เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่จิ้งเสียนตื่นแต่เช้า
นางสั่งให้คนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเรือนชูอวิ๋น และแน่นอนว่านางเห็นซูอิ่นเย่ว์ออกจากจวนพร้อมเซียงเถา อีกทั้งยังนำสัมภาระติดตัวไปไม่น้อย นางจึงรีบสั่งให้ชุนเหมยตามไป
ไม่นานนัก ชุนเหมยก็กลับมา นางปาดเหงื่อที่หน้าผาก พลางหอบหายใจกล่าว “ชัดเจนว่านางนัดพบกับก่วงเหวินเทาที่ประตูเมือง และตอนนี้ออกเดินทางไปพร้อมกันแล้ว!”
“ดีมาก!” ฉู่จิ้งเสียนตื่นเต้นถึงขั้นตบโต๊ะ “เป็นไปตามที่ข้าคิดไว้ ซูอิ่นเย่ว์ นางเลือกบุรุษยากจนจากบ้านนอกแทนที่จะเลือกใช้ชีวิตร่วมกับฉู่จี้เฟิง!”
พระชายาหลิงอ๋องที่นั่งอยู่ข้างๆ จิบชา พลางกล่าวเสียงเรียบ “ซูเจี้ยนจิ่นเองก็เสียท่าให้นาง แสดงว่านางไม่ใช่คนธรรมดา แล้วเหตุใดนางจึงยอมไปกับก่วงเหวินเทาเล่า”
นางเพิ่งทราบเรื่องที่ฉู่จิ้งเสียนวางแผนนี้เมื่อวาน จึงรู้สึกแปลกใจ
ยิ่งไปกว่านั้น สินเดิมของซูอิ่นเย่ว์ก็ยังอยู่ที่เรือนชูอวิ๋น
“ท่านแม่ นางมีใจให้ก่วงเหวินเทา เหตุใดจะเป็นไปไม่ได้เล่า” ฉู่จิ้งเสียนกล่าว “วันนั้นที่ก่วงเหวินเทามาตามหานาง เขารู้ว่านางได้รับความอัปยศ ตอนนั้นเขาจึงโกรธมาก ทั้งสองคนต้องมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันแน่
“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เจ้าคนนั้นไม่อยู่ในเมืองหลวง ถ้าเป็นข้า ข้าก็จะรีบหนีไปเช่นกัน แล้วไปใช้ชีวิตกับคนรัก”
พระชายาหลิงอ๋องครุ่นคิด นางเห็นด้วยอยู่บ้าง จึงถามว่า “ส่งคนติดตามไปแล้วหรือ”
ชุนเหมยพยักหน้า “บ่าวจัดการแล้ว อีกทั้งยังให้คนทิ้งสัญลักษณ์ไว้ตามทางด้วย”
“ท่านแม่ ต่อให้ซูอิ่นเย่ว์ไม่ได้หนีไปกับก่วงเหวินเทา แต่การที่นางออกจากเมืองกับชายอื่น หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ผู้ที่ต้องอับอายก็คือพวกเขาทั้งสองคน!” ฉู่จิ้งเสียนกล่าว “ไม่ว่าอย่างไร เรื่องนี้ล้วนเป็นผลดีต่อเรือนทิงเส่ว์!”
พระชายาหลิงอ๋องลุกขึ้น มุมปากยกยิ้ม “เจ้าพูดถูก”
เมื่อวางแผนเสร็จ สองแม่ลูกก็ยืนรอหลิงอ๋องกลับจากเข้าเฝ้าที่หน้าจวน
ฉู่จิ้งเสียนใส่สีตีไข่เล่าเรื่องทั้งหมด ทำให้หลิงอ๋องโกรธจัด
“ซูอิ่นเย่ว์นี่ช่างกล้านัก แต่งเข้าจวนอ๋องแล้วยังกล้าหนีไปกับชายอื่น!” หลิงอ๋องสะบัดแขนเสื้อ สั่งให้รวบรวมคนทันที
เขาต้องนำตัวนางกลับมา และลงโทษให้สาสม!
ฉู่จิ้งเสียนขอติดตามไปด้วย หลิงอ๋องกำลังโกรธจึงไม่ปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันไปถึงประตูเมือง พวกเขาก็เห็นรถม้าดำด้านหน้าที่มีฉางอู๋อิ่งเป็นผู้ขับ
ใจของหลิงอ๋องหนักอึ้ง
ฉู่จี้เฟิงกลับมาแล้ว เหตุใดถึงบังเอิญเช่นนี้
เขากำลังลังเลว่าควรบอกฉู่จี้เฟิงเรื่องนี้ดีหรือไม่ ทว่าฉู่จิ้งเสียนกลับเร่งควบม้าพุ่งไปข้างหน้า ร้องเสียงดัง
“พี่ใหญ่ แย่แล้ว! พี่สะใภ้หนีไปกับชายอื่นแล้ว!”
เสียงดังชัดเจน ก้องไปทั่วประตูเมือง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองเป็นตาเดียว
“จิ้งเสียน!” หลิงอ๋องโกรธจัด เรื่องอับอายของจวนหลิงอ๋อง นางกลับตะโกนกลางถนนเช่นนี้ได้อย่างไร!
แต่ฉู่จิ้งเสียนขี่ม้าไปถึงรถม้าดำแล้ว และยังตะโกนเสียงดัง “พี่ใหญ่! คนผู้นั้นมาจากหมู่บ้านเป่ยเหอ ดูเหมือนจะเป็นคนรักเก่าของพี่สะใภ้!”
ฉางอู๋อิ่งขมวดคิ้ว ตวาดเสียงต่ำ “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร! หุบปากเสีย!”
ผู้คนเริ่มมุงดูมากขึ้น หากเรื่องนี้แพร่ออกไป นายของเขาต้องถูกหัวเราะเยาะแน่
ฉู่จิ้งเสียนภาคภูมิใจในใจ ยังอยากกล่าวต่อ แต่ในขณะนั้น มือขาวเรียวหนึ่งเลิกม่านรถขึ้น พร้อมกับเสียงเย็นชาของฉู่จี้เฟิงดังมา
“เจ้ายังไม่หลาบจำอีกหรือ กล้ากล่าวหาพี่สะใภ้ตามอำเภอใจ”
“ข้าไม่ได้โกหก!” ฉู่จิ้งเสียนกล่าว “ชายผู้นั้นชื่อก่วงเหวินเทา เป็นคนรู้จักเก่าของพี่สะใภ้! พวกเขาออกจากเมืองไปด้วยกันเมื่อเช้านี้ ข้ากับท่านพ่อถึงต้องออกไปตามจับ! พี่ใหญ่ นางทำเรื่องน่าขายหน้าขนาดนี้ ไยท่านยังปกป้องนางเล่า!”
ฉู่จี้เฟิงได้ยินชื่อก่วงเหวินเทา แววตาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ใบหน้าครึ่งหนึ่งอยู่ในเงามืด ฉู่จิ้งเสียนจึงไม่อาจมองเห็นสีหน้าของเขาได้ชัดเจน
ฝูงชนเริ่มรวมตัวมากขึ้น ต่างอยากชมเรื่องสนุก เพียงแต่พวกเขากริ่งเกรงชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัวของฉู่จี้เฟิง จึงไม่กล้ากระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์
ฉู่จี้เฟิงพลันหัวเราะเบาๆ “ภรรยาของข้าทิ้งข้าไปกับชายบ้านนอก เช่นนั้นเจ้าหมายความว่า ข้าหน้าตาขี้เหร่สินะ”
ฉู่จิ้งเสียนชะงักไปครู่หนึ่ง
แม้แต่คนที่ยืนชมเหตุการณ์อยู่ริมถนน ก็ไม่เข้าใจว่าฉู่จี้เฟิงใส่ใจเรื่องนี้ทำไม เวลานี้สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่รีบไปจับนางกลับมาหรอกหรือ!
ฉู่จี้เฟิงยังไม่ลงจากรถม้า ทว่าทันใดนั้น กลับมีแส้เส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านใน แล้วฟาดเข้าที่ตัวฉู่จิ้งเสียนอย่างจัง!
“อ๊าก!” ฉู่จิ้งเสียนกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ชุดหรูหราของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดในทันที มือที่จับบังเหียนอยู่ก็หลุดออก ทำให้นางตกลงจากหลังม้า
ผู้คนรอบข้างพากันสูดลมหายใจด้วยความตกใจ
แม้แต่หลิงอ๋องเองก็ตกตะลึง เขาต้องการเข้าไปพยุงบุตรสาวของตน แต่ฉู่จี้เฟิงกลับฟาดแส้ลงมาอีกครั้ง ทำให้เขาไม่มีโอกาสเข้าใกล้!
“พี่ใหญ่! ไว้ชีวิตข้าด้วย!” ฉู่จิ้งเสียนร้องไห้พลางตะโกนขอความเมตตา
เพียงชั่วครู่ ร่างของนางก็เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน
“จี้เฟิง!” หลิงอ๋องไม่เคยเห็นฉู่จี้เฟิงลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้ ขาสั่นสะท้านจนก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ เขามองดูฉู่จิ้งเสียนที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล เลือกที่จะรวบรวมความกล้าและตะโกนขึ้น “นางไม่ได้หมายความเช่นนั้น ไยเจ้าต้องลงมือหนักเพียงนี้! อีกอย่าง...อีกอย่างนางเป็นน้องสาวเจ้า!”
“ก็เพราะนางเป็นน้องข้า ข้าถึงไม่ฟาดหน้าของนาง และยังไว้ชีวิตนาง” ฉู่จี้เฟิงแค่นเสียงเย็นชา
ฉู่จิ้งเสียนเจ็บปวดจนแทบหมดสติ
นางพยายามเงยหน้าขึ้นมอง ฉู่จี้เฟิงที่นั่งอยู่ในรถม้า เขาสูงส่งและเย็นชา ไม่ปล่อยให้ผู้ใดล่วงเกิน
ตัวนางเป็นถึงคุณหนูแห่งจวนหลิงอ๋อง แต่กลับถูกเฆี่ยนตีต่อหน้าฝูงชน นางอับอายจนหัวใจเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นิ้วทั้งสิบจิกลงบนพื้นจนเลือดไหลซึมออกมา
“ท่าน...ท่านกล้าตีน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง ไร้หัวใจเช่นนี้สมแล้วที่ซูอิ่นเย่ว์ทิ้งท่านไป!” ฉู่จิ้งเสียนตะโกนสุดเสียง ดวงตาเต็มไปด้วยความคับแค้น มองฉู่จี้เฟิงอย่างอาฆาต “ที่นางคบชู้ในวันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ ท่านก็แค่มัจจุราชกระหายเลือด ฆ่าคนไม่เลือกหน้า จะมีสตรีใดอยากเป็นภรรยาของท่าน!”
ดวงตาของฉู่จี้เฟิงก่อตัวเป็นพายุโหมกระหน่ำ
ชาวบ้านไม่คาดคิดว่าฉู่จิ้งเสียนจะกล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าฉู่จี้เฟิง
พวกเขากลัวว่าจะถูกลูกหลง รีบถอยห่างไปหลายก้าว ครั้งก่อนฉู่จี้เฟิงสังหารมือสังหารกลางถนนไปนับสิบคน ทุกคนต่างเคยได้ยินเรื่องนี้
ฉู่จี้เฟิงไม่ได้เฆี่ยนซ้ำ แต่ถามว่า “เจ้าคิดจะเอาชีวิตมาทิ้งหรือ”
ฉู่จิ้งเสียนกัดฟันทนความเจ็บปวด ก่อนจะแค่นหัวเราะ “พี่ใหญ่ ข้าเพียงหวังดีเตือนท่าน! ก่วงเหวินเทามาตามหานางตั้งแต่หลายวันก่อน พวกเขาพบกันถึงสองครั้ง เห็นได้ชัดว่าตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่าจะหนีไปด้วยกัน วันนี้...วันนี้ซูอิ่นเย่ว์ยังนำสัมภาระติดตัวไปไม่น้อย นางจะกลับมาได้อย่างไร! พี่ใหญ่ ข้าแนะนำให้ท่านรีบไปจับตัวพวกเขาไว้ ก่อนที่พวกเขาจะทำเรื่องเสื่อมเสีย มิเช่นนั้นท่านจะยิ่งขายหน้าหนักกว่าเดิม...”
หลิงอ๋องปวดหัวเพราะสองพี่น้องทะเลาะกัน หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ศักดิ์ศรีของจวนหลิงอ๋องคงป่นปี้
“เรื่องนี้...” หลิงอ๋องปาดเหงื่อ “เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดแน่ จิ้งเสียน เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลให้พี่สะใภ้เจ้าเสื่อมเสียเกียรติ!”
ฉู่จิ้งเสียนไม่สนใจชื่อเสียงของจวนหลิงอ๋องอีกแล้ว นางกล่าวว่า “ซูอิ่นเย่ว์นั่งรถม้าของจวนหลิงอ๋องออกจากเมือง ทหารเฝ้าประตูเมืองย่อมต้องเห็น ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหลแน่นอน!”