“คุณหนู คุณหนูออกมาทำไมเ้าคะ” ผู้หญิงที่เธอเห็นในห้องพร้อมกับอีกคนที่เรียกตัวเองว่าแม่ รีบวางถาดผลไม้ที่โต๊ะเล็กกลางศาลา และวิ่งมาจับแขนลดาไว้
“เอ่อ แค่เพลียๆ เลยอยากออกมาเดินเล่น” ลดาบอกตะกุกตะกัก เพราะเธอเข้าใจว่าสรรพนามที่เธอใช้ปกติอาจจะคนละอย่างกับที่นี่ และไม่อยากให้คนพวกนี้มีความกังวลจนต้องตามหมอมาให้วุ่นวาย เพราะตอนนี้ลดาค่อนข้างมั่นใจว่าเกิดเื่มหัศจรรย์อย่างใหญ่หลวงกับชีวิตเธอ ไม่ใช่แค่เธอย้อนมาโผล่ในอดีต แต่ดูจากสภาพแล้วยังเป็อดีตของประเทศจีนอีกด้วย
“คุณหนู คุณหนูดีขึ้นแล้วหรือขอรับ” ผู้ชายผิวดำแดงรูปร่างสันทัด ใส่ชุดสีออกน้ำตาลทั้งชุด มีผ้าคาดผม และเอว วิ่งตรงปรี่มาหาเธอ พร้อมกับยืนด้วยท่าทางนอบน้อม
“อาเป่า เพราะเ้านั่นแหล่ะไม่ระวัง ปล่อยให้คุณหนูตามไปจนตกน้ำตกท่า” ผู้หญิงที่ประคองแขนลดาอยู่หันไปดุเขาเบาๆ
“โธ่ท่านน้าเจิน ข้าไม่รู้จริงๆว่าคุณหนูแอบตามไป ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะระวังให้มากกว่านี้ หงเป่าต้องขอโทษคุณหนูด้วยขอรับ” เขาหันมาโค้งศีรษะให้ลดา แต่สีหน้าแววตามีความทะเล้นนิดๆ ลดาคิดว่าเขาคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ
“เอ่อ.. อาเป่า ไม่เป็ไร ไม่ต้องคิดมาก ฉัน… ข้าไม่เป็อะไรแล้ว” เธอบอกและยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปหาผู้หญิงที่ยืนประคองเธออยู่
“ข้าต้องเรียกท่านว่าอะไร” ลดากระซิบถามเบาๆ
“ข้าชื่อเฟยเจิน เป็คนที่ดูแลท่านกับนายหญิง ท่านเรียกข้าว่าน้าเจิน” เธอกระซิบตอบ
“น้าเจิน ช่วยพาข้าเดินดูรอบๆบ้านหน่อยได้ไหม”
“ได้เ้าค่ะ แต่คุณหนูเพิ่งฟื้น ข้าจะประคองไป ค่อยๆเดินนะเ้าคะ”
ลดา เดินเรื่อยๆมาตามทางที่เชื่อมต่อถึงกันรอบบ้าน ตลอดทางเดินมีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับหลายชนิด มีกลิ่นหอมหลากหลายปะปนกันไปทั่วบริเวณ บางชนิดเธอเคยเห็น แต่บางชนิดเธอไม่เคยเห็น ซึ่งลดาคิดว่ามันทำให้บรรยากาศของบ้านที่ค่อนข้างใหญ่หลังนี้ดูสดชื่นไม่น้อย บ้านลักษณะนี้คล้ายกับซีรีย์จีนย้อนยุคที่ลดาเคยดูมาก่อน เธอทั้งตื่นตาตื่นใจ และเศร้าใจไปในเวลาเดียวกัน เศร้าใจเมื่อคิดไปถึงพ่อ แม่ และพี่ชาย ว่าป่านนี้จะเป็ยังไงกันบ้าง แล้วร่างของเธอตอนนี้จะยังอยู่ไหม เธอกำลังนอนเป็เ้าหญิงนิทราอยู่ในห้องที่โรงพยาบาล หรือเธอไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกที่เธอจากมาแล้ว ลดาสะบัดศีรษะไปมาอย่างสับสน
“คุณหนู ท่านนั่งพักตรงนี้ซักหน่อยเถอะ ร่างกายยังไม่แข็งแรงอย่าหักโหมเลย เดี๋ยวข้าจะไปเอาน้ำมาให้” เฟยเจินประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ใต้ร่มไม้เป็ที่บังแดด ลดาทำตามแต่โดยดีเพราะเธอก็รู้สึกว่าร่างนี้ค่อนข้างอ่อนเพลีย คงเพราะเพิ่งผ่านการจมน้ำมาและต้องนอนเป็เ้าหญิงนิทราอยู่หลายวัน พลันคิดถึงเ้าของร่างขึ้นมา ป่านนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน เธอไปโผล่ที่ร่างของลดาในโลกปัจจุบันหรือเปล่า หรือิญญาเธอจะดับสลายไปแล้ว
“หงิง หงิง” ลดาสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเสียงเล็กๆที่แว่วมาทำให้ตื่นจากภวังค์ความคิดตัวเอง และหันมองหาต้นตอของเสียงที่ได้ยิน
“น้องหมานี่ น่ารักจังเลย มานี่มา” ลดาเห็นหมาน้อยที่หลบอยู่ใต้พุ่มไม้ไม่ไกลจากที่เธอนั่ง เธอเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆมัน และยื่นมือไปหาเพื่อเรียกให้มันออกมาจากใต้พุ่มไม้ แต่หมาน้อยกระถดตัวหนีลึกเข้าไปในพุ่มไม้ พร้อมกับตัวของมันที่สั่นจนกระเพื่อม เหมือนมันกำลังทั้งกลัวทั้งระแวง
“เสี่ยวไป๋ เ้าจำคุณหนูหลิวหยางไม่ได้แล้วรึ” เสียงแหบๆดังมาจากด้านหลัง ลดาหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็หงเป่านั่นเอง เขาเดินถือชามกับขันน้ำมาด้วย ซึ่งน่าจะเป็อาหารของเ้าตัวเล็กนี่
“อาเป่า กำลังจะเอาข้าวให้มันรึ”
“ขอรับคุณหนู”
“ส่งมาให้ข้าเถอะ ข้าจะเอาให้มันเอง”
หงเป่าส่งชามอาหารเ้าตัวเล็กให้ลดาตามคำสั่ง และวางขันที่ใส่น้ำไว้บนก้อนหินข้างๆ
“อาเป่า ถอยออกไปหน่อยนะ มันไม่เจอข้าหลายวันอาจจะไม่คุ้น ขอข้าทำความคุ้นเคยกับมันก่อน” ลดาหันไปบอกเขา ซึ่งหงเป่าก็พยักหน้ารับและขยับถอยหลังไปยืนรออยู่เงียบๆ
ลดาวางชามอาหารไว้ตรงหน้าตัวเอง พร้อมกับยื่นมือออกไปหาเ้าตัวเล็ก
“ไง เสี่ยวไป๋ แกรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่เ้านายแก แต่ไม่เป็ไรนะ เรามาทำความรู้จักกันใหม่ มานี่มา” ลดายื่นมือทั้งสองข้างไปตบเบาๆเหมือนเรียกเด็ก เ้ามาน้อยขนฟูสีขาวเอียงคอมอง มันยังมีความระแวดระวังอยู่ ซึ่งคงเป็ไปตามสัญชาติญาณ เพราะลดาคือคนแปลกหน้าสำหรับมัน
“มาเถอะ ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก มากินสิมา” เธอดันชามอาหารออกไปข้างหน้าเล็กน้อย เ้าหมาน้อยมองชามอาหาร สลับกับมองลดาอยู่ครู่หนึ่งเหมือนชั่งใจ จากนั้นมันจึงค่อยๆคลานออกมาจากพุ่มไม้ มันมาหยุดยืนอยู่ที่ชามอาหาร ดมๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนแล้วจึงค่อยก้มลงไปกินอาหารในชามและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนหัวเล็กๆของมันโยกคลอนไปทั้งหัว ลดายกมือลูบเบาๆไปบนหัวเล็กที่ปกคลุมด้วยขนสีขาวอ่อนนุ่มของมัน เ้าหมาน้อยเหมือนได้รับการดูแลอย่างดี ตัวมันนอกจากจะไม่มีกลิ่นสาปแล้ว ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายดอกไม้บางชนิดด้วย
“มันเป็หมาของฉันใช่ไหม มันอายุเท่าไหร่แล้ว” ลดาถามหงเป่าที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลัง
“1 ปีขอรับคุณหนู ท่านซื้อเสี่ยวไป๋มาตอนที่ตามนายท่านเข้าไปเที่ยวในเมืองขอรับ ตอนนั้นข้าก็ไปด้วย”
ลดายิ้มให้กับคำตอบนั้น และยังคงลูบไปตามขนนุ่มๆของเสี่ยวไป๋เพื่อสร้างความคุ้นเคย
“อร่อยไหมเสี่ยวไป๋ กินก็เก่ง ทำไมตัวยังแค่นี้” เธอช้อนหมาน้อยมาอุ้มไว้กับอกเมื่อมันจัดการกับอาหารในชามจนเกลี้ยงแล้ว และพามันไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม พร้อมกับเอื้อมมือไปรับขันน้ำที่หงเป่าส่งให้ และเอาไปจ่อที่ปากเล็กๆของเสี่ยวไป๋ เมื่อมันกินน้ำจนอิ่มแล้ว มันก็เงยหน้ามองลดา ก่อนจะมุดเข้ากับอกเธอและถูๆไถๆอย่างประจบ ไม่มีอาการสั่นกลัวเหมือนที่เจอกันตอนแรกแล้ว
“ข้าขอเอาชามของเสี่ยวไป๋ไปเก็บก่อนนะขอรับ”
“ไปเถอะ ขอบใจนะอาเป่า”
“น้ำมาแล้วเ้าค่ะคุณหนู เสี่ยวไป๋ แกคงคิดถึงคุณหนูมากหล่ะสิ ไม่เจอตั้งหลายวัน” เฟยเจินวางถาดแก้วน้ำสีชมพูอ่อนลงข้างๆ พร้อมกับหยิบแก้วส่งให้ลดา เธอรับมาดื่มแก้กระหาย น้ำนี่มีรสหวานอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมคล้ายแอปเปิ้ลจางๆผสมอยู่ เมื่อดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นไม่น้อย
“น้าเจิน ข้าอยากกลับห้องแล้ว ข้าจะเอาเสี่ยวไป๋ไปด้วย” ลดา ลุกจากเก้าอี้โดยที่ยังอุ้มหมาน้อยไว้กับอก
“จะดีเหรอคุณหนู ปกติเสี่ยวไป๋จะนอนหน้าห้องอาเป่า ที่นอนมันอยู่ที่นั่น”
“ข้าคิดถึงมันหน่ะ น้าเจินช่วยหาที่นอนให้มันหน่อยนะ ให้มันนอนที่ห้องข้าซักสองสามคืน มันคงคิดถึงข้าเหมือนกัน”
“ได้เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าให้อาเป่าจัดการให้”
“ขอบใจท่านมาก”