“นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ” เสียงหัวหน้าที่ห้องนั่งอยู่ด้านหน้าสุดบอกเพื่อนในห้อง
“ขอบคุณค่ะ/ครับคุณครู”เสียงนักเรียนทุกคนในห้องต่างประสานเสียงกล่าวคำขอบคุณ
“เจอกันชั่วโมงหน้านะคะเด็กๆ” เสียงครูผู้หญิงผมสั้นกล่าวกับนักเรียน มือถือซ้ายถือกระเป๋าอีกมือถือหนังสืออย่างพะรุงพะรังจนเพื่อนผู้ชายแถวหน้าสุด ขออาสาถือของไปส่ง
เสียงออดส่งสัญญาณดังแจ้งเตือน ชั่วโมงสุดท้ายของคาบเช้าได้หมดลงถึงเวลาพักเที่ยงเพื่อให้นักเรียนได้พักรับประทานอาหารและพักผ่อนสมองแล้ว
“กินอะไรดีน้า”กัสที่กำลังชะโงกดูแม่ค้าที่กำลังตักกับข้าวใส่จาน
“ไข่เจียวก็น่ากินนะ”หวานที่กำลังจ้องไข่เจียวฟูๆ ที่แม่ค้าเพิ่งทอดเสร็จใหม่
“งั้นเดี๋ยวชั้นไปซื้อน้ำก่อนนะฝากซื้อข้าวด้วยนะหวาน”ไนร่าบอกกับเพื่อนก่อนที่จะเดินแยกออกมา
เธอเดินมาเรื่อยๆจนถึงร้านน้ำที่พ่อค้าร่างใหญ่กำลังเร่งมือเพื่อให้ทันกับนักเรียนที่ต่อแถวอย่างยาวเหยียด
“ไนร่า”เสียงของก้องเพื่อนสนิทของสกายเรียกชื่อเธออย่างใ
ไนร่าจึงยิ้มตอบเขาไป
“ไนร่าพี่ขอโทษนะเื่ตอนนั้น” ก้องพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดต่อเธอจริงๆ
“ไม่เป็ไรค่ะพี่ก้องเื่มันผ่านไปแล้ว”
ที่จริงไนร่าก็ลืมเื่ราวต่างๆไปหมดแล้ว ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดของก้องคนเดียวสักหน่อย แต่คนที่ผิดน่าจะเป็เธอเองที่เผลอใจไปเล่นกับสกาย
“เอ่อคือวันนี้สกายไม่ได้มาโรงเรียนนะ มันไม่สบาย”
“พี่ไปก่อนนะ” เขาพูดเมื่อได้น้ำสองขวดในมือ
“หรอคะ?” เมื่อก้องเดินจากไป ทำให้เธอถึงเมื่อคืนที่เขามาที่บ้านของเธอและหลังจากนั้นไม่นานฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก หรือว่าเขาจะไม่สบายเพราะมาเธอนะ
ไนร่าเดินมาที่โต๊ะเธอยื่นน้ำในมือให้เพื่อน ก่อนจะนั่งลงข้างๆ หวาน
“ขอบใจจ้ะเพื่อนสาว”กัสยื่นมือไปรับขวดน้ำกับไนร่า
“ไข่เจียวผัดผัก ถูกต้องนะ” หวานย้ำกับไนร่า
“น่ากินมาก”เธอหันไปขอบใจเพื่อน
เวลาผ่านไปไม่นานนักเรียนหลายคนต่างก็ทยอยเดินเข้าเดินออกภายในโรงอาหาร แม้ว่านักเรียนจะมีมากแต่โรงอาหารแห่งนี้ก็สามารถจุนักเรียนได้อย่างเพียงพอ
สามสาวนั่งกินไปพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนานจนเวลาผ่านล่วงเลยไปเมื่อเสียงออดเข้าเรียนในภาคบ่ายดังขึ้น
“พวกเธอขึ้นห้องไปก่อนเลยนะ ชั้นไปเข้าห้องน้ำก่อน” ไนร่าหันไปบอกเพื่อนและเดินไปเข้าห้องน้ำที่หลังตึกพี่มอหก
“เอ๊ะนั่นผู้หญิงที่สกายเคยคุยด้วยนี่น่า” เธอหันไปมองผู้หญิงที่กำลังนั่งป้อนขนมเด็กผู้ชายคนหนึ่งหรือว่าจะเลิกกันจริงๆแล้ว พึมพำกับตัวเอง
เมื่อเธอทำธุระเสร็จก็พบว่าเริ่มมีนักเรียนบางตาเพราะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว ระหว่างเดินขึ้นตึก เธอก็นึกถึงคำพูดของก้องที่บอกว่าสกายไม่สบาย
ไนร่าหยิบมือถือขึ้นมาดูเสียงที่คุ้นเคยในหัวก็ดังขึ้น
“โทรไปแสดงความห่วงใยก็ไม่ได้ผิดไรมากมายเลยนะไนร่า” ไนร่าฝ่ายสีขาว
“ไม่ต้องโทรไปหรอกเดี๋ยวจะได้ใจเปล่าๆ” ไนร่าฝ่ายสีดำที่มักจะทำหน้าบึ้งตลอดเวลาที่โผล่มา
เธอส่ายหัวให้กับความคิดของตัวเองและเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากระโปรงเช่นเดิม เมื่อมาถึงหน้าห้อง เสียงพูดคุยของเพื่อนก็ลอยออกมาบ่งบอกว่าครูยังคงยังไม่เข้าห้องเรียน
“ครูยังไม่มาหรอ?”ไนร่าหันไปถามฟ้าที่นั่งข้างๆ เธอ
“ยังเลยไนร่า”
เข็มของนาฬิกาเดินไปข้างหน้าอย่างเรื่อยๆจนเลยล่วงกินชั่วโมงเรียนไปเกือบสิบนาที พอใจหัวหน้าห้องคนสวยก็เดินเข้ามาบอกว่าครูจะเข้าสายหน่อยให้นั่งรอเงียบๆ
ไนร่าหยิบมือถือขึ้นมาอีกรอบก่อนจะเข้าไปที่แชตของสกาย
“ลองถามหน่อยก็ดีจะไม่ดูใจร้ายเกินไปหรอกนะ”
“ไม่สบายหรอคะ? เห็นพี่ก้องบอก”
เธอส่งข้อความไปให้เขาแล้วรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าทั้งที่ในใจก็ลุ้นให้เขาตอบกลับมาเร็วๆ แต่ก็เงียบ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนใดๆจนครูประจำวิชาเดินเข้ามาสอน
ขณะนี้เวลาเกือบสี่โมงเย็นไนร่าทำกำลังเดินกลับบ้าน สายตาก็จ้องไปที่มือถือ อย่างใจจดใจจ่อ
“ทำไมไม่ตอบสักทีนะ” เด็กสาวเริ่มกระวนกระวายใจ
“หรือควรจะโทรไปหาดีเผื่ออาการหนักล่ะ จะทำยังไง”คำถามยังคงผุดเข้ามาในหัวอย่างเรื่อยๆ
ตู๊ด ตู๊ด ไนร่าเงียบหูฟังเมื่อเธอกดเบอร์โทรออกไปที่ชื่อของสกาย
“ฮัลโหล” เสียงปลายสายที่กำลังงัวเงีย
“ฮัลโหล นอนอยู่หรอคะ?”
“ไนร่าหรอ?” สกายเริ่มปรับเสียงให้ชัดขึ้น
“ใช่ค่ะ เห็นพี่ก้องบอกว่าพี่ไม่สบายเลยจะโทรมาถามเฉยๆ”
“เป็ห่วงพี่หรอ? ดีใจจัง”
“ป่าวค่ะเดี๋ยวจะหาว่าแล้งน้ำใจ”
“พี่มีไข้นิดหน่อยแต่เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว”
“งั้นก็ดีค่ะแค่นี้นะคะ”
“ไนร่า…” เสียงปลายสายยังพูดไม่จบไนร่าก็กดวางสายไปก่อน
อย่างน้อยก็ไม่เป็อะไรมาก โล่งอกไปทีไนร่ายังคงพูดกับตัวเอง ว่าแต่เธอจะไปเป็ห่วงเขาทำไมกันนะเธอยกมือขึ้นมาเขกหัวตัวเองเบาๆ เพื่อเป็การดึงสติ
เสียงรถบนถนนยังคงสัญจรอย่างไม่ขาดสายเด็กสาวร่างเล็กในชุดนักเรียนเดินถือไอศกรีมอยู่ข้างทางกินอย่างสบายใจ ยังรักก็บอกว่ารักนะไนร่า