5
-ตัดผม-
ผมถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งตอนเจ็ดโมงเช้าด้วยฝีมือสาวใช้คนเดิม พร้อมเสียงบ่นว่าผมควรจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเธอเข้ามา และให้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัว ตบท้ายด้วยการยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้
พูดตามตรง ถึงจะรักความสะอาด แต่เมื่ออยู่ในร่างคนมันก็ยุ่งยากสำหรับผมบนหัวที่หนักอึ้งแถมลากไปมากับพื้น เล่นเอาสาวเ้าทำหน้าตาน่ากลัวใส่ทันควัน
“ผมยังเปียกอยู่เลยนะคะ ห้ามปล่อยแบบนี้อีกนะ” สาวใช้พูดขึ้นแล้วรีบเอาผ้าขนหนูมาซับน้ำ
ผมเงยหน้ามองคนที่เห็นมาั้แ่เมื่อวานกับคนอื่นๆ ดูจากภายนอกน่าจะประมาณเดียวกับผมหรือมากกว่านิดหน่อย คนนี้จุดเด่นคงเป็ใบหน้าน่ารัก ผิวขาวหน้าตาจิ้มลิ้ม แต่ดวงตากลับนิ่งสงบภายใต้กรอบแว่น เสื้อผ้าเป็ชุดกระโปรงผูกผ้ากันเปื้อนลูกไม้ดูรัดรูปเรียบร้อยกับเส้นผมที่มัดเป็มวยตึงไปด้านหลัง เป็อีกคนที่แต่งตัวอย่างพิถีพิถันจนผมนึกสงสัยว่าไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ
ถ้าจำไม่ผิด ชื่อของเธอคือ เรนนี่ ตอนแรกผมเห็นเธอทำงานร่วมกับคนอื่นในชุดเดียวกัน แต่เกวนก็ไปบอกให้เธอคอยดูแลผมเท่าที่จะทำได้ พร้อมสอนผมเื่มารยาท...มารยาทผมยังไม่ดีพอสินะ
ผมถนัดให้มีคนมาดูแลนะ แต่พอเป็ร่างคนแล้วรู้สึกจั๊กจี้
“กรุณาอยู่นิ่งๆด้วยค่ะ” เธอสั่ง ทำให้ผมยอมนั่งนิ่งๆแต่โดยดี “รู้ไหมคะว่าหากเธอเป็มนุษย์ธรรมดา สายตาแบบนี้เรียกว่าคุกคามทางเพศนะ ระวังหน่อย”
คุกคามทางเพศ? ผมน่ะเหรอครับ?
อย่างน้อยผมก็ไม่ได้จ้องพวกตัวเมียบ่อยขนาดนั้นนะ ดังนั้นมนุษย์ผู้หญิงเมินไปได้เลย
“ดิฉันมีหน้าที่ต้องดูแลเธอนะคะ ยืดตัว นั่งตรง หน้าเชิดด้วยค่ะ” ว่าพลางดันคอของผมให้ตั้งตรงจนกระดูกคอแทบลั่น
เอะ... รู้สึกเหมือนตัวเองโดนไม้บรรทัดมาทาบเอาไว้เลย
หลังจากวุ่นวายกับเส้นผมที่ยาวถึงพื้นจบ เรนนี่ก็จัดการรวบให้มันสูงขึ้นเป็หางม้าพอไม่ให้มันถึงพื้นมากเกินไป แล้วบอกให้ผมไปทานข้าวเช้า
“เดินหลังตรง ตัวตรง มือทำตัวสบายๆอย่าเกร็ง เท้าไม่ต้องยกสูงมากแต่อย่าลากพื้น” ว่าพลางเอามือมาจับให้หลังของผมตรงเท่าที่อีกฝ่าย้า แถมยังเอาไม้ยาวๆซึ่งไม่รู้คว้ามาตอนไปตีเบาๆตรงขาเป็เชิงออกคำสั่งอีกต่างหาก
“แบบนั้นล่ะค่ะ อย่าเดินหลังคร่อม มันจะทำให้เสียบุคลิก ยังไงเธอก็รูปร่างดีอยู่แล้ว การก้มตัวก็คือต้องทำเวลาเดินผ่านผู้ใหญ่ แต่การเดินตรงเชิดหน้าขึ้นเป็การเสริมสร้างบุคลิกที่ดี แค่นี้คงไม่เป็ปัญหาใช่มั้ย”
ผมส่ายหน้า “โอเค เวลาเปิดประตูเมื่อกี๊ก็ควรค่อยๆจับแล้วหมุน แล้วควรเคาะก่อนเสมอ แต่เป็ไปได้ก็ให้คนอื่นอยู่ด้วยตลอด เพราะเธอพูดไม่ได้ มันจะเสียมารยาทถ้าคนด้านในถามออกมาว่าใคร”
“คฤหาสน์หลังนี้แบ่งออกเป็สามส่วน ส่วนแรกคือสวนรอบนอกคฤหาสน์ั้แ่ประตูมาจนถึงตัวอาคาร ส่วนที่สองคือตัวคฤหาสน์ซึ่งแบ่งออกเป็ห้องโถง ห้องรับแขก ห้องหับส่วนตัวของนายท่าน ห้องครัว และอีกส่วนที่แยกออกมาคือห้องของคนใช้ที่พวกเราให้เธอเข้ามานอนก่อน เพราะจัดการห้องไม่ทัน ดังนั้นอีกสักสองถึงสามวันจะให้เธอย้ายเข้าไป”
กว้าง...กว้างจนผมรู้สึกงุนงงขึ้นมานิดหน่อยว่ามนุษย์จะเอาพื้นที่ใช้งานอะไรเยอะแยะขนาดนั้น
สำหรับผมแค่กล่องลังสักกล่องให้มุดเข้าไปก็นอนได้แล้วนะ
“ส่วนสุดท้ายคือลานกว้าง มีทั้งสนามกอร์ฟและโรงเลี้ยงม้ากับพื้นที่เอนกประสงค์ ทิวทัศน์ถือว่าโอเคสำหรับการพักผ่อน ตรงนี้ถ้าเธออยากเดินเล่นหลังจากว่างงานก็ได้”
ผมทำตาโตใส่ทันที อ่ะ พื้นที่ว่างเหรอ
“ชอบใช่ไหมล่ะ” เรนนี่พูดอย่างรู้ทัน แล้วกลับมาทำหน้าจริงจังใส่ พูดเสียงเรียบเหมือนข่มขู่ “ดังนั้นเธอต้องผ่านคอร์สการอบรมของฉันก่อน เมื่อกี้เธอเดินหลังคร่อมอีกแล้ว...ถ้ายังไม่ได้วันนี้ห้ามกินข้าวเที่ยง”
นั่นล่ะ...ผมรู้สึกว่าลางร้ายมาเยือน
“ค่อยๆจับช้อนส้อมขึ้นมา เวลากินอย่าให้เกิดเสียง” คำสั่งแว่วมาเป็ระยะ หลังจากอาหารสองสามอย่างถูกวางบนโต๊ะ ดูเหมือนการทานอาหารของบ้านนี้จะมีสาม่ ของรองท้อง อาหารจานหลักและของหวาน ปัญหาคือแต่ละอย่างที่ช่างกฏเยอะเหลือเกินจนเริ่มอิ่มทันทีเมื่อได้ยิน
จริงๆอาหารก็อร่อยนะครับ แต่ถ้าจะควบคุมกระทั่งการเคี้ยวด้วยนี่มันก็ลำบากชีวิตไปหน่อย
มนุษย์ต้องทำอะไรยุ่งยากขนาดนี้เลยเหรอ?
ไม่สิ กับเ้านายคนอื่นยังไม่ขนาดนี้ พวกเขาแค่วางข้าวแล้วกิน จะยกจานซดเลยก็ไม่มีใครว่า แต่ที่นี่ดูเหมือนว่าถ้าเ้าบ้านวางคือทุกคนต้องวาง
จะรีบกินก็ไม่ได้ จะพูดก็ไม่ได้
..แต่ผมก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นข้อนี้ปล่อยผมไปเถอะนะ
หลังจากนั่งทำงานที่บริษัทั้แ่เช้ามืด เกวนก็ตัดสินใจแวะเข้ามาดูสัตว์เลี้ยงที่สั่งให้สาวใช้สุดเนี๊ยบประจำบ้านเป็คนสั่งสอนเื่การใช้ชีวิตในสังคมเบื้องต้น
จุดประสงค์ั้แ่แรกเริ่มของเขาคือนึกอยากลองดูว่าสัตว์ทดลองในร่างมนุษย์แบบนี้จะใช้ชีวิตแบบคนจริงๆได้มากแค่ไหน
มันเป็ความคิดชั่ววูบหลังจากเอ่ยปากไปว่าจะซื้อไรเซลเข้ามา ทั้งที่ตอนแรกตั้งความคิดไว้ว่าจะไม่ให้ราคากับเ้าสัตว์พวกนี้
แต่เมื่อเห็นจิ้งจอกหิมะตัวนั้นก็พาลคิดว่าน่าเสียดายหากจะปล่อยให้อยู่ในกรงแคบๆ ถึงได้นำออกมาด้วย ถึงต่อมาจะรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด ทว่าเพราะตำแหน่งที่คงอยู่จะคืนกลับก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องยอมทำตามที่พูดโดยการเอาสัตว์ดัดแปลงกลับมาด้วย
ยังไงก็ตามเขาก็อยากได้คนปกติ มากกว่าพวกสัตว์ดัดแปลงหรืุ์ดัดแปลงมากกว่า ทว่าเขาไม่ใช่พวกไร้ความรับผิดชอบขนาดจะขายไรเซลให้คนอื่นต่อ ดังนั้นที่ทำได้คือทำให้เ้าจิ้งจอกหิมะมีส่วนที่เหมือนกับมนุษย์ให้มากที่สุดเพื่อที่จะไม่มีคนครหาไปมากกว่านี้
เมื่อเข้ามาในห้องก็เจอชายหนุ่มร่างสมส่วนกำลังหัดเดินตรงโดยมีหนังสือห้าเล่มวางไว้บนศีรษะเป็การฝึกทรงตัวจนดูตลก เพราะดูเหมือนเรนนี่จะทำเกินกว่าเหตุ หรือไม่ก็ไรเซลเข้าใจอะไรยากจนต้องถึงขั้นนี้
เมื่อเ้าตัวเห็นหน้าเขาก็ทำท่าใจนหนังสือแทบร่วง แต่เจอสายตาดุๆของเรนนี่เข้าไปจึงได้แต่หลับตาแน่น พยายามทรงตัวอีกรอบ
เมื่อเรนนี่เห็นหน้าเขาจึงได้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงบ “ดูเหมือนต้องใช้เวลาอีกสักพักค่ะ อย่างน้อยตอนนี้ก็เดินแบบปกติได้แล้วไม่ติดนิสัยแบบสัตว์มาแล้ว คิดว่าคงถูกสั่งสอนแบบนั้นมาบ้าง”
“มารยาทบนโต๊ะอาหารก็ดีขึ้นมาก การอ่านออกเขียนได้ก็อยู่ในระดับดีมากอยู่แล้ว แถมดูเหมือนจะว่ารู้ภาษาต่างประเทศอีกด้วย”
“อย่างนั้นเหรอ” ข้อนี้ทำเอาเกวนนึกสงสัยว่าเ้าของเก่าของไรเซลคือใครกันแน่ เพราะใช่ว่าทุกคนจะให้การศึกษาระดับนี้กับสัตว์เลี้ยงตัวเอง บางทีถ้าว่างจากเวลางานคงต้องลงรายละเอียดให้มากขึ้นอีก
“ยังไงก็ช่วยทำให้ไรเซลอย่ากลับร่างเดิมเด็ดขาดเมื่ออยู่ในบ้านใหญ่”
“สำหรับตอนนี้เป็ยังไงบ้างคะ”
“พอได้...” เกวนพูดแค่นั้น ดวงตาจับจ้องไปยังเรือนร่างสมส่วนที่ดูจะจริงจังกับการเดินแบบคนปกติ
ตุ้บ
เดินหน้าทิ่มอีกแล้ว...คงต้องฝึกอีกเยอะจริงๆ..
แต่ดูเหมือนปัญหาจะไม่ใช่การเดินปกติ
เกวนจ้องมองไรเซลที่กำลังทำหน้ายุ่ง เพราะเผลอสะดุดเส้นผมที่ยาวจรดพื้นของตัวเอง
“ไว้สั้นสักหน่อยร่างจิ้งจอกก็ไม่น่ามีปัญหา” คำพูดของชายหนุ่มทำเอาเ้าจิ้งจอกเงยหน้ามอง ราวกับงุนงงว่าเขากำลังพูดเื่อะไร
เขาไม่รู้ว่ามันจะส่งผลอะไรเมื่อไรเซลกลับร่างเดิม ทว่าหากมันยังยาวเกินปกติแบบนี้ก็ใช้ชีวิตลำบาก ยิ่งเป็ผู้ชายที่ยังดูแลตัวเองตามปกติไม่ได้แบบนี้
แต่ก็ยอมรับว่าเรือนผมสีขาวสะอาดมันดูงดงามจนนึกเสียดาย...บางทีอาจจะเอาแค่ถึงกลางหลังก็พอ
เอ๋? ตัดผมเหรอ
เกวนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินไปสั่งเรนนี่อีกสองสามคำแล้วปลีกตัวออกไปข้างนอก ดูเหมือนว่าวันนี้เ้าตัวก็ยังคงมีงานทั้งวันอีกแล้ว
หญิงสาวก็ดูจะเห็นด้วยเื่เส้นผม มันคงยาวผิดปกติจริงๆ
เส้นผมมีผลกับร่างจิ้งจอกนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ไม่สะดวกขนาดนั้น แต่ร่างคนนี่ปัญหา ตอนตรวจร่างกายผมสูงถึง170เิเเชียวนะ แต่ผมบนหัวเนี่ยยาวล้ำหน้า เหมือนพรมเช็ดเท้าไปเลย
สำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่มีปัญหาหรอกเพราะถ้ามาสเตอร์ไม่้ามันก็ไร้ประโยชน์ การให้ความอบอุ่นคือหน้าที่ของมาสเตอร์ ไม่ใช่พวกผมสักหน่อย
หลังจากการฝึกอบรมของวันนี้จบลง เรนนี่ก็ขอตัวไปซื้อของมาทำอาหาร ทิ้งให้ผมอยู่ในห้องคนเดียว
ผมเดินไปค้นของในห้อง ดูเหมือนว่ามันจะถูกเก็บรวมกับอุปกรณ์ถักเย็บ
บางทีอาจจะดีกว่าถ้าจะจัดการกับมัน เพราะผมยังต้องใช้ร่างนี้ไปอีกพักใหญ่
ชายหนุ่มโทรไปตามช่างตัดผมที่พอว่างมาทำงานถึงในคฤหาสน์ หลังจากต้องออกไปทำธุระข้างนอกจนเสร็จแล้วกลับมาอีกครั้งใน่เย็นของวัน
เขาคิดว่าจะต้องจัดการสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของบ้านให้เรียบร้อยก่อนให้มันออกไปพบปะผู้คน ทั้งสอนการใช้ชีวิตและการเข้าสังคมเบื้องต้น ถึงจะพูดไม่ได้แต่ก็ทำได้ดี รวมถึงการฝึกอ่านและเขียนเรียกได้ว่าคล่องแคล่วราวกับเคยถูกจับให้เรียนแบบมนุษย์ทั่วไปมาบ้าง ซึ่งไม่ใช่เื่ที่ผิดหนักหนาอะไร แค่ไม่ใช่เื่ปกติที่พบเห็นทั่วไป
แต่...เขาคงลืมไปว่าถึงจะมีรูปลักษณ์แบบมนุษย์ ทว่าสภาพแวดล้อมมันช่างแตกต่างโดยสิ้นเชิง
แว่วเสียงกรี๊ดเบาๆจากอีกฟากทำให้เขาชะงักฝีเท้าก่อนก้าวเท้ายาวๆไปตามเสียง
เกิดอะไรขึ้น?
เรนนี่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าห้องของเ้าจิ้งจอกหิมะ ทำให้เขาขมวดคิ้ว
“เกิดอะไรขึ้น?”
“อ...เอ่อ” หญิงสาวดูจะใเมื่อเห็นหน้าเขาแล้วก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดอะไร ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจกว่าเดิมจนเป็ฝ่ายดันตัวเองเข้าไปดูสถานการณ์ในห้อง
ภาพที่เห็นคือไรเซลกำลังถือกรรไกรที่ปกติเอาไว้ตัดกระดาษตัดผมตัวเองอยู่ เส้นผมที่เคยยาวลากพื้นตอนนี้ถูกตัดจนไม่เป็ทรง รอบด้านเต็มไปด้วยเส้นผมกระจัดกระจายทั่วห้อง
เขารู้สึกว่าเส้นประสาทบนหัวมันปูดโปนขึ้นมาทันที
“ทำอะไรของนาย!” คำตวาดเสียงดังจนผมสะดุ้งโหยง
ตอนนี้ผมก็สงสัยว่าเขาโกรธอะไรนะ พอมองสายตาที่จ้องไปยังเส้นผมที่ถูกตัดจนเกลื่อนห้องก็พอเข้าใจนิดหน่อย
ก็บอกว่าให้ตัดไม่ใช่เหรอครับ
ดูเหมือนสายตาของผมจะส่งเป็คำพูดได้ เพราะท่าทางของเกวนดูอ่อนลง แถมกุมขมับใส่ เส้นเืบนขมับกระตุกชัดเจนเหมือนอยากจะบีบคอใครสักคน
“ชั้นหมายความว่าถ้าตัดจะทำให้นายเดินได้สะดวกก็จริง แต่...ฮึ่ย” ชายหนุ่มหันไปออกคำสั่งเสียงเครียด “เรนนี่ ช่วยจัดการเ้านี่ให้เรียบร้อยด้วย เราต้องสอนหมอนี่ให้ดีกว่านี้”
อุ เสียงน่ากลัวมากครับ
สาวใช้ก้มหัวเล็กน้อยแล้วรีบลากผมไปอย่างรีบร้อนเหมือนกลัวว่าเกวนจะพ่นไฟใส่ซะเดี๋ยวนั้น
เอ่อ...ว่าแต่ผมทำอะไรผิดอีกล่ะ
“เสียดายนะ ผมออกจะสวย”
“คงแก้ได้แค่นี้ล่ะ ถ้ามันยาวขึ้นแล้วน่าจะทำให้ดีกว่านี้ได้”
คำพูดต่างๆนาๆ ทำให้ผมนึกสงสัยขึ้นมานิดหน่อยว่ามันสำคัญขนาดไหน แต่ก็อย่างว่า มนุษย์เป็สัตว์ที่มีเส้นขนถูกที่ถูกทางจริงๆ บางคนรับไม่ได้ก็ต้องเอาขนปลอมมาติดบนหัวไม่ให้อุจาดตา ่วัยกลางคนลำบากน่าดูเลยนะครับ
ดังนั้นข้อสรุปคือเส้นผมคือองค์ประกอบในการเสริมบุคลิกไม่ให้โล้นจนเกินงาม...เรียกแบบนี้สินะ
โล่งหัวจัง..
ผมเอื้อมมือจับผมตัวเองที่ตอนนี้ยาวแค่ต้นคอ ผมถูกซอยออกด้วยช่างตัดผมฝีมือดี โชคดีที่ยังตัดไม่เข้าลึกจนแก้ทรงไม่ได้
แม่บ้านรีบเข้ามาทำความสะอาดเส้นผมที่กระจัดกระจายไปทั่ว ส่วนผมถูกเกวนต่อว่าใหญ่เลยว่าทำอะไรไม่คิด กว่าการเทศนาจะจบลงก็แทบถึงเวลาอาหารเย็น
เพิ่งรู้ว่าผู้ชายคนหนึ่งจะบ่นสัตว์เลี้ยงตัวเองได้เป็ชั่วโมงๆขนาดนี้
ผมเลยได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดแบบยังงงอยู่ว่าตกลงเขาโกรธอะไร
หลังจากตบท้ายด้วยคำสั่งห้ามผมคิดเองเออเองเสร็จก็บอกให้ใครก็ไม่รู้จับผมไปเรียนมารยาทบนโต๊ะอาหารต่อ พวกเราเลยได้เจอกันแค่นั้นสำหรับวันนี้
...ดีนะที่ผมกลัวว่าจะตัดหนังหัวตัวเองเลยเอาแค่นั้น
จริงๆผมคิดว่าเกวนจะให้โกนผมทิ้งทั้งหมดด้วยซ้ำ... แต่ดีแล้ว ไม่งั้นผมคงไม่กล้ากลับร่างจิ้งจอกไปพักใหญ่ๆ
แต่จริงๆเกวนควรขอบใจผมต่างหากที่ตัดฉับเดียว ผมว่าตัวเองออกจะตัดเรียบร้อยนะ แค่พอใกล้หนังหัวมันเลยออกมาแย่ไปนิดนึงเท่านั้นเอง แต่นอกนั้นผมที่ยาวกว่าสองเมตรนั่นก็ออกจะดูดี
...โอเคผมล้อเล่นน่ะ หวังว่ามันจะไม่แหว่งจนน่าเกลียดไปนะ
อากาศมันร้อนไปหน่อย ให้อภัยผมหน่อยนะครับมาสเตอร์