วันนี้ลี่ถังมีนัดกับชายชราโจวสือเถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรโดยในครั้งก่อนลี่ถังได้เขียนรายชื่อสมุนไพรที่นาง้าให้แก่ชายชราไปล้วนเป็สมุนไพรระดับสูงทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพื่อปรุง 'โอสถเสริมรากปราณ' ซึ่งเป็โอสถระดับปฐีที่สามารถฟื้นฟูเส้นชีพจรลมปราณและสร้างรากฐานบ่มเพาะพลังหรือกล่าวง่ายๆก็คือ..โอสถนี้สามารถทำให้คนธรรมดาสามัญให้กลายเป็ผู้ฝึกปราณได้นั่นเอง
แน่นอนว่าโอสถที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ย่อมมิใช่เื่ง่ายที่จะปรุงมันอย่าว่าแต่โลกนี้ยังไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ทั้งนี้โอสถเสริมปราณจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อเป็โอสถไร้ตำหนิ มิเช่นนั้นมีแต่จะส่งผลเสียต่อผู้ใช้อาจถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว
แต่สำหรับลี่ถังนี่กลับมิใช่ปัญหาใหญ่สำคัญคือจะหาส่วนผสมของมันได้หรือไม่มากกว่า ที่จริงนางตั้งใจจะปรุงโอสถเสริมรากปราณเพื่อจะนำไปใช้กับครอบครัวของนางเองนี่เป็วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในการทำให้พวกเขาสามารถฝึกบ่มพลังและกลายเป็ผู้ฝึกปราณได้
ร้านสมุนไพรโจวสือในเมืองกุ้ยฮวา
ชายชราโจวสือนั่งรออยู่ในห้องปรุงโอสถของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อรอให้เด็กสาวมาถึงตามที่ได้นัดเอาไว้ ทว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่มาชายชราก็อดนึกกังวลไม่ได้ การเดินทางมายังที่นี่ก็ไม่รู้ว่าไกลแค่ไหนเพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กสาวบ้านอยู่ที่ใด ได้แต่นั่งรออยู่เงียบๆพลางชะโงกมองออกไปด้านนอกประตูอยู่เป็ระยะ
ทว่าทันใดนั้น ชายชราก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหู
"ท่านมองหาข้าอยู่หรือ?"
ชายชราโจวสือสะดุ้งด้วยความใพลันหันขวับกลับมามองตามต้นเสียงซึ่งอยู่ทางด้านหลัง
ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ชายชราก็เบิกตาค้างอย่างไม่เชื่อสายตา พลางเขยิบถอยหลังด้วยความใ "ท่าน..ท่านมาได้อย่างไร"
เบื้องหน้าเขานั้น เห็นเด็กสาวที่มาพร้อมกับใบหน้าที่คุ้นเคยเดินออกมาจากสิ่งที่คล้ายกับวงแหวนอักขระสีเขียวอ่อนที่อยู่ติดกับฝาผนังห้องอย่างน่าอัศจรรย์นึกไม่ออกว่าหากไม่ใช้ภูตผีจะทำเช่นนี้ได้อย่างไรกระทั่งสามารถเดินออกมาจากฝาผนังที่หนาเท่ากับตัวคนได้ง่ายดาย สร้างความพรั่นพรึงแก่ชายชราจนหน้าซีดเผือด
แน่นอนว่าคนที่มานั้นก็คือลี่ถัง เด็กสาวคลี่ยิ้มบางๆให้กับท่าทางของชายชรา
ที่จริงแล้วนี่คือ 'วิชามิติเทพ' เป็วิชาเคลื่อนย้ายที่อาจารย์ของนางในโลกก่อนถ่ายทอดให้เมื่อครั้งยังเป็เมิ่งซี
ครั้งก่อนลี่ถังนางได้ทิ้งสัญลักษณ์มิติเทพที่ตาเปล่ามองไม่เห็นไว้ในห้องปรุงโอสถของชายชราเพื่อการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วเช่นนี้โดยเฉพาะครั้งก่อนนางเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า จึงยังไม่อาจใช้วิชาเคลื่อนย้ายนี้ได้แต่ทว่าหลายวันที่ผ่านมานี้นางได้ทบทวนบทเรียนจากชีวิตก่อนและฝึกฝนขัดเกลาพลังแห่งจิติญญาอยู่ตลอดจนในที่สุดนางก็เลื่อนขั้นเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวไปเป็ที่เรียบร้อยและสามารถเรียกใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติเทพได้ ต่อไปนี้การเดินทางจะง่ายกว่าเดิม
"เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ สมุนไพรที่ข้าบอกท่านให้ไปหามาได้ครบหรือไม่?"ลี่ถังมาถึงก็กล่าวถาม นางคาดหวังกับชายชราไว้มากจริงๆ
ชายชราสะดุ้งเฮือก พอสำรวจมองเด็กสาวหัวจรดเท้าค่อยเข้าใจว่านางยังเป็คนเดิม เรียกคืนสติของตัวเองกลับมา กล่าวรายงานอย่างเร่งร้อน"แน่นอนขอรับ แน่นอน สมุนไพรที่คุณหนู้า ข้าหามาให้ครบทั้งหมดแล้ว"
ชายชราลอบปาดเหงื่อ เด็กสาวผู้นี้คาดเดาไม่ได้จริงๆก่อนเขาจะนำเอาห่อผ้าสีแดงห่อหนึ่งมาวางตรงหน้า แล้วคลี่เปิดห่อผ้าออกเผยให้เห็นสมุนไพรหลากชนิดภายใน
ลี่ถังมองสมุนไพรที่วางอยู่ในห่อผ้า เมื่อตรวจสอบดูแล้วว่าครบถ้วนอย่างที่ชายชราว่าจริงๆจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ยิ้มพลางกล่าวว่า "ท่านไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆงั้นข้าจะเริ่มปรุงโอสถชุดต่อไปเลยแล้วกัน" นางนั่งลงเบื้องหน้าห่อสมุนไพรพลางกล่าวต่อว่า "จากนี้ข้าจะปรุงโอสถระดับปฐีอาจเกิดอันตรายได้หากท่านอยู่ใกล้ ทางที่ดีถอยห่างออกไปเถอะ"
ชายชราตะลึงงัน คำที่ว่า 'โอสถระดับปฐี' สั่นสะท้านใจเขาเป็อันมาก แต่ไม่ได้ซักถามมากความรีบถอยห่างออกไปติดกับมุมห้อง รอดูว่านางจะปรุงโอสถระดับปฐีด้วยวิธีใดในใจชายชราตื่นเต้นสงสัยเกินจะเปรียบ
ลี่ถังเริ่มลงมือปรุงโอสถในทันทีเนื่องจากครั้งนี้เป็โอสถระดับปฐีจึงต้องใช้เปลวเพลิงที่ร้อนแรงกว่าเดิมทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถเผาสมุนไพรระดับสูงให้หลอมรวมกันได้ประจวบเหมาะพอดีที่ตอนนี้นางได้เลื่อนขั้นเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวแล้วความร้อนแรงของเปลวเพลิงอักขระของนางจึงเพิ่มสูงขึ้น ไม่เป็ปัญหาในการหลอมสมุนไพร
ลี่ถังสะบัดมือสร้างโล่อักขระสีเขียวขึ้นมาปกคลุมร่างกายตัวเองเอาไว้ จึงค่อยเริ่มวาดมือไปมาแล้วปรากฏเป็วงแหวนอักขระสีเขียวท่ามกลางอากาศในขณะที่สมุนไพรระดับสูงทั้งหมดลอยเคว้งอยู่ภายใน
เวลานี้ั์ตาของเด็กสาวกลายเป็สีเขียวอ่อนเปล่งแสงทั้งอ่อนโยนและสง่างาม ราวกับเป็ดวงตาแห่งชีวิต
หลังจากผ่านขั้นตอนการชะล้างเรียบร้อยแล้วลี่ถังก็พลันตวัดปลายนิ้วอย่างรวดเร็วแทบมองตามไม่ทันจนเกิดเป็เปลวเพลิงสีเขียวขึ้นก่อนนางจะส่งเข้าไปแผดเผาสมุนไพรระดับสูงภายในให้หลอมรวมกันกลายเป็ของเหลว
เปลวเพลิงอักขระเกิดขึ้นจากพลังจิติญญาของนางเองดังนั้นลี่ถังจึงไม่ต้องกังวลเื่การควบคุมเปลวเพลิงให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมซึ่งเป็ขั้นตอนที่ยากที่สุดสำหรับนักปรุงโอสถ นางลำบากเพียงใช้ความคิดสั่งการเปลวเพลิงที่สร้างขึ้นจากพลังอักขระของนางก็ลดระดับหรือเพิ่มระดับได้ตามที่้าดังนั้นความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นได้ยากมากๆ
ชายชราไม่กล้าจะละสายตาจากกระบวนการปรุงโอสถของสาวน้อยผู้ใช้อักขระต่อให้ดูอีกสักร้อยรอบเขาก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้การปรุงโอสถของผู้ใช้อักขระมันแตกต่างจากการปรุงโอสถทั่วไปจนเทียบไม่ติดภาพที่ผู้ใช้อักขระกำลังสร้างสรรค์โอสถระดับปฐีอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้นับเป็บุญตาและบุญวาสนาใหญ่หลวง เขาจึงต้องตักตวง่เวลานี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจต่อมาการปรุงโอสถเสริมรากปราณก็จบลงโดยที่ชายชราไม่ทันตั้งตัวั้แ่เริ่มจนจบเด็กสาวใช้วิธีการปรุงเดิมกับเมื่อครั้งก่อนแต่รวดเร็วกว่าเดิมมากนัก ราวกับเวลาผ่านไปชั่วพริบตาเท่านั้นอย่าว่าแต่ครั้งนี้นางปรุงโอสถระดับปฐีซึ่งมีความยากและต้องใช้เวลาในการปรุงมากกว่าโอสถระดับต่ำแต่ว่านางสามารถปรุงมันโดยใช้เวลาสั้นๆ ราวกับพลิกฝ่ามือ
ชายชราเบิกตาค้างอีกคราเห็นเม็ดโอสถสีขาวบริสุทธิ์แปดเม็ดลอยเด่นอยู่กลางอากาศ พร้อมกับแผ่กลิ่นหอมออกมาแค่กลิ่นของมันก็สามารถทำให้พลังในกายพลุ่งพล่านได้แล้ว
ลี่ถังเก็บโอสถสี่เม็ดไว้ในขวดหยก เหลืออีกสี่เม็ดลี่ถังส่งให้ชายชราไป"ครั้งนี้ข้าจำเป็ต้องใช้โอสถพวกนี้ และนี่คือส่วนแบ่งของท่านหวังว่าท่านคงไม่ขัดข้องกระมัง?"
ตามเงื่อนไขก็คือ นางหกส่วน ชายชราสี่ส่วน ทว่าครั้งนี้ลี่ถังเพียง้าโอสถสี่เม็ดเท่านั้นสำหรับครอบครัวของนาง ทั้งนางก็ไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรมากนักดังนั้นอีกครึ่งหนึ่งมันสมควรเป็ของชายชรา
ชายชราโจวสือกลืนน้ำลายฝืดลงคอ ออกอาการตื่นเต้นจนร่างสั่นสะท้าน ยื่นมือออกไปรับเม็ดโอสถระดับปฐี พอมองใกล้ๆแล้วเขาจึงรู้สึกได้ว่าโอสถนี้ดูเผินๆ ก็ไม่ต่างจากโอสถเมื่อครั้งก่อนแม้แต่น้อยจะต่างก็ตรงที่กลิ่นหอมและรัศมีพลังของมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็หลายเท่าตัว
"โอสถไร้ตำหนิระดับปฐี!" ชายชราสูดหายใจลึก เย็นเยียบไปทั้งร่าง
ลี่ถังกล่าวด้วยรอยยิ้ม "โอสถนี้มีชื่อว่าโอสถเสริมรากปราณเป็โอสถระดับปฐี"
จากนั้นนางกล่าวอธิบายรายละเอียดและสรรพคุณของตัวโอสถคร่าวๆให้กับอีกฝ่ายฟัง อย่างเช่นว่ามันสามารถทำให้คนธรรมดาสามัญกลายเป็ผู้ฝึกปราณได้
แน่นอนว่าชายชราต้องตกตะลึงอีกครา จะอย่างไรโอสถที่ท้าทายอำนาจ์เช่นนี้ เท่าที่เขารู้มันยังไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อนแม้ในเมืองหลวงจักรพรรดิเองก็เช่นกันหากใครรู้ว่ามีโอสถที่สามารถทำให้คนธรรมดาสามัญกลายเป็ผู้ฝึกปราณได้ราวกับพลิกฝ่ามือเช่นนี้เกรงว่าทั่วทั้งยุทธภพต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เป็แน่!
ชายชราพอคิดถึงตรงนี้เขาก็สูดหายใจหนาวเหน็บก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "คุณหนูอย่าหาว่าชายแก่คนนี้ยุ่งไม่เข้าเื่เลยนะแต่ข้าขอแนะนำให้ท่านเข้าร่วมกับสมาคมนักปรุงโอสถจะดีกว่าความสามารถของท่านอยู่เหนือนักปรุงโอสถทุกคนไปแล้ว แม้แต่ผู้นำสมาคมนักปรุงโอสถที่สูงส่งยังไม่อาจปรุงโอสถไร้ตำหนิออกมาได้เลยหากมีคนรู้ถึงความสามารถของท่าน เกรงว่าท่านอาจจะตกอยู่ในอันตรายแต่ถ้าท่านเข้าร่วมกับสมาคมนักปรุงโอสถ ด้วยความสามารถของท่านสมาคมต้องปกป้องและคุ้มครองท่านอย่างสุดความสามารถแน่นอนว่ารวมถึงครอบครัวของท่านด้วยเช่นเดียวกัน"
สายตาของชายชราจับจ้องเด็กสาวอย่างรอคำตอบที่กล่าวไปไม่ใช่เพราะเขาเป็ห่วงความปลอดภัยของนางเพียงอย่างเดียวจะอย่างไรเสียผู้ที่มีความสามารถท้าทาย์เช่นนี้คงน่าเสียดายหากนางไม่มีพื้นที่แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่อย่างน้อยเข้าร่วมกับสมาคมนักปรุงโอสถ ชื่อของนางจะต้องถูกจารึกในประวัติศาสตร์ และด้วยความสามารถของนาง ไม่แน่ว่ายุทธภพในวันข้างหน้าอาจจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือเลยก็ได้
ลี่ถังยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะลุกยืนขึ้น กล่าวกับชายชราว่า "ขอบคุณที่ท่านเป็ห่วงและหวังดี แต่ข้ายังไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมกับใครข้าอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มากกว่า ที่สำคัญใช่ว่าใครจะรังแกข้าได้ง่ายๆส่วนเื่โอสถเสริมรากปราณ ท่านไม่ต้องกังวลนอกจากท่านแล้วก็มีแต่ข้าเท่านั้นที่รู้เื่นี้" เด็กสาวเผยรอยยิ้มลึกลับ"ท่านคงเข้าใจความหมายของข้ากระมัง?"
ชายชราจับจ้องมองเด็กสาว ก่อนจะหัวเราะออกมา ไหนเลยไม่ทราบความหมายของนางใช่แล้ว..หากพวกเขาทั้งสองไม่แพร่งพราย แล้วใครกันจะรู้เื่นี้?
"คุณหนูวางใจเถอะ ชายแก่คนนี้ไม่ปากพล่อยบอกเื่นี้กับใครอยู่แล้วอีกอย่างโอสถเสริมรากปราณที่คุณหนูมอบให้ นับว่าเป็สมบัติล้ำค่าสำหรับนักปรุงโอสถต่ำต้อยเช่นข้า ข้าย่อมไม่ขายให้กับผู้ใด" เขาหยุดไปครู่ ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างนอบน้อม"ในเมื่อคุณหนูพูดมาอย่างนี้แล้ว ข้าเองก็มิบังคับและพร้อมจะสนับสนุนการตัดสินใจของท่านอย่างเต็มที่"
ลี่ถังพยักหน้าพลางยิ้มมุมปาก นางไม่อยากพูดเื่นี้ต่ออีก พลันฉุกคิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้จึงกล่าวถามกับชายชรา "ว่าแต่โอสถเมื่อครั้งก่อนที่ท่านเอาไปประมูลเป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ?"
ชายชราเพิ่งนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาได้เช่นกัน "จริงสิ จริงสิข้าเกือบลืมเื่นี้ไปเสียสนิท"เขาสอดมือเข้าไปในสาบเสื้อพลางมองหน้าเด็กสาว ใบหน้าชราปรากฏรอยยิ้มลึกลับถามกับนางว่า "คุณหนูเดาดูสิว่าโอสถเมื่อครั้งก่อนประมูลได้ราคาเท่าไหร่?"
ลี่ถังท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวตอบส่งเดช "1,000 เหรียญทองกระมัง?"
ความจริงแล้วนางไม่ได้คาดหวังมากนัก ถึงจะเป็โอสถไร้ตำหนิ แต่จะอย่างไรโอสถทะลวงปราณที่เอาไปประมูลก็เป็แค่โอสถระดับต่ำเท่านั้นมูลค่าคงไม่ได้มากมายอะไร
แต่นางไหนเลยทราบว่า ที่ตนคิดกับความเป็จริงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
ชายชราหัวเราะร่าให้กับคำตอบของนางเขาเองตอนแรกก็ไม่คิดว่าโอสถไร้ตำหนิจะได้ผลตอบรับดีขนาดนี้ พลันหยิบวงแหวนวงหนึ่งออกมาจากเสื้อวางลงตรงหน้าเด็กสาว กล่าวเสียงดังว่า "ท่านคาดเดาน้อยเกินไป.. 120,000เหรียญทองต่างหาก!"
ลี่ถังรู้สึกตกตะลึง "ได้เยอะถึงเพียงนี้เชียว?"
เด็กสาวรีบหยิบวงแหวนนั้นขึ้นมาและใช้พลังลมปราณตรวจสอบดูซึ่งเป็วงแหวนมิติของทางสมาคม พบเห็นเงินมากมายกองอยู่ข้างใน
ชายชราโจวสือเผยรอยยิ้มชรา กล่าวว่า "โอสถไร้ตำหนินับเป็โอสถในตำนานอย่าว่าแต่มันปรากฏบนโลกนี้เป็ครั้งแรก มูลค่าจึงสูงมากตามไปด้วย"เขาหยุดไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ "จริงสิ.. ข้ามีเื่หนึ่งจะบอกกล่าวต่อคุณหนู ไม่ทราบท่านคิดเห็นอย่างไร"
ลี่ถังพยักหน้า "ว่ามาเถอะเ้าค่ะ"
ชายชรากล่าวว่า "อีกสองวันนับจากนี้ท่านเ้าเมืองเชิญคุณหนูไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนท่านเ้าเมืองข้าเดาว่าตาแก่นั่นคงรู้อะไรมาบ้างแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าคุณหนูเป็ผู้ใช้อักขระที่ปรุงโอสถไร้ตำหนิ"
ชายชรารู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใด จึงอดเค้นเสียงอย่างดูแคลนไม่ได้
ลี่ถังทราบแต่แรกว่าต้องมีเื่เช่นนี้ตามมา ทว่าเดิมทีนางก็ไม่มีความคิดที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอยู่แล้วอย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็วๆ นี้หากแต่นางเองก็มีวิธีมากมายที่สามารถปลอมแปลงตัวตนได้เช่นกันดังนั้นจึงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า "เอาเถอะถึงอย่างไรท่านเ้าเมืองก็เชื้อเชิญข้าไปร่วมงานเลี้ยงด้วยตัวเองข้าจะเก็บไปคิดแล้วกัน"
งานเลี้ยงสำหรับลี่ถังเป็อะไรที่น่าเบื่อ มีแต่พวกชนชั้นสูงสวมหน้ากากเข้าหากันธาตุแท้เนื้อในไม่ทราบเป็อย่างไร อีกอย่าง่ชีวิตก่อนนางก็เจอเื่พวกนี้มาจนชินชาแล้วดังนั้นจึงไม่ได้ให้ความสนใจ..