผู้เป็มารดาก็เช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว
นางอุทานขึ้นอย่างดีใจ“เหยียนเอ๋อร์ เ้าฟื้นแล้ว ไป ไปตามท่านหมอ ไปบอกท่านพี่”
“นายท่านผู้เฒ่าฮูหยินผู้เฒ่า นายท่าน คุณหนูรองฟื้นแล้วเ้าค่ะ”
หลังจากบ่าวมารายงานทุกคนก็ตรงไปยังเรือนของคุณหนูใหญ่ทันที
ซิงเหยียนมองคนนั้นที คนนี้ทีด้วยความงุนงง
อะไรกันเนี่ยคนพวกนี้เป็ใครกัน ฉันอยู่ที่ไหน จำได้ว่าเมื่อคืนนี้ไปปาร์ตี้กับเพื่อนดื่มแค่สองแก้วแล้วก็วูบไปเลย ฉันถูกใครเอามาทิ้งที่กองถ่ายหนังปะวะ
ความคิดของซิงเหยียนก็ชะงักลงเมื่อหมอเอ่ยขึ้น “คุณหนูรองเพียงมีเื่ให้ใ จึงยังคงสับสน อีกสักพักจะดีขึ้นข้าจะจัดเทียบยาสงบใจให้”
“ขอบคุณท่านหมอมาก”
หลังจากที่หมอกลับออกไปเสนาบดีก็เอ่ยถามบุตรสาว “เหยียนเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ซิงเหยียนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจึงบ่นพึมพำออกมา“กะ เกิดอะไรขึ้น? นั่นสิ เกิดอะไรขึ้น”
พร้อมกับหยิกตัวเองอย่างแรง
แม่เ้าฉันไม่ได้ฝัน แล้วที่นี่ที่ไหนฟะ ไอ้เพื่อนทรยศ พวกแกเอาฉันมาทิ้งไว้ไหน
ซิงเหยียนไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวมาก
คนพวกนี้แต่งตัวเหมือนชาวจีนโบราณที่เคยเห็นในหนังเลยตอนนี้ หากเธอไม่อยู่ในกองถ่าย ก็อยู่ในโรงพยาบาลบ้าแล้ว
ดังนั้น ต้องนิ่งไว้ดูสถานการณ์ก่อน
เมื่อเห็นบุตรสาวเงียบไปอนุเหยาก็ร้อนใจยิ่งนัก “ลูกแม่”
“เหยียนเอ๋อร์”
ซิงเหยียนถึงกับตาเบิกโพลงเมื่อได้เห็นเ้าของเสียงซึ่งเป็บุรุษวัยกลางคน
หล่อโฮกหล่อโคตรค่า
คนตรงหน้ามีใบหน้าคมคายแต่แววตาก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ทำให้ภาพรวมดูมีเสน่ห์แต่เมื่ออยู่ข้างกับคนที่เรียกเธอว่า เหยียนเอ๋อร์ กลับดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่เพราะความโดดเด่นของเขา ทำให้สตรีข้างกายดูหมองไปทันตา
โธ่หาเมียได้ไม่สมกันเลย ตาถั่วชะมัด
“เหยียนเอ๋อร์”เมื่อผู้เป็บิดาเอ่ยเรียกอีกครั้ง
ทำให้ซ่งเหยียนได้สติจึงถอยหลังไปชิดกับหัวเตียง
“เ้าสองผัวเมียอย่าได้เร่งร้อนท่านหมอบอกว่า นางเพิ่งฟื้น ยังคงสับสน”
ฮูหยินผู้เฒ่าตำหนิบุตรชายและสะใภ้แล้วก็หันไปถามหลานสาวคนโปรดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เหยียนเอ๋อร์ ย่าเองจำย่าได้หรือไม่”
แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ทุกคนหน้าซีด
“พวกท่านเป็ใคร”
นางเอายกมือขึ้นปิดปาก
แม่เ้าฉันพูดเหมือนคนพวกนี้เลย
“เหยียนเอ๋อร์แม่เอง”
“แล้วเป็ใคร? ระเหรอ”
“แม่ของเ้า เย่หลีพ่อของเ้า เสนาบดีซ่ง ซ่งเหวิน นี่ก็ท่านปู่ ท่านย่าของเ้า ส่วนเ้าซ่งซิงเหยียน จำได้หรือไม่”
ซิงเหยียนเรียบเรียงชื่อของแต่ละคนในหัวอยู่นาน
อืม ก็รู้สึกว่าคุ้นๆ อยู่นะ
จึงถามต่อ “ข้าอายุเท่าไหร่”
“สิบห้า”
“มีคู่หมั้นหรือไม่”
ผู้เป็มารดาเริ่มใจชื้น“มี เ้าหมั้นหมายกับซื่อจื่อ แห่งจวนโหว หนิงเว่ยหลง”
โป๊ะเชะของแท้เลยแม่ กรี๊ดดดด ฉันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเหรอเนี่ย ใครก็ได้ ช่วยฉันทีมันเื่อะไรกัน ฮืออออ
หลังจากนั้นจวนเสนาบดีซ่งก็ต้องรีบเชิญหมอคนเดิมกลับมาอีกรอบ เมื่อคุณหนูรองเป็อันสลบไปอีกครั้ง
“สมน้ำหน้าถึงกับต้องไปตามหมออีก หึหึ”
“ท่านแม่กลับมานั่งเ้าค่ะ แล้วตรวจดูหีบนั่นให้ครบด้วย”ซ่งซูหลินสั่งมารดาด้วยน้ำเสียงเข้ม
“ลูกสาวของแม่เ้าจะให้แม่ทำอะไรกันแน่”
“ท่านแม่ อีกไม่กี่เดือนข้าต้องแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสามก็ต้องตรวจสินเดิมสิเ้าคะ”
หม่าซิงอีชะงักนางจ้องมองบุตรสาวด้วยสีหน้าที่จริงจัง
การที่นางยังไม่ตระเตรียมสินเดิมให้บุตรสาวไม่ใช่ว่าหละหลวมหรือเพิกเฉยหากแต่เพราะกำลังหาวิธีล้มเลิกการแต่งงานครั้งนี้ต่างหาก
“หลินเอ๋อร์แน่ใจหรือไม่ที่จะแต่งกับองค์ชายสาม เ้าก็รู้ว่าพวกเขา...”
แต่ซ่งซูหลินกลับตอบ“เพราะรู้ว่าองค์ชายสามกับซิงเหยียนรักกันอย่างไรเล่า ข้าจึงไม่อาจยอมให้นางสมหวัง”
“หลินเอ๋อร์ แม่..”
ประโยคที่ผู้เป็มารดาจะเอ่ยกลับถูกบุตรสาวแทรกขึ้นเสียก่อน
“แม่ไม่อยากให้เ้าต้องมีชะตาเช่นเดียวกับแม่...ท่านแม่ที่ท่านแต่งกับท่านพ่อ เพราะสถานการณ์บีบบังคับ แต่กับข้าเป็ข้าที่เลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเอง และข้าก็มีหลายวิธีที่จะไม่ต้องแต่งกับเขา ท่านแม่อย่ากังวลเพียงแต่ตอนนี้ต้องตามน้ำไปเสียก่อนเ้าค่ะ”
เพราะนางมีแผนการบางอย่างในใจตอนนี้เพียงรอให้ท่านตาตอบกลับมาเท่านั้น