ในวินาทีนี้พร์การต่อสู้เสริมพลังหมื่นเท่าของลู่เซิ่งไม่ได้อยู่ใน่คูลดาวน์และยังคงใช้งานได้
และนี่คือไพ่ตายใบใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“หรือว่าจะใช้เสริมพลังหมื่นเท่ากับสกิลโล่เทพพิทักษ์ดีนะ?” ลู่เซิ่งคิดในใจ
แต่ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาเขาก็ปฏิเสธมันทิ้งทันที
เพราะแม้ว่าโล่เทพพิทักษ์จะเป็สกิลไร้เทียมทานและเมื่อได้รับการเสริมพลังจากพร์เสริมพลังหมื่นเท่าจะสามารถคงอยู่ได้นานกว่าสิบหกชั่วโมง
แต่เมื่อเปิดใช้งานสกิลนี้พลังโจมตีของเขาจะลดลงทันทีถึง 60%!
นั่นหมายความว่าเมื่อใช้สกิลนี้ออกมา แม้เย่เฟยจะทำอะไรเขาไม่ได้แต่เขาก็ทำอะไรเย่เฟยไม่ได้เช่นกัน
และผลลัพธ์ที่ตามมาจากการทำแบบนี้ก็คือความลับของเขาจะถูกเปิดโปงต่อหน้าต่อตาเย่เฟยจนหมดเปลือก
ลู่เซิ่งยังไม่อยากเปิดเผยไพ่ตายของตัวเองเร็วขนาดนี้
ดังนั้นการใช้พร์เสริมพลังหมื่นเท่ากับสกิลโล่เทพพิทักษ์จึงเป็ทางเลือกสุดท้ายที่จะทำในยามที่จนตรอกจริงๆ เท่านั้น
ส่วนสกิลพิพากษาศักดิ์สิทธิ์พิพากษาคลั่ง และพรจาก์
ทั้งสามสกิลนี้หากได้รับการเสริมพลังจากเสริมพลังหมื่นเท่าก็สามารถทำให้พลังรบของลู่เซิ่งก้าวะโขึ้นอย่างมหาศาลได้เช่นกัน
ทว่าสิ่งที่เขาไม่อยากทำที่สุดในตอนนี้คือการพัวพันต่อสู้ระยะประชิดกับเย่เฟย
ความห่างของเลเวลระหว่างเขากับเย่เฟยนั้นมากเกินไปมากจนแม้แต่ตัวลู่เซิ่งเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาต้องโจมตีสักกี่ครั้งถึงจะดวงดีตีโดนเย่เฟยสักครั้ง
และที่ซวยกว่านั้นคือเย่เฟยเป็นักฆ่าที่มีพลังะเิสูงและเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดอย่างยิ่ง
ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้หากการโจมตีของเขาเกิดสถานะไร้ผลมากเกินไปต่อให้เขาจะมีหลอดเืหนาเตอะกว่าแสนหน่วย ก็เกรงว่าจะยื้อไว้ได้ไม่นานนัก
ยิ่งไปกว่านั้นหากติดพันอยู่ในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อการจะหาทางหนีทีไล่ในตอนนั้นก็คงเป็เื่ยากแล้ว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ลู่เซิ่งก็รู้สึกเครียดจนหัวแทบะเิ
ในเวลาเดียวกันเมื่อเห็นลู่เซิ่งจงใจเลือกเดินแต่ตามพุ่มไม้รกชัฏและบึงโคลนที่เฉอะแฉะแถมยังลื่นไหลเหมือนปลาไหลไม่มีผิด
เย่เฟยที่ไล่ตามอยู่นานแต่ยังจับตัวไม่ได้ก็เริ่มจะหมดความอดทนเขาจึงสะบัดมือวูบหนึ่ง ใช้สกิลโจมตีระยะไกลใส่ลู่เซิ่งทันที
“มีดบินพิษร้าย!”
ฟุ่บ!
มีดบินที่เปล่งประกายสีเขียวเข้มวูบผ่านความว่างเปล่าเพียงพริบตาก่อนจะปักเข้าที่หัวไหล่ของลู่เซิ่งอย่างแรง
HP-722!
วินาทีต่อมาดาเมจมหาศาลก็ลอยขึ้นมาจากเหนือศีรษะของลู่เซิ่ง!
แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้น
HP-133!
HP-121!
HP-136!
…
“อะไรกัน? ดันเป็สกิลดาเมจต่อเนื่องงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าเืของตัวเองเริ่มลดลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเพียงแค่เวลาสิบกว่าวินาทีเืก็หายไปกว่า 1,000 หน่วยลู่เซิ่งใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกเขารีบเปิดช่องเก็บของติดตัวออกทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
ในขณะที่เขากำลังจะหยิบ“โพชั่นเืระดับต่ำ” ออกมาเพื่อเร่งฟื้นฟูเืของตัวเอง
ทันใดนั้นภายในช่องเก็บของติดตัวหนังสือลึกลับเล่มหนึ่งที่ส่องประกายสีทองอร่ามก็ดึงดูดสายตาของเขาเข้าบนปกเขียนไว้ว่า [อัญเชิญ: ร่างจำลองเทวทูตหกปีก]
“จริงด้วย! ฉันลืมสกิลนี้ไปได้ยังไง!”
เมื่อเห็นสกิลอัญเชิญในช่องเก็บของติดตัวดวงตาของลู่เซิ่งก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
“ถ้าฉันเรียนสกิลนี้แล้วอัญเชิญร่างจำลองเทวทูตหกปีกออกมาจากนั้นก็ใช้พร์เสริมพลังหมื่นเท่าของตัวเองเสริมพลังเข้าไปฉันก็ไม่ต้องไปนัวระยะประชิดกับไอ้เ้าเล่ห์นี่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“แถมร่างจำลองเทวทูตหกปีกยังเป็สกิลอัญเชิญบริสุทธิ์ ต่อให้มันตายไปก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับตัวฉันเลย...”
ความคิดต่างๆแล่นผ่านสมองไปอย่างรวดเร็ว
ใน่จังหวะนี้ลู่เซิ่งเหลือบไปมองแถบค่าประสบการณ์ของตัวเองที่เกือบจะเต็มปรี่
“ขาดอีกแค่ 300 หน่วย หรือก็คือมอนสเตอร์แค่สองตัวฉันก็จะเลเวล 50 แล้ว”
“เป็ไงเป็กัน”
สุดท้ายลู่เซิ่งก็กัดฟันแน่นเขาหยิบม้วนคัมภีร์ล่องหนที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากช่องเก็บของติดตัวทันที
วิ้ง...
วินาทีต่อมาผลของม้วนคัมภีร์ก็ทำงาน ร่างของลู่เซิ่งหายวับไปจากจุดเดิมในทันที
“เอ๊ะ? ถึงกับล่องหนได้เลยเหรอ?”
เมื่อเห็นสกิลที่คุ้นตาเย่เฟยถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้สติและมองทะลุกลอุบายของลู่เซิ่งได้แทบจะในทันทีเขาหัวเราะเยาะอย่างไม่ไยดีแล้วกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าแกจะมีของรักษาชีวิตอย่างม้วนคัมภีร์ล่องหนอยู่ด้วยเตรียมตัวมาดีไม่เบานี่”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป
“แต่น่าเสียดาย ภายใต้พลังที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิงของฉันต่อให้แกจะมีไอเทมรักษาชีวิตมากแค่ไหน วันนี้ทางเดียวที่เหลือให้แกก็คือความตาย!”
เมื่อสิ้นคำพูดเย่เฟยก็หยุดไล่ตามและยืนรออยู่ที่เดิมนิ่งๆ เพราะเขารู้ดีว่า“ม้วนคัมภีร์ล่องหน” มีผลต่อเนื่องแค่ 15วินาทีเท่านั้น
ระยะเวลาสั้นๆแค่นี้ ต่อให้ปล่อยให้ลู่เซิ่งวิ่งหนีไปก่อนเขาก็ไม่มีทางหนีพ้นรัศมีการรับรู้ของตนไปได้แน่นอน
ดังนั้นเย่เฟยจึงไม่รีบร้อนเลยสักนิด
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
ปัง!
HP-223!
พร้อมกับเสียงกระแทกที่ดังสนั่น
ที่บริเวณพุ่มไม้ไม่ไกลออกไปเมื่อร่างของลู่เซิ่งปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขากลับไม่ได้หนีต่อ แต่ตรงกันข้ามเขาถือเคียวปีศาจพุ่งเข้าโจมตีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งในบึงเหม็นเน่าแทน
“เฮ้ย ไอ้หนู แกไม่ได้โดนลาเตะจนเพี้ยนใช่ไหมถึงได้กล้ามาเก็บเลเวลต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้?”
เมื่อเห็นภาพที่เหลือเชื่อขนาดนี้เย่เฟยถึงกับอึ้ง
แต่ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเขาจดจ่ออยู่กับการระดมโจมตีใส่มอนสเตอร์ตัวนั้นอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยการเสริมพลังจากอุปกรณ์ระดับทองคำมืดครบเซตมอนสเตอร์ที่มีเลเวลเพียง 51 ตัวนั้นก็ทนได้ไม่นานหลอดเืของมันถูกลู่เซิ่งกวาดจนเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย คุณสังหาร ‘จระเข้หนองน้ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 150 หน่วย ได้รับไอเทม ‘หนังจระเข้ชั้นเลิศ’!]
ทันทีที่มอนสเตอร์ตัวแรกถูกสังหารลู่เซิ่งก็แทบไม่ลังเล เขาหันหลังกลับและพุ่งเป้าไปที่มอนสเตอร์อีกตัวทันที
“รนหาที่ตาย!”
ในที่สุดเย่เฟยที่ยืนดูอยู่ก็ทนไม่ไหว ซัดสกิลใส่ลู่เซิ่งหนึ่งท่า
“ระบำดาบจันทร์กระจ่าง!”
ฉัวะฉัวะ ฉัวะ!
HP-322!
HP-289!
HP-277!
ปราณดาบรูปจันทร์เสี้ยวโอบล้อมลู่เซิ่งไว้ในพริบตา
แต่ลู่เซิ่งกลับทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาเขายังคงระดมโจมตีใส่มอนสเตอร์ตัวนั้นอย่างบ้าคลั่งต่อไปแม้แต่ตาก็ไม่กะพริบเลยสักนิด
“แก... แกมันบ้าไปแล้ว!!”
คราวนี้กลับเป็ฝ่ายเย่เฟยที่ต้องประหลาดใจแทน
การกระทำของลู่เซิ่งมันประหลาดเกินไปไม่ขัดขืนยังไม่เท่าไหร่ แต่ยังมีอารมณ์มาไล่ตีมอนสเตอร์เนี่ยนะ
นี่มันสถานการณ์แบบไหนกันแน่?
“แกเป็ใครกันแน่ ทำไมต้องมาลงมือกับฉันด้วย?”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นว่าเย่เฟยไม่ได้โจมตีต่อ ลู่เซิ่งก็ถามออกไปพลางก้มหน้าก้มตาตีมอนสเตอร์ดูเหมือนคนสิ้นหวังที่ยอมแพ้ต่อการขัดขืนไปแล้ว
แต่ในความเป็จริงขณะที่เืของมอนสเตอร์ตรงหน้าเหลือน้อยลงทุกทีหัวใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ