ซุนเกี๋ยนเห็นประหลาดจึงถามเทียเภาว่า “ตราหยกนี้จะเป็ของผู้ใด”เทียเภาจึงตอบว่า “ตราสำหรับราชสมบัติแลหยกซึ่งแกะตรานี้๑ ครั้งเบ๊งโหเห็นหงส์จับอยู่บนูเาครั้นหงส์บินไปแล้ว เบ๊งโหจึงเอาก้อนศิลาที่หงส์จับนั้นมาต่อยออกจึงได้หยกแล้วเอาไปถวายพระเ้าโซบูอ๋อง พระเ้าโซบูอ๋องก็ดับสูญครั้นพระเ้าจิ๋นซีอ๋องได้เสวยราชย์ จึงให้หาช่างมาทำเป็ตราสำหรับพระมหากษัตริย์แล้วให้หลีสูจึงแกะเป็อักษรแปดตัวครั้งหนึ่งพระเ้าจิ๋นซีอ๋องเสวยราชสมบัติได้ยี่สิบหกปี(พ.ศ. ๒๓๑) จึงเสด็จไปประพาสโดยทางชลมารคพอเกิดพายุหนักคลื่นใหญ่พระเ้าจิ๋นซีอ๋องกลัวเรือพระที่นั่งจะล่ม จึงเอาตราหยกนี้ทิ้งลงในแม่น้ำพายุแลคลื่นก็สงบไป ครั้นอยู่มาอีกแปดปี พระเ้าจิ๋นซีอ๋องเสด็จไปประพาสโดยทางสถลมารคมีผู้หนึ่งเอาตราหยกนี้มาถวายต่อพระหัตถ์ แล้วผู้นั้นก็หายไปครั้นพระเ้าจิ๋นซีอ๋องเสด็จกลับเข้ามาถึงวังก็ต๒จูเอ๋งจึงเอาตรานี้มาถวายพระเ้าฮั่นโกโจครั้นอองมังเป็ขบถ นางตังไทฮอจึงเอาตรานี้ทิ้งเอาอองสิมโซเสียมทหารอองมังไปถูกผนังตึกเหลี่ยมนั้นจึงลิไปแล้วให้เอาทองคำทำเลี่ยมตราเข้าไว้ครั้นพระเ้าฮั่นกองบู๊ได้ตราดวงนี้จึงได้เสวยราชย์ต่อ ๆ มา ครั้นเพลิงไหม้วังพวกขันทีจึงพาหองจูเปียนกับหองจูเหียบหนีเพลิงไปครั้นกลับเข้ามาจึงให้คนค้นดูทรัพย์สิ่งของในท้องพระคลังนั้นก็ยังดีอยู่สิ้นแต่ตราหยกดวงนี้หายไป ก็ซึ่งท่านมาได้ตราสำหรับราชการนี้เห็นว่าราชสมบัติจะได้แก่ท่านเป็มั่นคงขอให้ท่านยกกลับไปเมืองกังตั๋งจึงจะได้คิดการใหญ่สืบไป”
ฝ่ายซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนักจึงว่าพรุ่งนี้เราจะลาอ้วนเสี้ยวว่าป่วยจะกลับไป แล้วกำชับทหารทั้งปวงว่าอย่าให้บอกกล่าวแก่ผู้ใดให้ปรากฏ ในขณะเวลากลางคืนนั้นทหารซุนเกี๋ยนคนหนึ่งซึ่งรู้เห็นคิดเอาใจออกหากซุนเกี๋ยนจึงเอาเนื้อความไปบอกแก่อ้วนเสี้ยวอ้วนเสี้ยวจึงเอาตัวทหารนั้นไว้แล้วปูนบำเหน็จให้เป็อันมากครั้นเวลารุ่งเช้าซุนเกี๋ยนจึงไปบอกแก่อ้วนเสี้ยวว่า “ข้าพเ้าป่วยจะขอลาไปอยู่รักษาตัวณ เมืองเตียงสา อ้วนเสี้ยวหัวเราะแล้วตอบว่าข้าพเ้าทราบแล้วซึ่งท่านว่าป่วยจะไปรักษาตัวนั้นเพราะได้ตราหยกสำหรับราชสมบัติหรือ”
ซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นทำเป็ใจึงถามว่า “ผู้ใดมาแจ้งเนื้อความแก่ท่านฉะนี้” อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า “เราทั้งปวงคิดกันมาหวังจะล้างศัตรูราชสมบัติเสียซึ่งท่านได้ตราหยกสำหรับพระมหากษัตริย์ไว้ จงเอามาให้เราซึ่งเป็นายทัพผู้ใหญ่ถ้าสำเร็จราชการแล้วจะได้ถวายพระเ้าเหี้ยนเต้ให้เสวยราชสมบัติสืบไปซึ่งท่านได้ตราไว้แล้วปิดเนื้อความเสียจะพาเอาไปนั้น ท่านคิดจะเอาราชสมบัติหรือซุนเกี๋ยนจึงว่าข้าพเ้าไม่ได้ตราไว้ เป็ไฉนท่านมาขืนว่าดังนี้เล่า”อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่าเรารู้ว่าได้มาเป็มั่นคง จงเร่งเอามาให้เราเสียถ้ามิฟังเราก็จะวุ่นวายกันขึ้น
ฝ่ายซุนเกี๋ยนจึงเอามือชี้ฟ้าแล้วสาบานว่า”ถ้าข้าพเ้าได้ตราหยกไว้แล้ว ขอให้ข้าพเ้าตายด้วยสายฟ้าแลอาวุธต่าง ๆ เถิดหัวเมืองทั้งปวงจึงห้ามอ้วนเสี้ยว ว่าซุนเกี๋ยนสาบานแล้วก็แล้วไปเถิดอ้วนเสี้ยวจึงให้เอาทหารซุนเกี๋ยนซึ่งมาบอกเนื้อความนั้นออกมาแล้วจึงถามซุนเกี๋ยนว่าเมื่อท่านให้ทหารทั้งปวงลงไปสักในบ่อนั้นได้ตราขึ้นมานี้ทหารคนนี้ได้ไปด้วยท่านหรือไม่”
ซุนเกี๋ยนเห็นทหารของตัวก็รู้ว่าเอาเนื้อความมาบอกแก่อ้วนเสี้ยวซุนเกี๋ยนก็โกรธชักกระบี่ออกจะฟันทหารคนนั้นเสียอ้วนเสี้ยวเห็นดังนั้นจึงชักกระบี่ออกยืนขวางหน้าไว้แล้วว่าถ้าตัวท่านฆ่าทหารคนนี้เสีย เราก็จะฆ่าตัวท่านเสียเหมือนกัน
ฝ่ายงันเหลียงกับบุนทิวทหารอ้วนเสี้ยวซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเห็นดังนั้นก็ถอดกระบี่ออกไว้ ข้างเทียเภา อุยกาย ฮันต๋งทหารฝ่ายซุนเกี๋ยนก็ชักกระบี่ออกคอยทีอยู่
ฝ่ายหัวเมืองทั้งปวงเห็นดังนั้นก็ออกไปห้ามเสียทั้งสองข้าง แลซุนเกี๋ยนก็ขึ้นม้ากลับมา ณที่ชุมนุมก็จัดแจงทหารทั้งปวงพร้อม แล้วจึงยกออกจากเมืองลกเอี๋ยง
ครั้นอ้วนเสี้ยวรู้ดังนั้นก็แต่งหนังสือบอกเนื้อความนั้นให้ม้าใช้ถือไปถึง เล่าเปียว เ้าเมืองเกงจิ๋วว่าให้เล่าเปียวคุมทหารออกสกัดรบชิงเอาตราหยกซึ่งซุนเกี๋ยนพาหนีไปนั้นไว้ถวายพระเ้าเหี้ยนเต้จงได้
ครั้นเวลารุ่งเช้ากองม้าใช้ซึ่งขึ้นไปสอดแนมนั้นกลับมาบอกอ้วนเสี้ยวว่า “บัดนี้ทัพโจโฉซึ่งยกไปตามตั๋งโต๊ะนั้นแตกไปอยู่เมืองโห้ลาย”อ้วนเสี้ยวแจ้งดังนั้นจึงแต่งทหารให้ไปรับโจโฉมา ณ เมืองลกเอี๋ยงแล้วให้แต่งโต๊ะเชิญโจโฉกับหัวเมืองทั้งปวงกินโต๊ะ ต่างคนถามข่าวโจโฉโจโฉทอดใจใหญ่แล้วว่า
“เดิมข้าพเ้าคิดอ่านเกลี้ยกล่อมผู้คนแลบอกไปถึงท่านทั้งปวงว่าจะทำนุบำรุงการแผ่นดินท่านทั้งปวงเห็นด้วยจึงยกมาช่วยทำการ บัดนี้ตั้งโต๊ะทิ้งเมืองหลวงเสียพาพระเ้าเหี้ยนเต้แลอาณาประชาราษฎรไปข้างทิศตะวันตกข้าพเ้าได้ว่าให้ท่านทั้งปวงยกตามไปท่านก็ไม่ยอมข้าพเ้ายกทหารตามไปได้รบพุ่งกันเป็สามารถจนข้าพเ้าเสียทีมาครั้งนี้ข้าพเ้าได้ความอัปยศนัก ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด จงเร่งช่วยกันคิด”
อ้วนเสี้ยวแลหัวเมืองทั้งปวงมิได้ตอบประการใดโจโฉจึงคิดว่าบรรดาหัวเมืองทั้งนี้เห็นจะคิดเอาใจออกหากกันเป็มั่นคงถึงจะคิดการด้วยสืบไปก็เห็นจะไม่ตลอดโจโฉโกรธจึงออกมาจัดแจงทหารแล้วยกไปเมืองเอ๊งจิ๋วแลหัวเมืองทั้งนั้นก็กลับไปยังที่ชุมนุมแลกองซุนจ้านจึงว่าแก่เล่าปี่ กวนอูเตียวหุยว่า”อ้วนเสี้ยวนี้ซึ่งจะคิดการใหญ่นั้นไม่ได้นานไปเห็นจะมีอันตรายจะพากันได้ความลำบากเสีย เราจงพากันยกไปเมืองจะดีกว่า”เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยเห็นชอบด้วยกองซุนจ้านก็ยกทหารไปถึงเมืองเพงงวนก๋วนเล่าปี่ก็ลาเข้าอยู่รักษาเมืองดังก่อน กองซุนจ้านก็ยกไปเมืองปักเป๋ง
ฝ่ายเล่าต้ายขาดเสบียงจึงให้ทหารไปยืมเสบียงเตียวเมา เตียวเมาไม่ให้ เล่าต้ายโกรธ ครั้นเวลากลางคืนก็ยกทหารเข้าตีค่ายฆ่าเตียวเมาตายแลทหารเตียวเมานั้นก็มาเข้าด้วยเล่าต้ายสิ้นอ้วนเสี้ยวเห็นหัวเมืองทั้งปวงแก่งแย่งทำร้ายแก่กัน ที่ยกกลับไปก็มีบ้างเห็นการจะทำไม่ตลอดอ้วนเสี้ยวก็คุมทหารยกไปเมืองโห้ลายแลหัวเมืองซึ่งยังอยู่นั้นต่างคนต่างยกกลับไปเมือง
ฝ่ายเล่าเปียวเ้าเมืองเกงจิ๋วนั้นเป็เชื้อพระเ้าฮั่นโกโจมาแต่ก่อนแลเล่าเปียวนั้นมีที่ปรึกษาเจ็ดคนชื่อตันเสียงชาวเมืองยีหลำหนึ่ง คงหลิบชาวเมืองโลก๊กหนึ่ง ห้วนขงชาวเมืองปุดไฮหนึ่ง เตียวลีชาวเมืองซันหยงหนึ่ง เตียวเคียนชาวเมืองซันหยงหนึ่ง หงิมติดชาวเมืองลำหยงหนึ่ง ห้วนหงชาวเมืองยีหลำหนึ่ง ทั้งเจ็ดคนนี้เป็เพื่อนสนิทกันกับเล่าเปียวมาแต่ก่อนแลมีทหารเอกสามคนชื่อเก๊งเหลียง เก๊งอวด ชัวมอสามคนนี้เป็ชาวเมืองเอี้ยงเบ๋ง
แลเล่าเปียวครั้นแจ้งหนังสืออ้วนเสี้ยวซึ่งให้มานั้นจึงให้ เก๊งอวด กับ ชัวมอ คุมทหารหมื่นหนึ่ง ยกไปสกัดทางซึ่งซุนเกี๋ยนมาแลเก๊งอวดขึ้นไปยืนอยู่หน้าทหารทั้งปวง ซุนเกี๋ยงจึงถามเก๊งอวดว่า “ซึ่งท่านยกทหารมาสกัดทางไว้ทั้งนี้จะปรารถนาสิ่งอันใด”เก๊งอวดจึงตอบว่า
“ตัวท่านเป็ข้าพระเ้าเหี้ยนเต้ตัวก็ได้กินเบี้ยหวัดอยู่แล ตัวพาเอาตราหยกสำหรับพระมหากษัตริย์มานั้นจะเอาไปคิดประการใด จงเอาตราส่งมาให้เรา เราจะเอาไปถวายพระเ้าเหี้ยนเต้ถ้าตัวมิให้เราก็ไม่เปิดทางให้ไป”
ซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงให้อุยกายออกไปจะรบด้วยเก๊งอวด แลชัวมอเห็นก็ขับม้าออกรบกับอุยกายได้เจ็ดเพลงอุยกายจึงเอากระบองเหล็กสี่เหลี่ยมตีถูกอกชัวมอ ชัวมอชักม้าหนีซุนเกี๋ยนจึงไล่ฟันทหารชัวมอถึงหน้าเมืองเกงจิ๋วซุนเกี๋ยนได้ยินเสียงม้าล่อบนเนินเขา จึงแลเห็นเล่าเปียวยกทหารมาเป็อันมากซุนเกี๋ยนคำนับเล่าเปียวแล้วจึงว่า “ท่านเชื่อฟังหนังสืออ้วนเสี้ยวแลยกทหารมาทำการดังนี้เหมือนหนึ่งไม่เอ็นดูข้าพเ้า” เล่าเปียวจึงตอบว่า “ซึ่งท่านพาเอาตราหยกมานี้จะคิดเป็ขบถต่อแผ่นดินหรือ”ซุนเกี๋ยนจึงว่า “ถ้าข้าพเ้าได้ตราหยกมาเหมือนอ้วนเสี้ยวว่ามานั้นขอให้ข้าพเ้าตายด้วยอาวุธต่าง ๆ เถิด” เล่าเปียวจึงว่า “ถ้าท่านจะให้เราสิ้นสงสัยจงเรียกทหารซึ่งสนิทของท่านมาให้เราค้นดูจนสิ้นทุกคนเราจึงจะเชื่อ”
ซุนเกี๋ยนได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงว่า “เราสาบานตัวแล้วยังไม่เชื่อเล่าท่านจะมีฝีมือกล้าหาญประการใดเราจะขอลองดู”
เล่าเปียวได้ฟังดังนั้นก็ยกทหารทำเป็ถอยมาซุนเกี๋ยนขับม้าไล่ไปถึงเขาสองข้างทาง แลทหารเล่าเปียวซึ่งซุ่มอยู่นั้นก็ออกรบกระหนาบแลชัวมอเก๊งอวดซึ่งหนีซุนเกี๋ยนนั้นก็ขับม้าคุมทหารอ้อมทางขึ้นไปตีกระหนาบหลังซุนเกี๋ยนลงมาเล่าเปียวก็ให้ทหารตีเป็หน้ากระดานขึ้นไปซุนเกี๋ยนนั้นรบอยู่กลางทหารเล่าเปียวแลอุยกาย เทียเภา ฮันต๋ง เห็นเสียทหารเป็อันมาก แล้วทหารเล่าเปียวล้อมซุนเกี๋ยนไว้อุยกาย เทียเภา ฮันต๋งจึงรบหักเข้าไปแก้ซุนเกี๋ยนออกมาได้แล้วก็พาทหารซึ่งเหลือมานั้นยกไปเมืองกังตั๋งแต่นั้นมาเล่าเปียวกับซุนเกี๋ยนก็มีใจพยาบาทกัน
๑มีในเื่เลียดก๊ก
๒พระเ้าจิ๋นอ๋องกับพระเ้าจิ๋นซีอ๋ององค์เดียวกัน