หลังจากค่ำคืนที่ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็สถานะลับ
อคินทร์เคยลั่นวาจาไว้ว่าเขาจะเป็ฝ่ายเรียกหาเอื้อเองเมื่อ้า
และสั่งให้ร่างบางอยู่เงียบๆในที่ของตัวเองราวกับอากาศธาตุ
เอื้อทำตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัดเขาย้ายข้าวของทั้งหมดเข้าไปอยู่ในห้องนอนเล็กแคบๆคอยหลบหน้าและไม่เคยเสนอตัวออกมาให้ขัดสายตา
แต่กลายเป็ อคินทร์ เองที่เริ่มทนไม่ไหว...
ความเสพติดในกลิ่นหอมสะอาดและผิวกายเนียนละเอียดของเอื้อแผดเผาใจประธานหนุ่มจนไม่เป็อันทำงาน
ในหัวมีแต่ภาพของคนที่ยอมสยบอยู่ใต้ร่างเขาอย่างอ่อนโยน
สุดท้ายอีโก้ที่เคยสร้างไว้ก็พังทลายลงด้วยความ้าอันบ้าคลั่ง
แกรก...
เสียงเปิดประตูห้องนอนเล็กที่ไม่มีการเคาะเตือนล่วงหน้า
ทำให้เอื้อที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงสะดุ้งสุดตัวร่างบางรีบปิดหนังสือแล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนประสานมือทันทีด้วยความใ
เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมบนสามเม็ดเดินเข้ามาด้วยสายตาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้
"คุณอคิน... มีอะไรให้เอื้อรับใช้หรือเปล่าครับ? ถ้าอยากได้อะไรเรียกเอื้อข้างนอกก็ได้ครับ..." เอื้อพูดเสียงแ่ เจียมตัวจนถึงที่สุด
"ฉันบอกให้เธออยู่เงียบๆแต่ไม่ได้หมายความว่าให้ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องรูหนูนี่...เธอเข้าใจคำสั่งฉันผิดไปหรือเปล่าเอื้อ?" อคินทร์ตวาดเสียงเรียบแต่แฝงความหงุดหงิดเขาก้าวสืบเท้าเข้าหาเอื้อช้าๆ
สรรพนามที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหยุดหมุน...เอื้อเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกรัวและพองโตขึ้นมาในพริบตา
คำว่า ‘เธอ’ ที่หลุดออกมาจากปากของคุณอคินช่างฟังดูนุ่มนวลอ่อนหวาน และเต็มไปด้วยกระแสความลึกซึ้ง
จนเอื้อแอบดีใจจนเนื้อเต้นนึกไปถึงพี่ชายใจดีในอดีตที่เคยปลอบโยนเขา
"คุณอคิน... เรียกเอื้อว่า... เธอ?" เสียงหวานพึมพำแ่เบาสายตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความหวังที่จุดประกายขึ้นมา
อคินทร์ชะงักกึกใบหน้าหล่อเหลาร้อนวูบขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ตัวว่า
หลุดฟอร์ม พูดความรู้สึกในส่วนลึกของใจออกไปประธานหนุ่มรีบตีสีหน้าเรียบเฉยแววตาเลิ่กลั่กอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะรีบข่มเสียงให้เข้มเพื่อเก็บทรงอย่างข้างๆคูๆ
"อย่ามาทำตาโตใส่ฉันเอื้อ ที่ฉันเรียกแบบนั้น... ก็เพราะรำคาญคำว่านายมันฟังสรรพนามแข็งกระด้างขัดหู อีกอย่าง...คนที่ยอมนอนใต้ร่างฉันง่ายๆ แบบเธอจะเรียกนายหรือเรียกเธอมันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ อย่าคิดลามปามไปไกล"
คำแก้ตัวอันร้ายกาจบวกกับประโยคดูถูกเหยียบย่ำ
ดับไฟแห่งความหวังในใจของเอื้อลงทันควัน
ร่างบางหน้าชาหนึบก้มหน้าลงต่ำตามเดิมเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลซึมออกมา...นั่นสินะ เขาก็แค่รำคาญสรรพนามเดิมไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรซ่อนอยู่เลยสักนิด
"เอื้อขอโทษครับ..."
อคินทร์มองคนที่ก้มหน้านิ่งด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นริ้วเข้ามาปะทะอกเขาเกลียดตัวเองที่ปากร้าย แต่อารมณ์โหยหาที่พุ่งสูงมันเกินกว่าจะควบคุม
ร่างสูงขยับเข้าไปประชิดจนส้นเท้าของเอื้อชนเข้ากับขอบเตียงมือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียวร่างของเอื้อก็ลอยมาปะทะกับอกแกร่ง
อคินทร์เชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความกระหาย
"และเธอจำใส่หัวไว้ด้วยเอื้อ... ฉันเป็คนตั้งกฎเพราะงั้นฉันจะทำลายมันตอนไหนก็ได้ และตอนนี้ฉัน้าเธอ... ห้ามปฏิเสธ "
สิ้นประโยคเอาแต่ใจอคินทร์ก็ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่นของเอื้อทันทีอย่างหิวกระหายมือหนาลูบไล้เข้าไปใต้สาบเสื้อยืดตัวบาง
บีบเค้นผิวเนียนจนขึ้นรอยแดงเอื้อครางประท้วงในลำคอมือบางพยายามดันอกแกร่งไว้แต่เรี่ยวแรงกลับหดหายไปต่อััอันเร่าร้อนที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
"อึก... คุณอคิน... ตรงนี้ไม่ได้ครับ นี่มันห้องของเอื้อ..."เอื้อพยายามประคองสติอันน้อยนิดอันเนื่องมาจากสถานสถานที่ที่ไม่ใช่ห้องนอนใหญ่
"ห้องของเธอก็คือห้องของฉันทุกตารางนิ้วในคอนโดนี้เป็ของฉัน... รวมถึงตัวเธอด้วยเอื้อ"
อคินทร์พูดเสียงพร่าพลิกตัวกดร่างบอบบางลงไปบนเตียงแคบของเอื้อทันที
โดยไม่สนเลยว่านี่เตียงหลังเล็กแค่ไหนเขารู้แค่ว่าเขา้าโอบกอดคนตรงหน้าตรงนี้ ตอนนี้และไม่คิดจะหยุดตัวเองอีกต่อไป
อคินทร์ระดมจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงทวีความรุนแรงและเอาแต่ใจมากขึ้นกว่าคืนแรกเสพติดความนุ่มนวลและกลิ่นอายที่ยอมสยบให้เขาแต่เพียงผู้เดียว
เอื้อหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาแห่งความสับสนไหลริน...
ด้านหนึ่งหัวใจเ็ปที่อคินทร์เห็นเขาเป็เพียงที่ระบายความ้าและตอกย้ำความเป็เ้าของราวกับสิ่งของ
แต่อีกด้านหนึ่งััอันหนักแน่นนี้กลับทำให้เอื้อรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนในสายตาของอคินทร์ขึ้นมาชั่วขณะ
ในค่ำคืนนั้นอคินทร์ตักตวงความสุขจากร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักอิ่มขัดขืนต่อกฎที่ตัวเองตั้งไว้จนหมดสิ้น
ยิ่งเอื้อยอมและปรนนิบัติเขาด้วยความอ่อนโยนมากเท่าไหร่อคินทร์ก็ยิ่งทวีความละโมบ
แอบซ่อนความรู้สึกหวงแหนอันบ้าคลั่งไว้ภายใต้การกระทำอันรุนแรงโดยที่ทิฐิในใจยังคงกระซิบบอกว่า... เขาก็แค่กำลัง ใช้งาน คู่นอนให้คุ้มค่าก็เท่านั้น
.
แสงแดดยามเช้าส่องสว่างทั่วห้องครัวหรูเอื้อ กำลังยืนเตรียมกาแฟและแซนด์วิชให้อคินทร์ตามหน้าที่ปกติ
ร่างบางขยับตัวค่อนข้างเชื่องช้าเพราะอาการเจ็บระบมจากกิจกรรมเอาแต่ใจของเ้าของห้องเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
ในจังหวะที่เอื้อเอื้อมมือขึ้นไปหยิบแก้วกาแฟบนชั้นวาง
เสื้อยืดตัวโคร่งผ้าบางไหล่ตกก็เลื่อนหลุดลงมาเผยให้เห็นรอยช้ำเป็ปื้นสีม่วงอมแดงเข้มเด่นชัดรอบๆ ลำคอระหงและลาดไหล่เนียน...มันคือรอยนิ้วมือและรอยตีตราจากความบ้าคลั่งที่อคินทร์ฝากไว้
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆของอคินทร์เดินเข้ามาในครัว
เอื้อสะดุ้งสุดตัวรีบดึงคอเสื้อขึ้นมาปิดรอยเ่าั้ด้วยความลนลาน
ทว่าสายตาคมกริบของประธานหนุ่มกลับไวพอกันอคินทร์หยุดชะงัก สายตาจับจ้องไปที่ลำคอและข้อมือของเอื้อที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาซึ่งบัดนี้มันเขียวช้ำจนดูน่ากลัว
หัวใจของอคินทร์กระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอก
เมื่อรู้ดีว่าตนเองเป็คนลงมือทำรุนแรงขนาดนั้นกับร่างบอบบางนี้
แต่ทิฐิอันหนาแน่นกลับบังคับให้เขาเบือนสายตาหนีทำท่าทีเป็ไม่สนใจและเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเ็าประชดประชันโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสรรพนามที่ใช้ มันเปลี่ยนไปอย่างถาวรแล้ว
"ถ้าเธอจะเดินเพ่นพ่านในห้องฉันด้วยสภาพแบบนี้...วันหลังก็หัดหาเสื้อคอปิดมาใส่ซะเอื้อ ฉันไม่อยากเห็น" อคินทร์กระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูข่าวโดยไม่แม้แต่จะชายตามามองหน้าเอื้อตรงๆ
คำว่า เธอ ที่หลุดออกมาอย่างเป็ธรรมชาติในเวลาปกติ
ทำเอาเอื้อใจกระตุกสรรพนามชวนฝันช่างคอนทราสต์กับประโยคขับไล่ไสส่งเหลือเกิน
ร่างบางหน้าชาหนึบรู้ดีว่าอคินทร์คงรังเกียจที่ต้องมาเห็นร่องรอยความผิดพลาดบนร่างกายของเขา
"ครับ... เอื้อขอโทษครับคุณอคินเดี๋ยวเอื้อจะรีบไปเปลี่ยนชุดครับ" เอื้อก้มหน้าต่ำรีบวางแก้วกาแฟลงแล้วเดินก้มหน้าเลี่ยงกลับเข้าห้องนอนเล็กของตนทันที
อคินทร์ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตมองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่อเหี่ยวออกไป
มือหนากำแน่นจนเส้นเืปูดโปน ลมหายใจร้อนๆถูกพ่นออกมาอย่างหงุดหงิดตัวเอง
... เขาเกลียดตัวเองที่ควบคุมความ้าไม่ได้และเกลียดทิฐิของตัวเองที่ทำได้แค่พ่นคำร้ายๆ ใส่เธอทั้งที่ในใจมันสั่นแกว่งไปหมด
.
.
่ค่ำวันนั้นอคินทร์กลับเข้าคอนโดเร็วกว่าปกติ
ในมือของเขามีถุงกระดาษจากร้านขายยาชั้นนำติดมือมาด้วย
เขาเดินตรงไปที่ห้องนอนเล็กของเอื้อทันทีแต่เมื่อบิดลูกบิดประตูกลับพบว่ามันไม่ได้ล็อก
และภายในห้องก็ไร้เงาของร่างบาง...มีเพียงเสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำด้านนอกที่บอกว่าเอื้อกำลังอาบน้ำอยู่
อคินทร์ถือวิสาสะก้าวเข้าไปในห้องนอนรูหนูของเอื้อห้องนี้แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย นอกจากเตียงเดี่ยวหลังเล็กและโต๊ะไม้เก่าๆทว่ามันกลับสะอาดสะอ้านและมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกมะลิที่เอื้อชอบเด็ดมาใส่แจกันแก้วเล็กๆ ไว้
ประธานหนุ่มเดินไปที่ข้างเตียงนั่งลงบนฟูกนุ่มสายตาตวัดไปเห็นเสื้อผ้าชุดเก่าที่เอื้อเพิ่งถอดทิ้งไว้ในตะกร้าเตรียมซัก...เสื้อตัวนั้นมีรอยเืซึมจางๆ ตรง่ไหล่เพราะผิวบางๆ ของเอื้อแตกจากการเสียดสี
อคินทร์หลับตาลงขบกรามแน่นจนเป็สันนูน ความรู้สึกสมเพชตัวเองพุ่งทะยานขึ้นมาสูงลิ่วเขาลำพองตนว่าเป็ผู้เหนือกว่า เป็คนตั้งกฎแต่สุดท้ายเขากลับรังแกคนที่ไม่มีทางสู้เพราะความเสพติดอันเห็นแก่ตัว
มือหนาเอื้อมไปเปิดถุงกระดาษหยิบหลอดเจลทาแก้แผลฟกช้ำสูตรที่ดีที่สุดออกมา
เขาตั้งใจจะวางมันไว้บนโต๊ะข้างเตียง...แต่ทิฐิร้ายในใจก็ยังคงกระซิบประโยคใจร้ายเพื่อหลอกตัวเองโดยคราวนี้ในความคิดของเขา สรรพนามมันยอมสยบให้เอื้อไปแล้ว
"ฉันก็แค่ไม่อยากให้ของเล่นของฉันมันพังเร็วเกินไป...ถ้าเธอเจ็บจนลุกมาปรนนิบัติฉันไม่ได้ ฉันต่างหากที่จะเสียประโยชน์"
อคินทร์วางหลอดเจลแก้ฟกช้ำลงบนสมุดบันทึกเล่มเล็กของเอื้ออย่างเบามือที่สุด
ราวกับกลัวว่ามันจะส่งเสียงดังจนเ้าของห้องจับได้
เขาจ้องมองหลอดยานั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบลุกขึ้นและเดินออกจากห้องนอนเล็กไปเงียบๆ ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ไม่กี่นาทีต่อมาเอื้อเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนแขนยาวคอปปิดมิดชิดตามคำสั่งเมื่อเช้า
ร่างบางเดินเข้ามาในห้องนอนทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับหลอดยาสีขาวสลับฟ้าที่วางอยู่บนสมุดของเขา
เอื้อขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจก้าวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาดู... มันคือเจลทารักษาแผลฟกช้ำชนิดเข้มข้น
เอื้อหันไปมองที่ประตูห้องที่ปิดสนิทหัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวและบอบช้ำพลันเต้นรัวและพองโตขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ในคอนโดนี้มีแค่เขากับคุณอคินสองคนจะเป็ใครไปไม่ได้เลยนอกเหนือจากเ้าของห้องปากแข็งคนนั้น เอื้อกอดหลอดตัวยาเล็กๆนั้นไว้แนบอก บอกตัวเองพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่รินไหลออกมาด้วยความตื้นตัน
"ขอบคุณนะครับคุณอคิน... ขอบคุณที่ยังใจดีกับเอื้อ"
แม้จะรู้ดีว่ามันเป็เพียงความเมตตาอันน้อยนิดที่ผสมไปด้วยความสมเพชและคำว่า เธอ ในตอนเช้าจะฟังดูห่างเหิน
แต่อย่างน้อยหลอดยาหลอดนี้ก็เป็หลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกให้เอื้อรู้ว่า...คุณอคินไม่ได้ เกลียด เขาเข้ากระดูกดำอย่างที่ชอบแสดงออกเลยสักนิดเดียว
.
แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะในห้องทำงานใหญ่เป็เพียงความสว่างเดียวท่ามกลางความมืดมิดยามดึก
อคินทร์นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวยาวมือหนายกขึ้นนวดขมับและลำคอที่ตึงเครียดจากกองเอกสารโปรเจกต์ใหญ่ตรงหน้า
ลมหายใจหนักๆ ถูกพ่นออกมาด้วยความล้าแต่อาการปวดเมื่อยที่บ่ากลับทวีความรุนแรงจนเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น
แกรก...
เสียงเปิดประตูแ่เบาดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของเอื้อที่ก้าวเข้ามาเงียบๆ
ในมือมีแก้วชานมอุ่นๆ ส่งกลิ่นหอมละมุนเอื้อชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยล้าของเ้าของห้อง ร่างบางค่อยๆวางแก้วชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามเสียงแ่
"คุณอคิน... ปวดบ่าเหรอครับ? ให้เอื้อ... ช่วยนวดให้มั้ย"
อคินทร์ปรือตาคมขึ้นมองคนตรงหน้าอยู่ในชุดนอนแขนยาวสีครีมดูนุ่มนิ่ม
แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิดประธานหนุ่มตั้งท่าจะเอ่ยปากปฏิเสธตามสัญชาตญาณ
แต่อาการปวดหนึบที่่ไหล่ทำให้เขาทำเพียงแค่ส่งเสียง “อืม” ในลำคอเบาๆ แล้วหลับตาลงตามเดิม
เอื้อลอบยิ้มดีใจรีบขยับก้าวเข้าไปยืนซ้อนที่ด้านหลังเก้าอี้หนัง
มือบางที่นุ่มและอุ่นจัดค่อยๆวางลงบน่ไหล่กว้างของอคินทร์ เอื้อเริ่มออกแรงบีบนวดอย่างเอาใจใส่จังหวะการลงน้ำหนักมือช่างพอดีและนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด
ราวกับเธอรู้ดีว่าตรงไหนคือจุดที่เขากำลังทรมาน
ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน
อคินทร์รู้สึกเหมือนความตึงเครียดทั้งหมดกำลังละลายหายไปเพราะฝีมือของคนข้างหลัง
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจแกร่งเริ่มเต้นผิดจังหวะ...คือความตั้งอกตั้งใจขั้นสุดของเอื้อ
เอื้อตัวเล็กกว่าเขามากทำให้เธอต้องเขย่งเท้าและโน้มตัวลงมาใกล้ชิดเพื่อให้ออกแรงนวดได้ถนัด
อคินทร์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆของครีมอาบน้ำลอยมาแตะจมูก และเมื่อเขาแอบลืมตาขึ้นมองเงาสะท้อนในกระจกหน้าต่าง...
เขาก็เห็นใบหน้าหวานที่กำลังขมวดคิ้วแน่นปลายลิ้นเล็กๆ แอบแลบออกมาแตะริมฝีปากนิดๆ ด้วยความตั้งใจกลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บแววตาของเธอจดจ่ออยู่กับบ่าของเขาเสมือนมันเป็สิ่งสำคัญที่สุดในโลก
และจุดพีคก็มาถึง...เมื่อเอื้อสังเกตเห็นรอยแดงที่คอของอคินทร์ที่เกิดจากการแพ้เคมีน้ำยาปรับผ้านุ่มของคอนโด
เอื้อชะงักมือละลักละล่ำถามด้วยความใ
"คุณอคินคันมั้ยครับ? รอยแดงขึ้นเต็มเลยเดี๋ยวเอื้อทายาแก้แพ้ให้นะครับ" เอื้อรีบผละไปหยิบหลอดยาหม่องเนื้อเจลใสกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆที่เธอพกติดตัวไว้มาแตะที่ปลายนิ้ว แล้วค่อยๆ บรรจงทาลงบนผิวคอของร่างสูง
ผิวกายของอคินทร์ร้อนวูบทันทีที่นิ้วเรียวนุ่มัั
แต่สิ่งที่ทำให้สติของเขาขาดผึงคือการที่เอื้อเห็นว่ายาเนื้อเจลมันหนาเกินไป...
ร่างบางจึงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนแก้มใสแทบชิดกับใบหูของเขา
แล้วระบายลมหายใจอุ่นๆ เป่าฟู่เบาๆลงบนรอยแดงนั้นเพื่อช่วยให้เจลซึมและบรรเทาความแสบร้อน
"ฟู่... หายคันนะครับคุณอคิน" เอื้อพึมพำเสียงหวานยิ้มตาหยีอย่างน่ารักโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจุดไฟเผาคนตัวใหญ่
หมับ!
อคินทร์หันขวับกลับมาคว้าข้อมือบางของเอื้อไว้ทันที
แรงอารมณ์ที่พุ่งสูงทำให้เขาออกแรงดึงจนร่างบอบบางลอยมาตกอยู่บนตักแกร่งอย่างพอดิบพอดี
เอื้อเบิกตากว้างด้วยความใมือบางยันอกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูด้วยความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งตัว
อคินทร์จ้องมองดวงหน้าหวานที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ
หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวราวกับกลองรบความนุ่มนิ่มบนตักและสายตาใสซื่อที่มองตรงมาทำให้อคินทร์เผลอตัวลืมทิฐิทั้งหมด
มือหนายกขึ้นค้างในอากาศ... ก่อนจะค่อยๆเลื่อนไปทัดปอยผมนุ่มที่ตกลงมาปรกหน้าของเอื้อให้อย่างแ่เบาทะนุถนอมนิ้วโป้งสากลากผ่านโหนกแก้มใสอย่างลืมตัว
แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็ความลึกซึ้งและโหยหาอย่างปิดไม่มิด
"คุณ... คุณอคิน..."เอื้อกระซิบเรียกเสียงสั่นหัวใจพองโตจนคับอก นึกว่าความอบอุ่นในอดีตกำลังจะกลับมาจริงๆ
ทว่าเสียงเรียกแ่เบาของเอื้อกลับสั่นกระดิ่งเตือนสติของอคินทร์ให้ฟื้นคืนจากภวังค์
ประธานหนุ่มสะดุ้งในใจเมื่อรู้ตัวว่าตนเองกำลังแสดงความอ่อนแอ และสายตาคลั่งรักออกไปให้เด็กกาฝากเห็น
อีโก้และหน้ากากคนใจร้ายถูกดึงกลับมาสวมใส่อย่างรวดเร็วเพื่อเก็บทรง
อคินทร์รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็เฉยชาเปลี่ยนแรงจับที่ข้อมือให้แน่นขึ้นแล้วผลักร่างบางให้ออกห่างจากตัวทันทีจนเอื้อเกือบเสียหลักล้ม
"ทำบ้าอะไรของเธอฮะ.....เอื้อ"
อคินทร์ตวาดเสียงเข้มแสร้งทำเป็ปัดเสื้อผ้าตัวเองราวกับรังเกียจ ทั้งที่ในใจยังสั่นไม่หาย
"เอื้อ... เอื้อแค่ทายาให้..." เอื้อหน้าซีดลงทันควันความสุขเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา
อคินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกอดอกมองต่ำลงมาที่ร่างบางด้วยสายตาประชดประชันประชดประชันเพื่อซ่อนอาการหน้าร้อนของตัวเอง
"ทายาหรือกำลังคิดจะอ่อยฉันด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ นวดบ่า เป่าคอ... หึ .....คิดว่าทำตัวใสซื่อแล้วฉันจะหลงกลหรือไง ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าสิทธิ์ของเธอคืออยู่ในห้องมืดๆตอนกลางคืน อย่าคิดใช้มารยาตื้นๆ แบบนี้มาเรียกร้องความสนใจจากฉันในเวลางาน...มันน่ารำคาญ!"
คำพูดร้ายกาจที่พ่นออกมาประหนึ่งเข็มพิษทิ่มแทงเข้ากลางใจเอื้อ
ร่างบางขอบตาร้อนผ่าวน้ำตาหยดแรกไหลร่วงลงกระทบหลังมือ
ตัวสั่นเทาด้วยความเ็ปและอับอาย...เธอผิดเองที่เผลอคิดไปไกล ผิดเองที่ลืมไปว่าตัวเองเป็แค่ คู่นอนในเงามืดไม่ใช่คนสำคัญ
"เอื้อ... ขอโทษครับ เอื้อไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณอคินรำคาญ...ต่อไปเอื้อจะไม่ทำอีกแล้ว" เอื้อก้มหน้าสะอื้นวิ่งหนีกลับเข้าห้องนอนรูหนูของตัวเองและปิดประตูล็อกแน่นทันที
ทิ้งให้อคินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงาน
มือหนายกขึ้นลูบคอตรงจุดที่เอื้อเพิ่งเป่าลมให้...ความอุ่นซ่านยังคงอยู่ แต่ใจเขากลับเจ็บจี๊ด ประธานหนุ่มทุบโต๊ะทำงานดังสนั่นสบถด่าตัวเองในใจด้วยความหงุดหงิด
"บ้าเอ๊ย พูดบ้าอะไรออกไปวะ"
ปากก็ด่าเธอประชดเธอ...แต่ในหัวของอคินทร์ตอนนี้ กลับมีแต่ภาพดวงหน้าหวานสีระเรื่อบนตักฉายซ้ำไปซ้ำมาจนเขาต้องยอมรับอย่างจำนนในใจว่า...เขากำลังจะบ้าตายเพราะเด็กที่ชื่อเอื้อคนนี้จริงๆ
.