หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 112 ตอน เดินทางไกล 2

            มือของซูเจินที่กำลังจะยื่นออกไปหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน

            ‘นางเหมือนข้ามากจริงๆ’

            หลังจากผ่านไปหลายปี เขายังคงเคียดแค้นเจ้าสำนักชิงซานคนก่อนอีกทั้งยังเคียดแค้นบิดาของตนเองด้วย

            เหตุใดคนฉลาดอย่างท่านแม่ถึงถูกคนเหล่านี้ปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม?

            ‘ท่านแม่คือคนดีที่สุดในโลกนางสมควรได้รับการปฏิบัติอย่างอ่อนโยนจากทุกคน’

            เป็นเพราะคนที่น่ารังเกียจเหล่านี้ถึงทำให้ท่านแม่ต้องตายแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านมานานแล้ว แต่เขายังคงจดจำความอ่อนโยนของท่านแม่ได้เสมอ

            น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับท่านแม่มากนัก

            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซูเจินไม่สนใจตระกูลเสิ่นเลย เพราะคนตระกูลเสิ่นไม่แยแสต่อการตายของท่านแม่ในตอนนั้น

            ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่เขามีความสุข

            “เสด็จแม่อย่าเพิ่งไปอยู่กับอาจื่อก่อน”

            เสียงพึมพำของหญิงสาวที่ทั้งร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดฟังดูเบาราวกับเสียงกระซิบ

            ทันใดนั้นซูเจินก็อิจฉาอวิ๋นจื่อ

            อย่างน้อยนางก็ยังได้ใช้เวลาอยู่กับมารดายังได้ทำตัวเหมือนเด็กออดอ้อนฉอเลาะกับมารดา

            แต่เขากลับไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วอันที่จริงเขาไม่เคยมีโอกาสเช่นนั้นมาก่อน

            ซูเจินมองดูหญิงสาวที่หลับอยู่และรู้สึกโศกเศร้าโดยไม่มีเหตุผล

            ‘หากท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่เวลาที่ข้าทุกข์ใจท่านจะกอดข้าและปลอบโยนข้าหรือไม่?อาเจินคิดถึงท่านเหลือเกิน’

            เขามั่นใจว่าท่านแม่ย่อมทำเช่นนั้นแน่

            ซูเจินตรวจสอบร่างกายของอวิ๋นจื่อและพบว่าบาดแผลบนร่างนางดูแปลกมากมันเป็นบาดแผลจากกระบี่ธรรมดา ไม่มีบาดแผลใดที่สาหัส

            วิธีลงมือเช่นนี้ดูไม่เหมือนมือสังหารแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายได้รับคำสั่งให้นำตัวเป้าหมายกลับไปแบบเป็นๆ ดังนั้นเวลาโจมตีจึงมักหลีกเลี่ยงจุดสำคัญอย่างแยบยลเพื่อให้เป้าหมายเสียเลือดจนหมดแรง แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

            แต่ด้วยความดุดันของอวิ๋นจื่อสุดท้ายนางกลับเสียเลือดมากไปจนสลบไสลไม่ได้สติ 

            เหตุใดนางไม่ใช้วิชากระบี่ของสำนักชิงซาน?

            เหตุใดนางถึงไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานที่สุด?

            ซูเจินสาปแช่งอยู่ในใจจากนั้นเขาก็ฉีกชายเสื้อของตนเองออกแล้วนำไปพันบาดแผลของอวิ๋นจื่อไว้

            ดูเหมือนหญิงสาวจะหลับสนิท 

            ซูเจินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาที่พักแรมในบริเวณนั้น

            อวิ๋นจื่อยังคงนอนหลับสนิทแต่เสียงพึมพำของนางค่อยๆ เบาลงจนกระทั่งเงียบไปในที่สุด เห็นได้ชัดว่าอาการของนางเริ่มดีขึ้น 

            ซูเจินขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าในภูเขาและป่าทึบตอนกลางคืนอันตรายเพียงใด

            คงต้องรีบหาสถานที่ที่มีผู้คน

            อย่างไรก็ตามเกรงว่าคืนนี้คงไม่มีเวลาแล้ว

            กลางดึกอุณหภูมิค่อยๆลดลง ซูเจินรู้สึกว่าความหนาวเย็นกำลังเข้าครอบงำ

            ซูเจินเดินเก็บกิ่งไม้แห้งรอบๆรถม้า เขาพยายามอยู่นานกว่าจะจุดไฟได้

            ไม่มีน้ำและผลไม้ในบริเวณใกล้เคียงไม่มีอะไรให้ทานและดื่ม เขารู้สึกหนาว หิว และเหนื่อยล้า

            ซูเจินย้ายร่างอวิ๋นจื่อเข้าไปใกล้กองไฟจากนั้นก็หยิบใบไม้สองใบแล้วเป่าเป็นเพลง

            เขาเลือกเป่าเพลงเมฆหมอกเหนือลำน้ำเซียวเซียง

            เมื่อเป่าเสร็จซูเจินก็รู้สึกใจเย็นลงเล็กน้อยเขาหันไปดูหญิงสาวข้างกองไฟและเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับอยู่ เขามองไปที่ดวงดาวบนท้องฟ้าจากนั้นความคิดของเขาก็ล่องลอยไปชั่วขณะจนลืมไปว่าดูเหมือนจะมีฟืนมากเกินไปในกองไฟ

            ในที่สุดหญิงสาวที่กำลังหลับใหลก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยความร้อนจากกองไฟ

            อวิ๋นจื่อลืมตาขึ้นและมองเห็นซูเจินนางกล่าวเบาๆ ว่า 

            “ซูเจินข้าหลับไปนานแค่ไหน?”

            ในขณะที่เติมฟืน ซูเจินก็กล่าวว่า“นานพอสมควร”

            อวิ๋นจื่อถามว่า“เจ้าพบข้าได้อย่างไร?”

            ซูเจินกล่าวด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจว่า“ข้าก็ย้อนกลับมาทางเดิมสิ เจ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรได้? ข้าไม่รู้วิธีต่อสู้เลยสักนิด”

            อวิ๋นจื่อหัวเราะ “เจ้านิสัยเหมือนเด็กไม่มีผิดข้าไม่รู้ว่าเจ้าเอาใจสาวงามเหล่านั้นด้วยวิธีใด? เจ้าไม่เคยอ่อนโยนกับข้าแม้แต่น้อย”

            ซูเจินยิ้ม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าโดยปกติแล้วหญิงสาวที่ชายหนุ่มเต็มใจเอาอกเอาใจย่อมเป็นหญิงสาวที่เขาต้องการร่วมหอเจ้าสารเลวเย่เช่ออ่อนโยนกับเจ้าหรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อรู้สึกอายเล็กน้อยนางกระซิบว่า “แล้วเจ้าไม่ใช่หญิงสาวหรือ? เหตุใดเจ้าจึงชอบพูดแต่เรื่องน่าอาย?”

            ซูเจินไม่ตอบ เขาใส่กิ่งไม้แห้งเพิ่มอีกกำมือหนึ่งทันใดนั้นกองไฟก็ลุกโชน

            เขาไม่อยากนึกถึงรอยแผลในใจจึงไม่ได้ตอบคำถามของอวิ๋นจื่อ 

            อวิ๋นจื่อกล่าวต่อว่า “หยุดใส่กิ่งไม้แห้งได้แล้วมิเช่นนั้นกองไฟจะร้อนเกินไป ซูเจินเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?”

            ซูเจินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำถามของหญิงสาว

            หญิงสาวผู้นี้คิดว่าเขาเป็นพี่ชายของนางจริงๆหรือ?

            ตั้งแต่ท่านแม่จากไปซูเจินก็มองว่าไม่มีใครที่ควรค่าแก่การเปิดใจให้แม้กระทั่งเย่เช่อและฮั่วฉีอวี่ ซูเจินก็ไม่เคยบอกพวกเขาถึงสิ่งที่อยู่ในใจของตนเอง 

            ‘แล้วข้าควรเปิดใจให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้หรือไม่?’

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570