กองไฟลุกโชนส่งผลให้อุณหภูมิโดยรอบสูงขึ้นขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มผมสีเทายกมือปาดเหงื่อบนใบหน้าอันหล่อเหลาครั้งแล้วครั้งเล่า ั์ตาสีน้ำตาลจ้องมองชิ้นเนื้อที่ถูกเสียบไว้ไม่วางตา นิ้วเรียวยาวบิดหมุนแท่งไม้อย่างต่อเนื่องจนสีแดงสดของเนื้อเริ่มเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลส่งกลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน ถัดออกไปหญิงสาวอกูเาไฟกำลังนั่งเฝ้าหม้อใบใหญ่ตามคำสั่งของหัวหน้าเชฟ มือบอบบางของเธอจับกระบวยคนเป็วงกลมช้า ๆ ทำให้ซุปกระดูกหมีส่งกลิ่นหอมเตะจมูกเ้าหล่อนทันที
คนอื่น ๆ นั่งมองการประกอบอาหารของเชฟจำเป็อย่างไม่เชื่อสายตา กลิ่นหอมที่โชยมาตามสายลมเอื่อย ๆ ทำให้พวกเขาแทบจะอดใจไม่ไหวและได้แต่กลืนน้ำลายไปหลายอึก
“แหมะ แหมะ แหมะ”
“ตี๋ แกถอยไปห่าง ๆ เลย แล้วก็เช็ดน้ำลายซะด้วย” โคลนเหลือบไปเห็นตี๋เดินเข้ามาราวกับซอมบี้
จอนนี่และหมวยที่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปล็อกแขนตี๋เอาไว้ พวกเขาต้องปกป้องสมบัติชิ้นนั้นไว้จนกว่ามันจะถึงเวลาที่โคลนบอกให้เริ่มกินได้เท่านั้น
“ฟู่” โคลนผ่อนคลายลมหายใจพลางสะบัดแขนไล่ความเมื่อยล้า ในที่สุดเขาก็ทำอาหารเสร็จ ชายหนุ่มหั่นเนื้อออกเป็ชิ้นเล็ก ๆ และเสิร์ฟมันพร้อมกับน้ำซุปกระดูกหมี ถึงแม้ว่ามันจะร้อนมากแต่พวกเขาก็เริ่มรับประทานกันทันที ไม่มีใครสามารถอดทนรอได้อีกต่อไปแล้ว
“อร่อยมาก!” หมวยลองชิมเนื้อหมีไปคำหนึ่ง
“สุดยอดพี่ รสชาติพอ ๆ กับอาหารในงานเลี้ยงเลย” ตี๋พูดพลางยกนิ้วโป้งให้โคลน
“จิ๊ ๆ นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าฉันได้ใส่เวทมนตร์ลงไปนะสิ” โคลนพูดอย่างอวดภูมิ
“เวทมนตร์?” ทุกคนประสานเสียง
“ใช่แล้ว มันก็คือเคล็ดลับของความอร่อยทั้งหมด สุดยอดไอเทมวิเศษ อัญมณีแห่งอาหาร”
“มันคืออะไร เคล็ดลับอะไร บอกผม ๆ” ตี๋เซ้าซี้
“แน่นอน” โคลนยิ้มอย่างมีเลศนัย เขายื่นมือที่มีก้อนเกลือไปทางตี๋ เ้าของนิ้วจ้ำม่ำรีบหยิบใส่ปากอย่างรู้งาน
“แหวะ! ถุย ๆ ๆ รสชาติโคตรแย่”
“ฮ่า ๆ ๆ” โคลนที่เห็นท่าทางของตี๋ก็ได้แต่ขำกลิ้ง เขาสะใจมากที่ได้แกล้งคน
หลังจากหยอกล้อตี๋เสร็จโคลนก็นึกขึ้นมาได้ว่าเ้าคลาวดี้ยังไม่ได้กินอะไรเช่นกัน
“คลาวดี้” ลำแสงสีขาวพุ่งออกมาตรงหน้า ลูกสุนัขขนาดหนึ่งฟุตครึ่งยืนตัวสั่นอย่างหวาดกลัว ขนสีขาวใต้คางของมันเปียกชื้นเล็กน้อยเนื่องจากน้ำลายที่ยืดย้อยอยู่ตลอดเวลา ทุกคนได้แต่มองไปที่มันด้วยความเวทนา
“เ้าตัวเล็กนี่มันขี้กลัวเกินไปหรือเปล่าเนี้ย” ตี๋ส่ายหัวให้กับท่าทางของมัน
“มันอาจจะโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีนัก เลยมีนิสัยที่แปลกประหลาด” จอนนี่คาดเดา
“ถึงอย่างไรมันก็ยังมีความน่ารัก โดยเฉพาะขนปุกปุยสีขาวของมัน” หมวยพยายามยื่นมือไปัั แต่ตัวสีขาวก็รีบวิ่งไปแอบหลังโคลน
โคลนฉีกเนื้อออกเป็ชิ้นเล็ก ๆ ก่อนจะยื่นมือไปทางคลาวดี้ มันดมอยู่สองสามทีเพื่อตรวจเช็กบางอย่างก่อนจะคาบชิ้นเนื้อไปที่มุมหนึ่งอย่างเงียบ ๆ เมื่อมันกินชิ้นแรกหมดก็เดินตัวสั่นมาหาโคลนราวกับจะขอเพิ่ม ชายหนุ่มทำเหมือนเดิม เขาไม่ได้โยนเนื้อไปให้แต่้าให้มันเดินมาคาบไปเอง โคลน้าฝึกให้มันเลิกหวาดกลัวเขาเสียที เมื่อมันกินอิ่มก็เริ่มรู้สึกได้ว่าตนเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจึงรีบวิ่งตัวสั่นมานอนพิงรองเท้าบูตของโคลนที่พอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง ทำให้โคลนรู้สึกเหมือนมีเครื่องนวดเท้าประจำตัว
ทุกคนเริ่มออกเดินทางอีกครั้งหลังจากกินจนอิ่ม จอนนี่ประเมินว่าคงใช้เวลาในการเดินทางประมาณสองคืน ขบวนแถวยังคงเป็โคลน จอนนี่ หมวย และตี๋ตามลำดับ พวกเขาเดินทางอย่างระมัดระวังและตกลงกันว่าหากพบมอนสเตอร์หมีั์อีกครั้งจะยอมเดินอ้อมนิดหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
ทั้งสี่เดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อย ๆ แต่สามชั่วโมงต่อมาโคลนเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศภายในป่าสงบเงียบ มันไร้ซึ่งเสียงสัตว์ป่าใด ๆ จะมีก็เพียงเสียงกระทบกันของต้นไม้ใบหญ้า โคลนที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงหยุดเดินอย่างกะทันหัน
“ทุกคนว่ามันแปลก ๆ ไหม” โคลนขมวดคิ้ว
“แปลกมาก...แปลกมากเลยที่จู่ ๆ พี่ก็หยุดเดิน” ตี๋กวนบาทาเสร็จก็หยิบชิ้นเนื้อขึ้นมากินต่อ
“เงียบไปเลยเ้าตี๋” โคลนสวนกลับทันควัน “เมื่อสองชั่วโมงก่อนฉันยังได้ยินเสียงนกร้องอยู่เลย แต่ตอนนี้...” โคลนมองไปรอบ ๆ
“จริงด้วย!” หมวยประหลาดใจ
“ฉันก็รู้สึกมาสักพักแล้ว แถวนี้มันเงียบเกินไป” จอนนี่เสริม
“แล้วเราควรทำอย่างไรดี” ตี๋ถาม
“อย่างแรกที่นายต้องทำคือหยุดกิน” จอนนี่มองไปที่เนื้อในมือของตี๋ “และเดินต่อไปช้า ๆ เตรียมตัวให้พร้อม คิดไว้เสมอว่าเราจะถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ”
“ถอยกลับแล้วเดินอ้อมไปอีกทางไม่ดีกว่าเหรอ” โคลนหันไปถามคนนำทาง
“ไม่มีทางอื่นให้อ้อมอีกแล้ว หากไม่ไปทางนี้ พวกเราต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิมจนกว่าจะออกจากป่า เพื่อไปใช้อีกเส้นทาง ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางถึงสี่คืนเพื่อไปยังเมืองเรนเดียร์และเราก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรเช่นกัน” จอนนี่อธิบาย
“ทุกคนคิดว่าไง” โคลนหันไปถามคนอื่น ๆ
“จอนนี่ว่าไง ฉันก็ว่าตามนั้น” หมวยเชื่อใจจอนนี่
“สี่คืนมันนานเกินไปหน่อยนะผมว่า” ตี๋พูด
โคลนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ใจจริงชายหนุ่มไม่้าไปต่อ ตัวเขานั้นรู้ดีกว่าใครว่าเขาไม่สามารถพาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายได้แบบคนอื่น ถ้าเลือกได้เขายอมเสียเวลาเพิ่มอีกสี่วันหรือสิบวันก็ได้ ถ้าแลกมาด้วยการเดินทางที่ปลอดภัย แต่ปัญหาคือเส้นทางนั้นก็ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัยเช่นกัน
ทั้งสี่คนเดินทางด้วยความระมัดระวังเต็มที่ พวกเขาแบ่งทิศทางกันเฝ้าระวังโดยโคลนที่เดินอยู่หน้าสุดรับหน้าที่ดูด้านหน้า จอนนี่ดูทางซ้าย หมวยดูทางขวา ส่วนตี๋ที่อยู่หลังสุดจะต้องดูทุกทิศทาง สามชายหนึ่งหญิงเดินลึกเข้าไปกว่าสี่สิบนาทีก็ยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นจึงทำให้พวกเขาคลายความตึงเครียดลงได้บ้าง
แต่แล้วโคลนก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่าง ชายหนุ่มให้สัญญาณแก่คนอื่น ๆ ก่อนจะตามการเคลื่อนไหวนั้นไป เมื่ออยู่ในระยะที่มองเห็นได้ชัดเจนเขาจึงรู้ว่ามันคือมอนสเตอร์หมีั์นั่นเอง ทุกคนได้แต่เป่าปากโล่งใจ เพราะหากเป็ฝ่ายค้นพบหมีั์ก่อน ก็ไม่ใช่เื่ยากที่จะหลบเลี่ยงการปะทะ
“อ้อมไปด้านข้างกันเถอะ” โคลนพูดขึ้น ทุกคนไม่ได้ตอบรับอะไรพวกเขาเพียงแค่เคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนหน้านี้พวกเขามีประสบการณ์เจอมีั์มาหลายสิบตัวแล้วและพวกเขาก็ทำมันจนเคยชิน
“โฮก!!”
“วิ่งเร็ว! มอนสเตอร์มันเห็นพวกเรา” จอนนี่ะโออกมา
“เดี๋ยวก่อน” โคลนรีบร้องทักก่อนที่พวกเขาจะทันได้ทำอะไร “ดูให้ดีสิ มันยังไม่เจอพวกเรา”
เมื่อได้ยินดังนั้นจอนนี่ หมวย และตี๋ก็หันไปมองที่หมีั์ทันที พวกเขารู้สึกสับสนที่เห็นมอนสเตอร์ตัวใหญ่กำลังคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันแยกเขี้ยวยิงฟันไปทางซ้ายทีทางขวาทีราวกับกลัวอะไรบางอย่าง แต่แล้วคำตอบก็ถูกเฉลย เถาวัลย์สีน้ำตาลขนาดใหญ่พุ่งเข้าหามันจากด้านหลัง มันหลบการโจมตีได้แต่ก็ถูกกระแทกกระเด็น เถาวัลย์เคลื่อนตัวต่อเนื่องเข้าไปโอบรัดรอบตัวของมอนสเตอร์อย่างรวดเร็ว หมีั์ดิ้นรนโดยการใช้กรงเล็บที่แหลมคมฟาดจนมันขาดสองท่อน
“โฮกกก”
พริบตาที่มันหลุดรอดจากการรัดกุม เถาวัลย์เส้นใหม่สามเส้นก็พุ่งเข้าไปหามันอีกครั้ง ร่างใหญ่ดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต มันหลบเถาวัลย์เส้นแรกได้หวุดหวิดแต่ก็ถูกเส้นที่สองและสามจับกุม หมีั์ขนาดกว่าสามเมตรถูกดึงขึ้นเหนือพื้นดินช้า ๆ พวกโคลนเห็นดังนั้นจึงมองตามเส้นเถาวัลย์ขึ้นไปจนพบกับดอกไม้สีชมพูขนาดใหญ่กว่าสามเมตร มันกำลังอ้าปากโชว์เขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ
“ซู่...”
ของเหลวบางอย่างที่ไหลออกมาจากซี่ฟันหยดไปโดนหมีั์ หนังที่เหนียวจนดาบฟันไม่เข้าถูกกัดกร่อนจนเป็รูโหว่
“เอ่อ...ฉันว่าพวกเรามีปัญหาใหญ่แล้ว” โคลนหันไปมองกลุ่มคนด้านหลัง
“นั่นมันดอกไม้อะไร ใหญ่เป็บ้าเลย” ตี๋กระซิบให้พอได้ยินกันแค่สี่คน
“ใจเย็นก่อนทุกคน มันคงเป็มอนสเตอร์ประเภทพืชบางอย่าง พวกเราแค่ถอยออกไปเงียบ ๆ แล้วเดินอ้อมดอกไม้ั์นั่นไปก็พอ” จอนนี่ทำใจดีสู้เสือ
“มะมะไม่ทันแล้ว” โคลนหน้าถอดสี “ทุกคนอาจจะไม่ทันได้สังเกต แต่ทางที่พวกเราเดินมาเมื่อกี้มีเ้าดอกไม้สีชมพูหน้าตาแบบนั้นเต็มไปหมด”
“ว่าไงนะ!” ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“ซู่...”
จู่ ๆ ก็มีของเหลวบางอย่างหยดลงมากลางวงสนทนา ทุกคนมองขึ้นไป้าตามสัญชาตญาณ
“วิ่ง...”
ไม่รอให้มีเสียงตอบรับโคลนออกตัววิ่งก่อนใครเพื่อน เถาวัลย์ขนาดใหญ่จำนวนแปดถึงสิบเส้นแทงลึกเข้าไปบริเวณที่พวกเขาเคยยืนอยู่
“ตูม ตูม ตูม” ไม่ว่าพวกเขาจะวิ่งไปที่ไหน ้าก็จะมีดอกไม้สีชมพูขนาดใหญ่ที่คอยควบคุมเถาวัลย์อยู่เต็มไปหมด
“แฮ่ก ๆ ๆ นี่มันดงดอกไม้ชัด ๆ พวกมันกระจายกันอยู่ทุกที่” ตี๋ร้องะโอย่างเหน็ดเหนื่อย
“ตูม! กรี๊ดดด” เถาวัลย์พุ่งเฉี่ยวหมวยไปอย่างหวุดหวิด การโจมตีนี้มันทำให้ความเร็วของเธอลดลงจนถอยไปอยู่หลังขบวน
ในขณะที่โคลนวิ่งนำอยู่หน้าสุด ชายหนุ่มใช้ดาบสั้นในมือฟันเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดทางเดินแต่เขาก็ไม่สามารถกำจัดพวกมันได้หมด บางส่วนพุ่งเข้าโจมตีจอนนี่และตี๋จนทำให้ความเร็วพวกนั้นตกลงเช่นกัน แต่ทุกคนก็ยังคงวิ่งต่อไปเพราะรู้ดีกว่าหากหยุดวิ่งเมื่อไหร่จะต้องเจอกับเถาวัลย์ฝูงเถาวัลย์จำนวนมากแน่ ๆ
“พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” ตี๋ะโถามจอนนี่ที่วิ่งอยู่ด้านหน้า
“จะทำอะไรได้ ดอกไม้พวกนั้นอยู่สูงเกินไป ไม่มีทางที่เราจะกำจัดมันได้”
“ตี๋ รอพี่ด้วยสิยะ” หมวยร้องเรียกน้องชาย
“ฮ่า ๆ โทษผมได้ไง ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพี่ที่มีหน้าอกใหญ่จนทำให้วิ่งช้าเกินไป” ตี๋ทำหน้าทะเล้นพลางแหย่พี่สาว
“หน็อย! ถ้ารอดไปได้ เตรียมโดนบิดหูไว้ได้เลยเ้าตี๋” คนถูกล้อเลียนคาดโทษ
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง โคลนที่อยู่ด้านหน้าสุดก็ต้องพบกับความยากลำบากในการเคลื่อนที่ไปต่อ ความเร็วของเขาค่อย ๆ ลดลงเนื่องจากสภาพทางเดินค่อนข้างลำบากอีกทั้งยังมีเถาวัลย์ขนาดใหญ่จำนวนมากพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ผัวะ” โคลนกระเด็นออกไปไกลถึงสามเมตรร่างของเขาล้มลงใกล้ ๆ กับโคนต้นไม้ต้นหนึ่ง จอนนี่และตี๋ที่เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาสกัดเถาวัลย์ที่เกือบจะแทงทะลุตัวเขาได้ทัน โคลนที่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นก็ต้องกลิ้งตัวหลายตลบเพื่อหลบน้ำกรดจากดอกไม้สีชมพูอีกครั้ง
“ไปซะ! อีกไม่ไกล ก็จะพ้นจากเขตป่านี่แล้ว” โคลนะโบอกคนอื่น ๆ
“หมายความว่าอย่างไร! นายบ้าไปแล้วเหรอ” จอนนี่ไม่้าทิ้งโคลนไว้
“รีบไป” โคลนไม่ตอบคำถาม ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นมาพร้อมหลบการโจมตีจากเถาวัลย์และน้ำกรดได้พร้อม ๆ กันอย่างน่าอัศจรรย์ ตี๋ที่เห็นการเคลื่อนไหวนั้นก็ได้แต่ลอบชื่นชมในใจ
“ทุกคนไป ไปให้เร็วที่สุดในระหว่างที่โคลนกำลังดึงความสนใจจากพวกมันอยู่” สิ้นเสียงคำสั่งของจอนนี่ ทั้งสามก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หมวยชะลอฝีเท้าและหันกลับไป ภาพที่เธอเห็นราวกับว่าชายหนุ่มกำลังเต้นระบำอยู่กับเหล่าเถาวัลย์นับสิบ
“ฝึด!” เถาวัลย์เฉี่ยวลำตัวของชายหนุ่มไปสามเิเ เขาพยายามหลบหลีกและเคลื่อนตัวไปตามทางเพื่อออกจากป่าแห่งนี้เช่นกัน แต่ดูเหมือนดอกไม้สีชมพูจะมีสติปัญญาระดับหนึ่ง มันพยายามโจมตีสกัดกั้นเพื่อปิดทางหนีของเหยื่อ
“โครม”
โคลนโดยเถาวัลย์ฟาดใส่ลำตัวเต็ม ๆ จนร่างกระแทกกับต้นไม้ คนผมเทากระอักเืออกมาคำโตเนื่องจากอาการาเ็ภายใน
โคลนลองพยายามปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อจัดการกับอสูรสีชมพูที่คอยควบคุมเถาวัลย์ แต่เมื่อปีนขึ้นไปได้ครู่เดียวก็ต้องรีบะโลงมาเนื่องจากน้ำกรดที่หยดลงมาขวางทางเขาไว้
“นี่มันเกมบ้าอะไรวะ ใครจะจัดการกับเ้านี่ได้” ปากโวยวายแต่ร่างกายก็ยังต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา มอนสเตอร์พวกนี้ได้เปรียบเขาทุกทางไม่ว่าจะเป็เื่ของจำนวนที่มากกว่า ภูมิประเทศที่ได้เปรียบกว่าแถมระยะการโจมตียังกว้างมากอีกด้วย
“ฟุบ”
“ฟุบ”
“ฟุบ”
เถาวัลย์ขนาดใหญ่โอบรัดโคลนได้สำเร็จ มันบีบแน่นเสียจนเขาแทบหายใจไม่ออก ร่างของชายหนุ่มค่อย ๆ ถูกยกขึ้นไปหาดอกไม้ั์ที่มีฟันแหลมคม ชายหนุ่มผมสีเทาระดมฟันไปที่เถาวัลย์จนมันฉีกขาด ยังไม่ทันที่ร่างสูงของเขาจะตกลงสู่พื้นเถาวัลย์เส้นใหม่ก็โอบรัดเขาอีกรอบและดึงชายหนุ่มขึ้นไป
“กัดไม่ปลอดจริงโว้ย แกจะเอาใช่ไหม ได้เลยเอาไงเอากัน”
รอบนี้โคลนไม่ได้ฟันเถาวัลย์ให้ขาด ชายหนุ่มปล่อยให้มันดึงเขาขึ้นไปอย่างช้า ๆ ไม่นานร่างของเขาก็ลอยสูงอยู่เหนือดอกไม้ั์ มันแหงนหน้าอ้าปากกว้างอย่างเต็มที่เพื่อหวังกลืนกินเขาทั้งตัว
เป็จังหวะนี้เองที่ชายหนุ่มอดกลั้นต่อความเ็ปออกแรงฟันเถาวัลย์จนขาดสะบั้น ขณะที่ร่างของโคลนหล่นลงมาชายหนุ่มเหวี่ยงดาบผ่าดอกไม้ั์ขาดเป็สองท่อนทันที
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 724 หน่วย”
‘มันบอบบางมาก’ คิดเสร็จโคลนก็รีบเสือกแทงดาบเข้าไปที่ลำต้นของต้นไม้เพื่อไม่ให้เขาตกลงไป ความสูงขนาดนี้หากหล่นลงไปเขาคงตายแน่
ในระหว่างที่เขากำลังจะปีนต้นไม้ลงมา เถาวัลย์อีกเส้นก็พุ่งเข้ามาหาเขา ชายหนุ่มสะบัดดาบเพื่อเบี่ยงวิถีของเถาวัลย์ออกไปแต่แล้วมันก็อ้อมมาโอบรัดเขาไว้ในที่สุด
“ฮ่า ๆ ๆ เอาเลย...พาฉันขึ้นไป เ้ามอนสเตอร์โง่เง่า” โคลนร้องะโด้วยความยินดี
ตราบใดที่เขาเบี่ยงวิถีการโจมตีครั้งแรกได้ การโจมตีครั้งที่สองของมันก็จะเป็เพียงแค่การโอบรัดเพื่อพาไปยังดอกไม้สีชมพูเท่านั้น
“ฉับ!” ดอกไม้สีชมพูขาดเป็สองส่วน
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 722 หน่วย”
“ฮ่า ๆ ๆ ฉันนี่บ้าจริง ๆ ที่เคยคิดว่าพวกแกมันไร้เทียมทาน ที่ไหนได้พวกแกมันบ่อค่าประสบการณ์ชัด ๆ”
“ดีล่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะกวาดพวกแกให้เหี้ยน”