ตอนที่ 32: ลอบสืบในเงามืด
สีหน้าตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือดของเกลผ่านจอภาพสตรีมส่วนตัวที่ผมแอบจับตาดูอยู่ยามวิกาลผ่านแอปพลิเคชันพิเศษในสมาร์ทโฟนของผม เสียงปลายสายลึกลับที่เธอเล่าให้ฟังนั้นทำให้เธอนั่งตัวเกร็งอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ทรวงอกอวบอิ่มชูชันของเธอขยับขึ้นลงกระชั้นถี่ด้วยความหวาดกลัว หน้ากากกุลสตรีผู้ประกาศข่าวสาวที่แสนเรียบร้อยสง่างามบนจอโทรทัศน์บัดนี้หลุดลุ่ยไม่มีชิ้นดี หลงเหลือเพียงลูกนกตัวน้อยที่สั่นระริกยามเผชิญหน้ากับภัยมืดที่พยายามคุกคามอาณาจักรและพันธนาการแสนสุขที่ผมสร้างขึ้น
ผมกดสวิตช์ปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือช้าๆ วางถ้วยกาแฟดำร้อนลงบนโต๊ะทำงานกระจกในคฤหาสน์หรูอย่างเบามือ ั์ตาของผมที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นสายตาสีดำคมปลาบและเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและหวงแหนในสิทธิเหนือเรือนร่างของสาวๆ ในสมาคมลับแล่นพล่านขึ้นมาในอกประหนึ่งไฟราคะดิบที่ถูกยั่วยุ สำหรับเสือร้ายอย่างผม... ผู้หญิงทุกคนที่ผมได้ตราประทับรอยรักและสั่งการให้พวกเธอสยบยอมในห้องปิดตายล้วนเป็สมบัติล้ำค่าที่ผมจะไม่ยอมให้ชายใดหรือใครภายนอกก้าวข้ามผ่านเข้ามารุกล้ำเด็ดขาด
"คิดจะแบล็กเมล์ของเล่นของผมงั้นหรือ..." ผมพึมพำเสียงต่ำหัวเราะต่ำในลำคออย่างผู้เหนือกว่า
ผมหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเปิดโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลการติดต่อที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมสัญญาณโทรศัพท์ของเกลและมีน ซึ่งผมติดตั้งเครื่องรับส่งสัญญาณสำรองไร้สายซ่อนไว้ั้แ่ตอนเข้าไปปรับปรุงระบบเสียงที่เพนต์เฮาส์ลอยฟ้าของเธอ จากการตรวจสอบประวัติหมายเลขโทรศัพท์นิรนามที่โทรเข้าหาเกล รวมไปถึงซองจดหมายลึกลับที่ส่งตรงมาถึงผมที่สำนักงาน ทำให้ผมสืบสาวเส้นทางข้อมูลไปพบเื้ัของศัตรูได้อย่างง่ายดาย
ผู้บงการตัวจริงเื้ัจดหมายและสายโทรศัพท์นั้นคือ 'อภิสิทธิ์' มหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในวงการสื่อและบันเทิง และยังเป็นักการเมืองรุ่นใหญ่ที่มีชื่อเสียงสีเทา อภิสิทธิ์พยายามใช้บริษัทนอมินีและตัวแทนกว้านซื้อที่ดินรอบคฤหาสน์หรูของผมเพื่อขยายอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง และเมื่อพบว่าผมปฏิเสธที่จะขายที่ดินผืนงามนี้ มันจึงจ้างวานนักสืบเอกชนฝีมือดีมาสืบหาจุดอ่อนเพื่อหวังจะแบล็กเมล์ทำลายผม
และนักสืบสาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น... เธอคือ 'แพรวา' อดีตตำรวจสาวฝีมือดีที่ผันตัวมาทำงานในเงามืด แพรวาขึ้นชื่อเื่การทำงานสืบสวนที่เด็ดขาดและใช้ทักษะการสะเดาะกลอนบุกรุกรวมไปถึงการใช้เสน่ห์รูปร่างทรวดทรงที่แสนเย้ายวนมาล่อลวงเหยื่อเพื่อกู้ข้อมูลลับ ข้อมูลที่ผมได้จากสายสืบระบบความปลอดภัยระบุว่า แพรวากำลังพยายามลอบเข้าไปในเพนต์เฮาส์ของเกลในคืนวันศุกร์นี้เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ประวัติการตั้งค่าระบบเสียงของห้องเก็บเสียงและข้อมูลการเชื่อมต่อไร้สายทั้งหมด ซึ่งเธอคิดว่านั่นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์เื่ราววิปริตในโลกมืดของพวกเรา
ผมเคาะนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะทำงานเป็จังหวะ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ดั่งเสือร้ายค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ในเมื่ออยากได้หลักฐานนัก... ผมก็จะเตรียมหลักฐานแสนวิเศษต้อนรับเธอด้วยตัวเองนะคะ คุณนักสืบคนเก่ง"
ผมโทรศัพท์นัดแนะกับเกลทันที น้ำเสียงทุ้มหวานและทรงอำนาจของผมที่พูดผ่านสายช่วยประคองสติที่แตกกระเจิงของเกลให้กลับมามั่นคง ผมสั่งให้เธอทำตัวเป็ปกติ ทำหน้าที่ดำเนินรายการข่าวด้วยมาดกุลสตรีที่ง่างามในตอนกลางวัน และสั่งให้เธอแสร้งทำเป็เดินทางไปต่างจังหวัดด่วนในเย็นวันศุกร์นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้แพรวาลอบเข้ามาในเพนต์เฮาส์ได้สะดวกยิ่งขึ้น เกลรับคำสั่งเสียงสั่นเครือปนสมยอมเพราะรู้ดีว่าอ้อมกอดและแผนการของผมคือสิ่งเดียวที่จะปกป้องเธอได้
นอกจากนี้ ผมได้ทำการตั้งค่าระบบควบคุมความปลอดภัยและระบบเสียงในห้องเก็บเสียงของเกลใหม่ทั้งหมดผ่านแท็บเล็ตระยะไกล ผมจงใจปล่อยให้ระบบประตูกลไกเหล็กหนามีช่องโหว่เล็กๆ ในโค้ดควบคุมความปลอดภัยเพื่อล่อให้แพรวาใช้เครื่องมือแฮกเกอร์ปลดล็อกเข้ามา และเตรียมไฟล์ข้อมูลปลอมที่ตั้งโปรแกรมให้ทำงานดาวน์โหลดอย่างเชื่องช้า เพื่อกักขังเธอไว้ในห้องเก็บเสียงให้อารมณ์ของเธอยิ่งตื่นระทึก
คืนวันศุกร์มาถึง... พายุฝนบางเบาและสายหมอกเริ่มปกคลุมตึกสูงระฟ้าของเมืองหลวง
ผมและพศิน—วิศวกรหนุ่มรุ่นน้องคนสนิทที่ร่วมสู้ศึกในโลกมืดกับผมมานาน—นั่งอยู่ในรถตู้ทึบสีดำที่จอดซุ่มเงียบงันอยู่ภายในลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดหรูหน้าต่างรถทุกบานติดฟิล์มมืดสนิท บนจอมอนิเตอร์ภายในรถตู้แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่แอบฝังซ่อนไว้ในห้องเก็บเสียงของเกลอย่างชัดเจนทุกมุมมอง
"อานนท์ครับ... เหยื่อกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่คอนโดแล้วครับ" พศินรายงานเสียงทุ้ม แววตาของรุ่นน้องหนุ่มมาดเข้มเต็มไปด้วยความกระหายอยากตื่นเต้นยามมองจอภาพควบคุม
"ดีมากค่ะพศิน... เตรียมระบบกลไกล็อกระยะไกลและระบบเสียงโสตประสาทให้พร้อมนะคะ" ผมเอ่ยสั่งการพลางเอนหลังพิงเบาะรถ ปลายนิ้วลูบไล้กรอบแว่นตาอย่างใจเย็น
บนจอภาพเผยให้เห็นเงาร่างบางในชุดหนังรัดรูปสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนสะโพกกลมกลึงบิดส่ายและเอวคอดกิ่วอันเซ็กซี่ แพรวาก้าวเดินผ่านโถงทางเดินสลัวของเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าอย่างเงียบกริบราวกับแมวขโมย ทักษะการสะเดาะกลอนและแอบลอบเร้นของเธอช่างน่าทึ่ง แพรวาใช้เครื่องมือเชื่อมต่อสัญญาณขนาดเล็กแฮกเข้ากับแผงควบคุมระบบััหน้าประตูห้องเก็บเสียงอัจฉริยะ เพียงไม่กี่นาที ประตูกลไกเหล็กหนาก็สไลด์เปิดออกเสียงดัง แกรก เบาๆ
นักสืบสาวก้าวเดินเข้าสู่ห้องเก็บเสียงที่มืดสนิทและเงียบงันจนไร้เสียงสะท้อนใดๆ เธอหยิบไฟฉายขนาดเล็กขึ้นมาส่องนำทางและตรงไปยังคอมพิวเตอร์ควบคุมระบบเสียงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกทันที มือบางที่สวมถุงมือหนังสีดำขยับกดแป้นพิมพ์และเสียบแฟลชไดรฟ์เพื่อคัดลอกข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสายตาของผมและพศินกำลังจับจ้องทุกท่วงท่าของเธออยู่ผ่านเลนส์กล้องซ่อน
แถบสถานะการดาวน์โหลดไฟล์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์วิ่งขึ้นช้าๆ แพรวาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดพลางถอนใจหอบ แสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคายที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสอวดดี ทรวงอกอวบอิ่มของเธอชูชันเบียดแน่นใต้ชุดหนังรัดรูป ขาเรียวยาวก้าวขยับเดินสำรวจรอบๆ ผนังซับเสียงเพื่อตรวจสอบเครื่องบันทึกเสียงอื่น
เมื่อการดาวน์โหลดค้างอยู่ที่ 99% ประตูกลไกเหล็กหนาด้านหลังของเธอก็สไลด์ปิดตัวลงเสียงดัง กริ๊ก! และล็อกสนิทโดยอัตโนมัติ
แพรวาสะดุ้งสุดตัวหันควับกลับไปมอง ไฟฉายในมือส่องตรงไปยังประตูเหล็กหนาที่ไร้ที่เปิดจากภายใน เธอรีบก้าวเข้าไปกดปุ่มััฉุกเฉินข้างประตู ทว่าหน้าจอควบคุมกลับดับสนิทไร้การตอบสนอง ทันใดนั้น แสงไฟสลัวสีน้ำเงินในห้องเก็บเสียงก็วูบดับลงทันที ปล่อยให้ห้องนอนแห่งนี้จมดิ่งสู่ความมืดมิดสนิทที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
"เกิดอะไรขึ้น... บ้าจริง!" แพรวาพ่นคำหยาบแ่เบาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือตื่นตระหนก เริ่มหอบหายใจแรงกระชั้นสะท้อนความกลัวในจิตใจเมื่อรู้ตัวว่าติดกับดัก
ผมเหยียดยิ้มกว้างก้มลงกดสวิตช์เปิดไมโครโฟนไร้สายส่งผ่านระบบลำโพงอัจฉริยะที่ฝังซ่อนอยู่รอบทิศทางของห้องเก็บเสียง เสียงทุ้มต่ำดุดันปนเ้าเล่ห์ของผมดังก้องสะท้อนกังวานล้อมรอบตัวเธอท่ามกลางความมืดที่ไร้แสงไฟ...
"ยินดีต้อนรับสู่โลกมืดที่ไม่มีทางหนีพ้นนะคะ... คุณนักสืบสาวคนเก่ง"
เสียงของผมทำให้แพรวาสะดุ้งตัวโยนจ้องมองความมืดด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงกระหน่ำปานจะหลุดออกมาจากอก... บทเรียนแสนดิบและบทลงโทษของหนูแพรวากำลังจะเริ่มต้นขึ้นริมค่ำคืนนี้แล้ว!