“ผม เอิ๊ก ผม เอิ๊ก ผม...” เขาคิดจะอธิบาย แต่กลับเริ่มสะอึกเพราะใเกินไป ผ่านไปนานก็ยังพูดไม่ออก ์ช่วยด้วย เขาไม่เพียงจูบดูดดื่มกับสุนัข แต่ยังล่วงละเมิดทางเพศหัวหน้าอีก...เขาจะทำอย่างไรดี!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นอกจากเหยาหย่วนจะรู้สึกหน้าร้อนผ่าว ทั่วทั้งร่างเริ่มสั่นเทิ้มและร้อนขึ้น กลับไม่รู้เลยว่าในสายตาคนอื่นนั้น ท่าทีแบบนี้กลับดูเหมือนกำลังอยู่ในห้วงปรารถนา จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ สุนัขตำรวจกลับไม่ได้โมโหโทโส ทำเพียงสะบัดขนอย่างรำคาญใจ จากนั้นหันหลังไปห้องน้ำ
ตำรวจเหยาหากางเกงขาสั้นและเสื้อคอกลมที่ใหญ่ที่สุดมาสวมด้วยความอัดอั้น จากนั้นก้มหน้ายืนหน้าห้องน้ำ รอให้อีกฝ่ายลงดาบ
แต่หลังจากสุนัขตำรวจออกมาแล้วมองเขานั้น กลับถอนหายใจแล้วหันไปคาบกล่องที่เขาใส่ลูกอมไว้ในตู้ออกมา
“กินลูกอมหน่อยสิ รสหวานช่วยให้ลืมเื่ทุกข์ใจได้นะ”
เหยาหย่วนมองกล่องลูกอมที่ถูกยัดเข้ามาในอก นึกขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่สุนัขตำรวจพูดนั้นเป็คำที่ตัวเองพูดไว้เมื่อคืน
เขายัดลูกอมเม็ดหนึ่งเข้าปากเงียบๆ แล้วยิ้มให้สุนัขตำรวจด้วยความอายและซาบซึ้ง
‘เป็คุณหมาตำรวจที่ดีจัง’ เหยาหย่วนคิด
เวลส์เองก็รู้สึกว่าเป็เื่น่าอึดอัด แต่สัญชาตญาณสัตว์ของเขาปั่นป่วนมาตลอดสองวันที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังพอมีสติหลีกหนีได้บ้าง แต่ก็ยังถูกเอวคอดและก้นกลมของตำรวจน้อยดึงดูดอยู่ดี ดังนั้นจึงไม่ได้ยื่นมือผลักออก กลับคว้าก้นอวบเอาไว้เสียอีก
หากไม่ใช่เพราะวินาทีสุดท้ายเขาพลัดตกจากเตียง และเพราะสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ยังไม่อำนวย เขาคงจะทำลงไปแล้ว
แต่เ้าเด็กน้อยกลับมองเขาด้วยสายตาน่าสงสารอย่างรอคอยความตาย ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
บรรยากาศน่าอึดอัดนี้ คงอยู่จนถึงตอนที่พวกเขาขึ้นรถ ทำให้เวลส์รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
แปลกจริง ก่อนหน้านี้เขานึกรังเกียจคนคนนี้แท้ๆ ถึงขนาดมีความคิดอยากจะทำให้เ้าเด็กนี่ ‘หมดเนื้อหมดตัว’ แต่หลายวันมานี้ เขาก็เริ่มไม่ชอบท่าทีหงอยเหงาของเ้าเด็กคนนี้เสียแล้ว
เวลส์คิด แล้วใช้อุ้งเท้าหลังเกาคอที่กำลังคันด้วยความจนใจ
ตำรวจน้อยเปลี่ยนเื่คุยอย่างระมัดระวังทันใด “คันมากเหรอครับ ผมเพิ่งไปค้นมา คุณไม่ควรอาบน้ำทุกวันนะครับ มันไม่ดีต่อิั...ไม่ใช่ว่าผมอยากอู้นะครับ...ผม ผม เอิ๊ก เอิ๊ก...”
‘โอ๊ย จะติดอ่างทำไมอีกวะเนี่ย ใจนป่วยแล้วหรือไง ฉันดูดุขนาดนั้นเลยเหรอ’
เวลส์รู้ดีว่าไม่ควรอาบน้ำทุกวันเมื่ออยู่ในร่างกายนี้ แต่เขาก็อดไม่ได้จึงเป็แบบนี้ เขาไม่ได้อยากจะโทษตำรวจน้อย สุดท้ายกลับทำให้อีกฝ่ายมีสภาพน่าสงสารอยู่แบบนี้
“คุณ คุณ คุณอย่าเอาแต่จ้องผมสิครับ...” ตำรวจน้อยละล่ำละลัก เปิดไฟเลี้ยวผิดไปเปิดที่ปัดน้ำฝน จึงถูกระจกหน้ารถเสียงดังเอี๊ยดๆ เวลส์ถอนสายตา คอยย้ำเตือนอยู่ในใจว่าตัวเองต้องพยายามอ่อนโยนลงหน่อย
พวกเขาตรงมาโรงแรมโฟร์ซีซันส์ สำรวจตามเส้นทางของโรเบิร์ต หลังจากตำรวจน้อยเริ่มทำงานแล้ว สภาพจิตใจก็ดีขึ้นมาก เขาหยิบแผนที่แผ่นเล็กๆ ที่พิมพ์ออกมาดูเป็บางครั้ง จากนั้นเขียนๆ วาดๆ ทำสัญลักษณ์ต่างๆ ลงบนนั้น
เวลส์ชื่นชมความละเอียดและรอบคอบของเขามาก หลังจากรู้จักกันมาหลายวัน เวลส์ก็รู้ว่าแม้เด็กคนนี้จะไม่ค่อยถนัดเื่ใช้สมองนัก แต่เขามีท่าทีแน่วแน่ ตั้งใจทำงาน นิสัยเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและรู้จักพลิกแพลง ซึ่งมีศักยภาพเป็ตำรวจที่ดีได้
แน่นอน ว่าถ้าแก้รสนิยมทางเพศแปลกๆ ได้ก็คงดี ไม่อย่างนั้นถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดมาสารภาพรักเข้า เขาก็ต้องคิดหาคำปฏิเสธที่อ่อนโยนเสียหน่อย เพราะอีกฝ่ายดูแลเขาดีเหมือนญาติผู้ใหญ่ ทำให้เขามีความรู้สึกเหมือนโดนติดสินบนจึงทำอะไรมากไม่ได้
“ไม่คิดเลยว่าซอยแถวโรงแรมจะไปได้ทุกทางแบบนี้ แผนที่ที่พรินต์ออกไม่ค่อยละเอียดเลยครับ” หลังจากร่างเล็กพบทางแยกก็มองแผนที่ในมืออยู่นาน
เวลส์ไม่รู้จริงๆ ว่าที่นี่ทำผังเมืองอย่างไร มองไปทางไหนก็พบแต่ตึกสูงทันสมัย แต่ตรงกลางกลับล้อมด้วยเขตบ้านทรงโบราณเล็กๆ บางแห่งเห็นได้ชัดว่าเป็อาคารทางประวัติศาสตร์ แต่กลับไม่ได้รับการบำรุงรักษาที่ดีนัก ยังคงเหลือร่องรอยของการลักลอบก่อสร้างต่อเติม ทำให้ถนนหลายสายเล็กแคบลงถนัดตา แม้มีเสาไฟตั้งไกลหัวถนน แต่พอตกกลางคืนก็ส่องสว่างไม่ทั่วถึง
‘ถ้าฉันเป็คนชั่ว ฉันก็จะรอให้ฟ้ามืดลงแล้วลงมือที่นี่ แต่ถ้าจะพูดเื่ปล้นทรัพย์ปล้นสวาท จะปล้นผู้ชายตัวโตขนาดนั้นได้อย่างไร’ เวลส์พยายามคิดพลางสำรวจโครงสร้างบ้านเรือนและลักษณะของแถบนี้ให้ถี่ถ้วน
ตำรวจน้อยน่าจะคิดเหมือนกันกับเขา จึงพูดพลางมองดูว่า “ทำไมเขาถึงกล้าเดินมาที่นี่กัน ไม่กลัวหลงทางหรือไงนะ”
‘ไม่มีทางหลงหรอก พวกเราไม่ได้ใช้การมองเห็นจำทางเสียหน่อย...’
สารวัตรตอบตำรวจน้อยในใจ แต่ความคิดนี้กลับมอบมุมมองใหม่ๆ ให้กับเขา...ตอนที่โรเบิร์ตออกมา อาจจะไม่ได้ออกมาด้วยสภาพเดิมหรือเปล่านะ
หากเป็อย่างนั้น จะต้องเกิดเื่ขึ้นแน่ๆ โรเบิร์ตไม่ได้เลือกทำแบบนี้เพราะหลงทางแน่ ดูท่าคงจะต้องดูกล้องวงจรปิดใหม่ ลางสังหรณ์ของตำรวจสอบสวนกลางทำให้เวลส์ให้ความสำคัญกับความคิดนี้
แน่นอน ว่าแม้ตำรวจน้อยไม่รู้ถึงความคิดนี้ แต่เขาปรับแผนที่ให้สมบูรณ์ขึ้น ทำสัญลักษณ์ตรงตำแหน่งกล้องวงจรปิด และยังพูดคุยกับประชาชนที่ออกมาตากลมใต้ร่มไม้ คุณตาคนหนึ่งบอกว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เป็ผู้อาศัยเดิม อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว เพราะถนนที่ทั้งแคบทั้งมองไม่ชัด คนแก่กลัวจะล้ม ดังนั้นพอฟ้ามืดส่วนใหญ่ก็จะไม่ออกจากบ้านกัน
ช่างเป็สถานที่ที่ดีต่อการก่ออาชญากรรมเสียจริง เวลส์รู้สึกว่าโรเบิร์ตจะเจอเื่ร้ายมากกว่าดีเสียแล้ว
“เลยเวลาอาหารกลางวันของโรงอาหารที่ CIB แล้ว พวกเรากินข้าวกันใกล้ๆ นี้ดีไหมครับ” แม้ว่าตำรวจน้อยจะออกปากหารือกับเวลส์ แต่ก็ยังคงมองกำแพงอิฐข้างๆ อยู่
เพราะได้ทำงานเวลส์จึงลืมฉาก ‘คุกคามทางเพศ’ นั้นได้แล้วก็รู้สึกจนใจ เขาไม่อะไรกับเื่ที่ถูก ‘คุกคาม’ แล้วแท้ๆ เ้าเด็กนี่จะมาอายอะไรกันอีก
ระหว่างที่เขาคิดอะไรไปเรื่อย อีกฝ่ายก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปรีวิวร้านอาหารแล้ว
“เอ๋ ร้านนี้ดังขนาดนี้เชียว”
เวลส์ได้ยินตำรวจน้อยพึมพำกับตัวเอง ก็เงยหน้ามองด้วยความสงสัย
“ร้านที่คุณชอบ...ร้านกระดูกหมูน่ะครับ ใกล้ๆ นี่ก็มี คุณจะทานไหมครับ” ตำรวจน้อยยื่นมือถือให้ดูแล้วเผลอสบตาเข้ากับสุนัขตัวโตเข้า จึงรีบเบนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างร้อนรน
อา สายตาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมแบบนี้ ทำให้รู้สึกวุ่นวายใจชะมัด...เวลส์รู้สึกว่าตำรวจน้อยมีอิทธิพลกับตนมากขึ้นทุกที
‘ได้ที่ไหนกันเล่า! ข้าเป็หัวหน้านะเว้ย! ฉันสิต้องมีอิทธิพลเหนือเ้าโง่นี่!’
เวลส์ให้ความแน่วแน่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง แล้วพยักหน้า
“คุณชอบกระดูกหมูของพวกเขาจริงๆ เลยนะครับ ผมน่าจะทำบัตรสมาชิกจริงๆ แฮะ” ตำรวจน้อยไม่ได้บ่นที่จะต้องกินของเดิมๆ ซ้ำๆ แม้แต่นิดเดียว แต่ตั้งระบบนำทางเพื่อจะออกเดินไปยังร้าน
ถึงแม้ว่าจะเป็เื่เข้าใจผิด แต่เวลส์ก็อยากกินกระดูกหมูจริงๆ และตำรวจน้อยก็จนมากจริงๆ แถมสภาพของเขาในตอนนี้ จะให้พาเ้าหนูไปกินร้านมิชลินก็ยังทำไม่ได้เลย คงต้องอดทนอีกหน่อย
คุณนักอ่านติดตามอ่านต่อได้ที่ลิงก์นี้นะคะ
https://www.readawrite.com/a/ef18110bfc330de612fe3baa375c5def