“แล้วใครกันนะ ที่ครั้งแรกก็เสร็จภายในหนึ่งนาทีแรกซะแล้วน่ะ” เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างกระแหนะกระแหน ตอนนั้นใบหน้าของจุนห่าวเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงแปร๊ดเสี่ยวไป๋แอบคิดในใจว่า ‘จุนห่าวไม่ได้โกรธจนหน้าแดง แต่ต้องแดงเพราะอายเป็นแน่’ เวลานั้นหานรุ่ยต้องปลอบใจจุนห่าว จุนห่าวถึงได้มีกำลังใจที่จะทำต่ออีกครั้งและไม่มีท่าทีอิดโรยอีกต่อไป
“เสี่ยวไป๋ เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าเจ้าเป็นเสือที่มีคุณธรรมจะไม่แอบดูเรื่องบนเตียงของข้า ข้าอยากจะบ้าตายที่เชื่อคำพูดซี้ซั้วของเจ้าได้เจ้าลืมเรื่องนั้นไปเสียเถอะ หากเจ้าพูดไร้สาระอีก ถ้าข้าเจอเจ้าวันใด ข้าต่อยเจ้าแน่”จุนห่าวพูดอย่างลนลาน สำหรับเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เขาเจ็บปวดอย่างที่สุดแค่นึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมา เขาก็รู้สึกอัปยศ โชคดีที่หานรุ่ยไม่ทอดทิ้งเขาซ้ำยังปลอบโยน เพื่อนำพาความมั่นใจของเขากลับมา เขาคิดว่าเรื่องนี้มีเพียงแค่เขากับหานรุ่ยเท่านั้นที่รู้เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เสี่ยวไป๋จะแอบดู
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู เจ้าคิดว่าข้าอยากดูนักหรือไง เรือนร่างของเจ้าน่าเกลียดขนาดนั้น สู้หานรุ่ยไม่ได้เลย” เสี่ยวไป๋ตั้งใจพูดยั่วยุจุนห่าว เขาแค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้นในอดีตทุกครั้งที่ท่านพ่อและท่านแม่ของเขาอยู่ด้วยกัน ก็จะมักโยนเขาออกไปเสมอ ในเมื่อตอนนี้เขามีโอกาสแล้วเขาเลยอยากขอแอบดูสักครั้ง เขาคิดไม่ถึงว่าจุนห่าวจะอ่อนด้อยถึงเพียงนี้ แค่หนึ่งนาทีก็เสร็จแล้วแต่อย่างไรก็ตามรูปร่างของจุนห่าวนั้น ดีมาก จากนี้ไปเขาจะฝึกรูปร่างให้ได้แบบจุนห่าวเพราะถ้ามีรูปร่างที่ดีมาประกอบกับหน้าตาที่งดงามของเขาแล้วนั้น เขาย่อมหาหงส์ขาวที่สง่างามและสูงส่งมาเป็นภรรยาได้แน่การแต่งงานกับหงส์ขาว คือ ปณิธานสูงสุดในชีวิตของเขาแล้ว
“ข้าไม่คิดเลยว่า เจ้าจะกล้าแอบดูเรือนร่างของหานรุ่ย รูปร่างของหานรุ่ยดีข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ว่าหานรุ่ยเป็นเมียข้า จากนี้ไปเจ้าห้ามแอบดูอีก อีกอย่างนะรูปร่างข้าดีจะตาย เด็กขน ๆ แบบเจ้าไม่มีวันได้เชยชมหรอก และข้าก็ไม่อยากจะคิดหยุมหยิมกับเจ้าหรอกนะ”จุนห่าวพูดอย่างไม่พอใจ เขาคิดไม่ถึงว่า เสี่ยวไป๋จะมีนิสัยชอบแอบดูเช่นนี้เพื่อให้ไม่ถูกแอบดูอีก เขาต้องสั่งสอนให้เสี่ยวไป๋รู้ว่าการแอบดู คือ การกระทำที่หยาบคายเขาอยากให้เสี่ยวไป๋หลีกเลี่ยงเรื่องนี้อย่างมีสติหยั่งคิด
“ข้าไม่ได้แอบดูภรรยาของเจ้าบ่อยหรอกน่า ข้าชอบหงส์ขาว เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของข้าคือ การเสาะหาหงส์ขาวที่สง่างามและสูงส่งมาเป็นคู่ชีวิต ข้าไม่ได้ชอบมนุษย์ซักหน่อย”เสี่ยวไป๋เล่าถึงความปรารถนาของเขาให้ฟัง
จุนห่าวคิดไม่ถึงว่า เสี่ยวไป๋จะคิดหมกหมุ่นอยู่แต่กับหงส์ขาว เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเสี่ยวไป๋คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ความรักข้ามเผ่าพันธุ์เช่นนี้สามารถเป็นไปได้ไหม? แต่จุนห่าวก็นึกขึ้นมาได้ว่า ที่นี่คือโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรคงไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณอยู่ในตัว หากมีจิตวิญญาณก็ย่อมดูดรับพลังวิญญาณจากทั้งสวรรค์และปฐพีได้ เมื่อบำเพ็ญเพียรไปได้ช่วงหนึ่งก็จะกลายเป็นมนุษย์ได้ ดังนั้นความรักต่างเผ่าพันธุ์ของที่นี่ จึงไม่ใช่ปัญหา พอคิดถึงตรงนี้จุนห่าวจึงพูดกับเสี่ยวไป๋ว่า “เสี่ยวไป๋จากนี้ไปเจ้าห้ามแอบดูเวลาข้าทำกิจกับหานรุ่ยเป็นอันขาด หากเจ้าตอบรับ ข้าสัญญาว่าจะหาหงส์ขาวมาเป็นภรรยาให้เจ้าถ้าถึงตอนนั้นพวกเจ้าสองคนก็ช่วยกันบำเพ็ญเพียร คอยเป็นเพื่อนเล่นกันแล้วกันคบกันตั้งแต่เด็ก ๆ ดีจะตาย”
“จริงหรือ? เจ้าจะช่วยหาภรรยาให้ข้าจริง ๆอย่างนั้นหรือ เจ้าช่างเป็นคนดีเสียจริง จากนี้ไปข้าจะไม่แอบดูเจ้าแล้วแต่เจ้าต้องพูดคำไหนคำนั้นนะ” เสี่ยวไป๋พูดอย่างดีใจ พอคิดว่าจากนี้ไปเขาจะมีหงส์ขาวคอยอยู่เคียงข้าง เสี่ยวไป๋ก็พลันรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
“แต่ในแผ่นดินชางหลาน สถานที่ที่มีพลังวิญญาณนั้น ค่อนข้างบางเบามากจะมีหงส์ขาวจากเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งเช่นนั้นหรือ? จุนห่าวเจ้าอย่าเนียนหาเป็ดมาให้ข้าแทนแล้วกัน เรื่องที่ว่าลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นหงส์ขาวได้มันมีแค่ในเทพนิยายเท่านั้นแหละ” เสี่ยวไป๋กล่าว เขาไม่ค่อยวางใจเผื่อว่าจุนห่าวหลอกเอาเป็ดมาให้เขาจริง ๆ ขึ้นมา เขาจะทำอย่างไรดี เพราะฉะนั้นเสี่ยวไป๋จึงเตือนจุนห่าวไว้ก่อนว่าอย่าได้หลอกเอาของปลอมมามั่วว่าเป็นของจริง เพราะเขามองออกได้แน่
“ถ้าบนแผ่นดินชางหลานไม่มี ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รอพวกเราเดินทางไปดินแดนอื่นก่อนข้าถึงจะหาให้เจ้าได้ ข้าสนองความต้องการของเจ้าได้อย่างแน่นอน” จุนห่าวกล่าวอย่างมั่นใจ เพื่อความสุขของตนเองแล้วเขายอมให้เสี่ยวไป๋ได้สิ่งที่ต้องการ
“ถ้าต้องรอนานขนาดนั้น และดูจากระดับการบำเพ็ญของเจ้าในยามนี้ อย่างไรก็คงต้องรออีก8 ถึง 10 ปี คงต้องใช้เวลาอีกตั้งนานกว่าข้าจะเจอหงส์ขาวในใจของข้า แค่คิดข้าก็เจ็บปวดแล้ว”เสี่ยวไป๋พูดอย่างเศร้าใจ “หงส์ขาวของข้า ว่าที่ภรรยาของข้าเจ้าอยู่ที่ไหนกันนะ”