ตอนที่ 12 อยากจะลองเชื่อ คำว่าชอบที่พี่บอก
นภัทรตื่นขึ้นมาตอนตีสามหันมองรอบตัว เขาจำได้ว่า พฤกษามาทำรายงานบนห้อง ตอนนี้หนุ่มน้อยไปไหนแล้ว ก่อนสายตาคมจะมาสะดุดกับภาพหนุ่มน้อยร่างบางที่เขากำลังมองหา นั่งหลับอยู่ปลายเท้าเขา บนโซฟาตัวเดียวกันปากหยักยิ้มบางเขาคาดว่าอีกฝ่ายคงมานั่งเล่นและเผลอหลับไปโดยที่เ้าตัวก็ไม่รู้ตัวใบหน้างามหลับตาพริ้ม นภัทรมองภาพตรงหน้าอย่างชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรต่อดีสุดท้ายก็ตัดสินใจดึงคนร่างบางมานอนบนโซฟาเดียวกัน แขนแกร่งโอบกอดร่างบางใบหน้าซุกกับลำคอเรียว สูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมก่อนจะหลับไปตามกัน
พฤกษาลืมตาตื่นในตอนเช้าของวันใหม่รู้สึกได้ว่าเมื่อยขบไปทั้งตัวและเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองโดนใครบางคนกอดอยู่เขาก็ดิ้นรนจนหลุดจากอ้อมกอดแกร่งแต่ด้วยโซฟาไม่ได้กว้างขวางรองรับการดิ้นพล่านของเขา เป็ผลทำให้เขาตกจากโซฟาหรู
“พลั๊ก โอ้ยเจ็บ” มือเรียวลูบก้นงอนในจุดที่โดนกระแทก เขาร้องเบาๆ กลัวคนบางคนตื่น
“ก็ดิ้นอะไรขนาดนั้น ทำไมกลัวพี่จะกินเราหรือไง ถึงได้รีบหนีเชียว” ณภัทรพูดพลางอมยิ้มไปพลางเอ็นดูคนตรงหน้าเขารู้สึกตัวตื่นตอนที่อีกฝ่ายเริ่มดิ้น แต่แกล้งหลับต่อเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไรหากเขาไม่คลายอ้อมกอด
“ก็ใช่นะสิ แล้วพี่มากอดผมทำไมแล้วผมมานอนตรงนี้ได้อย่างไร พี่ลากผมมาใช่ไหม”
“เอาอีกแล้ว ทำอะไรไว้ไม่เคยจำได้ก็เราเองเดินมานอนตรงนี้ พี่หลับไปก่อนเราอีก จำไม่ได้เหรอ”
“จำไม่ได้ และไม่คิดจะจำ ผมไปล่ะผมจะไปเรียน”
“พี่ไปด้วย เราลงไปอาบน้ำเดี๋ยวพี่ไปรับแล้วไปด้วยกัน” เขาสั่งเสียงเด็ดขาด ทำให้พฤกษาไม่กล้าแย้งได้แต่เดินหน้าบึ้งลงไปเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย
กริ๊งๆๆๆ มือบางหยิบโทรศัพท์มารับสายเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า
“ครับพี่เมศวร์”
“พี่กำลังไปรับนะใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว คุณแม่ฝากขนมมาให้ด้วย ถ้าถึงแล้วพี่จะโทรบอก” พฤกษานิ่งอึ้ง ทำอย่างไรดี คนบนชั้น 12 สั่งไว้แล้วว่าให้ไปด้วยกัน ส่วนพี่เมศวร์ก็ขับรถมารับเขาแล้ว พฤกษาชั่งใจไม่รู้จะเอายังไงต่อก่อนจะตัดสินใจบอกอีกฝ่าย
“เอ่อ ขอโทษครับพี่เมศวร์ผมมีนัดกับ เอ่อ พี่ภัทรแล้ว พี่โทรมาช้าไป ผม…เอ่อ”พฤกษารู้สึกลำบากใจที่จะเอ่ย เพราะเกรงใจพี่ชายที่เขาเคารพรัก
“อ๋อ อืม ไม่เป็ไรงั้นพี่ไปรอที่มหาลัยนะ” ราเมศวร์กดวางสายมือหนาบีบโทรศัพท์แน่นก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางมุ่งตรงไปมหาวิทยาลัยแทน เขาไม่คิดว่าพฤกษาจะปฏิเสธเขา ปกติน้องน้อยของเขาไม่เคยปฏิเสธอะไรเขาเลยไม่ว่าเขาจะบอกหรือให้ทำอะไร พฤกษาพร้อมทำตามเสมอ แต่ตอนนี้น้องน้อยของเขาโตแล้วปฏิเสธเขาได้แล้ว หัวใจเขารู้สึกไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยเขาไม่อยากให้พฤกษาเห็นคนอื่นดีกว่าเขา ทั้งที่เมื่อก่อนน้องน้อยวิ่งตามเขาต้อยๆแต่เหมือนตอนนี้เขาต้องเป็ฝ่ายวิ่งตามแทน และดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รอเขาเพราะมีคนที่น้องน้อย้าจะไปหาแล้ว เขามั่นใจั้แ่วันที่ณภัทรเข้าโรงพยาบาลแววตาเ็ปฉายชัดในดวงตาคู่กลมนั้น แค่นั้นเขาก็รู้ว่าตัวเองหมดสิทธิ์แล้ว แต่ทำไงได้ถึงแม้หัวใจจะยอมรับแต่หากอีกฝ่ายยังไม่ตกร่องปล่องชิ้นกับใคร เขาก็คิดว่าคำว่า ‘โอกาส’มีให้เขาเสมอแน่นอน แค่นี้ ไม่ทำให้เขายอมแพ้หรอก ตลอดเวลาเขารู้ว่าเขาคิดถึงน้องน้อยของเขาแค่ไหน อยากเจอมากแค่ไหน แต่กลัวว่าไปหาแล้วน้องน้อยจะจำเขาไม่ได้ และไม่กล้าพอแต่ตอนนี้เมื่อมีโอกาสได้พบกันใหม่ และน้องน้อยก็จำเขาได้ดี เขาก็ไม่อยากปล่อยโอกาสไปอีกครั้ง หากไม่สุดทาง เขาจะไม่มีวันยอมแพ้
พฤกษาแต่งตัวเก็บของเสร็จแล้วแต่อีกฝ่ายยังไม่ลงมามือบางจึงหยิบโทรศัพท์จะโทรตาม แต่ได้ยินเสียงลิฟต์มาจอดที่ชั้น 3 คนหล่อเดินออกจากลิฟต์มาหาเขา ห้องเขาอยู่หน้าประตูลิฟต์พอดี
“พอดีเลยพี่กังวลอยู่เลยว่าพฤกษ์เสร็จแล้ว จะหนีพี่ไปแล้ว”
“ว่าจะไปแล้วเหมือนกันหากพี่ยังไม่ลงมา”
“แต่พี่เห็นนะว่าเรากำลังจะโทรหาพี่ ใช่ไหม?”
“ป่าวสักหน่อย ผมแค่ดูเวลาไปได้แล้ว เดี๋ยวผมสาย นัดพี่เมศวร์ไว้ด้วย ป่านนี้พี่เขารอแล้วนี่ถ้าพี่ไม่บอกว่าจะไปส่ง พี่เขาก็จะมารับ เอาจริงๆ ผมเกรงใจพี่เมศวร์มากเลยอุตส่าห์ขับรถมารับผมแต่ผมก็ต้องปฏิเสธไป” พฤกษาพูดไปเรื่อยอย่างไม่คิดอะไรเพราะเขารีบกลัวว่าราเมศวร์จะรอนาน จึงรีบจ้ำๆ เดินโดยไม่สนใจหันมองหน้าคนข้างหลังที่ตอนนี้ใบหน้าหน้างอง้ำบอกบุญไม่รับ
ณภัทรขับรถช้าเป็พิเศษด้วยเจตนาให้คนที่หนุ่มน้อยจะไปหารอนานจนกลับไปเลยได้ยิ่งดี
“นี่พี่แกล้งผมใช่ไหมผมบอกแล้วว่าผมรีบ ผมต้องไปเรียนให้ทันเช็คชื่อนะพี่ขับแบบนี้พี่จะซื้อรถแรงอย่างบิ๊กไบค์ทำไม พี่ซื้อจักรยานไม่ดีกว่าเหรอ”
“รีบไปเรียนหรือรีบไปหาคนบางคน”
“จะรีบไปทำอะไรก็เื่ของผมพี่รีบๆ ขับไปเถอะ” ได้ยินอย่างนั้นมือหนาก็รีบบิดคันเร่งขับออกไปอย่างแรงมือบางรีบคว้าเอวอีกฝ่าย เพราะกลัวตก ขับไปได้เพียงเล็กน้อย ร่างบางก็เอ่ยถาม
“พี่จะไปไหน นี่ไม่ใช่เส้นทางไปตึกเรียนผมนะผมจะไปส่งรายงานแล้วก็”
“ก็ไปหาพี่เมศวร์เรานะเหรอจะหาว่าพี่ไม่มีเหตุผลก็ได้ แต่พี่ไม่อยากพาพฤกษ์ไปหาเขา”
“พี่อย่าทำแบบนี้ ผมต้องไปเรียนนะวิชาแรกผมต้องส่งรายงานอย่าทำไห้การเรียนผมเสียซิ”
ณภัทรไม่ได้ฟังคำขอร้องของอีกฝ่ายมือแกร่งขับรถไปจอดหลังอาคารเรียน ซึ่งเป็สวนลับของเขาสองคนก่อนจะสั่งให้พฤกษาลงจากรถ ตอนแรกเขากะจะขับไปไกลๆ ให้พ้นจากราเมศวร์แต่ก็ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียการเรียน ดูเวลาแล้ว ตอนนี้ยังมีเวลาเขาอยากคุยกับพฤกษาก่อน
เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากันต่างฝ่ายต่างก็จ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละอีกฝ่ายจ้องมองใบหน้างามอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไรดี อีกฝ่ายก็หน้าตางอง้ำบูดบึ้งที่ไม่ยอมไปส่งเขาที่อาคารเรียน เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรพฤกษาก็ทำท่าจะเดินจากไปด้วยต้องรีบไปพบราเมศวร์และต้องส่งรายงานอีก
มือหนาคว้าข้อมือบางไว้ก่อนจะเอ่ย
“คุยกับพี่แค่สองนาทีแล้วพี่จะไปส่งให้ถึงพี่ราเมศวร์ของเราเลย”
พฤกษาหยุดและหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอีกครั้ง
“พี่รีบว่ามาเลยเกินสองนาทีผมไปจริงๆ”
“พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าพี่ชอบพฤกษ์”
“อืม บอกแล้ว แล้วไง”
“แล้วพฤกษ์ละ คิดจะชอบพี่บ้างไหมหรือคนที่พฤกษ์ชอบคือพี่
เมศวร์คนนั้นหากเป็อย่างนั้นพี่ก็” ณภัทรพูดไม่ออก จะบอกว่า เลิกชอบอีกฝ่าย ก็พูดไม่ได้ด้วยเพราะรู้ใจตัวเองว่าไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ความกลัวทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยต่อ
มือบางปัดมือแกร่งออกจากการเกาะกุมเขามองหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง พฤกษาเข้าใจดีว่าการให้อีกฝ่ายรอโดยไม่มีความชัดเจนให้มันเป็อย่างไร เขาจึงต้องทำให้มันชัดเจนเื่ของความรู้สึกจะมาล้อเล่นกันไม่ได้อย่างที่คนอื่นๆชอบมาล้อเล่นกับความรู้สึกเขา
“คำว่า ชอบ ของพี่ มันเชื่อไม่ได้เพราะผมไม่เชื่อ มันแค่ลมปาก ผมไม่รู้ว่าพี่หลอกสาวๆ เ่าั้ด้วยคำว่า ‘ชอบ’รึปล่าว แต่สำหรับผม ผมไม่ได้ให้ค่าอะไรกับคำนั้นที่ออกมาจากปากของพี่”
“พฤกษ์”น้ำเสียงเบาหวิวที่หลุดชื่อของอีกฝ่ายออกมาจากปากของณภัทรเบาจนอีกฝ่ายก็แทบไม่ได้ยิน คำพูดของอีกฝ่ายทำให้หัวใจของณภัทรพลันสะท้านไหว มือแกร่งบีบแน่นอย่างเก็บกดความรู้สึกเจ็บหน่วงในใจสายตาคมมองจ้องอีกฝ่ายอย่างตัดพ้อ เขาไม่เคยบอกชอบใคร ไม่เคยให้ใจกับใครและไม่เคยรักใคร แต่อีกฝ่ายปรามาศเขาอย่างเจ็บแสบกล่าวหาว่าคนอย่างเขาไม่รักใครจริง คำว่าชอบที่ยากนักจะเอ่ย กลับถูกอีกฝ่ายบอกว่า เป็เพียงลมปากที่ไม่มีค่าใดๆ
“แต่ผมก็รู้สึกดีกับพี่ขึ้นเรื่อยๆมากขึ้นทุกวัน วันนี้พี่เมศวร์จะมารับผม ผมก็ปฏิเสธพี่เขาไป ผม เอ่อตัดสินใจไปกับพี่แทน เพราะเราตกลงกันแล้ว ผมกับพี่เมศวร์เราไม่ได้มีอะไรเป็พี่ชายข้างบ้านที่ผมเคารพรัก ผมเอ่อ ผมเคยเ็ปจากการหลอกลวงให้รัก พี่ก็รู้ดังนั้น ให้เวลาผมหน่อย ให้ผมเชื่อมั่นในคำพูดที่พี่บอก คำว่า ‘ชอบ’ของพี่มันจริงจังแค่ไหนเอ่อ ได้ไหมครับ” ดวงตากลมมองจ้องอีกฝ่ายอย่างขอเวลา เขารู้ว่าคำพูดเขาก่อนหน้านี้ทำร้ายจิตใจคนตรงหน้าแค่ไหนเขารับรู้ได้จากความเ็ปในดวงตาคมที่ฉายแววตัดพ้อเขาแต่ตอนนี้เขาขอโอกาสจากคนตรงหน้า ให้เวลาเขาสักนิดให้เขาเชื่อมั่นอีกฝ่ายมากกว่านี้ เพราะด้วยความที่เขาเคยเจ็บมันทำให้เขากลัวที่จะมีรักครั้งใหม่
มือแกร่งดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างยินดีตอนแรกณภัทรคิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ เขากำลังสิ้นหวังแต่แล้วคำพูดต่อมาของอีกฝ่ายเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจเขาแขนแกร่งกอดอีกฝ่ายแน่นอย่างกลัวว่าเขาจะหนีหายไป หัวใจเต้นรัวแรง พองโตคับอกความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจกลับเข้ามาดังเดิม ความเสียใจก่อนหน้าหายไปราวสายลม มือบางกอดเขาตอบซบหน้ากับไหล่แกร่งเพื่อยืนยันความรู้สึกที่มีให้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ
“พี่ขอบใจมากขอบใจมากที่ไม่ตัดรอนและให้โอกาสพี่ พี่จะพิสูจน์ให้ได้ว่าคำว่า ‘ชอบ’ของพี่มันหนักแน่นแค่ไหนและที่สำคัญพี่อยากบอกพฤกษ์ว่า พี่ไม่เคยพูดว่า ‘ชอบ’กับใครมาก่อนเพราะพี่ไม่เชื่อในรักมาตั้งนานแล้วที่ผ่านมาพี่แค่ไม่เคยปฏิเสธใครที่เข้ามา เพื่อค้นหารักแท้ของพี่ แต่ก็ไม่มีทุกคนเห็นพี่เป็เพียงของโชว์ ของประดับ ที่ได้คบพี่แล้วก็พาไปโชว์ที่นั่นที่นี่ หากพี่เป็คนธรรมดาก็คงไม่มีคนสนใจเลยพฤกษ์เชื่อพี่ไหม ร่างแกร่งคลายอ้อมกอดและมองหน้าสบตาอีกฝ่าย ซึ่งตอนนี้หน้าของพฤกษาแดงเพราะกำลังเขินอายเขาพยักหน้าน้อยๆ เป็เชิงให้คำตอบว่า ‘เขาเชื่อ’เขาเองจะพยายามเปิดใจและเชื่อใจอีกฝ่ายดูตลอดเวลาที่ผ่านมาคนคนนี้ก็ทำเพื่อเขามากมาย ทั้งแก้แค้นให้จนอีกฝ่ายต้องมาเจ็บตัว หรือคอยตามตอแยดูแลจนทำให้เขาลืมความเ็ปนั้นได้อย่างรวดเร็วและลุกขึ้นอย่างแข็งแรงอีกครั้ง
“พี่ไปส่งผมได้รึยัง”
“อืม ไปสิ”มือแกร่งจับมือบางลากไปขึ้นรถ พฤกษาไม่ได้ปฏิเสธหรือสะบัดข้อมือออกเขายอมตามใจอีกฝ่าย ตอนนี้เขาจะลองเปิดใจเชื่อใจดู ผลเป็อย่างไรเขาก็พร้อมยอมรับในเมื่อเขาคิดจะเดินหน้าแล้ว
“กอดเอวพี่ด้วย”สิ้นเสียงคำสั่งเขาก็ดึงมือบางมากอดเอวเขาแน่น พฤกษายอมตามนั้นดวงหน้างามซบหลังอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าสองข้างทางไม่มีคนก่อนจะนั่งปกติเมื่อใกล้ถึงอาคารเรียนตนเอง
“พี่ไปก่อนนะ อย่าลืมที่บอกไว้พี่ชายก็คือพี่ชาย เข้าใจไหม ตอนเย็นพี่มารับนะ ห้ามรับปากไปกับใครเด็ดขาด”ณภัทรบอกอีกฝ่ายเมื่อถอดหมวกกันน็อคให้อย่างเบามือ
“ครับ” พฤกษารับคำสั้นๆี้เีต่อความยาวสาวความยืด เพราะตอนนี้เขาเกรงใจราเมศวร์ที่ยืนรออยู่ เขามาสายไปครึ่งชั่วโมง
“พี่เมศวร์ผมขอโทษ” หนุ่มน้อยยกมือขอโทษเมื่อมาสายไปมาก สองนาทีของณภัทรกลับกลายเป็ 20 นาทีไปได้ยังไงพฤกษาหน้าแดงเมื่อคิดถึงตอนกอดกันในสวนหลังอาคารเรียน
“ทำไมหน้าแดงจัง ไม่สบายรึปล่าว”ราเมศวร์ถามอย่างเป็ห่วง มือหนายกขึ้นแตะหน้าผาก พฤกษายืนนิ่งไม่ไหวติง
“ตัวก็ไม่ร้อนนะทำไมหน้าแดงอย่างนี้”
“ไม่มีอะไรครับพี่ไหนละครับของที่คุณป้าฝากมาให้ ผมชักอยากรู้แล้วสิ” พฤกษาเปลี่ยนเื่
“อ่ะ นี่ เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะคุณแม่อยากเจอเรานะ” ร่างบางอึ้ง ทำไงดี เมื่อคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของณภัทร ‘ตอนเย็นพี่มารับนะห้ามรับปากไปกับใครเด็ดขาด’
“ขอเป็พรุ่งนี้ได้ไหมครับวันนี้ผมนัดกับเพื่อนไว้แล้ว” พฤกษายิ้มแก้เก้อให้กับพี่ชายข้างบ้านที่ถูกเขาปฏิเสธอีกครั้ง
“พรุ่งนี้แม่พี่ไปต่างจังหวัดเลยอยากเจอพฤกษ์น่ะ แต่ไม่ว่างก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่บอกแม่ให้ว่าวันหลังก็ได้ยังไงก็เจอกันได้ตลอดอยู่แล้วนิ” ราเมศวร์บอกเขา มือหนาขยี้เส้นผมอย่างเอ็นดู
“ขอโทษครับ”พฤกษารู้สึกผิดที่ปฏิเสธแล้วก็โกหกอีกฝ่ายด้วย
“ไม่เป็ไร พี่เข้าใจ พี่ไปก่อนนะได้เวลาเรียนแล้ว”
“พี่ราเมศวร์ครับ ขอบคุณมากครับ” พฤกษายิ้มกว้างให้คนเป็พี่ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นอาคารเรียน
พักเที่ยงที่โรงอาหาร
“่นี้แกหายไปไหนไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับพวกเราเลย” พิชัยถามเพื่อนเมื่อ่นี้พฤกษามักจะปฏิเสธไปไหนมาไหนด้วยกัน
“ไม่มีอะไรหรอก พอดีคนรู้จักป่วยบ่อยและมีเื่นิดหน่อยต้องเคลียว่าแต่วันนี้ทุกคนไปไหน เราไปได้หมดเลยนะ”
“นั่นสิวันนี้เลิกเรียนไปไหนกันดี ไปร้านเหล้าประจำหรือไปคาราโอเกะหรือจะไปนั่งเล่นห้องพฤกษ์เหมือนเคย เอาไงดี” ธานินทร์เสนอ
ไลอี้ ไลอี้ ไลอี้
เสียงไลน์ในโทรศัพท์มือถือของพฤกษาดังขึ้น มือบางหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็กานดาส่งข้อความมาให้เขาคิ้วเรียวขมวดมุ่นผู้หญิงคนนี้ไม่ได้คุยกับเขาและไม่เคยติดต่อเขาั้แ่เกิดเื่ นิ้วเรียวกดอ่านข้อความก่อนจะแสดงสีหน้าใระคนความกังวลฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้างาม
ภาพตนเองกับณภัทรที่กอดกันหลังอาคารเรียนถูกส่งมาจากหญิงสาวพร้อมข้อความว่า ‘หากไม่อยากให้รู้ไปทั้งมหาลัยมาเจอกันหลังอาคารเรียน มาคนเดียวนะ แล้วก็หากไม่มาภาพนี้ทำให้ประธานนักเรียนเดือดร้อนแน่ มาตอนนี้เลย พวกเรารออยู่’ เมื่ออ่านข้อความเสร็จพฤกษาถึงกับหน้าถอดสีสีหน้ากังวลจนเพื่อนในกลุ่มสงสัย
“เอ้ย พฤกษ์ เป็ไรวะ คุยอยู่ดีดีก็นิ่งไปซะงั้นนี่พวกเราสรุปไปร้านเหล้าแกโอเคไหม”
ไม่มีเสียงตอบรับพฤกษายังอึ้งว่าจะทำอย่างไรต่อดีจนชนะพลเห็นอาการแล้วจึงดึงโทรศัพท์ออกจากมือพฤกษาเพื่อดูว่าต้นเหตุมาจากอะไรกันแน่
“บ้าที่สุด ใยกานดานั่นไม่เลิกสินะ” ชนะพลสบถอย่างเหลืออด แล้วส่งมือถือพฤกษาให้เพื่อนในวงทุกคนดู
“ว่าแต่คนที่แกกอดนี่มันคุ้นๆ นะ”พิชัยถามคิ้วย่นเข้าหากัน
“คุ้นอะไร ก็ประธานนักเรียนนั่นไงอ่านข้อความสิ ใยกานดาก็พิมพ์บอกอยู่โต้งๆ เอาไงดีพฤกษ์” ชนะพลถาม
พฤกษากระพริบตาปริบๆตื่นจากภวังค์ เพื่อนๆ เขาเอาโทรศัพท์ไปอ่านั้แ่เมื่อไหร่ตอนนี้ก็รู้กันหมดแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังเพื่อนอีก
“รูปนี้น่าจะถูกถ่ายเมื่อเช้าพอดี เอ่อ พี่ภัทรเขาบอกว่าชอบแล้วดึงไปกอดแค่นั้นแหละ”
“แล้วแกละ ชอบเขาหรือเปล่า”ธานินทร์ถามด้วยความเป็ห่วงเพื่อน
“ก็แค่เริ่มรู้สึกดีนะพวกแกก็รู้เขาเ้าชู้ หลายใจ หลอกลวงเก่งขนาดไหน” พฤกษาตอบอย่างอายๆ
“เขาก็ไม่ได้เลวร้ายแบบนั้นหรอกเขาแค่ยังไม่เจอรักจริง หากเจอเขาก็คงหยุด”ชนะพลบอกเพื่อนเพราะอรอุมาเคยเล่าให้ฟัง
“แล้วสรุปแกเอาไง ตัวป่วนพวกนั้นเรียกแกไปพบคงไม่ใช่เื่ดีแน่ ให้พวกเราไปด้วยนะ” ยงยุทธ์ถามสรุปความ
“ไม่ต้องเื่แค่นี้จัดการเองได้ ขอโทษทีนะธนา โย่ ขิง แชมป์วันนี้คงไม่ได้ไปกับพวกแกอีกแล้ว ่นี้มีแต่เื่จริงๆ”พฤกษาอดคิดไม่ได้ว่าั้แ่รู้จักกับณภัทร เขามีเื่เข้ามาไม่หยุดไม่หย่อนจริงๆ
“แกไม่ทันพวกนั้นหรอกอย่าคิดนะว่ากานดาจะไปหาแกคนเดียว ใยนั่นต้องลากสองสาวจอมแสบในแกงค์ไปด้วยแน่แกจะเสียเปรียบเอานะ” ธานินทร์อดเป็ห่วงไม่ได้ เขาอยากตามไปด้วย
“หากพวกแกไปด้วยฉันก็เป็หน้าตัวเมียสิ ไปเจอผู้หญิงยังพาผู้ชายไปด้วยเป็ฝูง” พฤกษาบอกเพื่อนขำๆแต่ในใจเขานั้นไม่ขำสักนิด เพราะรู้ว่าหญิงสาวเ่าั้เพื่อความสนุกไม่เคยสนใจความเดือดร้อนคนอื่นดูอย่างคราวที่เมษาให้พี่ชายของเธอมาจัดการณภัทรโดยไม่สนใจความถูกผิดกลับถูกเป็ผิดไปหมด คนอื่นเจ็บได้แต่ตัวเองห้ามเจ็บ เขาจะรับมือเหตุการณ์นี้ได้ไหมนะเขาจะทำอย่างไรดี แวบแรกที่สมองคิดได้ ชื่อคนคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ‘พี่ภัทร’ช่วยผมด้วย