เมื่อพารถขึ้นสู่ไฮเวย์มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองแล้วริงค์จึงได้เอ่ยถามขึ้นว่า
“นายสตีฟคนนี้เป็ใคร?”
“เขาชื่อสตีฟ บิชอป” แคโรไลน์ตอบออกไปโดยอัตโนมัติพอจะรู้แล้วว่าอะไรจะตามมา
“คุณจะช่วยขยายความเกี่ยวกับตัวเขาให้มากกว่านี้อีกสักหน่อยได้ไหม?”เขาถามห้วนๆ
“เขาเป็ทหารผ่านศึกเวียดนามค่ะ”
“เพราะเหตุนี้ใช่ไหมที่ทำให้เขาเดินไม่ถนัด...ได้รับาเ็จากายังงั้นหรือ?”
“ถูกตัดขาซ้ายั้แ่ใต้เข่าลงไป” เธอหันมาบอกริงค์ยังคงเพ่งสายตามองตรงไปข้างหน้าแต่เธอสังเกตเห็นว่ามือที่จับพวงมาลัยกระชับมั่นขึ้นกว่าเดิมสีหน้าของเขาในยามนี้เครียดขรึม บ่งบอกถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่เละเปี่ยมด้วยความรักในศักดิ์ศรีและ...ไว้ตัว ซึ่งประการหลังนี้แสดงออกมาให้เห็น
อย่างมาก
เธอรู้ว่าเขาไม่้าทำใจให้นึกชอบสตีฟรู้ดีว่าความพิการของสตีฟไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยทำให้เื่ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
“ตอนที่เขามาของานทำรู้สึกว่าเขาเจ็บซ้ำกับความพิการของตัวเองอย่างมากเขาพร้อมที่จะต่อสู้ถ้าจะต้องถูกปฏิเสธแต่แล้วเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็คนมีความรู้ความสามารถเป็คนขยันแล้วก็ซื่อสัตย์มากคนหนึ่ง”
“ผมไม่ชอบที่ลอร่า เจนทำตัวสนิทสนมกับเขาขนาดนั้น”
“ทำไมล่ะคะ?”
“คุณยังจะต้องถามอีกหรือ...?” หางเสียงของเขากราดเกรี้ยวเมื่อตวัดสายตามามอง“ก็เพราะว่ามันอันตรายน่ะสิลอร่าเจนไม่สมควรที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่ยังเป็โสดแบบนั้นตลอดเวลา”
“ฉันไม่เห็นจะมีอันตรายตรงไหนเลย แล้วลอร่า เจนก็เป็โสดเหมือนกันนี่”
“และอ่อนต่อโลกอย่างมาก ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเื่เซ็กซ์เลยด้วยซ้ำถ้าจะว่าไปแล้วผมยังสงสัยว่าแกจะรู้ถึงความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายหรือเปล่ารวมไปถึงว่าความแตกต่างมันอยู่ตรงไหน...”
“เธอก็ต้องรู้สิคะ”
“เอาละ ถ้ายังงั้นเหตุผลของผมที่ว่าทำไมแกจึงไม่สมควรไปยุ่งกับเขาให้มากจนเกินไปนักก็คือผมรับรองได้เลยว่านายคนนั้นมันจะต้องรู้ถึงความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายแน่”
“ฉันคิดว่าเขาดีพอสำหรับเธอนะ เขาเป็คนใจดีแล้วก็อดทนมากฉันคิดว่าความเ็ปที่เขาเคยได้รับมามันไม่ใช่แค่ทางร่างกายหรอกเขารู้ว่ามันเป็ความรู้สึกที่แสนสาหัสขนาดไหนเมื่อคนเราต้องถูกกันออกไปถูกปฏิเสธที่จะยอมรับจากสังคมของคนรอบข้าง... มันเป็ความรู้สึกเดียวกันกับที่ลอร่าเจนประสบมาแล้ว”
“ก็แล้วถ้าเขาเกิดถือประโยชน์จากการที่แกไปทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมขึ้นมาล่ะ...ผมหมายถึงในเื่ของการมีเพศสัมพันธ์น่ะ?”
“ฉันเชื่อว่าเขาไม่ทำหรอก”
“มีเรอะที่คนอย่างเขาจะไม่ทำ...” ริงค์กระแทกเสียงใส่“อย่าลืมนะว่าเขามันก็ผู้ชายคนหนึ่ง แล้วลอร่าเจนก็สวยมากด้วยทั้งมันก็ยังมีโอกาสที่เปิดให้เขาสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้ตั้งมากมาย”
“ซึ่งคุณย่อมจะรู้ดีเกี่ยวกับเื่พวกนี้มากกว่าใครจริงไหมคะ?”
วาจาเผ็ดร้อนนั้นหลุดจากปากเธอก่อนที่แคโรไลน์จะทันยับยั้งไว้ได้ทันเขาถึงกับเบรกรถเสียงดังลั่นเมื่อพารถเข้าไปในที่จอดรถของโรงพยาบาลพร้อมกับหันขวับมามองเธอสำหรับแคโรไลน์นั้นเธอตกอยู่ในสภาพเมื่อง้างนกแล้วต้องยิง...
“คุณเองนั่นแหละที่น่าจะรู้เื่การถือประโยชน์จากผู้หญิงที่อ่อนต่อโลกได้เป็อย่างดีผู้หญิงคนที่คุณโกหกเธอทุกอย่าง ให้คำมั่นสัญญาอย่างพล่อยๆ ...”
“นี่คุณกำลังพูดถึงฤดูร้อนปีนั้นอยู่ใช่ไหม?”
“ก็ใช่น่ะสิ...! จนทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าในขณะที่คุณกำลังคบหาอยู่กับฉันแล้วทำไมคุณถึงยังไปทำให้มาริลีท้องได้คุณคงทนกับความ้าของตัวเองไม่ไหวสินะหรือว่าฉันเป็เพียงอะไรบางอย่างที่ช่วยอุ่นเครื่องให้ก่อนที่คุณจะไปจบลงที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง”
เขาพยายามคิดค้นหาคำพูดเพื่อจะตอบโต้เธอ แต่ในที่สุดสิ่งที่เขาทำก็คือเปิดประตูก้าวลงจากรถและกระแทกปิดปังใหญ่ซึ่งก็ตอนนั้นเองที่แคโรไลน์เพิ่งจะเห็นว่าฮาเน่ย์กับลอร่าเจนไปยืนรออยู่ตรงประตูทางเข้าโรงพยาบาลและกำลังมองมาทางเขาและเธออยู่แคโรไลน์มือเย็นเฉียบแต่ก็พยายามทำใจให้สงบไว้ขณะที่ริงค์เปิดประตูรถข้างที่เธอนั่งให้สีหน้าของเธอราบเรียบเมื่อเดินรวมกลุ่มเข้าไปในห้องล็อบบี้ของโรงพยาบาล
นางพยาบาลที่ประจำอยู่ที่ชั้นซึ่งรอสโคนอนรักษาตัวบอกกับเธอว่าสามารถเข้าไปเยี่ยมได้พร้อมกันแต่จะอยู่ได้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น
“เมื่อคืนนี้ท่านไม่ได้นอนเลยค่ะ เ็ปมาก” นางพยาบาลพูดเสียงเศร้า
“ฉันคิดว่าทางที่ดีให้ฉันเข้าไปก่อนจะได้บอกให้เขารู้ว่าคุณมาแล้ว” แคโรไลน์บอก ซึ่งก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ริงค์ยืนตัวแข็งไปทันที ฮาเน่ย์สงบเสงี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อส่วนลอร่า เจนนั้นเบิกตาโพลง ท่าทางเหมือนพร้อมกระโจนออกจากที่ได้ทุกขณะ
แคโรไลน์ผลักบานประตูหนาหนักและเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยมันเป็ห้องพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโรงพยาบาลมีดอกไม้รายเรียงอยู่ตรงขอบหน้าต่าง ใกล้กันคือที่ตั้งโทรทัศน์แคโรไลน์จำใจยอมรับว่ารอสโคไม่ได้เป็ที่รักใคร่ชื่นชมของผู้ที่รู้จักมักคุ้นเท่าไรนัก...คนรู้จักส่วนใหญ่มักจะเกรงขามหรือไม่ก็ถึงขั้นกลัวเขาเสียด้วยซ้ำ
รอสโคลืมตามองเธออยู่ ท่าทางของเขาไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรเลยผิวเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาแกมเหลืองอันเป็สัญญาณแห่งความตายที่ใกล้เข้ามาดวงตาจมลึกอยู่ในเบ้าที่หมองคล้ำริมฝีปากซีดเขียวแต่แววตายังบ่งบอกถึงความมีชีวิตอยู่
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะ” เธอโน้มตัวลงจุมพิตเขาที่หน้าผาก “เห็นนางพยาบาลบอกว่าเมื่อคืนคุณนอนไม่ค่อยหลับเช้านี้ได้พักผ่อนบ้างหรือยังคะ?”
“อย่าปลอบใจฉันเลยนะ แคโรไลน์... ได้โปรดเถอะ” เขาดึงมือออกจากการเกาะกุมของเธอ“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันมีเวลานอนอีกยาวนานมาก...” เขาหัวเราะแ่ๆ “หรือไม่ก็อาจจะตกนรกหมกไหม้...ซึ่งฉันรู้ว่าใครบางคนเขาก็อยากให้ฉันเป็ยังงั้นอยู่ เธอทำเงินเดือนเสร็จแล้วหรือ?”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอถอยออกห่างไม่ถือสากับการปฏิเสธของเขา ขณะนี้เขากำลังป่วยหนัก เธอต้องให้อภัยเขาบ้าง “ฉันเพิ่งทำเสร็จเมื่อเช้านี้เอง จะเอาเช็คไปที่โรงงานตอนบ่าย”
“ดี... ฉันไม่อยากให้พวกเขาคิดว่าฉันกำลังนอนรอความตายอยู่” เขาเอามือวางลงบนหน้าท้อง หน้านิ่วด้วยความเ็ปภายในพ่นคำผรุสวาทออกมาอย่างรุนแรง
เมื่ออาการดังกล่าวค่อยบรรเทา แคโรไลน์ก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“คุณพร้อมจะต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมหรือยังคะ?”
“ใครกัน...?”
“ก็มีลอร่า เจน...แล้วก็ฮาเน่ย์”
“ฮาเน่ย์... นังปากร้ายคนนั้น...นังนี่มันเกลียดฉันั้แ่วันแรกที่มันเห็นฉันเสียด้วยซ้ำมันคิดว่าฉันแต่งงานกับมาร์ลีน่าเพราะเงินแล้วก็เพราะอยากจะได้เดอะรีทรีทแล้วมันนั่นแหละที่ประณามว่าฉันเป็คนขับไล่ไสส่งให้ริงค์
ต้องออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในครอบครัวนังนี่เป็ต้องลงโทษว่าเป็ความผิดของฉันคนเดียวทั้งนั้น”
“อ้าว... ถ้ายังงั้นทำไมคุณไม่ไล่แกออกเสียั้แ่ตอนนั้นเลยล่ะคะ?”แคโรไลน์เล่นบทแม่มดใจร้ายตามไปด้วยและเขาก็หัวเราะเสียงแหบแห้งออกมา
“ก็เพราะฉันชอบทะเลาะกับมันน่ะสิ มันทำให้ไหวพริบปฏิภาณฉันหลักแหลมขึ้นแล้วนี่มันก็ยังตามมารังควานถึงเตียงที่ฉันนอนรอความตายอีก...อา...!”
แคโรไลน์เคยเห็นเขาอยู่ในอารมณ์อย่างนี้มาก่อนเพียงแต่เธอแสร้งไม่ใส่ใจเสียรอเวลาให้มันผ่านไปออกจะเสียใจอยู่บ้างที่เขาเลือกจะเป็เช่นนี้ในวาระสุดท้ายที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
“ได้โปรดเถอะนะคะ รอสโค อย่าโมโหโทโสไปหน่อยเลย ฮาเน่ย์นะถึงกับตัดดอกกุหลาบสดๆมาเยี่ยมคุณเชียวนะคะ”
สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความยินดีกับการที่จะได้พบหน้าแม่บ้านเลย...
“ลอร่า เจนก็ไม่สมควรมาที่นี่ แกกลัวโรงพยาบาลจะตายไปแล้วนี่แกรู้หรือเปล่าว่าฉันหมดโอกาสที่จะได้กลับบ้านแล้ว...?”
แคโรไลน์ต้องเมินหน้าไปเสียทางหนึ่ง หลบสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งอยู่
“ค่ะ ฉันบอกให้เธอรับรู้ไว้ั้แ่เมื่อวานนี้แล้ว”
“แล้วแกว่ายังไง?”
“ก็บอกว่า... คุณกำลังจะไป์เพื่อไปอยู่กับมาร์ลีน่า”
คำตอบของเธอทำให้เขาหัวเราะ จนกระทั่งอาการเ็ปในท้องกำเริบขึ้นมาอีก
“อันที่จริง... ถ้าเราจะคิดอะไรที่ไม่ซับซ้อนแบบนั้นมันก็ดีเหมือนกันนะ”
...คำพูดที่เขาเลือกใช้สร้างความไม่พอใจให้กับแคโรไลน์อย่างมากเพียงแต่เธออำพรางไว้ด้วยสีหน้าราบเรียบถ้าขึ้นปะทะคารมกับรอสโคเขาก็จะยิ่งหาคำพูดเผ็ดๆ ร้อนๆ มาทิ่มแทงเธอได้อีก
“จะให้ฉันเรียกพวกเขาเข้ามาได้หรือยังคะ?”
“ได้...ได้...” เขาโบกมือที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอยู่ไปมา“ทำให้มันเสร็จๆ ไปเสีย...”
“ยังมีอีกคนหนึ่งด้วยนะคะ รอสโค” คำบอกเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบของเธอทำให้เขาตวัดสายตากลับมามองทันทีแววในดวงตาคู่นั้นเหมือนจะแสวงหาคำตอบด้วยตนเองทั้งยังแฝงความรู้สึกอึดอัดใจอย่างเหลือประมาณไว้ด้วย
“ริงค์... ใช่ไหม... ริงค์กลับมาแล้วใช่ไหม...?”
“ใช่ค่ะ...” เธอพยักหน้ารับ “เขากลับมาทันทีที่แกรงเกอร์โทรไปบอก”
“ดี...ดี... ฉันอยากพบลูกชายฉันมากอยากจะบอกอะไรบางอย่างกับมันก่อนที่จะสายเกินไป”
หัวใจของแคโรไลน์เปี่ยมท้นด้วยความดีใจมันถึงเวลาแล้วที่ผู้ชายใจแข็งสองคนจะได้ปรองดองกันเสียทีเธอรีบรุดเดินไปยังประตูไม่ทันเห็นสายตาคมปลาบของรอสโคที่มองตามมา