“คุณไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าเหรอ” เขาลองหยั่งเชิง
“ค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
“คงเพราะบัวเคี้ยวหญ้าอ่อนไม่เป็นมั้งคะ” เธอแสร้งว่าติดตลก เมื่อเอ่ยถึงปริณธวัฒน์ก็นึกเอ็นดูความเป็นน้องชายของเขาทุกทีชวนให้คิดถึงตาเนสน้องชายของเธอ
เขาพอใจคำตอบ ออกจะภูมิใจเล็กๆ ซะด้วย ก็เขาอายุมากกว่าทั้งเธอทั้งปริณธวัฒน์หลายปี นั่นอาจหมายถึงกณิกนันท์ชอบคนมีอายุมากกว่าก็ได้
ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกสบายใจด้วยเล่าที่คิดได้เช่นนั้น เมียจริงๆ ก็ไม่ใช่
“ทำไมถึงมาเจอเขาที่นี่ล่ะครับ”
“เขาอยากเลี้ยงอาหารแสดงความยินดีย้อนหลังให้บัวน่ะค่ะ พอดีว่าร้านนี้อยู่ใกล้มหา’ลัย ที่เราเรียนจบก็เลยนัดกันที่นี่”
“เลี้ยงแต่งงานย้อนหลังทำไมถึงไม่ชวนสามีคุณด้วยล่ะ” ภัทรกรชักเก็บความหงุดหงิดไม่อยู่ หน็อยแน่! แอบนัดภรรยาของเขามาทานข้าวกันสองต่อสองด้วยการอ้างว่าเลี้ยงแสดงความยินดีเรื่องแต่งงานแต่กลับไม่ชวนสามีเนี่ยนะ!
“เขาว่างแค่ช่วงบ่ายโมงน่ะค่ะ บัวดูตารางแล้วคุณติดงานก็เลยไม่ได้ชวนคุณมาทานกับเรา”
ใช้คำว่า ‘เรา’ งั้นเรอะ!?
มากเกินไปแล้วนะ!
“ผมขอสั่งเลยนะคุณกณิกนันท์ ต่อไปนี้ถ้าจะเจอเด็กคนนั้น… ไม่สิ น้องชายของสามีเพื่อนคุณ คุณต้องขออนุญาตผมก่อนถ้าเขาอยากนัดมาทานข้าวแล้วผมไม่ว่างก็ให้ปฏิเสธไปซะ ห้ามมาด้วยกันสองต่อสองอีกเด็ดขาด!” นายจ้างของเธอสั่งเสียงเข้ม ใบหน้าขึงขังดุดันเป็นที่สุด
หญิงสาวยืดตัวตรงเด่ว ประสานมือบนหน้าตักพร้อมพยักหน้ารับรู้
“คิดเงินเลยครับ” เขาเอ่ยบอกบริกรหมดความอยากอาหารสิ้นเชิง
“แต่เรายังไม่ได้ทานเลยนะคะ” เธอรีบแย้ง
“ผมไม่อยากทานร้านนี้แล้ว” เขาพูดเหมือนคนช่างเอาแต่ใจ ผิดจากลุคปกติอย่างสิ้นเชิง “ลุกสิครับ” เขาบอกหลังยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาพาร์ทไทม์ของร้านซึ่งมีท่าทีมึนงงเช่นกัน สั่งอาหารแล้วแต่ไม่ทาน
กณิกนันท์อิดออดเสียดายเงินครึ่งค่อนหมื่นค่าอาหารที่จะไม่ได้แตะต้องมันสักกะคำเดียว
“ทานเถอะนะคะ บัวอยากทาน”
เขาไม่อยากทับรอยปริณธวัฒน์จึงสั่นหน้าแทนคำปฏิเสธ
“ตอนเที่ยงคุณก็มาร้านนี้แล้ว จะกินอีกมื้อทำไม น่าเบื่อ” เขาให้เหตุผล ซึ่งมันส่วนทางกับตรรกะคนปกติอย่างสิ้นเชิง อันที่จริงปัญหาไม่ได้อยู่ที่กณิกนันท์ แต่มันอยู่ที่เขาเองต่างหาก
คนร่างบางสวมชุดเดรสกระโปรงยาวเหนือเข่าทรงน่ารัก ผมยาวเป็นคลื่นใหญ่ๆ ปัดล้อมกรอบใบหน้าสวย ขณะเดินตามเขาต้อยๆ หากเป็นอารมณ์ปกติเขาคงเดินช้ากว่านี้เพราะรู้ว่ากณิกนันท์คงเดินไม่ทันคนขายาวก้าวกระฉับกระเฉงอย่างเขา แต่ครั้งนี้เขาไม่อยากให้สาวเจ้าเห็นว่าตัวเองตีหน้ายักษ์ขมูขีหน้านิ่วคิ้วขมวดเพียงไรเพราะกำลังถูกอิทธิฤทธิ์ของอาการ ‘หวง’ ครอบงำอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช
หญิงสาวตีใบหน้ามู่ทู่ ตามอารมณ์คนข้างๆ ไม่ทัน ขณะนั่งขนาบข้างตรงโซนบาร์ คีบโอกามาเซะคอร์สแสนแพงแทนร้านอาหารบุฟเฟต์ญี่ปุ่นก่อนหน้านี้
ภัทรกรไม่คุยกับเธอสักคำ สนใจแต่คอร์สอาหารตรงหน้าที่เชฟฝีมือขั้นเทพกำลังบรรจงรังสรรค์แต่ละคำอย่างคล่องแคล่วเพื่อเสิร์ฟสำหรับ 2 ที่
โมโหหิวหรือยังไงก็ไม่รู้ อีตาบ้า!