เมิ่งอี้ นางที่เห็นริมฝีปากอี้เฉิน ซีดขาวน้อยๆ นางเอ่ยถามไถ่ อี้เฉินออกไปด้วยความเป็นห่วงในทันที "เจ้าไม่เป็นอะไรแน่นะอี้เฉิน เหตุใดเจ้าไม่รักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าก่อนเล่า เรื่องพวกนี้ค่อยมาทำที่หลังก็ได้"
ระหว่างที่อี้เฉินเดินอยู่ เขาถึงกับหยุดชะงักกับคำถามของ เมิ่งอี้ ไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยพูดพึมพำคนเดียวออกมา "ข้าก็อยากจะบอกกล่าว เจ้าทุกอย่าง หากเจ้ากับคนอื่นๆ รับรู้ เกรงว่าจะไม่เห็นชอบ กับการกระทำของข้าแน่"
ทันใดที่นางเอ่ยถามออกไป กลับไม่ได้ยินคำตอบจาก อี้เฉิน มันก็ทำให้นางขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก เมื่อเห็นอี้เฉินก้าวเดินต่อไปไม่บอกกล่าวอะไรตัวนางแม้แต่น้อย
"เหตุใดเจ้าถึงไม่ให้คำตอบกับข้า"
อี้เฉินเดินจ้ำอ้าวไปอย่างไว อยากจะสลัดนางหนีไปให้ไกลในยามนี้ เขาเองก็รู้ดีว่านาง เป็นห่วงตัวเขา "เมิ่งอี้เจ้าเลิกถามคำถามข้าได้แล้ว หากเจ้ายังคิดจะจับผิดข้าต่อไป ข้าจะไม่พาเจ้าเข้าไป ด้านในค่ายกลเคลื่อนย้ายนะ"
นางถึงกับทำปากพองลมในทันที มองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผมขาว เดินจ้ำอ้าวไปด้วยความรวดเร็ว หากนางยังปริปาก พูดคำใดออกมา เกรงว่าอี้เฉินคงจะสลัดนางทิ้งเป็นแน่ นางจึงไม่ได้ปริปากพูดคำใดออกมา ติดตามอี้เฉินไปอย่างว่าง่ายในทันที
เมื่ออี้เฉินที่เห็นความดื้อรั้นของนาง หดหายไปมากมันก็ทำให้เขายกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา
.....ครั้นเมื่อเขาเดินเข้ามารอบๆ บริเวณ ค่ายกลเคลื่อนย้าย ก็มีเสียงเสียงหนึ่งเอ่ยเตือนออกมา "รอบบริเวณนี้ ห้ามคนภายนอกเข้าใกล้ พวกเรากำลังซ่อมแซมรอยสลัก ค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่" ชายหนุ่มตัวเล็กที่กำลังสั่งการเหล่าผู้คนอยู่ เขาคนนั้นไม่แม้จะหันมองอี้เฉินเสียด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ตัวเขาก็เอ่ยเตือนขึ้นมาในทันที
อี้เฉินเขาที่เห็น ชายหนุ่มตัวเล็กผอมแห้ง กับใบหน้าคู่นั้นเขาก็จดจำได้ในทันที เขาก็คือโม่กวาง แห่งตระกูลโม่ ที่เก่งกาจด้านค่ายกลต่างๆ เขาเอ่ยทักทายไปที่โม่กวางในทันที "แม้แต่ข้าก็เข้าไม่ได้ งั้นหรือโม่กวาง"
ครั้นเมื่อโม่กวางได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยเขาหันกลับมาในทันที จ้องมองใบหน้าอี้เฉินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้หน้ามาที่อี้เฉินอยู่หลายลมหายใจ "เจ้า! เจ้า! อี้เฉิน เจ้าจริงๆ ด้วยงั้นหรือ ข้าได้ยินว่าเจ้าตามหาข้า ให้ข้าช่วยซ่อมแซมค่ายกล แต่ข้าไม่ยักเห็นเจ้า นึกว่าเจ้าจะไม่มาหาข้าเสียอีก"
อี้เฉินยิ้มเจื่อนๆ ออกมา "ข้าติดธุระนิดหน่อย แล้วค่ายกลเคลื่อนย้ายเจ้าสามารถ ซ่อมแซม รอยสลักได้หรือไม่ แล้วแก้ไขปลายทางที่จะเคลื่อนที่ไปได้หรือไม่"
โม่กวางมีท่าทีหนักใจเล็กน้อย "เหมือนว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายพวกนี้ จะพังเสียหายไปมาก รอยสลักต่างๆ ซีดจางหายไปไม่ใช่น้อย เราต้องใช้คนที่เก่งเรื่องการสลักอักษร สลักรอยที่จางหายไปให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ยังดีที่มันเป็นการส่งย้อนของเก่าขึ้นไป จึงไม่ใช่เรื่องที่ยาก แต่มันมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถ คาดเดาตำแหน่งได้
"แต่สิ่งที่ข้าหนักใจนั้นก็คือค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ใช้ ปราณพลังในการขับเคลื่อนที่มากมหาศาล บางทีรวบรวมผู้คนทั้งดินแดนมาขับเคลื่อนมันอาจจะ ขับเคลื่อนได้ไม่ถึง 10ลมหายใจ เสียด้วยซ้ำ"
เมื่ออี้เฉินได้ยินเขาเพียงยิ้มเจื่อนๆ ขึ้นมา 'ถึงอย่างไรดินแดนแห่งนี้ก็ยังถูกปิดกั้นจากฟ้าดินอยู่ คงใช้เวลาอีกนาน กว่าเทพสวรรค์จะสามารถลงมายังดินแดนแห่งนี้ได้อีกครั้ง แต่การขึ้นไปดินแดนเบื้องบนนั้นไม่ได้ถูกปิดกั้นแต่อย่างใด ครั้นคิดจะกลับลงมา คงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากกว่าขึ้นไป หลาย10เท่าเป็นแน่ เขาจึงหวังว่า ผู้คนจะร่ำลาผู้คนอันเป็นที่รัก เป็นอย่างดี ไม่มีอะไรต้องติดค้างอีกต่อไป'
"โม่กวางข้าจะช่วยเจ้า สลักรอย ที่ซีดจางเอง ข้าเคยเรียนรู้การสลักอักษรมาก่อน น่าจะพอเป็นประโยชน์กับเจ้าได้บ้าง"
เมิ่งอี้นางก็เอ่ยขึ้นมาด้วยเช่นกัน "ข้าก็จะช่วยพวกเจ้าด้วยเช่นกัน เจ้านำทางพวกข้าไปเถิด"
โม่กวาง มองหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังของอี้เฉินในทันที ก่อนยกมือเชิญนางเข้าไปด้วยความสุภาพ เมินตัวของอี้เฉินในทันใด ใบหน้าเปื้อนยิ้มทอประกายขึ้นมาในทันที"แม่สาวน้อยท่านนี้ ท่านช่างโฉมสะคราญงามล่มเมืองจริงๆ ข้าไม่ยักสังเกตแม่นาง เชิญแม่นางตามข้ามา"
อี้เฉินถึงกับส่ายหัวไม่คิด โม่กวางผู้นี้จะชมชอบสาวงาม คล้ายกับตัวเขา ถึงเขาจะชอบสาวงามแต่เพียงแค่เฝ้ามองเชยชมเท่านั้น ไม่คิดเด็ดบุปผา มาครอบครอง
....โดยรอบวงแหวนขนาดใหญ่ในยามนี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้คน พวกเขาต่างใช้ปราณพลัง สลักลวดลายที่ซีดจาง ต่างๆ อย่างขะมักเขม้น เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่ ก็ต่างเบิกตาออกกว้าง จดจำใบหน้าของอี้เฉินได้ในทันที บางคนก็ถึงกับขาสั่นน้อยๆ เมื่อจดจำใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาวฆ่าสังหารเทพสวรรค์ ลงไป
โม่กวาง ไต่ถามไปที่คนอื่นๆ ในทันที เมื่อเห็นคนอื่นๆ อยู่ๆ ก็กายาสั่นเทิ้ม "พวกเจ้าเป็นอะไรไป นี่เพื่อนของข้าเอง เขามีนามว่าอี้เฉิน" ก่อนที่ โม่กวางจะเข้ามากอดคออี้เฉินไว้แน่น ทำเสมือนเป็นเพื่อนสนิทกัน มาหลายสิบปี เมื่อหลายๆ คนเห็นพวกเขายิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปใหญ่ แต่พอมองเห็นหญิงสาวที่งดงามข้างกายเด็กหนุ่มผมขาวมันก็ทำให้ พวกเขา ผ่อนคลายไปได้ไม่น้อย
เมื่อหลายๆ กลุ่มได้ยินชื่อนามว่าอี้เฉิน พวกเขาต่างมีใบหน้าที่กระอักกระอ่วนในทันใด 'อยากจะเข้าไปตบไอ้ โม่กวางเสียให้ได้ มันไม่รู้หรือว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของมัน ก็คือ คนที่อยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนแห่งนี้'
กลุ่มเพื่อนอี้เฉินเองก็ อยู่ยังที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน พวกเขาต่างเข้ามาทักทายอี้เฉินด้วยความเป็นกันเอง ไม่มีท่าทีหยิ่งยโสแต่อย่างใด มันจึงทำให้รอบด้าน คลายความกดดันไปได้บ้าง
ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน หริ่นหลัน ไต่ถามอี้เฉินในทันที เมื่อเห็นใบหน้าน้อยๆ ของเด็กหนุ่มในยามนี้ซีดขาวไปมาก แม้แต่ริมฝีปากก็ไร้สีเลือดอีกต่อไป ซีดเผือดราวกับคนเป็นโรค"อี้เฉินเจ้าสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเลยนะเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าเจ้าบาดเจ็บอยู่ ....แล้วหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังเจ้านางคือใครงั้นหรือ"
อี้เฉินเพียงเกาหัวน้อยๆ ออกมา ส่งรอยยิ้มทอประกาย ราวแสงอาทิตย์ อัสดง"ข้าไม่รู้จะตอบคำถามไหนพวกเจ้าก่อนดี เอาเป็นว่า หญิงสาวที่ยืนด้านหลังข้า นางเป็นองค์หญิงของดินแดนจันทราทมิฬ ข้าได้นางช่วยเอาไว้ในยามที่เป็นเชลยศึก"
เมื่อพวกเขาเห็นรอยยิ้มของเด็กหนุ่มในยามนี้ ก็ไม่อยากไต่ถามอะไรอี้เฉิน มากมายอีกต่อไป
เมิ่งอี้นางเพียงยกยิ้มน้อยๆ ให้เหล่าผู้คน มีเพียง หริ่นหลันที่นางส่งสายตาบางอย่างคล้ายกับเชือดเฉือนด้วยสายตา ก่อนจะละสายตาออกจากนางกวาดตามองไปที่คนอื่นๆ แต่นางกลับพบว่าผู้คนเหล่านั้น คุ้นหน้าของนางอย่างบอกไม่ถูก
พวกซีเผิง ซีเยว่ กงหนานเองก็คิดเช่นกัน ว่าหญิงสาวนามว่าเมิ่งอี้ผู้นี้คุ้นหน้าพวกเขาเป็นอย่างมาก จ้องมองกันไปมาไม่วางตา จนอี้เฉินถึงกับต้องกระแอมไอออกมาเสียงดัง “อะแฮ่ม อะแฮ่ม!!” เพื่อขัดจังหวะพวกเขา
"ข้ารู้ พวกเจ้าคุ้นหน้ากันใช่หรือไม่ พวกเราก็ต่างมาจากดินแดนห้าอาณาจักร กันทั้งสิ้น จะคุ้นหน้ากันอยู่บ้างก็ไม่แปลกอะไร"
คำพูดนั้นของอี้เฉินราวกับระเบิดลูกใหญ่ ตกใจกลางหัวใจของ ซีเผิง ซีเยว่ กงหนานในทันที จดจำหญิงสาวที่โดดเด่นที่สุดภายในสำนักหยก ได้ในทันใด "แล้ว เหตุใดนางถึงกลายเป็นองค์หญิงของดินแดนจันทราทมิฬได้"
อี้เฉิน เพียงส่ายหัว เท่านั้นช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะที่พวกเขาจะพูดคุยกัน เวลาของเขาก็มีไม่มากเกรงว่าอีกไม่ช้า ไฟเทพคงกลืนกิน เผาผลาญร่างเขาเป็นจุณ ในอีกไม่ช้า"พวกเราไปช่วยโม่กวาง สลักค่ายกลเคลื่อนย้าย ก่อนเถิดเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง"
เมิ่งอี้ อยู่ๆ นางก็พูด โพล่งขึ้นมา "อี้เฉินเหมือนเจ้าจะรีบร้อน จังเลยนะ" ในทันใดที่นางเอ่ยพูดหมดประโยค ...อี้เฉินก็ถึงกับหน้ามืดทะมึนในทันที ไม่คิดหญิงสาวนางนี้จะกัดตัวเขาไม่ปล่อย
ก่อนนางจะขำออกมาน้อยๆ "เอาน่าอี้เฉินข้าแค่ล้อเจ้าเล่น ไฉน ทำหน้าตาจริงจังเช่นนั้นเล่า คนอื่นๆ เองก็เช่นกัน เหตุใดถึงยืนนิ่งกันเช่นนี้"
อี้เฉิน ขำแห้งๆ ออกมา กลบเกลื่อนในทันที ริมฝีปากกัดฟันกรอด"ฮ่าๆ !!! เมิ่งอี้ เจ้านี่ช่างอารมณ์ดี เสียจริง .....ข้าว่าเราไป สลักลวดลายต่างๆ ที่ซีดจางให้กลับมา สมบูรณ์อีกครั้งกันเถิด พวกเจ้าว่าไหม"
เมื่อพวกเขาได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน ที่เต็มไปด้วยการบีบคั้น เหล่าผู้คนโดยรอบ ต่างก็ขำแห้งๆ ออกมา"แหะๆๆ!!!" ใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น ราวกับถูกเด็กหนุ่มบังคับ ให้ขำออกมาอย่างไรอย่างนั้น มองหญิงสาวนามเมิ่งอี้ ใหม่ในทันที