ณคฤหาสน์หรูหราตระการตาแห่งหนึ่งยามราตรีท่วงทำนองดนตรีพริ้วหวานยังคงบรรเลงเคล้าคลออย่างครึกครื้น
ทว่าภายในห้องโถงจัดเลี้ยงกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดท่ามกลางหมู่คนที่มารวมตัวกันล้วนเป็นเหล่านักธุรกิจผู้มีหน้ามีตาและคุ้นหน้าคุ้นตาในวงการ
“ประธานชเว... เล่าให้ฟังหน่อยสิได้ยินว่าคุณเล่นสนุกกับศิลปินหญิงพร้อมผู้กำกับคัง นี่นา”
ชายชราผู้มีท่าทีทะนงตนคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นพลางทอดสายตามองมาด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ
“ก็สนุกดีครับ...” ชเว โกอึนที่กำลังนั่งจิบไวน์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เห็นว่าผู้กำกับคังถูกอกถูกใจถึงขั้นดึงตัวมาเล่นภาพยนตร์ด้วยเลย”
“โอ้ววว...” ชายชรากระแอ่มคอเบาๆดวงตาทอความโลภออกมาอย่างไม่คิดปกปิด “หากมีเรื่องบันเทิงแบบนี้อีกวันหน้าก็อย่าลืมเชิญฉันไปด้วยเล่า”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”ผู้กำกับคังที่นั่งอยู่ข้างกายชเว โกอึน เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม“หลังจากนี้ นางก็จะกลายเป็นนักแสดงในการดูแลของผมอย่างเต็มตัว... ถึงตอนนั้นผมจะอบรมเธอให้เชื่องเป็นลูกแมวเลยครับ”
“ฮ่าๆๆ! ดี... ดีมาก!”ชายชราหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
ขณะนั้นเองประตูกระจกบานใหญ่พลันถูกเปิดออก คิม ซอกจิน ชายร่างอ้วนก็เข้ามาในประตูเขากำลังเดินโอบไหล่หญิงสาวร่างบอบบางสองคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ไอดอลยุคใหม่ แม้ภายนอกวงการพวกเธอสองคนจะถูกวางตัวเป็นคู่แข่งที่ฟาดฟันกันอย่างเผ็ดร้อนแต่ในยามนี้ กลับยินยอมซบอยู่ในอ้อมแขนของชายร่างอ้วนอย่างว่าง่าย
คิม ซอกจินเดินเข้ามานั่งลงตรงโซฟาตัวใหญ่ โดยมีสองสาวแสนสวยยืนประกบข้างอย่างเอ็นดู
ชเว โกอึนปลายสายตามมองภาพตรงหน้าด้วยความรังเกียจ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเย็น
“ได้ยินว่าคุณซอกจิน ลงไปดูแลรายการด้วยตัวเอง...งวดนี้สนใจใครเข้าอีกแล้วล่ะ”
“หึๆ ประธานชเวนี่รู้ใจผมจริงๆ!”
คิม ซอกจิน หัวเราะหึๆ ในลำคอดวงตาส่องประกายหิวกระหายอย่างไม่ปกปิด
เมื่อเห็นท่าทางคุกคามเช่นนั้นผู้คนทั่วทั้งห้องต่างพากันกรอกตาเอือมระอาไม่เว้นแม้กระทั่งสองสาวงามที่แนบชิดอยู่ข้างกาย
หนึ่งในพวกเธอ ยกมือขึ้นลูบไล้ไปตามท่อนแขนของเขาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนระคนตัดพ้อ
“ท่านมีพวกเราสองคนแล้วยังไม่พอใจอีกหรือคะ...”
คิม ซอกจิน รวบจับมือนุ่มนิ่มนั้นไว้ก่อนจะยกขึ้นมาสูดดมและถูไถกับใบหน้าอย่างหื่นกระหาย
“จีมิน...ฉันกำลังมองหาน้องสาวให้เธออยู่น่ะ”
จีมินทำทีเป็นแง่งอนสะบัดหน้าหนีทันใดนั้น หญิงสาวอีกคนก็ขยับกายเข้ามาลูบไล้แผ่นอกกว้างของคิม ซอกจินอย่างรู้งาน
“แล้วฉันล่ะคะ...”
“จีวอน... เธอก็สำคัญเหมือนกัน”
คิม ซอกจินรวบเอวบอบบางของสองสาวเข้ามาใกล้มือหนาเริ่มลูบไล้ไต่ระดับไปตามเรียวแขนและต้นขาของพวกเธอ เสียงหัวเราะหยอกล้อดังสลายความตึงเครียดภายในห้อง
และในวินาทีนั้นเอง—
ตึง... ตึง... ตึง...
บานประตูบานหนาหนักพลันถูกผลักเปิดออกอีกครั้งเสียงรองเท้าหนังย่ำลงบนพื้นกระเบื้องหินอ่อนกังวานขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคงชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปปรากฏตัวขึ้นด้วยท่าทางผ่าเผย
เขาย่างกรายเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามก่อนจะทอดสายตาเรียบเฉยมองไปยังคิม ซอกจิน และเหล่าหญิงสาวที่โอบล้อมกาย
สายตาคู่นั้นทรงอำนาจเสียจนคิม ซอกจินถึงกับใจกระตุก รู้สึกยำเกรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เขาจึงรีบหันไปเอ่ยกับหญิงสาวข้างกายเล็กน้อย
“จีมิน จีวอน พวกเธอสองคนออกไปก่อน”
“ค่ะ...”
สองสาวงามรับคำอย่างนอบน้อมก่อนจะถอยกายออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่ และทันทีที่บานประตูหนาหนักปิดลงบรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันดิ่งลงสู่ความเงียบขรึมและกดดัน
เป็นคิม ซอกจินที่ต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบอันอึดอัดนั้นด้วยการเอ่ยทักทายขึ้นก่อน
“คุณกอนอู... หรือว่าท่านสนใจสาวๆของผมหรือครับ”
“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากันเถอะ”
ชา กอนอู ผู้มาใหม่เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ที่ผมเรียกพวกคุณมาประชุมกันในวันนี้ก็เพราะต้องการรู้ว่า... การกระจายสินค้าในส่วนของพวกคุณ... มีปัญหาหรืออุปสรรคหรือป่าว”
เมื่อหัวข้อถูกดึงเข้าสู่เรื่อง สินค้าบรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงก็ดิ่งลึกลงสู่ความเงียบสงัดทุกสายตาต่างสอดประสานกันด้วยความระมัดระวัง
“ทางผมก็ปกติดีนะครับ... เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่า”ผู้กำกับคังเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นมาก่อน
“ฝั่งของฉันก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน” ชเวโกอึน เอ่ยเนิบช้า พลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างแผ่วเบา
และอีกสองคนก็เช่นกัน เมื่อได้รับคำยืนยันอย่างชัดเจนแล้วชา กอนอู จึงผายมือเอ่ย
“ดีเลยครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น... ช่วงนี้ผมจะเพิ่มล็อตการจำหน่ายให้มากขึ้นกว่าเดิมสักหน่อย”
คำพูดนั้นทำเอาเหล่านักธุรกิจและผู้มีอำนาจในห้องต่างตกอยู่ในความเงียบงันไม่มีใครกล้าแทรกขึ้นมา ชา กอนอู ค่อยๆ หมุนสายตากลับมาหยุดอยู่ที่คิม ซอกจิน
“เห็นด้วยมั้ยครับ คุณคิม ซอกจิน โดยเฉพาะคุณ...ระยะหลังมานี้ ยาในส่วนของฝั่งคุณดูเหมือนจะทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าไหร่ หากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปทางเราอาจจะต้องพิจารณาเรื่องความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคุณใหม่อีกครั้งแล้วล่ะ”
“ขะ... เข้าใจแล้วครับ!” คิม ซอกจินหน้าเสีย รีบตอบละล่ำละลักด้วยความหวาดหวั่น
ใช้เวลาครู่ใหญ่ ก่อนที่แต่ละคนจะค่อยๆแยกย้ายกัน...