บทที่ 21 การประจบประแจง
ที่นอกประตู ครอบครัวของหลัวเซิงกำลังเดินตรงมา
“โอ๊ะ! หลัวเซิง ชิงเมิ่ง ในที่สุดพวกเธอมา! พวกเรากันนานเลยเชิญนั่งก่อนสิ!”
ลู่กั๋วฟู่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม โค้งคำนับพร้อมพูด
ส่วนเหยาเหยาที่ยืนอยู่ข้างหลัวเซิงใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อมองดูคนเหล่านี้ในใจของเธอมีแต่ความหวาดกลัว
นี่น่าขัน น่าขันสิ้นดี!
คืนก่อนหน้านี้หลัวเซิงและลู่ชิงเมิ่งปรากฏตัวที่นี่แต่ถูกพวกเขาขับไล่อย่างราวกับเป็คนน่ารังเกียจและยังถูกมองว่าเป็ความอัปยศของตระกูลพวกเขา
แต่วันนี้พวกเขากลับยืนรออยู่หน้าประตูเพื่อรอคอยการมาของพวกเขา
เหมือนกับกำแพงที่ล้มไปทางลม!
หลัวเซิงมองดูผู้คนตรงหน้าด้วยสายตาเ็า ในใจมีแต่ความรังเกียจ
ด้วยเหตุนี้ครอบครัวหลัวเซิงจึงถูกเชิญเข้าไปในบ้านอย่างนอบน้อมและได้นั่งในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุด
แต่เมื่อไม่นานมานี้ตอนที่พวกเขาปรากฏตัวที่นี่ พวกเขากลับได้นั่งเพียงบนม้านั่ง แม้แต่คนรับใช้ก็ยังได้ที่นั่งดีกว่าพวกเขา!
ลู่กั๋วฟู่ใบหน้าเต็มไปด้วยความประจบประแจงอย่างไม่ปิดบังเดินมาข้าง ๆ หลัวเซิง ส่วนคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็พากันเลียนแบบ
ส่วนลู่เจียวเจียวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อมองเห็นภาพนี้ ในใจเธอมีแต่ความอิจฉาริษยา
เธอมองดูตู้ิอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ะโด้วยความโกรธ “นายมันไร้ประโยชน์!ทำไมนายถึงไม่เป็เ้านายใหญ่ของบริษัทใหญ่ที่อยู่เหนือกว่าเศรษฐีโจว!”
“ลู่ชิงเมิ่งมันคงจะดีใจมากสินะ! ฉันอยากจะฆ่ามันให้ตาย!”
ตู้ิอวี่ได้ยินคำพูดของลู่เจียวเจียวก็ใไม่น้อย รีบเอามือปิดปากลู่เจียวเจียว “เธออย่าพูดอะไรมั่วซั่ว! ตอนนี้พวกเราไม่สามารถยุ่งกับครอบครัวพวกเขาได้! ถ้าหลัวเซิงได้ยินเข้า พวกเราแย่แน่!”
ลู่เจียวเจียวก็รู้ตัวว่าพูดผิด มองไปทางหลัวเซิงด้วยความหวาดกลัวเห็นว่าหลัวเซิงไม่ได้สนใจตัวเองจึงโล่งใจ
ในตอนนี้เธอจะกล้าไปหาเื่หลัวเซิงได้อย่างไร!
“ชิงเมิ่ง! เธอเป็ความภาคภูมิใจของครอบครัวลู่เราจริง ๆ สามารถช่วยครอบครัวเราหาลูกเขยที่ดีขนาดนี้ได้ พวกเราทุกคนภูมิใจในตัวเธอ!”
“ดูสิ ตอนนี้ฉันก็อายุมากแล้วไม่งั้นต่อไปนี้บริษัทลู่ของเรา ให้เธอเป็คนดูแลดีไหม? เธอมีความสามารถขนาดนี้เหมาะสมที่จะเป็ผู้บริหารบริษัทลู่ของเรามากที่สุด!”
หลังจากได้ยินคำพูดของลู่กั๋วฟู่ทุกคนต่างก็อ้าปากค้าง พวกเขาไม่คิดว่าลู่กั๋วฟู่จะทำถึงขนาดนี้เพื่อประจบประแจงหลัวเซิง
ลู่ชิงเมิ่งก็ตัวสั่นไปทั้งตัว รีบพูดว่า “ไม่ ฉัน...”
แต่ทว่าลู่กั๋วฟู่ขัดคำพูดของลู่ชิงเมิ่งทันที ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
“ไม่ต้องปฏิเสธแล้วตกลงตามนี้นะ! ความสามารถของเธอพวกเรารู้ดี! เหมาะสมที่จะเป็ผู้สืบทอดมากที่สุด!”
“ด้วยความสามารถของเธอต่อไปในอนาคตจะต้องทำให้บริษัทลู่ของเราก้าวหน้าอย่างรุ่งเรืองแน่นอน!”
จางกุ้ยเฟินและลู่กั๋วฟู่ต่างก็ช่วยกันพูด
พวกเขาไม่สนใจเลยว่าบริษัทลู่ต่อไปจะตกไปอยู่ในมือใคร
พวกเขาแค่อยากจะประจบประแจงหลัวเซิง เพราะพวกเขารู้ดีว่าตราบใดที่ยังเอาใจคน ๆ นี้ได้ต่อไปพวกเขาอยากได้อะไรก็จะได้!
หลัวเซิงมองดูสิ่งเหล่านี้ด้วยความเฉยเมย เขาถึงขั้นรู้สึกขยะแขยงเลยด้วยซ้ำ
“หลัวเซิง! นายนี่มันสุดยอดจริงๆ อยู่เหนือกว่าเศรษฐีโจวอีก! นายช่างเป็ลูกเขยที่ดีของตระกูลเราจริงๆ!”
ลู่กั๋วฟู่พูดกับหลัวเซิงอีกครั้ง “เื่ที่ผ่านมาฉันทำไม่ถูก ฉันขอโทษด้วยนายอย่าเก็บไปใส่ใจเลย”
“ใช่ ๆ อย่าเก็บไปใส่ใจเลย!”
“ท่านใจกว้าง คงไม่ถือสาหาความกับพวกเราหรอก ใช่ไหมครับ?”
“หลัวเซิง! ต่อไปนี้ตระกูลลู่ของเราฝากนายช่วยดูแลด้วยนะ!”
ลู่กั๋วฟู่ยังไม่ลืมที่จะเสริม
แต่ทว่าในเวลานี้หลัวเซิงกลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
“พวกคุณคิดกันไปเอง มากเกินไปหรือเปล่า?”
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงพวกเขาไม่รู้เลยว่าคำพูดของหลัวเซิง้าจะสื่ออะไร
พวกเขาคิดไปเอง? คิดไปเองเื่อะไร?
ใบหน้าของหลัวเซิงเต็มไปด้วยความดูถูก ที่เขายอมมาวันนี้ก็แค่อยากจะมาดูว่าคนพวกนี้จะไร้ยางอายได้ถึงขนาดไหน!
จริง ๆ แล้วเขาอยากจะใช้โอกาสในงานแต่งงานแสดงความแข็งแกร่งทั้งหมดของตัวเองออกมาเพื่อไม่ให้พวกเขากล้าดูถูกชิงเมิ่งอีก!
แต่ตอนนี้เขาไม่อยากทำแล้ว เขาไม่อยากช่วยบริษัทลู่
หากเขาจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองก็ต้องรอให้ลู่ชิงเมิ่งลาออกจากบริษัทลู่ก่อน
“ผมไม่ใช่เ้าของบริษัทใหญ่โตอะไรนั่น”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้คนในครอบครัวลู่ทุกคนต่างก็หยุดการกระทำทั้งหมด สีหน้าแข็งค้าง
แต่ทว่าลู่กั๋วฟู่กลับตั้งสติได้อย่างรวดเร็วยังคงยิ้มแย้มพูดว่า “หลัวเซิง! อย่ามาล้อเล่นกับพวกเราเลย!”
“เมื่อวานนี้พวกเราเห็นกันชัด ๆ เลยนะงานแต่งงานที่โรงแรมเทียนจือเฉิงคืองานแต่งงานของนายกับชิงเมิ่ง!”
“และต่างหูที่ชิงเมิ่งสวมใส่อยู่ตอนนี้ พวกเราก็รู้จัก มันคือน้ำตาแห่งท้องทะเล ราคาตั้งสามพันล้านบาทเชียวนะ!”
ลู่ชิงเมิ่งส่ายหน้า “คุณลุงคะ นี่ไม่ใช่นะคะ ต่างหูคู่นี้เป็ของปลอมราคาแค่ไม่กี่สิบบาทเองค่ะ”
“ส่วนเื่งานแต่งงานเมื่อวานนี้...”
หลัวเซิงก็พูดขึ้น “เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ผมไปขอทานอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง บังเอิญเจอเศรษฐีโจวเดินออกมา มีคนๆ นึงอยากจะขโมยของของเขา ผมเลยเข้าไปขวางไว้เขาก็เลยสัญญาว่าจะช่วยเหลือผมเื่หนึ่ง”
“หลังจากที่ผมกลับมาผมอยากจะจัดงานแต่งงานให้ชิงเมิ่ง ไม่อยากทำให้เธอต้องเสียใจ ผมเลยไปหาเศรษฐีโจว”
“เพราะงั้นถึงได้มีเื่ราวทั้งหมดเมื่อวานนี้ ทั้งหมดนั่นเศรษฐีโจวจัดให้เพื่อเป็การตอบแทนผม”
“และ… ผมไม่ใช่เ้าของบริษัทใหญ่โตอะไรนั่น”
เมื่อได้ยินเื่ราวทั้งหมดนี้คนในครอบครัวลู่ต่างก็เปลี่ยนสีหน้าทันที!
พวกเขาอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอหลัวเซิงให้ตาย
ก่อนนี้พวกเขาคิดว่าครอบครัวลู่ของพวกเขาจะได้โผยบินแล้ว สุดท้ายกลายเป็ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่งั้นหรอ!
เพียงชั่วพริบตาบนใบหน้าของทุกคนก็ปรากฏร่องรอยของความดูถูกและรังเกียจขึ้นมาอีกครั้ง
“ผมขอตัวก่อน ผมมีธุระ”
“ไปๆๆ”
ในทันใดนั้นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทลู่หลายคน ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป
ลู่กั๋วฟู่ก็ลุกขึ้นยืนและเผยธาตุแท้ออกมา
“พวกแกยังจะมีหน้ามานั่งอยู่ที่นี่อีก! รีบไสหัวไปให้พ้น!”
บรรยากาศที่คึกคักเมื่อสักครู่กลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ
“พ่อคะ แม่คะพวกเขาเป็อะไรกันคะ?”
เหยาเหยามองดูภาพตรงหน้าดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความสงสัย
เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมผู้ใหญ่เหล่านี้ถึงเปลี่ยนท่าทีไปอย่างกะทันหัน
“ใครให้สิทธิ์แกพูดที่นี่? ไร้มารยาท!”
เสียงด่าทอของลู่เจียวเจียวดังขึ้นทันที ทำให้เหยาเหยาใจนน้ำตาคลอเบ้า
หลังจากได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของหลัวเซิงมืดครึ้ม แววตาของนักฆ่าก็ถูกปลดปล่อยออกมาปกคลุมร่างของลู่เจียวเจียวเอาไว้ ลู่เจียวเจียวถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ถ้าแกยังกล้าเปิดปากพูดออกมาอีกคำ ฉันจะทำให้แกไม่ได้พูดไปตลอดกาล!”
ได้ยินคำพูดของหลัวเซิงในดวงตาของลู่เจียวเจียวก็ฉายแววหวาดกลัวออกมา ตู้ิอวี่ก็ตกตะลึงใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
แต่เพียงไม่นานพวกเขาก็รู้ตัว
พวกเขาลืมไปได้ยังไงว่าหลัวเซิงก็แค่ไอ้ขยะไร้ค่าคนนึง จะไปกลัวอะไร?
คนแบบนี้ไม่ใช่มีไว้ให้พวกเขาเหยียบย่ำเหรอ?