อันเยว่รู้อยู่แก่ใจ นางเป็นคนวางยาพิษนี้ แต่เรื่องยาถอนพิษนางไม่รู้อะไรเลย
“เอาเลย พวกเจ้าฆ่าข้า พี่ใหญ่ของพวกเจ้าก็ไม่รอด”
คำพูดโหดร้ายถึงอย่างไรก็ต้องพูดออกไป ไม่ว่าพวกเขาจะปล่อยนางหรือไม่ แต่หากแสดงท่าทางหงอออกไปตั้งแต่แรก เกรงว่าจะรักษาชีวิตน้อย ๆ เอาไว้ไม่ได้ ต่อให้มียาถอนพิษก็ตาม
ชีวิตจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อชีวิตนั้นยังอยู่ หากตายไปแล้วก็ไร้ประโยชน์
นางมองไปรอบ ๆ พวกนางแต่ละคนมีท่าทางโกรธจัด แม้แต่คนที่ค่อนข้างใจเย็นก็ยังถูกกระตุ้นให้โมโหเพราะคำพูดของนาง
“หากเจ้าอยากตาย ข้าจะช่วยให้เจ้าสมหวัง!”
ตั้งแต่อันเยว่ถูกจับมาจนถึงตอนนี้ คนผู้นี้เต็มไปด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือตลอด และดูเหมือนอยากฆ่านางซะเดี๋ยวนั้น
หากเดาไม่ผิด นางคงเป็นรองหัวหน้าของหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้
โดยทั่วไป รองหัวหน้าย่อมต้องการแทนที่หัวหน้า ตราบใดที่ไม่ถอนพิษ นางก็จะได้ขึ้นเป็นผู้นำของหมู่บ้านบนภูเขาอย่างราบรื่น
อันเยว่อดขำไม่ได้ ในที่สุดนางก็หาช่องโหว่เจอ
“มาสิ ฆ่าข้าเลย ข้าฆ่าแล้วเจ้าก็จะได้เป็นหัวหน้าของหมู่บ้านบนภูเขา มิน่าล่ะ ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้เจ้าถึงเอาแต่พร่ำบอกว่าจะฆ่าข้า”
เมื่อมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาท้าทาย อันเยว่ก็เห็นว่าฝ่ายนั้นยกมีดขึ้นแล้วเดินเข้ามาทีละก้าว นางหยุดยืนตรงหน้าอันเยว่และจ้องตาอันเยว่
“พี่หลาน เจ้า…”
“หลิวหลาน ทางที่ดีเจ้าอย่าผลีผลามจะดีกว่า”
คำพูดของอันเยว่ได้ผล ทุกถ้อยคำของนางส่งผลต่อของคนที่อยู่รอบ ๆ ครั้งนี้รองหัวหน้าหลิวหลานกลับตกเป็นเป้าที่ทุกคนโจมตีเสียอย่างนั้น
ตราบในที่นางลงมือ แน่นอนว่ามันจะเป็นการทำเพื่อตำแหน่งหัวหน้า
หากนางไม่ลงมือ ในทางกลับกัน นางก็จะถูกคนตำหนิว่าทนดูหัวหน้าถูกพิษเล่นงานจนตายโดยไม่ทำอะไรเลย
สถานการณ์ในตอนนี้จะรุกก็ยากจะถอยก็ยาก ที่สภาพนี้นี่แหละอันเยว่ต้องการเห็น
“ข้า…ข้าไม่ยุ่งแล้วก็ได้! พวกเจ้าอยากทำอะไรก็เชิญ!”
หลิวหลานโยนมีดในมือทิ้งไปด้านข้าง แล้วกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองด้วยท่าทางโกรธจัด และไม่พูดอะไรอีก
เวลานี้ถือได้ว่าน่ากระอักกระอ่วน ท่าทีของหลิวหลานไม่มีที่ให้รู้สึกเสียดายอีกแล้ว
“ในเมื่อเจ้ามียาพิษก็ต้องมียาถอนพิษ ส่งยาถอนพิษมา แล้วเราจะปล่อยเจ้าไป”
สตรีที่ดูสุภาพเรียบร้อยคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าอันเยว่พร้อมทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ขณะยื่นมือไปหาอันเยว่
เป็นเรื่องจริงที่นางอยากได้ยาถอนพิษ แต่อันเยว่กลับยักไหล่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “ในตัวข้าไม่มียาถอนพิษจริง ๆ หากต้องการยาถอนพิษทำได้เพียงตามข้ากลับไปที่บ้าน สามีคนที่สองของข้าปรุงยาถอนพิษได้”
นางพูดอย่างจริงใจพอดู แต่กลับพบคนเหล่านั้นหัวเราะอย่างเย็นชา เห็นได้ชัดว่าพวกนางไม่ให้ความสำคัญกับคำพูดของอันเยว่ และอยากลงมือกับอันเยว่เสียเดี๋ยวนั้น
“ข้าคิดว่านางกำลังเล่นลิ้นกับเรา ทุบตีนางสักยก ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะทนได้! จัดการเต็มที่เลย นางทนได้ก็ทนไป”
“ข้าก็คิดเหมือนกัน หากไม่ลงมือนางก็ไม่รู้จักกลัว”
“คนแบบนี้ต้องสั่งสอนให้เป็นบทเรียน!
……
ทุกคนพูดกันคนละประโยค พูดจนอันเยว่เหงื่อตก มีดของคนเหล่านี้ต่างเปื้อนเลือด หากนางพูดไม่เข้าหูคำเดียว คนเหล่านี้อาจพุ่งเข้ามาเอาชีวิตนางได้เลย
โชคดีที่ระหว่างคุยกันพวกนางไม่ได้สนใจอันเยว่ อันเยว่จึงหยิบมีดขึ้นมาจากด้านข้าง แล้วจ่อไปที่ผู้คนตรงหน้า
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่มียาถอนพิษ แต่ที่บ้านข้าต้องมีแน่นอน หากพวกเจ้ายังดึงดันบีบคั้นผู้อื่นอยู่เช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็จะสู้กับพวกเจ้าจนตายกันไปข้างหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้นหากข้าตาย หัวหน้าของพวกเจ้าก็ไม่รอดเหมือนกัน!”
อันเยว่ถือได้ว่าดิ้นรนเฮือกสุดท้าย สถานการณ์ในตอนนี้ ใครก็อย่าได้คิดให้นางก้มหัว
“เจ้า…”
คนเหล่านั้นเมื่อเห็นท่าทางของอันเยว่ก็โกรธมาก แต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ เพราะกลัวว่านางจะประสบยาวสามสั้นสอง และหากไม่ได้ยาถอนพิษมาก็จะทำให้หัวหน้าต้องตาย
ในเวลานี้ หลิวหลานที่นั่งอยู่ด้านข้างก็หัวเราะอย่างเย็นชาสองที หากพูดถึงคนที่สามารถจัดการอันเยว่ได้ในห้องนี้ก็มีแต่นางเท่านั้น
“คุมตัวกลับไป!”
และยังคงเป็นสตรีที่ดูเหมือนจะมีความรู้อยู่บ้างนี้ที่เป็นคนเอ่ยปาก ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ใช้กำลังทุบตีที่นี่
ทางฝั่งห้องขัง ทันทีที่อันเยว่ถูกส่งเข้าไปก็เห็นกู่หยางที่นั่งอยู่ข้างใน ขณะนี้เขากำลังพิงกำแพงอย่างสบาย ๆ และใบหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงแล้วเช่นกัน
“เมื่อครู่เจ้าไปทำอะไรมา?”
“ไปเล่น”
อันเยว่ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ นางหันศีรษะมองไปทางอื่น กู่หยางผู้นี้ทำประโยชน์อะไรไม่ได้เมื่อถึงเวลาสำคัญ เหลือทนจริง ๆ
หากรอต่อไปเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ หากความอดทนของพวกนางหมดลง ใครก็อย่าได้คิดหนีออกไป
“เล่นสนุก ก็ยังถูกส่งตัวกลับมาอีกหรือ?”
น้ำเสียงเหน็บแนมของกู่หยางทำให้นิ้วเท้าของอันเยว่แทบจะขุดห้องขังให้เป็นสามห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่นได้เลยทีเดียว หากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ต้องให้ถูกโจรฆ่าตาย เกรงว่าทั้งสองคนจะขัดแย้งกันเองและจบสิ้นความสัมพันธ์
“ตกลงว่าเจ้าอยากไปจากที่นี่ไหม?”
“จะร้อนใจไปทำไม การติดตามอยู่ข้างกายเจ้า ต่อให้อยากไปจากที่นี่ก็ยาก”
“เจ้า…”
อันเยว่โกรธจนเสียงเริ่มสั่น ก็เห็นอยู่ว่านางกำลังคิดหาวิธีเพื่อช่วยกู่หยางออกไปด้วยความสามารถของนาง แต่ใครจะรู้ว่าเขาไม่คู่ควรเลยสักนิด
ไอ้สารเลว!
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคำกล่าวที่ว่าบุรุษไม่มีใครดีเลยสักคน!”
“อ้อ?”
กู่หยางดูเหมือนไม่สนใจเลยสักนิด มันยิ่งทำให้อันเยว่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าหากคิดพึ่งพากู่หยางเพื่อไปจากที่นี่
ดูราวกับว่าเขาไม่กลัวอะไรเลย ไม่รู้ว่าจริง ๆ เขามีแผนสำรอง หรือแสร้งทำเป็นใจเย็น และไม่มีแผนใด ๆ ก็แค่ถ่วงเวลา
แต่ไม่ว่าเป็นแบบไหนก็ล้วนทำให้อันเยว่โมโหทั้งสิ้น
“เจ้าใจเย็นได้แบบนี้ หรือเจ้ามีแผนรับมือแล้ว?”
“แผนรับมือ?” กู่หยางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย เขากลับรู้สึกว่ามันช่างน่าขัน “เจ้าคงไม่ได้คาดหวังหรอกใช่ไหมว่าข้าจะช่วยเจ้าออกไป?”
อันเยว่อยากตบหน้าผากตัวเองเหลือเกิน นางควรคิดได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าชายผู้นี้เชื่อถือไม่ได้
“ช่างเถอะ ข้าพึ่งตัวเองนั่นแหละดีแล้ว”
หลังจากเดินไปเดินมาสักพัก นางก็หยุดยืนที่ประตูห้องขังแล้วมองออกไปข้างนอก ทันใดนั้นในหัวของนางเกิดความคิดบางอย่าง นางรีบตะโกนออกไปข้างนอกประตูห้องขัง “ นี่ พวกเจ้าอยากได้เงินไหม? เงินที่ได้มาเปล่า ๆ น่ะ?”
“เจ้าคงไม่ได้บ้าไปแล้วใช่ไหม? หรือเจ้าคิดว่าหยูยวนจะจ่ายเงินเพื่อมาช่วยเจ้า?”
กู่หยางสาดน้ำเย็นใส่อันเยว่ได้ถูกเวลามาก สมกับคำกล่าวที่ว่า ไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน ไม่สุมหัวอยู่ด้วยกันใช่หรือไม่ เขากับหยูยวนต้องเป็นคู่กันแน่ ๆ!