“168!”
ประกายเจิดจ้าฉายชัดในดวงตาลู่เซิ่ง
ผลลัพธ์นี้ แม้แต่ตัวเขายังต้องตกตะลึง
“ค่าพลังการต่อสู้ 168 เกินมาตรฐานของนักสู้ระดับหนึ่งไปแล้ว
นั่นหมายความว่า ตราบใดที่ฉันเติมค่าพลังชีวิตให้เต็ม ฉันก็จะสามารถเข้ารับการทดสอบนักสู้ระดับหนึ่งได้ในเร็ววัน!”
ลู่เซิ่งรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
เป้าหมายที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด กลับอยู่ใกล้แค่เอื้อม ราวกับจะคว้ามาได้ง่ายดาย ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
“ช่องว่างระหว่างค่าพลังการต่อสู้กับค่าพลังชีวิตยิ่งห่างกันมากขึ้น สถานการณ์แบบนี้มีเพียงอัจฉริยะที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จริงจังเท่านั้นที่จะทำได้ ตอนนี้ ฉันก็ถือว่าเป็อัจฉริยะได้เหมือนกัน...”
ใบหน้าของลู่เซิ่งประดับไปด้วยรอยยิ้ม เขาจินตนาการได้เลยว่า หากพลังของเขาในตอนนี้ถูกเปิดเผยออกไป ครู เพื่อนร่วมชั้น และครอบครัวของเขาจะตกตะลึงเพียงใด
“นายใช้น้ำยาสมุนไพรลับเฉพาะของโรงศิลปะการต่อสู้หงชวนของเราช่วยในการฝึกมานานขนาดนี้ ค่าพลังชีวิตน่าจะเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยแล้ว ลองมาทดสอบดูสิ....”
เสียงฝีเท้าและเสียงพูดดังมาจากหน้าประตู
หูลู่เซิ่งกระดิกเล็กน้อย เขารีบลบข้อมูลบนเครื่องวัดอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกไปนอกประตู
เมื่อใกล้ถึงประตู ลู่เซิ่งเห็นหญิงสาวผิวพรรณดี รูปร่างสูงโปร่ง นำเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเดินตรงมา แล้วเดินผ่านเขาไป
“คงเป็นักเรียนที่มาเช่าเครื่องมือทดสอบ น่าจะเป็โรงเรียนแถวๆ นี้....”
หนีซวงมองลู่เซิ่งที่เดินออกไปนอกประตู แล้วพูดกับเด็กหนุ่มข้างกายอย่างไม่ใส่ใจ
“นักเรียนที่บ้านไม่มีปัญญาซื้อแม้กระทั่งเครื่องวัดแบบนี้ คงจะมีผลการเรียนที่ไม่ดีเท่าไร...”
เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังของหนีซวงหัวเราะออกมา
เด็กหนุ่มมีผิวขาว หน้าตาหล่อเหลาอยู่บ้าง การแต่งกายดูประณีตกว่าคนทั่วไป ทำให้เขามีความรู้สึกเหนือกว่าโดยธรรมชาติ
“อาจจะใช่”
หนีซวงพยักหน้า
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเด็กหนุ่มจะทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ผิด
สุภาษิตกล่าวไว้ว่า ‘คนจนเรียนหนังสือ คนรวยฝึกฝีมือการต่อสู้’
การฝึกศิลปะการต่อสู้ ทรัพยากรก็เป็ปัจจัยสำคัญอย่างมาก
เด็กที่เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยจะได้กินผลิตภัณฑ์บำรุงต่างๆ มาั้แ่เด็ก ก่อนที่จะเริ่มฝึกฝน ค่าพลังชีวิตก็สูงกว่าคนอื่นไปมากแล้ว แถมยังมีกำลังเหลือที่จะฝึกฝนทักษะการต่อสู้ต่างๆ ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขากับคนรุ่นเดียวกันยิ่งห่างออกไป
ในขณะที่เด็กที่เกิดในครอบครัวยากจน แม้แต่ข้าวก็ยังกินไม่อิ่ม นานๆ ทีถึงจะได้กินผลิตภัณฑ์บำรุงสักครั้งก็ต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดของครอบครัว แล้วจะไปแข่งขันกับลูกคนรวยได้อย่างไร
เหมือนกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินออกไป ผอมซะขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าขาดสารอาหารมาเป็เวลานาน
“มาทำการทดสอบก่อนเถอะ”
หนีซวงรวบรวมสติ แล้วแนะนำให้เด็กหนุ่มเริ่มทำการทดสอบ
ผลการทดสอบออกมาอย่างรวดเร็ว
“ค่าพลังชีวิต 1.253 ค่าพลังการต่อสู้ 130!”
เด็กหนุ่มพูดอย่างดีใจ “ค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นตั้ง 0.03 เมื่อเทียบกับเมื่อครึ่งเดือนก่อน รุ่นพี่หนี น้ำยาสมุนไพรนี่ได้ผลจริงๆ ด้วย ดีกว่าอาหารบำรุงที่ผมกินอยู่เป็ประจำเยอะเลย”
หนีซวงก็ยิ้มออกมาเช่นกัน อธิบายว่า “ปกตินายกินอาหารบำรุงมากเกินไป ในร่างกายจึงมีฤทธิ์ยาตกค้างสะสมอยู่ น้ำยาสมุนไพรของตระกูลหนีของเรามีหน้าที่กระตุ้นฤทธิ์ยาเ่าั้ในร่างกายของนายออกมา
ในเดือนแรกผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเจนมาก หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ลดลง นายต้องกินอาหารบำรุงต่างๆ เพื่อช่วยเสริมต่อไปด้วย”
“เื่อาหารบำรุง บ้านผมมีเยอะแยะ สิ่งสำคัญคือมันได้ผล....”
เด็กหนุ่มโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ การที่ค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็ประกาย ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขารีบเดินไปที่เครื่องมือที่ลู่เซิ่งเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่ แล้วพูดกับหนีซวงว่า “รุ่นพี่หนี ช่วยดึงผลการทดสอบของไอ้หมอนั่นออกมาหน่อยได้ไหม ผมอยากรู้ว่าความแตกต่างระหว่างผมกับคนอื่นว่ามันมากขนาดไหน....”
“ตอนนี้สิ่งที่นายควรนำไปเปรียบเทียบคือพวกอัจฉริยะกับนักเรียนหัวกะทิในโรงเรียน ไม่ใช่คนธรรมดา....”
“ผมรู้ ผมรู้ ผมแค่อยากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง รุ่นพี่หนี ขอร้องล่ะ....”
หนีซวงทนการอ้อนวอนของเด็กหนุ่มไม่ไหว จึงเดินไปที่เครื่องมืออย่างจนปัญญา แล้วดึงผลการทดสอบของผู้ทดสอบคนก่อนหน้าออกมา
“ไอ้หมอนั่นผอมเหมือนไม้เสียบผี ค่าพลังชีวิตคงจะไม่ถึงหนึ่งด้วยซ้ำ แถมอายุยังน่าจะมากกว่าผมอีกมั้ง...ฮ่าๆ...”
เด็กหนุ่มพึมพำขณะที่บนใบหน้าเริ่มปรากฏความรู้สึกพึงพอใจหลังจากความทะเยอทะยานได้รับการเติมเต็ม
แต่เมื่อข้อมูลปรากฏอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเด็กหนุ่มก็แข็งทื่อไปในทันที
ร่างกายของเขาแข็งค้างอยู่กับที่ ดวงตาจ้องมองข้อมูลบนหน้าจอราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“ค่าพลังชีวิต 1.324 ค่าพลังการต่อสู้ 168!”
“เป็ไปไม่ได้น่า!”
เด็กหนุ่มร้องออกมาเสียงดัง ะโออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา “ไอ้หมอนั่น...ไอ้หมอนั่น...ค่าพลังชีวิตสูงกว่าผมตั้งเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?!”
หนีซวงก็ชะงักไปเช่นกัน
ค่าพลังชีวิต 1.32 ไม่ว่าจะเป็โรงเรียนไหนในเมืองไป๋เหอ ก็ถือว่าเป็ผลการเรียนระดับต้นๆ แล้ว
แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อกว่าคือค่าพลังการต่อสู้ 168 เกินมาตรฐานค่าพลังชีวิตไปถึงสามสิบกว่าแต้ม นี่พิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายมีฝีมือในการต่อสู้จริงที่ไม่ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
ตอนที่ตัวเองมีค่าพลังชีวิต 1.3 ค่าพลังการต่อสู้ก็ยังไม่เกินมาตรฐานมากขนาดนี้เลยมั้ง
เด็กหนุ่มที่ตัวเองมองว่าเป็ “มาจากครอบครัวยากจน” “ขาดสารอาหาร” เมื่อครู่นี้ กลับกลายเป็อัจฉริยะที่ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง?!
“รุ่นพี่หนี รุ่นพี่กดข้อมูลผิดหรือเปล่า เป็ไปไม่ได้น่า นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย ไอ้หมอนั่นมีอะไรดี...”
เด็กหนุ่มยังคงวนเวียนอยู่รอบเครื่องมือ พร้อมกับพึมพำด้วยความไม่พอใจ
เดิมทีเขา้าหาความรู้สึกเหนือกว่าจากตัวลู่เซิ่ง แต่กลับถูกตบหน้าอย่างแรง ตอนนี้ในใจรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก
“เอาละ รู้แล้วว่าคนอื่นเก่งแค่ไหน ก็ยิ่งต้องพยายามให้มากขึ้น ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะมีอัจฉริยะแบบนี้อีกเยอะแยะเลย....”
หนีซวงปลอบใจพลางจดจำรูปร่างหน้าตาของลู่เซิ่งที่เคยเห็นไว้ในใจ