ภายในอาณาเขตส่วนตัวของเจ้าชายรัชทายาทซึ่งมีความกว้างเพียงห้องหนึ่งบนหอคอย สาวใช้นามฮิลดราเลียกำลังเล่าขานนิทานปรัมปราให้ผู้ใหญ่ซึ่งมีหัวใจของเด็กฟังระหว่างที่เขานอนเอกเขนกหนุนตักนาง “ได้เวลานอนแล้ว เจ้าชายน้อยของข้า” ฮิลดราเลียกล่าวเสียงหวานหลังจากเล่ามาถึงตอนจบอันสุขสมของนิทาน นางลูบไล้ดวงพักตร์งดงามอย่างอ่อนโยนแล้วค่อย ๆ ยกศีรษะอีกฝ่ายให้ลุกนั่ง“สัญญาแล้วนะคะ ว่าถ้าเล่านิทานให้ฟังแล้วจะยอมดื่มยาดี ๆ”ผู้ดูแลรัชทายาทหยิบขวดแก้วสีทึมทึบใบเล็กซึ่งซุกซ่อนเอาไว้ในกระโปรงออกมายื่นส่งให้เจ้าชายอลัน เขามองของในมือนางแล้วเบะปาก ฮิลดราเลียจึงย่นคิ้วและทำสายตาดุ“จะผิดสัญญาหรือคะ ถ้าผิดสัญญาข้าจะไม่ทำเรื่องสนุก ๆ กับท่านอีกแล้วนะคะ” “ถ้าข้าเป็นคนดื่มของในขวดใบนั้น แล้วจะมาทำเรื่องสนุกกับข้าแทนไหม” เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มนวล ทว่าทำให้ฮิลดราเลียตกใจจนแทบทำขวดแก้วหลุดจากมือ นางหันขวับไปยังที่มาของเสียงซึ่งอยู่ในเงามืดของผ้าม่าน ร่างสูงในชุดคลุมสีดำก้าวย่างช้า ๆ เข้ามาหาสาวใช้ และหยิบขวดแก้วในมือไประหว่างที่นางมัวแต่ตกตะลึง “พี่ชาย มาเล่นกับข้าอีกหรือ” อลันร้องอย่างดีใจและทำท่าจะโผเข้าใส่คาอิล แต่พ่อมดหนุ่มกลับกางมือออกไปตรงหน้าเจ้าชาย ทำให้เขาชะงักกึกทันทีก่อนจะถูกยันจนหงายหลัง“ท่านกำลังง่วง... รีบไปนอนเสียเถอะเด็กดี”คาอิลขยับยิ้มอย่างพอใจที่เห็นว่าอลันค่อย ๆ หรี่ตาลงอย่างง่วงงุนและอ้าปากหาว เขาเดินโงนเงนกลับไปที่เตียงอย่างว่าง่ายแล้วมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนจะหลับลงในเวลาเพียงชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าชายหลับสนิทแล้ว พ่อมดแว่นจึงหันไปส่งยิ้มให้กับผู้ดูแลรัชทายาทพร้อมกับเปิดฝาขวดยา“ข้าจะดื่มแล้วนะ”คาอิลกรอกของเหลวในขวดแก้วเข้าปากรวดเดียวหมดก่อนที่สาวใช้จะทันเอ่ยห้าม เขาถือขวดเปล่าเอาไว้ในมือด้านหลัง ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์และกล่าว“เอาล่ะ ตัวเกะกะก็ไม่มีแล้ว คราวนี้เรามาเล่นสนุกกันดีกว่า”โดยไม่ทันคาดคิด ฮิลดราเลียซึ่งมัวแต่ตะลึงงันทำอะไรไม่ถูกก็โดนรวบร่างเข้าไปประกบปาก ของเหลวบางอย่างที่น่าจะถูกอีกฝ่ายกลืนไปแล้วกลับไหลลงสู่ลำคอนาง ครั้นนึกได้ว่าตนกำลังกลืนอะไร สาวใช้ผมดำถึงกับเบิกตากว้างแล้วรีบผลักไสพ่อมดหนุ่มออกไป “ไม่จริง! ข้าดื่มมันไปแล้ว”ฮิลดราเลียพึมพำพลางจับลำคอตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา หญิงสาวตวัดสายตามองบุรุษหนุ่มซึ่งยืนส่งยิ้มมาให้อย่างน่ากลัว“สนุกแล้วใช่ไหมล่ะ”สาวใช้ของเจ้าชายเซถอยหลังอย่างหมดแรงเมื่อนึกถึงความเร็วในการออกฤทธิ์ของยา นางไม่มีเวลามาซักไซ้คาดคั้นเหตุจากชายผู้นี้แล้วฮิลดราเลียมองคาอิลอย่างโกรธแค้นก่อนจะตะลีตะลานออกไปจากห้องบนหอคอย นางสาวเท้าอย่างรวดเร็วผ่านทหารยามซึ่งยืนเฝ้าตามทางเข้าออกของปราสาทโดยไม่สนใจต่อคำที่คนเหล่านั้นถามว่าจะไปไหน บนถนนหนทางที่มืดและเปลี่ยวปลอดผู้คน หญิงรับใช้ของเจ้าชายรัชทายาทยังไม่ลืมเหลียวมองรอบกายว่ามีใครแอบตามมาบ้างหรือไม่ แม้จะรีบร้อนเพียงใดก็ตาม นางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่เห็นเงาของพ่อมดคาอิล ทั้งที่คิดว่าเขาน่าจะตามมาเสียอีกคฤหาสน์เก่าคร่ำหลังเล็กซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมู่แมกไม้และห่างไกลจากแหล่งชุมชน ฮิลดราเลียตรงดิ่งไปหยุดยืนที่หน้าประตู เคาะเพียงชั่วครู่ประตูนั้นก็เปิดออกโดยไม่มีเงาร่างของคนที่มาปลดกลอนประตูให้ สาวใช้ไม่ได้มีทีท่าแปลกใจอะไร นางยังคงก้าวเท้าอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปยังห้องหนึ่งซึ่งน่าจะมีบุคคลที่ต้องการพบอยู่ในนั้นประตูถูกเปิดพรวดพราดโดยไม่มีการเคาะ เรียกสีหน้าไม่พอใจจากคนที่นั่งไขว้ขาอยู่บนเก้าอี้นวมบุหนัง ทว่าฮิลดราเลียกลับไม่ได้ใส่ใจถึงเพียงนั้น นางตรงเข้าไปทรุดคุกเข่าแล้วก้มศีรษะจนแทบจะโขกกับพื้นเพื่อขอร้องเขาอย่างร้อนรน“ท่านพ่อมด กรุณาให้ยาถอนพิษแก่ข้าด้วย”บุรุษหนุ่มซึ่งแต่งกายด้วยชุดสีดำงามสง่าราวกับท่านชายผู้สูงศักดิ์มากกว่าพ่อมดเอียงคอพลางกระตุกยิ้ม “นึกอยากให้เจ้าชายรัชทายาทที่รักกลับมาเป็นคนปกติแล้วหรืออย่างไร” พ่อมดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขาโน้มตัวไปด้านหน้าแล้วใช้มือข้างหนึ่งเชยคางหญิงสาวให้เงยขึ้น ดวงตาสีดำมืดลึกจ้องสบกับดวงเนตรสีนิลที่สั่นไหว“หรือว่าเจ้าเผลอดื่มยานั่นเข้าไปเองกันล่ะ”ฮิลดราเลียไม่ได้ตอบ กระนั้นสีหน้าและแววตาของนางก็บ่งบอกอย่างชัดแจ้งแววตามืดลึกแปรเปลี่ยน คิ้วเรียวหนากระตุกเล็กน้อย พ่อมดปล่อยมือจากคางสาวใช้ เขาลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ริมหน้าต่างแล้วแง้มม่านออกเพียงพอให้มองเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์อย่างชัดถนัดตา เรียวปากบางกระตุกยิ้มเหี้ยม“ดูสิว่าเจ้าพาใครมา แม่หญิงคนงาม”ราวกับมีสายฟ้าแล่นปราดผ่านม่านอากาศยามที่พ่อมดหนุ่มแว่นเอื้อมมือไปสัมผัสประตู มันทำให้มือของเขาถึงกับเกิดอาการชา คาอิลยกมือซึ่งกำลังสั่นระริกเพราะต้องถูกอาคมกั้นเขตแดนขึ้นมองพลางมุ่นคิ้วดูเหมือนมนตราที่ใช้กับเจ้าหญิงจะทำให้เขาต้องสูญเสียพลังเวทมนตร์ไปกว่าที่คิดเอาไว้มาก มิเช่นนั้นด้วยอาคมระดับนี้คงไม่ระคายมือเขา บางทีการต้องลงมือต่อกรกับเจ้าของเขตแดนแห่งนี้อาจจะตึงมือเสียแล้วเรียวปากหยักบางกระตุกยิ้ม เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้เขากลัวจนหดหัวถอยกลับไปได้หรอกบุรุษที่ยืนอยู่หลังม่านภายในคฤหาสน์เองก็คิดเช่นกัน เขาหัวเราะอย่างชอบใจ แต่ในสายตาสาวใช้กลับเห็นเป็นเสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัว“ไม่นึกว่าจะมาเจอกันในสถานที่แบบนี้ ข้าก็อยากพบเจ้าอยู่หรอกนะ แต่นายจ้างของข้าคงไม่ชอบใจนักที่ใครจะมาเจอตัวข้าในเวลานี้”จอมเวทในชุดดำเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วราวกับพายุ พริบตาเดียวก็มายืนอยู่ตรงหน้าฮิลดราเลีย เขาใช้มือเพียงข้างเดียวกำรอบลำคอบอบบางก่อนจะยกขึ้นจนร่างของหญิงสาวลอยขึ้นเหนือพื้นพ่อมดจ้องใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมานเพราะขาดอากาศหายใจแล้วยิ้มออกมา“เอาเป็นว่าฝากบอกเจ้านั่นหน่อยก็แล้วกัน ว่าข้าไม่มียาถอนพิษให้เจ้าหรือใครทั้งนั้น ถ้าอยากช่วยใครล่ะก็ ให้หาทางเอาเองเถอะ”เปลวไฟก่อตัวขึ้นจากมวลอากาศอันว่างเปล่า มันหมุนวนอย่างรุนแรงรอบตัวพ่อมดและสาวใช้ก่อนจะแผ่พุ่งออกไปรอบด้าน แรงอัดอากาศทำลายคฤหาสน์จนพินาศทั้งหลังภายในพริบตา หากคาอิลไม่ได้เนรมิตเวทมนตร์คุ้มกันเอาไว้ก่อนก็อาจได้รับบาดเจ็บจนสาหัสไปแล้วดวงหน้าคมใต้ผ้าคลุมสีดำเงยขึ้นมองเงาร่างหนึ่งซึ่งกำลังพุ่งตรงเข้ามา เขาใช้เวทมนตร์ชะลอความเร็วและรับร่างนั้นพยุงไว้ในอ้อมแขนเมื่อเห็นว่าเป็นสาวใช้ของเจ้าชายซึ่งสลบไสลไม่ได้สติ ครั้นเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เห็นอีกเงาร่างกำลังนั่งไขว้ขาอยู่บนอากาศท่ามกลางเพลิงกาฬอันร้อนแรงพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแผ่วต่ำก่อนที่จะหายไปดวงตาสีน้ำเงินซึ่งเคยฉายแววขี้เล่นอารมณ์ดี บัดนี้กลับหรี่ลงอย่างเคร่งเครียด เรียวปากพึมพำชื่อหนึ่งออกมา“ดีรอส”