“หยุดเดี๋ยวนี้เ้าปลาหน้าเหม็นหยุดอยู่ตรงนั้น”จ้าวเหวินรู้สึกโกรธพวกปลาพวกนี้เป็อย่างมากเกือบจะหนึ่งเค่อแล้วที่ว่ายวนอยู่ในแอ่งน้ำนี้เหล่าปลาที่แสนอร่อยพวกนั้นว่ายเร็วจนจ้าวเหวินตามไม่ทันสักตัวเดียว
“ข้าบอกให้หยุด”จากที่มีเรี่ยวแรงในคราแรกจนตอนนี้จ้าวเหวินแทบจะไม่มีแรงว่ายน้ำตรงไปข้างหน้าแล้วหมดหนทางไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่แบกร่างขนปุกปุยขึ้นไปบนฝั่ง
ดวงตากลมโตมองปลาในแอ่งน้ำที่ว่ายอย่างสบายใจได้แต่เศร้าดูเหมือนวันนี้เขาจะไม่ได้ลิ้มรสเนื้อปลาแสนอร่อยนั้นแล้วจ้าวเหวินเศร้าใจแขนสั้นป้อมทั้งสองนี้ไม่สามารถช่วยเขาจับปลาได้สักนิด
จ้าวเหวินนั่งพักเอาแรงก่อนจะเริ่มออกสำรวจดูว่ารอบๆแอ่งน้ำนี้พอจะมีอะไรที่ประทังชีวิตของเขาในตอนนี้ได้บ้าง
“หืม...นั้นหยางเหมย(เบอร์รี่ป่า)” จ้าวเหวินเจอเข้ากับพุ่มหยางเหมยออกผลสีแดงเต็มต้นชวนให้น้ำลายไหลมือป้อมคว้าลูกหยางเหมยเข้าปากอย่างรวดเร็ว
“เปรี้ยว”จ้าวเหวินแทบจะคายหยางเหมยทิ้งทันทีเหตุใดรสชาติมันจึงเปรี้ยวขนาดนี้ไม่ไหวกินต่อไปไม่ได้แล้ว
“แล้วในป่านี้มีอะไรที่สามารถกินได้บ้างทะลุมิติมาเป็พังพอนแล้วมันยังไม่อนาถาแล้วหรืออย่างไร ยังจะไม่มีอาหารให้กินอีก”จ้าวเหวินได้แต่บ่นกับตัวเองที่์ไม่เห็นใจ แต่ดวงตากลมโตก็ยังสอดส่องโดยรอบหวังว่ายังจะมีอะไรที่กินได้อีกบ้าง
“หืม...ตัวนั้น”จ้าวเหวินถึงกับวิ่งไปตรงโขดหินตรงหน้าอย่างรวดเร็วไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่เขาตาฝาดไปหรือไม่เหมือนมีตัวอะไรออกจากโขดหินแล้วหลบเข้าไปตอนที่เขาเห็น
“กุ้งัตัวใหญ่น่ากินเสียจริง” เห็นแล้วจ้าวเหวินก็น้ำลายไหลอยากจะกินกุ้งัตัวโตตรงหน้ารสชาติมันจะต้องอร่อยอย่างแน่นอนแม้ภพที่แล้วเขายังไม่มีโอกาสได้กินมันก็ตาม
“แล้วจะจับอย่างไร”มองมือสั้นๆ ทั้งสองข้างมันไม่มีทางสู้ก้ามใหญ่ของกุ้งัตัวนั้นได้เลยหนีบทีเดียวแขนสั้นนี้ก็คงหักหมดแล้ว
“อย่าหนีไปไหนเข้าใจหรือไม่”จ้าวเหวินชี้นิ้วสั่งกุ้งัตรงหน้ารีบวิ่งไปหาก้อนหินขนาดพอที่จะสังหารเ้ากุ้งัได้ในคราวเดียว
ไม่ไกลจากตรงที่เจออาหารจ้าวเหวินเจอก้อนหินขนาดพอเหมาะสองแขนสั้นยกก้อนหินขึ้นมาขวางใส่กุ้งัที่อยู่ในซอกหิน
“อย่าหลบ ออกมา”กุ้งัหลบเข้าไปในซอกหินลึกกว่าเดิมทำให้จ้าวเหวินต้องใช้กิ่งไม้เขี่ยมันออกมาก่อนจะรีบยกก้อนหินทุบเข้าที่หัวของกุ้งัอย่างจัง
“ฮ่าๆ...เก่งเสียจริงข้าเนี่ย” จ้าวเหวินคว้ากุ้งัขึ้นมากัดใช้ฟันอันแหลมคมแกะเปลือกอันแข็งแกร่งของกุ้งัออกจนเห็นเนื้อสีใสอยู่ข้างในไม่รอช้ากัดเข้าไปคำโต
“อร่อยมาก”จ้าวเหวินใช้เวลาจัดการกับกุ้งัตัวนี้ประมาณหนึ่งเค่อก็เหลือเพียงเปลือกแข็งๆ
“ยังไม่อิ่ม”จ้าวเหวินใช้สายตากวาดไปทั่วพบว่าบริเวณนี้มีก้อนหินอยู่เป็จำนวนมากน่าจะมีกุ้งัอยู่อีกหลายตัวอย่างแน่นอน
จ้าวเหวินก้มดูตามซอกหินก็พบว่าแต่ละซอกหินจะมีกุ้งัอาศัยอยู่มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ปะปนกันไป
จ้าวเหวินเลือกกุ้งัตัวโตส่วนตัวเล็กนั้นรอให้พวกมันโตก่อนเขาจะกลับมาคิดบัญชีทีหลังกินไปได้ห้าตัวหนังท้องของเขาก็เต่งตึงจนไม่สามารถขยับไปไหนได้
“อิ่มมาก”
จ้าวเหวินฝืนลุกขึ้นมาไปนอนหลับอยู่ใต้พุ่มหยางเหมยอีกทั้งยังหลบสายตานักล่ายามที่เขาหลับจะไม่ได้ถูกคาบไปกินเสียก่อน
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไรจ้าวเหวินตื่นขึ้นมาด้วยเสียงคำรามของเสือมันดังอย่างมากเหมือนกับว่ามันอยู่แถวนี้ ทำให้จ้าวเหวินเริ่มตื่นตัวมากขึ้น สอดสายตาไปรอบๆว่ามีเสืออยู่บริเวณนี้หรือไม่
“แย่แล้ว”จ้าวเหวินเบิกตากว้างมองเสือโคร่งตัวโตที่กำลังเดินมาทางพุ่มหยางเหมยที่จ้าวเหวินกำลังแอบอยู่
ยามที่เสือโคร่งเดินเข้ามาใกล้ๆทำให้จ้าวเหวินรู้สึกหวาดกลัวหากวิ่งออกไปก็คงโดนจับกินแต่ถ้าหากยังหลบอยู่ในนี้ก็คงไม่พ้นโดนเ้าเสือโคร่งตัวนี้ตามกลิ่นเจอเพราะจมูกของเสือโคร่งไวต่อกลิ่นอย่างมาก
เสือโคร่งตัวเต็มไวมันเดินผ่านมาทางนี้ได้ยินเสียงน้ำตกจึงตรงมาที่นี่เพื่อกินน้ำแต่แล้วจมูกของมันก็ััได้ถึงกลิ่นของสัตว์เล็ก กลิ่นนั้นมันมาจากพุ่มไม้นั้น
เสือโคร่งย่องเข้าไปใกล้หวังว่ามื้อนี้จะมีอาหารตกถึงท้องแต่แล้วยามที่ใกล้พุ่มหยางเหมยจมูกก็ได้กลิ่นเน่าพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ทำให้มันรีบหนีออกมาอย่างรวดเร็ววิ่งไปกินน้ำที่น้ำตกก่อนจะจากไป
“เกือบไปแล้ว”จ้าวเหวินแทบจะหัวใจวายเมื่อเสือโคร่งตัวนั้นอยู่ตรงหน้าของเขามีเพียงพุ่มหยางเหมยที่กั้นพวกเขาไว้อยู่
ไม่คิดว่าผลหยางเหมยเน่าจะช่วยชีวิตของเขาได้แต่จ้าวเหวินก็ต้องอดทนอยู่กับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เกือบครึ่งชั่วยามจนมั่นใจว่าเสือโคร่งตัวนั้นไปแล้วถึงได้ออกมาจากพุ่มหมายเหมย วิ่งตรงไปที่น้ำตกเพื่อชำระล้างผลหยางเหมยเน่าออกจากตัว
“เหม็นมาก”จ้าวเหวินแทบจะอ้วกออกมาไม่รู้ว่าเขาทนกับกลิ่นมันไปได้อย่างไร
หลังจากจ้าวเหวินล้างตัวเสร็จก็ขึ้นมานอนบนโขดหินที่มีแดดส่องถึง
“แล้วจะเอาอย่างไรต่อจะอยู่ในป่านี้ไปตลอดชีวิตหรืออย่างไร”ระหว่างที่รอขนแห้งจ้าวเหวินได้แต่คิดว่าต่อจากนี้จะเอาอย่างไรจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปวันๆหรือจะออกเดินทางไปหาผู้คน แต่เขาจะไปหาบ้านคนที่ไหนในเมื่อเขายังไม่รู้ว่าตัวเขานั้นอยู่ที่ไหนเลย
จ้าวเหวินรอจนขนแห้งถึงได้ออกสำรวจรอบน้ำตกนี้ว่ามีสิ่งใดบ้าง
“สวัสดีข้าจ้าวเหวินเ้าชื่อ...”ยังไม่ทันที่จ้าวเหวินจะเอ่ยทักทาย กระต่ายตัวสีขาวก็ะโหนีไปมันยากมากเลยที่จ้าวเหวินจะเจอสัตว์ที่จะไม่จับเขากินเป็อาหาร
“ไม่คุยก็ไม่ต้องคุยข้าก็ไม่อยากจะคุยกับเ้าเหมือนกัน”จ้าวเหวินสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธ ก่อนจะสำรวจบริเวณน้ำตกที่เขาพึ่งปีนขึ้นมา
“หืมมีถ้ำอยู่ข้างหลังน้ำตกด้วยหรือ”สายตาของจ้าวเหวินเหลือบไปเห็นข้างหลังน้ำตกมีถ้ำอยู่ไม่รอช้าจ้าวเหวินรีบเข้าไปสำรวจทันทีโชคดีที่สายตาของจ้าวเหวินสามารถมองเห็นในความมืดได้
จ้าวเหวินเดินสำรวจไปทั่วถ้ำแล้วพบว่าไม่มีใครอาศัยอยู่เลยนอกจากแมลงตัวเล็กๆซึ่งจ้าวเหวินก็ได้จับมันออกไปแล้ว
คิดว่าจะใช้ถ้ำแห่งนี้เป็ที่อยู่อาศัยเป็ที่กำบังจากสัตว์นักล่าในเมื่อได้ข้อตกลงแล้วจ้าวเหวินก็ออกไปหากิ่งไม้หาใบไม้มาทำบ้านขนาดย่อมเพราะเขาคิดว่าอากาศในตอนกลางคืนจะต้องหนาวอย่างแน่นอน