เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 ภูมิคุ้มกันคนหล่อ

            อีกหน่อยถ้าเพ้อแบบนี้ทุกวันเธอจะทำอย่างไร

            ความลับน้อยใหญ่ของเธอเขาคงรู้เข้าให้สักวันแน่ๆ

            ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าไม่ได้ๆ เธอจะต้องพัฒนาภูมิคุ้มกันคนหล่อของตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิมซะแล้ว

            เธอพาดผ้าขนหนูที่ลู่เป๋าเหยียนใช้ซับเหงื่อเมื่อครู่ไว้ตรงท้ายทอยจากนั้นจึงเดินก้มหน้าคิดหนักพลางใช้มือจับผ้าขนหนูสองข้างไว้ขณะเดินออกจากห้องฟินเนสไป

            แต่เหมือนเธอกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตอย่างไรอย่างนั้นทำอย่างไรก็หาทางกลับไปที่ห้องอาหารไม่เจอเสียทีเธอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเดินวนไปวนไปอยู่ที่เดิมกี่รอบแล้ว

            พวกคนรับใช้เห็นซูเจี่ยนอันเดินวนไปมาสีหน้านิ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดจึงไม่กล้าส่งเสียงเรียก

            จนกระทั่งลู่เป๋าเหยียนลงมาจากห้องเขาเห็นซูเจี่ยนอันกำลังเดินลอยไปลอยมาอย่างกับวิญญาณเร่ร่อน

            เขาขมวดคิ้วและเดินไปหยุดตรงหน้าเธอซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนตัวเองเดินชนอะไรสักอย่าง จึงหยุดเดินและเงยหน้าขึ้นมอง

            ลู่เป๋าเหยียน?

            เธอยิ้มอย่างอัตโนมัติ“นายลงมาแล้วเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนชี้ไปยังผ้าขนหนูที่อยู่บนคอเธอ

            “เธอพาดผ้าขนหนูที่ฉันใช้แล้วเอาไว้ทำไมกัน”

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้ามองตามที่เขาชี้

            จริงด้วย!

            แต่มันมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกันเธอไม่เห็นรู้เรื่อง

            “เอ่อ ฉัน...เอามาเช็ดเหงื่อฉันใช้เสร็จแล้วล่ะ คืนให้นาย”

            พูดจบเธอก็ยัดผ้าขนหนูใส่มือลู่เป๋าเหยียนจากนั้นจึงวิ่งไปที่ห้องอาหารทันที

            หลังกินข้าวเช้าเสร็จลุงสวีก็ส่งกุญแจรถให้ลู่เป๋าเหยียน

            “คุณชายครับผมเตรียมรถไว้ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว สามารถออกเดินทางได้เลยครับ”

            ลู่เป๋าเหยียนยื่นมือให้ซูเจี่ยนอัน

            “ไปกันเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันยังจำเรื่องที่เขาบอกได้ว่าจะพาเธอไปที่แห่งหนึ่งส่งมือให้เขาจับอย่างว่าง่าย และคิดสงสัยไปตลอดทางว่าลู่เป๋าเหยียนจะพาเธอไปไหนกัน

            เธอคิดเอาไว้ก็หลายที่ตั้งแต่สวนสนุกยันสถานที่สุดโต่งที่ลู่เป๋าเหยียนไม่น่าจะพาเธอไปแต่นึกไม่ถึงเลยว่า ที่ที่เขาจะพามาคือที่นี่

            ‘เซี่ยงหยวน’ เป็นเขตเมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีสองข้างของทางเท้าที่ปูด้วยหินเรียงรายไปด้วยอาคารไม้เก่าแก่ที่ถูกรีโนเวทเป็นร้านค้าและร้านอาหารช่วงสุดสัปดาห์ที่นี่มักจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

            เนื่องจากรถไม่สามารถเข้ามาได้ลู่เป๋าเหยียนจึงจอดเอาไว้ที่ลานจอดรถใกล้ๆและจูงมือซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปท่ามกลางผู้คน

            “ตอนเด็กๆแม่ฉันชอบพามาที่นี่” ซูเจี่ยนอันพูดพลางมองวิวรอบกาย“ที่นี่มีช่างตัดเสื้ออยู่คนหนึ่งที่เย็บกี่เพ้าได้สวยมากแม่ฉันชอบใส่กี่เพ้าเลยมักจะมาให้ช่างคนนั้นตัดให้ ว่าแต่ ตอนเด็กๆ นายเองก็อยู่เมืองนี้นี่นาเคยมาที่นี่บ้างหรือเปล่า”

            “ไม่เคย”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ฉันไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ”

            ซูเจี่ยนอันไม่แปลกใจลู่เป๋าเหยียนเป็นคนเก็บตัว จะไม่เคยมาที่นี่ก็ไม่แปลก

            “ไม่เป็นไร” เธอยิ้ม“งั้นเดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง แต่ก่อนถนนเส้นนี้ยังไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวคนส่วนใหญ่ที่มาจึงมีแต่คนท้องถิ่น ฉันชอบตามแม่มาเวลาที่แม่มารับกี่เพ้าพอเสร็จธุระก็มักจะขอให้แม่พาไปกินน้ำหวานที่ร้านน้ำชาตรงสุดซอยได้ข่าวว่าร้านนั้นปิดไปนานแล้ว ฉันเองก็ลืมรสชาติมันไปแล้วล่ะแต่ยังจำภาพเวลาที่แม่ใส่กี่เพ้าได้ แม่สวยกว่าแมกกี จาง1อีกนะ...”

            ถนนเก่าแก่เส้นนี้เต็มไปด้วยความทรงจำระหว่างซูเจี่ยนอันกับแม่ซูเจี่ยนอันเล่าเรื่องราวของเธอไปตลอดทางในขณะที่ลู่เป๋าเหยียนมีหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี

            แต่ฟังไปฟังมา อยู่ดีๆ เสียงเธอก็เงียบหายไป

            ลู่เป๋าเหยียนใจหายเขารีบหันกลับไปมอง จึงพบว่าซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าดั้งเดิมร้านหนึ่งแต่เธอแค่เดินดูรอบๆ โดยไม่ได้สนใจเสื้อผ้าที่ถูกแขวนไว้มากเท่าไร

            หนึ่งนาที่ต่อมาซูเจี่ยนอันก็เดินออกจากร้าน

            “ที่นี่เป็นร้านของช่างตัดเสื้อคนนั้นที่เล่าให้นายฟังแต่เขาไม่ขายกี่เพ้าแล้วล่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้พูดอะไรเขากุมมือเธอ และจูงเดินต่อไป

            ซูเจี่ยนอันเริ่มสงสัย“ลู่เป๋าเหยียน ตกลงนายจะพาฉันไปไหนกันแน่ ไหนบอกว่าไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ ไงแล้วทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ”

            “มาหาหมอ”ลู่เป๋าเหยียนตอบสั้นๆ

            ซูเจี่ยนอันนึกว่าตัวเองหูฝาดไม่ก็ลู่เป๋าเหยียนกำลังล้อเธอเล่น

            แต่คำว่า “มาหาหมอ”สามคำนี้เธอได้ยินเต็มสองหู แถมลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ใช่คนที่ชอบล้อเล่นซะด้วย

            “เดี๋ยวก่อน!”ซูเจี่ยนอันดึงมือเขาให้หยุดเดิน สายตาเต็มไปด้วยความร้อนใจ

            “นายป่วยงั้นเหรอป่วยเป็นอะไร อาการหนักหรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนยกนิ้วนวดขมับ

            “ฉันไม่ได้ป่วย”

            “งั้นจะไปหาหมอทำไม”ในที่สุดซูเจี่ยนอันก็เริ่มเข้าใจ

            “หรือว่านายพาฉันมาหาหมอ? แต่ฉันก็ไม่ได้ป่วยนี่!”

            “ไม่ป่วย?” ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว

            “ตอนอยู่เมือง G ใครกันที่ได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงขนาดลุกยังลุกไม่ไหว?”

            พอนึกไปถึงตอนอยู่เมือง G ซูเจี่ยนอันก็เริ่มหน้าแดงเธอก้มหน้าพึมพำ

            “นั่นไม่ใช่อาการป่วย...”

            นิ่งไปสักพักเธอจึงเงยหน้าขึ้นมา และใช้สายตาออดอ้อนราวกระต่ายขาวตัวน้อยมองลู่เป๋าเหยียน

            “พวกเรากลับกันเถอะสุดสัปดาห์ทั้งที อย่าเสียเวลาอยู่ที่นี่เลยเนอะ”

            สถานที่ที่เธอกลัวที่สุดก็คือโรงพยาบาลคนที่เธอกลัวที่สุดก็คือหมอตอนนี้ขอแค่โน้มน้าวให้ลู่เป๋าเหยียนพาเธอกลับออกจากที่นี่ได้ จะให้ทำอะไรเธอก็ยอมรวมถึงการแกล้งทำเป็นน่าสงสาร

            แต่ลู่เป๋าเหยียนยอมหลงกลง่ายๆเสียที่ไหน

            “แค่ไปหาหมอเอง เด็กดีตามฉันมา”

            “ไม่เอานะ!”ซูเจี่ยนอันพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา “ฉันจะกลับบ้าน”

            ผิวขาวบอบบางของเธอเพียงแค่ดึงมือไม่กี่ครั้งก็เริ่มเป็นรอยแดง ลู่เป๋าเหยียนปล่อยมือเธอด้วยสีหน้าเคร่ง

            “แน่จริงก็ลองกลับไปสิ”

            ที่จริงเธอจะหันหลังกลับวิ่งหนีไปก็ได้แต่เมื่อเห็นสีหน้าของลู่เป๋าเหยียนแล้ว เธอเลยไม่กล้าที่จะทำจึงได้แต่พูดเสียงเบา

            “ก็ฉันไม่อยากหาหมอนี่นาอีกอย่าง มันไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไรสักหน่อย...”

            “ถ้าไม่เป็นไรจริงๆหมอก็คงไม่ทำอะไรเธอ”

            ลู่เป๋าเหยียนกุมมือซูเจี่ยนอันอีกครั้งและเริ่มเดินต่อไป

            ซูเจี่ยนอันเดินตามเขาไปอย่างงงๆเธอไม่ได้ป่วยก็ควรได้กลับบ้านไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงกลายเป็นว่า ถึงจะสบายดีเธอก็ควรไปหาหมอ?

            เธออดบ่นขึ้นมาไม่ได้“ลู่เป๋าเหยียน นายจะสนใจฉันทำไม ช่วงนี้นายงานยุ่งมากไม่ใช่เหรอ”

            พวกเธอไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆสักหน่อย ถึงเธอจะป่วย เขาก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเธอก็ได้นี่

            ลู่เป๋าเหยียนหยุดเดินและใช้สายตาน่ากลัวมองจ้องซูเจี่ยนอัน

            “เธอแต่งงานกับฉันแล้วไม่ให้ฉันใส่ใจเธอ แล้วจะให้ใครใส่ใจ?”

            ซูเจี่ยนอันเม้มปากไม่พูดจา

            ที่จริงถ้าลองคิดอีกมุม สิ่งเหล่านี้ที่เธอได้รับก็ถือเป็นกำไร

            จริงๆ ลู่เป๋าเหยียนไม่ต้องสนใจเธอก็ได้แต่เขาก็ยังพาเธอมาหาหมอ หากคิดซะว่าการกระทำของเขาคือการใส่ใจมันก็ถือเป็นกำไรที่เธอได้จากการแต่งงานหลอกๆ ในครั้งนี้

            “งั้นก็ได้”ซูเจี่ยนอันคิดได้ดังนั้นจึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย

            “งั้นฉันจะยอมให้นายดูแลสักสองปีละกัน”

            เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ขาดทุน!

            ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่รู้ว่าในสมองของปีศาจน้อยตนนี้กำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่เขาจูงเธอเดินต่อไปจนสุดซอย

            ที่นั่นมีคลินิกแพทย์แผนจีนตั้งอยู่ซึ่งวันนี้แขวนป้ายหน้าร้านไว้ว่าปิดทำการ

            ซูเจี่ยนอันตาส่องประกายอย่างอดดีใจไม่ได้

            “ลู่เป๋าเหยียนวันนี้เขาปิดร้านล่ะ พวกเรากลับกันเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนลูบหัวซูเจี่ยนอันเบาๆ

            “คุณนายลู่จะดีใจเร็วไปแล้ว”

            ซูเจี่ยนอันงง “เอ๋?”

            ในตอนนั้นเองประตูที่ปิดอยู่เมื่อครู่ก็ถูกเปิดออก มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมา

            “คุณลู่กับภรรยาใช่ไหมครับผมเป็นผู้ช่วยของซินแสถัง เชิญเข้ามาก่อนครับ ซินแสถังกำลังรอพวกคุณอยู่”

            ซูเจี่ยนอันเข้าใจทันทีประกาศหยุดร้านอะไรนั่นเป็นเรื่องโกหก ที่จริงพวกเขาต้องการต้อนเธอให้ขึ้นเขียงชัดๆ

            เมื่อเดินเข้าคลินิกมากลิ่นฉุนของสมุนไพรจีนก็เริ่มปะทะเข้าจมูกทันที

            ซูเจี่ยนอันไม่ได้แอนตี้กลิ่นนี้เธอยังค่อนข้างชอบมันอีกด้วย แต่ถ้าจะให้เธอดื่มยาที่ทำจากสมุนไพรพวกนี้แล้วล่ะก็ฆ่าเธอเลยเสียดีกว่า

            “คุณลู่ครับซินแสถังจะเริ่มจากการจับชีพจรให้ภรรยาคุณก่อนนะครับ” ผู้ช่วยหนุ่มกล่าว

            ลู่เป๋าเหยียนปล่อยมือซูเจี่ยนอันพลางส่งสายตาเชิงให้เธอเดินตามผู้ช่วยคนนั้นไป เธอรู้ดีว่าตนคงหนีไม่รอดแล้วจึงได้แต่นั่งลงตรงเก้าอี้ตรวจอย่างว่าง่าย

            “รบกวนด้วยค่ะซินแสถัง”

            ซินแสถังเป็นหมอแผนจีนที่มีประสบการณ์มากที่สุดของเมือง A เป็นชายชราที่ดูใจดีมีเมตตาเมื่อเขาเห็นซูเจี่ยนอันนั่งตัวเกร็งอยู่ จึงยิ้มและพูดว่า

            “คุณนายลู่ไม่ต้องตื่นเต้นผมแค่จับชีพจรคุณเท่านั้น ไม่เจ็บหรอก ไหน ยื่นมือออกมาสิ”

            ซูเจี่ยนอันยื่นมือออกไปซินแสจึงเริ่มทำการจับชีพจร

            สีหน้าของซินแสนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ไม่นานจึงปล่อยมือเธอ จากนั้นก็ถามคำถามบางอย่าง สุดท้ายจึงเขียนใบสั่งยาให้ผู้ช่วยไปจัดยาให้

            ลู่เป๋าเหยียนเดินเข้ามา“ซินแสครับ ภรรยาผมเป็นอย่างไรบ้าง”

            “ไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไร”ซินแสตอบ “แค่มีภาวะหยางพร่อง2 ให้ระวังเรื่องอาหารการกินแล้วก็กินยาปรับสมดุลเล็กน้อย อาการปวดประจำเดือนก็จะเริ่มหายไปอย่างช้าๆ วิธีการต้มยาฉันสั่งให้ผู้ช่วยจดไว้ให้แล้วกลับไปกินยาให้ตรงเวลา ถ้ายาหมดแล้วก็ให้กลับมาตรวจใหม่อีกครั้งร่างกายกลับสู่สภาพปกติเมื่อไรก็ไม่ต้องกินยาแล้วล่ะ”

            พูดจบผู้ช่วยหนุ่มก็จัดยาเสร็จพอดี ลู่เป๋าเหยียนรับยาจากเขาจากนั้นจึงกล่าวลาและพาซูเจี่ยนอันเดินออกไป

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้าไม่พูดไม่จาปล่อยให้เขาจูงมือเดินต่อราวกับสูญเสียความสามารถในการพูดไปแล้ว

            หลังจากได้ยินคำว่า“กินยา” สมองเธอก็หยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ยิ่งเห็นยาที่อยู่ในมือลู่เป๋าเหยียนเธอก็อดนึกถึงรสชาติขมติดลิ้นของมันไม่ได้ จนนึกอยากจะแย่งมันมาและปาลงแม่น้ำไปเลยจริงๆ

            คนที่มาเที่ยวที่นี่เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆทำให้ถนนสายนี้เริ่มคึกคักลู่เป๋าเหยียนรุ้สึกได้ว่ามือน้อยที่เขากุมอยู่ติดจะเย็นๆ

            “เธอหนาวงั้นเหรอ”เขาถาม

            “หนาวสิ”ซูเจี่ยนอันทำหน้าอยากจะร้องไห้ “แค่คิดว่าต้องกินยา ฉันก็หนาวแล้วโทษนายคนเดียวเลย!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม “อืมโทษฉันคนเดียว แต่ยังไงเธอก็ต้องกินยา”

            “...”

            เมื่อถึงที่จอดรถซูเจี่ยนอันทำท่าเหมือนจะไม่ยอมขึ้นรถ ลู่เป๋าเหยียนจึงใช้สายตามองถามเธอ เธอถอนหายใจและตอบออกไป

            “นายกลับไปก่อนเถอะฉันมีธุระต้องไปที่หนึ่ง”

            “เธอจะไปไหน”ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “เจียงเส้าข่ายยังไม่ออกจากโรงพยาบาลฉันจะไปเยี่ยมเขา” ซูเจี่ยนอันตอบ “จะมองยังไงที่เขาต้องมานอนโรงพยาบาลแบบนี้ก็เพราะเขาช่วยชีวิตฉัน”

            “งั้นฉันไปด้วย”

            “หา?”ซูเจี่ยนอันมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ

            “นะ...นายจะไปทำไมกัน”เขากับเจียงเส้าข่ายไม่สนิทกันสักหน่อย

            ลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย

            “เขาอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยภรรยาของฉันฉันก็ควรต้องไปขอบคุณเขาสักหน่อยจริงไหม?”

            ซูเจี่ยนอันเงียบไปชั่วอึดใจจากนั้นจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “ก็ควรอยู่นะ...”

            ลู่เป๋าเหยียนผลักเธอให้เขาไปนั่งในรถตอนนั้นเองซูเจี่ยนอันก็เริ่มคิดอะไรขึ้นมาได้ จะว่าควรก็ควรอยู่หรอก แต่ว่า...เธอกับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบ“สามีภรรยาทั่วไป” สักหน่อย รู้สึกแปลกๆ อย่างไรก็ไม่รู้

            แต่ก่อนที่เธอจะพูดความคิดนี้ออกไปลู่เป๋าเหยียนก็เหยียบคันเร่ง ONE77 จึงเคลื่อนตัวเข้าสู่ท้องถนน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย...

    ********************

    1 จางม่านอวี้ หรือ แมกกี จาง (Maggie Cheung)นักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงชาวฮ่องกง

    2 ภาวะพร่องของพลังหยาง(ความสามารถในการผลิตพลังความร้อนของร่างกายลดลง)เนื่องจากความเสียสมดุลของร่างกายจากหลายปัจจัย เช่น จากพื้นฐานทางกรรมพันธุ์การเจ็บป่วยเรื้อรัง การใช้ยาที่ผิดพลาด  วิธีดำเนินวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลายาวนาน (ที่มา :http://www.samluangclinic.com/index.php/blog/Chinese_Medicine_010215/)

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185