ก่อนหมดเวลาฝึกช่วงบ่ายประมาณ 30 นาที เริ่มมีคนทยอยกลับมาที่ลานฝึกของตระกูลกันแล้ว ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 เริ่มทำการตรวจสอบสมุนไพรและแกนอสูร ด้วยความชำนาญทำให้การตรวจสอบและประเมินคะแนนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ไป่ชิงหยางกำลังมองหาไป่ฉี จนเวลาผ่านไปเหลืออีก 10 นาทีจะหมดเวลาฝึกฝนช่วงบ่ายแล้ว แต่ไป่ฉีก็ยังไม่กลับมา นอกจากนี้คนในลานฝึกฝนต่างก็มองหาไป่ฉีเช่นกัน บางคนคิดว่าไป่ฉีน่าจะถูกสัตว์อสูรฆ่าตายไปแล้ว บางคนคิดว่าไป่ฉีอาจจะหลงทางอยู่ในป่าอาถรรพ์
ส่วนผู้อาวุโสลำดับที่ 2-5 ต่างก็ยกยิ้มขึ้น ดูท่าทีมสังหารจะทำงานได้เรียบร้อยดี ตัวผู้อาวุโส 5 นั้นมีสีหน้าสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
'หลานตา ตาได้ฆ่ามันเซ่นวิญญาณของเจ้าแล้ว' ผู้อาวุโสลำดับที่ 5 คิด แต่คิดได้ชั่วครู่ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มขึ้นอีกครั้ง เมื่อร่างของคนที่คิดว่าถูกมือสังหารฆ่าตายไปแล้ว กลับเดินเข้ามาในลานฝึกฝนหน้าตาเฉย ซ้ำยังไร้รอยขีดข่วนอีกด้วย
ไป่ฉีเดินมาเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่มีเหงื่อออกแม้แต่หยดเดียว เขาเดินมาตรงหน้าผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ก่อนจะวาดมือครั้งหนึ่งก็ปรากฎแกนอสูรจำนวนมากร่วงกราวลงมา เสียงของมันราวกับเม็ดทรายที่ร่วงลงมาบนพื้น สร้างความแตกตื่นให้กับคนในตระกูลไป่เป็นอันมาก ในเวลาเท่ากัน แต่ไป่ฉีสามารถไปหาแกนอสูรจำนวนมากพวกนี้มาจากไหนกัน
“นะ...นี่มัน ข้าสามารถบอกได้เลยว่าแกนอสูรที่เจ้าหามามันมีจำนวนมากเกินไป คงต้องขอเวลาตรวจนับสักครู่” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กล่าว
ตอนนี้คนในตระกูลต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับไป่ฉี พวกเขาคิดว่าไป่ฉีคงล่าพวกสัตว์อสูรระดับต่ำจำนวนมากเพื่อหวังจะได้คะแนนเยอะ ๆ นอกจากนี้ยังไม่เห็นไป่ฉีนำสมุนไพรออกมาแม้แต่ต้นเดียว
“สมุนไพรสักต้นก็ไม่ได้เก็บ แกนอสูรน่ะมันเป็นของที่ได้คะแนนรองลงมาจากสมุนไพร คิดว่าไป่ฉีมันจะฉลาดกว่านี้ซะอีก” ชายคนหนึ่งพูด
“คิก คิก นั่นสิ เสียเวลาไปกับอสูรกระจอก ๆ มันเปล่าประโยชน์จริง ๆ” หญิงสาวพูดขึ้น
ไม่นานผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ก็นับแกนอสูรจนหมด ซึ่งมันมีจำนวน 1 พันกว่า ซ้ำยังมีระดับตั้งแต่ปฐพีจนถึงระดับราชันย์เลยทีเดียว การประกาศของผู้อาวุโสลำดับที่ 1 สร้างความตกตะลึงให้กับคนในตระกูลไป่อีกครั้ง
“แต่ว่าคะแนนของเจ้าก็ยังไม่ติด 1 ใน 8 อยู่ดี เพราะคะแนนจากสมุนไพรนั้นข้าตีค่าให้มากกว่าแกนอสูรมาก ด้วยเพราะเป็นภารกิจหลัก” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ชี้แจงให้ไป่ฉีฟัง เขาแสดงความเป็นธรรมให้ทุกคนได้เห็น
“ใครว่าหมดแล้วกัน ข้ารอให้ท่านเก็บแกนอสูรพวกนั้นให้หมดก่อนต่างหาก” ไป่ฉีกล่าว พร้อมกับวาดมือออกไปอีกครั้ง ก็ปรากฎสมุนไพรจำนวนมากกองสูงท่วมหัว ซ้ำยังถล่มลงมาใส่ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 อีกด้วย
“ว๊าก เยอะไป๊” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 พูดได้แค่นั้นก็ถูกภูเขาสมุนไพรทับจนมิด
“ผู้อาวุโส” ทุกคนต่างร้องอุทานขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 จะค่อย ๆ ตะเกียกตะกายออกมาจากภูเขาสมุนไพรย่อม ๆ
“เจ้าหามาได้ยังไงกันตั้งมากมายขนาดนี้ แต่ข้าขอตรวจดูก่อนว่าเป็นสมุนไพรระดับไหนบ้าง หากมีหญ้าปนมาข้าไม่นับหรอกนะ” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กลับมาสุขุมเยือกเย็นอีกครั้งและเริ่มประเมินสมุนไพรอย่างละเอียด แต่ขณะที่ผู้อาวุโสกำลังตรวจอยู่ เขาพบสมุนไพรที่ไป่ฉีหามาต้นหนึ่งมีสีฟ้าโปร่งแสง ด้วยความสนใจจึงจะยื่นมือไปเพื่อจะหยิบมาพิจารณา
“ช้าก่อนผู้อาวุโส หญ้าเหมันต์นั่นท่านควรใช้พลังปราณสัมผัส ไม่ควรใช้มือของท่าน มันเป็น 1 ในสมุนไพรหยินรุนแรง ข้าพบมันในถ้ำส่วนลึกของป่าอาถรรพ์ หากท่านจับด้วยมือเปล่า เกรงว่าท่านคงจะต้องสังเวยแขนกับมือของท่านให้มันแล้ว” ไป่ฉีกล่าวเตือน นั่นทำให้ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ต้องชะงักมือ
“เซี่ยงชุน” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 เรียกหญิงคนหนึ่ง (อันนี้ตั้งเอาฮานะ 555)
“เจ้าคะ” หญิงสาวเดินออกมาหลังจากได้ยินเสียงเรียก
“ไปนำตำราสมุนไพรหยินมาให้ข้า หญ้าเหมันต์ นี้ข้ามิเคยเห็นของจริงมาก่อน จำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะมันจากตำรา ถ้ามันเป็นของจริง มันจะมีค่ามากสำหรับผู้หญิงในตระกูลหากนำมาปรุงเป็นโอสถเสริมพลังปราณ” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กล่าวก่อนจะใช้มือลูบเครายาวของตน
หญิงสาวไปเพียงไม่นานก็ได้ตำราสมุนไพรหยินจำนวนมากมา ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ค่อย ๆ พลิกเปิดหาจนกระทั่งพบจนได้ สาเหตุที่ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ต้องทำการเปิดหาเพราะเขาไม่เคยพบหญ้าเหมันต์ของจริงมาก่อน จึงต้องตรวจสอบดูอย่างถี่ถ้วน แม้เขาจะไม่คิดว่าไป่ฉีจะโกหกแหกตาเขาก็ตาม เมื่อพบว่ามันตรงตามตำรา สีหน้าของผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ก็มองมาที่ไป่ฉีด้วยสายตานับถือ ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลานไป่ฉี ข้านับถือในความใจกล้าของเจ้ายิ่งนัก ผู้คนในตระกูลมากมายหาสมุนไพรแต่เฉพาะในเขตที่ถูกระบุว่าเป็นเขตปลอดภัย แต่เจ้ากลับกล้าออกจากเขตปลอดภัยเข้าไปในส่วนลึกของป่า สมุนไพรนี่แค่ต้นเดียวก็ทำให้เจ้าได้คะแนนมากแล้ว” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กล่าว เขาเคยเห็นถ้ำที่ไป่ฉีบอกตอนออกไปหาสมุนไพรด้วยตัวเอง แต่ไม่เคยเข้าไป เพราะตามปกติพวกสัตว์อสูรหลายชนิดมักทำรังอยู่ในถ้ำ
“กล่าวชมเกินไปแล้ว ท่านตรวจต่อเถอะ หากพบสมุนไพรใดไม่คุ้น ให้ท่านข้ามพวกมันไปก่อน” ไป่ฉีกล่าว
ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 พยักหน้า ก่อนจะเริ่มใช้ปราณชักนำเอาสมุนไพรที่เขาคุ้นเคยมาแยกและตรวจนับอย่างรวดเร็ว แม้จะคัดเอาที่เขารู้จักออกมาจนหมดแล้ว แต่ก็ยังเหลือสมุนไพรกองใหญ่ที่เขาไม่รู้จักมัน
“เซี่ยงชุน นำคนไปด้วยสัก 10 คนไปหยิบตำราโอสถทั้งหมดมาที่นี่” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 สั่งการทันที ระหว่างรอ ผู้อาวุโสได้ทำการแยกสมุนไพรชนิดเดียวกันไว้เป็นกอง ๆ แล้วตรวจนับเอาไว้
ใช้เวลาไม่นานเซี่ยงชุนกับคนอีก 10 คนกลับมาพร้อมกับตำราจำนวนมาก ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ได้สอบถามไป่ฉีถึงชื่อของสมุนไพรที่เขาไม่คุ้น ก่อนจะเปิดตำราสมุนไพรดูทีละเล่ม เป็นเวลากว่า 10 นาที สมุนไพรทุกตัวจึงถูกยืนยัน
“จากนี้ไปข้าจะประกาศผลคะแนน สำหรับผู้ที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 คือไป่ฉี ส่วนถัดมา…....” ไป่ชิงหยางที่รับกระดาษบันทึกคะแนนมาจากผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ได้เริ่มอ่านอันดับคะแนน ผลที่ได้คงไม่ต้องเดา ด้วยจำนวนสมุนไพรและแกนอสูร ไป่ฉีกินขาดทั้ง 2 อย่าง สีหน้าของผู้อาวุโส 5 ยิ่งทมึนมากขึ้น
'เหตุใดมันถึงรอดจากทีมสังหารที่เราส่งไปได้กัน หรือมันจะโชคดีที่ทีมสังหารอาจโดนสัตว์อสูรระดับสูงฆ่าตายกันแน่' ผู้อาวุโส 5 คิด
“ข้าได้ให้คนติดตามไปดูแลความปลอดภัยให้เจ้า เหตุใดเจ้าจึงกลับมาโดยไร้วี่แววของพวกเขา” ผู้อาวุโส 5 ถาม ในใจเขาอยากรู้เหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมสังหาร ไป่ฉีและทุกคนหันไปมองผู้อาวุโส 5 กันหมด
“ท่านรึส่งคนไปคุ้มกันข้า ไม่ใช่ทีมสังหารหรอกหรือ” ไป่ฉีกล่าว แม้ปากจะยิ้ม แต่ดวงตานั้นไม่ได้ยิ้มไปด้วย เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโง่ขนาดนี้ เขาฆ่าหลานชายมัน มีหรือจะส่งคนคุ้มกัน เรื่องนี้ใครที่ได้ฟังก็ต้องดูออก
“ชะ...ใช่ ข้าส่งคนไปคุ้มกันเจ้า เพราะเจ้าเพิ่งฝึกพลังปราณ จึงไม่น่าจะปลอดภัยหากไปเจอสัตว์อสูรระดับสูงเข้า” ผู้อาวุโส 5 กล่าว ภายในใจก็คิดว่าตัวเองพลาดเสียแล้ว
“งั้นก็ต้องขอบคุณผู้อาวุโส 5 มาก พวกเขาได้ถูกสัตว์อสูรกัดกินไปตอนอยู่ในป่าแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“จะเป็นไปได้ยังไงกัน พวกเขามีปราณระดับจักรพรรดิขั้น 6 กันทั้งนั้น เจ้าฆ่าพวกเขาใช่หรือไม่” ผู้อาวุโส 5 ชี้หน้าไป่ฉี
“ข้าเนี่ยนะฆ่าพวกเขา นอกจากส่งคนมาฆ่าข้าแล้วยังคิดจะป้ายความผิดฐานฆ่าคนในตระกูลให้ข้าอีกงั้นเหรอ ถ้างั้นลองถามไป่ชิกับไป่เชอะดูไหมว่าที่ชายป่าข้ากับพวกเขาเจออะไรกันมา” ไป่ฉีกล่าว
“เรียนผู้อาวุโส ระหว่างทางมาที่ตระกูลเราพบเห็นฝูงหมาป่าเหมันต์กลุ่มใหญ่ทั้งหมด 31 ตัวครับ คาดว่าถิ่นที่อยู่ในป่าด้านในอาจมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าพวกมันมากเข้ามายึดครองแทน ทำให้พวกมันหนีมาอยู่แถวชายป่าครับ” ไป่ชิกล่าวรายงาน
“อืม ที่เจ้าพูดมามีเหตุผล บ่อยครั้งพวกสัตว์อสูรนักล่าหรือเหยื่อมีการเปลี่ยนแหล่งที่อยู่อาศัย เพราะถูกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามายึดครอง” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ซึ่งเข้าป่าอาถรรพ์บ่อย เห็นเรื่องแบบนี้มาก็มาก จึงช่วยยืนยันคำพูดของไป่ชิ ว่ามีโอกาสเป็นไปได้
“แต่ว่าระดับจักรพรรดิ 10 คนเชียวนะ สัตว์อสูรอะไรจะแข็งแกร่งขนาดนั้นกัน” ผู้อาวุโส 5 กล่าว
“อสรพิษ 9 หัว ระดับราชันย์ทรราช” ไป่ฉีกล่าวขึ้น ทำให้ทุกคนหันมามองไป่ฉีพร้อมกัน
“เจ้าว่ายังไงนะ เจ้าบอกว่าเจ้าพบสัตว์อสูรระดับราชันย์ทรราชในเขตป่าชั้นในงั้นเรอะ” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 สีหน้าดูวิตกกังวลทันที ส่วนไป่ฉีนั้นพยักหน้าให้เป็นคำตอบ
“ข้าเห็นมันจากระยะไกล และสัมผัสได้ถึงพลังปราณของมัน แต่ก็เฉียดระยะการรับรู้ของมันไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น จากนั้นข้าก็ถอยออกมา” ไป่ฉีกล่าว
“ทำไมท่านต้องตกใจขนาดนั้นกัน” ไป่ชิงหยางถาม
“สัตว์อสูรที่มีระดับสูง ถิ่นหากินก็จะยิ่งกว้างขวาง ซึ่งสัตว์อสูรนักล่าตัวอื่นที่ถูกแย่งถิ่นหากิน พวกมันจะถูกผลักดันให้ออกมาแถวชายป่ามากขึ้น ข้าเกร่งว่าที่ตั้งของเราตอนนี้จะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว หากมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิหลุดมาที่นี่สักตัว คงได้มีคนตายนับไม่ถ้วนแน่” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กล่าว
“เช่นนั้นพวกเราต้องจัดทีมออกล่ารึไม่” ไป่ชิงหยางถาม
“เมื่อครู่ที่ออกไปกันน่าจะกวาดล้างไปได้ระดับหนึ่ง แต่หลังจากนี้ให้เพิ่มเวรยามลาดตระเวนโดยรอบมากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กล่าว
“ได้ ถ่ายทอดคำสั่งให้เพิ่มเวรยามมากกว่าเดิม 2 เท่า ลาดตระเวนบริเวณโดยรอบอย่างเข้มงวด ส่งคนที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดไปสอดแนมในระยะที่ไกลออกไปจากหน่วยลาดตระเวนหน่อย” ไป่ชิงหยางกล่าวก่อนจะหันมามองที่ไป่ฉี
“จบเรื่องนี้ ขอต่อเรื่องที่ค้างเอาไว้ว่า 10 คนที่ผู้อาวุโส 5 ส่งไปเป็นทีมสังหาร ไม่ใช่ทีมคุ้มกัน” ไป่ฉีกล่าว
“เจ้ามีหลักฐานงั้นเหรอ คนตายไปแล้วจะพูดอะไรได้” ผู้อาวุโส 5 กล่าว
“เช่นนั้นก็จงดูสิ่งนี้ก็แล้วกัน” ไป่ฉีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา ก่อนจะกดเล่นคลิปที่เขาถ่ายไว้ตอนสนทนากับมือสังหารทั้ง 10 คนเอาไว้
สีหน้าของไป่ชิงหยางกับผู้อาวุโสลำดับที่ 1, 6, 7 และ 8 ดำมืดขึ้นทันที เขามองไปยังผู้อาวุโสลำดับที่ 2 และ 5 ส่วนผู้อาวุโสลำดับที่ 2 กับ 5 มีสีหน้าซีดเผือดขึ้นทันที
“นั่นมันสิ่งใดกัน ทำไมพวกมันถึงไปอยู่ในนั้นได้” ผู้อาวุโส 5 ชี้ไปที่สมาร์ทโฟนของไป่ฉี
“สิ่งนี้เรียกว่าสมาร์ทโฟน มันใช้บันทึกภาพและเสียง หรือแม้แต่ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ คล้ายศิลาหวนคนึง แต่ใช้งานได้ง่ายกว่า ข้าถึงได้บอกพวกท่านไงว่าถึงเวลาส่งคนออกไปเรียนรู้โลกภายนอกได้แล้ว มิเช่นนั้นพวกท่านก็ไม่ต่างจากคนป่านักหรอก” ไป่ฉีกล่าว
“บ้าน่า มีของแบบนี้อยู่บนโลกนี้ด้วยรึ” ผู้อาวุโสลำดับ 2 ทรุดตัวลงเหมือนรู้ชะตากรรมของตนเอง
“เช่นนั้นพวกเจ้าทั้ง 2 คน ข้าขอลงโทษพวกเจ้า ผู้อาวุโส 5 ท่านผิดกฎเพราะคิดแค้นเคืองไป่ฉีที่ฆ่าหลานชายท่าน ทั้งที่หลานชายท่านเป็นคนประกาศประลองเป็นตายกับไป่ฉี ซ้ำยังส่งคนไปสังหารเขาอีก ดีที่เขารอดมาบอกความจริงให้ทุกคนได้รู้ ไป่ฉีนับเป็นหลานของข้า ดังนั้นโทษของเจ้าคือตายสถานเดียว” ไป่ชิงหยางกล่าวจบ ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโส 5 จะได้พูดอะไร หัวของมันก็ถูกผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ตัดขาดสะบั้นลงไปอยู่ที่พื้นเสียแล้ว แต่เลือดนั้นกลับไม่พุ่งออกมา ทำให้ทุกคนต่างสงสัย แต่เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของผู้อาวุโสลำดับที่ 1 พวกเขาก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
_____________________________
ฝากเพจด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรอัพเดต ผมจะประกาศผ่านทางนั้นเลย
