เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 120 ช่วยชีวิต

            ท่าทางดึงบังเหียนควบม้าอย่างทะมัดทะแมงของนางทำให้หนีเจียเอ๋อร์นึกอิจฉา

            เมื่อเทียบกับการต้องอยู่แต่ในห้องหอคอยร่ำเรียนศาสตร์ของกุลสตรีอย่างปักผ้าหรือจัดดอกไม้แล้วการได้โลดแล่นไปพร้อมอาชาคู่ใจ ดูน่าสนุกกว่ามาก

            หัวหน้าสังกัดตะโกนสั่ง “รีบขึ้นม้า!”

            หนีเจียเอ๋อร์และโจวชิงหวาติดตามสาวกคนอื่นๆไปที่คอกม้า

            หญิงสาวอดมิได้ที่จะหันไปกระซิบ“คิดไม่ถึงเลย ว่ารองเจ้าสำนักฝูเซิงจะงดงามสง่าและเย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็งเช่นนี้”

            แต่โจวชิงหวาดูจะไม่ใส่ใจนัก“คาดไม่ถึงจริงๆ เช่นที่เจ้าว่า”

            หนีเจียเอ๋อร์เหลือบมองอีกฝ่ายแต่ยังไม่ทันพูดอะไร ก็ต้องติดตามคนอื่นๆ ออกจากสนามซ้อม ผ่านถนนที่พลุกพล่านจนมาถึงประตูจวนจวิ้นโส่วแห่งเมืองเย่

            แต่ดูเหมือนยามเฝ้าประตูจะเตรียมตัวรออยู่ก่อนแล้วดังนั้น ทันทีที่พวกเขามาถึง ก็มีทหารยามถือหอกพุ่งออกมาจากประตู

            ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบางคนมองดูเหล่าทหารที่กำลังถูกปิดล้อมด้วยความสนใจใคร่รู้

            ม้าสีแดงของไป๋หานเดินวนไปมาหน้ากำแพงจวนด้วยท่าทีห้าวหาญ ไม่ต่างอันใดกับผู้เป็นนายที่ตอนนี้กำลังแสยะยิ้มร้าย พลางจับจ้องไปยังประตูจวนด้วยสายตาแข็งกร้าว

            แต่ดูเหมือนว่าทหารยามเหล่านั้นจะมิได้ใส่ใจ

            ไป๋หานเชิดหน้าขึ้นและพูดเสียงเยือกเย็น “ข้าได้รับคำสั่งจากแม่ทัพเว่ยให้มาจับกุมขุนนางทุจริต จวิ้นโส่วแห่งเมืองเย่ หากพวกเจ้าขัดขวางก็ย่อมมีความผิดไปด้วย!”

            เมื่อทหารยามได้ยินชื่อของเว่ยฉีหรานปฏิกิริยาแรกของพวกเขา ก็คือหวนนึกถึงวิธีการอันโหดร้ายและรุนแรงลือกันว่าคนผู้นี้วิปริตนัก พวกจึงนึกลังเล ได้แต่ลอบมองหน้ากันบางคนถึงกับเผลอถอยร่นด้วยความหวาดหวั่น

            ไป๋หานบังคับให้ม้าก้าวขึ้นไปบนบันไดหินสองสามก้าว“ถ้าไม่อยากตาย ก็เปิดทางให้ข้าเข้าไปเสีย!”

            ทหารยามถูกเสียงข่มขู่กดดันจนต้องหลีกทางให้ทันที

            หนีเจียเอ๋อร์กำลังจะตามเข้าไปแต่สายตาพลันเหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนสวมชุดขุนนางยืนถือกระบี่อยู่ท่ามกลางทหารยามที่แหวกออกเป็นสองข้าง

            “ข้าเป็นคนของราชสำนักเมื่อมีความผิดย่อมต้องถูกไต่สวนในชั้นศาลมิใช่เรื่องที่พวกเจ้าจะเข้ามาแทรกแซงตามอำเภอใจเช่นนี้ได้!”

            ไป๋หานมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย้ยหยัน“ท่านเจ้าสำนักของเราเป็นขุนพลที่ได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้สำนักฝูเซิงเองก็ทำงานให้ทางราชสำนักมาโดยตลอด ขอเรียนถามว่าที่ท่านหม่าจวิ้นโส่วพูดเช่นนี้ มิใช่คิดจะตั้งแง่กับท่านแม่ทัพเว่ยหรอกหรือ?”

            รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรนั้นกลับเต็มไปด้วยฤทธิ์แห่งการทำลายล้าง จนหนีเจียเอ๋อร์ขนลุกชันทันทีที่ได้เห็น

            หม่าจวิ้นโส่วถึงกับผงะพูดไม่ออก

            เมื่อเห็นว่าผู้บังคับบัญชาไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไรเหล่าทหารก็เริ่มเสียงแตก ไม่อยากจะยืนเคียงข้างขุนนางเลวผู้นี้แต่ก็ไม่กล้าออกตัว ด้วยเกรงว่าจะสูญเสียตำแหน่งและไร้หนทางทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว

            ทว่าไม่มีเหตุผลที่จะปกป้อง หรือเอาชีวิตไปแลกเพื่อคนผู้นี้...

            ทุกคนจึงทำท่าจะทิ้งอาวุธแต่หม่าจวิ้นโส่วกลับตะโกนขึ้นมาเสียก่อน “ในอาหารของพวกเจ้ามียาพิษหากข้าตายย่อมไม่มีผู้ใดรอด ถ้าสามารถปกป้องข้าไปที่ประตูเมืองเย่ได้ข้าจะมอบยาถอนพิษให้กับพวกเจ้าทุกคน มิเช่นนั้น ก็ตายไปด้วยกันนี่แหละ!”

            พอได้ยินเช่นนั้นเหล่าทหารต่างโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

            “เจ้าคนสารเลว...ข้าจะฆ่าเจ้า!”

            หอกที่เตรียมจะขว้างออกไปกลับถูกคนข้างๆ เข้ามาขัดขวาง “อย่าหุนหันพลันแล่นหากเขาตาย แล้วเราจะแก้พิษอย่างไร?”

            ขณะเดียวกันพวกเขาก็เริ่มสังเกตเห็นอาการต้องพิษบนริมฝีปากของกันและกัน

            เดิมทีหนีเจียเอ๋อร์ยังคิดว่าคนอย่างหม่าจวิ้นโส่วคงจะตวัดกระบี่เข้าต่อสู้จนตัวตายโดยไม่ยอมจำนนแต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้วิธีเช่นนี้มาบีบบังคับให้ผู้อื่นปกป้องตัวเองนางจึงรู้สึกอัดอั้นตันใจยิ่งนัก

            หม่าจวิ้นโส่วพูดขึ้นอีกครั้ง“ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วยาม หากถึงตอนนั้นแล้วยังไม่กินยาถอนพิษละก็ ต่อให้เป็นหมอเทวดา ก็ไม่อาจช่วยพวกเจ้าได้!”

            ทหารจึงตะเบ็งเสียง “พี่น้อง ร่วมกันต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเรา!”

            ไป๋หานไม่รอช้าชี้ปลายกระบี่ออกไป พลางออกคำสั่ง “บุก!”

            นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างชาวยุทธ์กับเหล่าทหารโจวชิงหวาเข้าฟาดฟันกับฝ่ายตรงข้าม พร้อมทั้งปกป้องหนีเจียเอ๋อร์ที่กำลังให้ความสนใจอยู่กับการต่อสู้ของไป๋หานและหม่าจวิ้นโส่ว

            รู้สึกผิดคาดนัก... วรยุทธ์ของคนผู้นี้สูงส่งยิ่ง เพียงขยับไม่กี่ครั้งก็เข้ามาประชิดร่างไป๋หานได้!

            ทหารที่ดวลกระบี่กับโจวชิงหวาซวนเซหมดสภาพจะต่อสู้ ชายหนุ่มจึงแสร้งทำทีเป็นถูกโจมตีจนล่าถอย แต่ความจริงแล้วเขากำลังพาหนีเจียเอ๋อร์ออกจากพื้นที่การต่อสู้ต่างหาก

            หนีเจียเอ๋อร์กระซิบบอก “ไม่ต้องเป็นห่วงข้า รีบไปเถอะ!”

            โจวชิงหวาจึงกำชับเบาๆ “ระวังตัวด้วย!”

            จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังไป๋หานเพียงกวัดแกว่งกระบี่ครั้งเดียว ก็สังหารคนไปได้ถึงสองคนแล้ว

            หนีเจียเอ๋อร์พอจะเรียนรู้วรยุทธ์เบื้องต้นจากโจวชิงหวามาบ้างแต่ก็ยังไม่มีความสามารถถึงขั้นฆ่าคนได้ จึงต้องมาหลบซ่อนให้พ้นสายตาผู้คนและคอยปกป้องตัวเองให้ดีเท่านั้น

            โจวชิงหวาแสร้งทำเป็นถูกรุกไล่ให้มาอยู่ข้างๆไป๋หานโดยบังเอิญ จากนั้น เขาก็ไปต่อสู้อยู่ข้างๆ นาง

            หม่าจวิ้นโส่วนึกลำพองใจคิดว่าตนจวนจะได้รับชัยชนะแล้ว จึงแทงกระบี่ออกไป

            กำลังสตรีหรือจะสู้บุรุษไป๋หานที่เริ่มอ่อนแรงรู้ตัวดีว่าคงไม่อาจหลีกเลี่ยงปลายกระบี่ที่พุ่งเข้ามาได้แน่

            นางจึงเตรียมตัวที่จะตายแต่แล้วคนผู้หนึ่งก็เข้ามาขวางหน้า และปกป้องนางเอาไว้

            โจวชิงหวามิได้หยุดเพียงแค่นั้นแต่ยังตอบโต้หม่าจวิ้นโส่วอีกด้วย

            จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ไป๋หานแทงเข้าที่หัวใจของอีกฝ่ายได้อย่างพอดิบพอดีนางบิดข้อมือไปทางขวา จากนั้นค่อยชักกระบี่ออก เพียงเท่านี้หม่าจวิ้นโส่วก็ตายคาที่ในทันใด

            พอรู้ว่าเขาตายแล้วบรรดาทหารก็หยุดต่อสู้ และทรุดตัวลงกับพื้น รอความตายด้วยความสิ้นหวัง

            ส่วนสาวกของสำนักฝูเซิงไม่มีใครเสียชีวิต แม้แต่สาวกระดับล่างก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            ไป๋หานทิ้งกระบี่ลงและแตะเลือดสีดำที่ไหลรินจากบาดแผล...

            กระบี่ของหม่าจวิ้นโส่วอาบยาพิษ?

            นางรู้สึกโมโหยิ่งนักอยากจะปลุกให้จวิ้นโส่วผู้นั้นฟื้นขึ้นมา จะได้ฆ่าให้ตายอีกครั้ง!

            ยาพิษเริ่มลุกลามไปทั่วร่างไป๋หานจึงพยายามระงับอารมณ์ และมองไปที่โจวชิงหวา พลางถามเสียงอ่อนแรง “เหตุใดเจ้าถึงปกป้องข้า?”

            โจวชิงหวาทิ้งกระบี่ลงต่อให้บาดเจ็บอยู่ เขาก็ยังประสานมือคารวะ “ท่านเป็นถึงรองเจ้าสำนักเป็นหน้าที่ของข้า ที่ต้องปกป้องท่าน”

            ไป๋หานกะพริบตาด้วยความหวั่นไหวพลางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความจริงจัง

            แต่ไม่ทันที่จะได้พูดอันใดหนีเจียเอ๋อร์ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาตรวจบาดแผลบนร่างของนางกับโจวชิงหวาด้วยสายตาเป็นห่วง พลางเอ่ยอย่างตื่นตระหนก “ท่านรองเจ้าสำนัก... อาหวา... พวกท่านถูกพิษนี่!”

            “อัก!” โจวชิงหวากระอักเลือดเล็กน้อย ใบหน้าของเขาซีดเซียวมากขึ้นเรื่อยๆ

            เขารีบผละห่างหนีเจียเอ๋อร์แล้วกล่าวว่า “อาหนี เจ้าไปดูอาการของท่านรองเจ้าสำนักก่อนว่ารักษาได้หรือไม่?”

            ไป๋หานเหลือบมองผู้ที่ชื่อ‘อาหนี’ พลางสำรวจโครงร่างเล็กและส่วนเอวโค้งเว้าใต้เสื้อผ้าด้วยความสงสัย แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเพราะอาการกระอักเลือด

            หนีเจียเอ๋อร์พยายามจะช่วยอีกฝ่าย“ท่านรองเจ้าสำนักต้องพิษ... รีบมาช่วยกันหน่อย เร็ว!”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371