บทที่ 25
วันที่สองในการทดสอบ
ผู้คนส่วนใหญ่ภายในป่าเริ่มทำการต่อสู้ั้แ่ในวันแรกเหล่าลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยการแย่งชิงคะแนนกันไม่ว่าผู้ใดก็อยากจะได้คะแนนเยอะเยอะจึงทำการเริ่มเก็บเกี่ยวั้แ่ในวันแรก
แต่หารู้ไม่ว่านั่นนั่นเป็วิธีที่คิดผิดหลังจากที่ผ่านพ้นในวันแรกไปสิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือความเหนื่อยล้าภายในร่างกายของพวกมัน
เพราะว่าาในวันแรกดุเดือดเป็อย่างมากเลยทำให้พวกลูกศิษย์ที่ทำการเข้าปะทะกันพวกมันส่วนใหญ่ได้รับาเ็
ในตอนนี้ผ่านไปเพียงแค่วันเดียวเท่านั้นจำนวนลูกศิษย์ที่ทำการออกไปจากการแข่งขันและการทดสอบในครั้งนี้มีถึงหนึ่งใน10 ส่วน
โดยพวกมันบางคนนั้นถึงแก่ชีวิตบางคนาเ็สาหัสการตายภายในสถานที่แห่งนี้จะถูกสำนักประเมินว่าเป็คนไร้ค่าและเป็คนไร้ความสามารถเอง
สำนักที่แจ้งเอาไว้ั้แ่ตอนแรกแล้วว่าเมื่อเข้ามาในการทดสอบครั้งนี้มีโอกาสที่จะตายเพราะแบบนั้นสำนักจึงไม่จำเป็จะต้องรับผิดชอบคนที่เข้ามารับการทดสอบในครั้งนี้ยินยอมเข้ามาด้วยตนเองทั้งที่รู้ว่าตัวเองนั้นมีโอกาสจะถึงแก่ชีวิต
ในจำนวนคนประมาณหนึ่งใน 10 ส่วนของผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมดที่ออกไปจากการแข่งขันมีประมาณ 20คนที่ถึงแก่ชีวิต
ในแต่ละปีแต่ละปีการทดสอบภายในป่าแห่งนี้ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบล้วนแล้วมีคนตายไปไม่ต่ำกว่า100 คนแน่นอนว่ามันเป็การทดสอบที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก
แต่ว่ามีผู้ที่แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นถึงจะสามารถได้รับเลือกว่าเป็อัจฉริยะแห่งรุ่นเยาว์ของสำนักหุบเขากระบี่เข้าสู่่วันที่สองในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังต่อสู้และเริ่มอ่อนแรง
ในตอนนี้ลู่ิร่างกายของมันยังคงปกติร่างกายมีพละกำลังอันล้นเหลือแถมยังไม่มีาแเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าไม่ได้ปะทะกับสัตว์อสูรหรือว่าใครเลยซักคน
ตัวของลู่ิมันทำการเก็บแรงเอาไว้เพราะว่าใน่วันที่สองแล้ว่วันต่อจากนี้ถ้าการต่อสู้ดำเนินต่อไปเรื่อยเรื่อยพวกผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่จะอ่อนแรง
ในเมื่อตอนนั้นที่พวกมันอ่อนแรงคนที่มีร่างกายพร้อมที่สุดอย่างมันจะเป็คนที่ได้เปรียบเป็อย่างมากเนื้อไก่ป่าย่างหอมกรุ่นลู่ินั่งอยู่บริเวณเนื้อไก่ย่างที่อยู่บริเวณด้านหน้ารอมันสุขได้ที่
ตอนนี้เป็่ยามเช้าแสงแดดจาก้าสาดส่องมาบริเวณด้านล่างลู่ิหยิบไก่ป่าที่ย่างจนเนื้อเกียมขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย
“ โอ้ดูเหมือนว่าเนื้อไก่ป่าภายในป่าแห่งนี้รสชาติก็ใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย” หลังจากที่กินเนื้อไก่เข้าไปอุทานขึ้นมา
“ เสียงการต่อสู้ภายในป่าแห่งนี้ยังคงดังไม่หยุดแสดงว่าการต่อสู้เองก็ยังคงไม่หยุดด้วยสินะให้คาดเดาแล้วพวกมันเองร่างกายในตอนนี้ก็คงจะาเ็… ”
“ รอไปอีกซักหน่อยใกล้จะได้โอกาสแล้ว ”ลู่ิสงบนิ่งกว่าทุกคนตัวของมันนั้นรอเวลาที่ตนเองนั้นจะได้เปรียบจริงๆ
ในขณะเดียวกัน
ที่อารามของเ้าสำนัก
ภาพที่ลู่ิกำลังนั่งกินไก่อยู่ข้างกองเพลิงอย่างเอร็ดอร่อยถูกฉายบริเวณด้านหน้าสิ่งที่มันสะท้อนภาพนั้นออกมามันคือกระจกบานใหญ่บานนึงกระจกบานนี้สะท้อนภาพของผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ภายในป่าทำการเลือกขึ้นมาได้ตามใจนึกคิด
ชายผู้ที่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากระจกใบนั้นกำลังใช้ดวงตาจ้องมอง“ เ้าเด็กนี่ใช้ได้นะ แผนการไม่เลวรอให้คนอื่นๆอ่อนแรงจากการต่อสู้และก็ค่อยโจมตีตอนนั้นสามารถเก็บเกี่ยวคะแนนได้มากกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าจะลงมือช้ากว่า”
ผู้ที่ทำการกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโทนต่ำที่เต็มไปด้วยความสุขุมและเป็คนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่กำลังจ้องมองลู่ิผ่านเงาสะท้อนของกระจกคือชายชราผู้หนึ่ง
ชายชราผู้นี้สวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มชุดสีน้ำเงินที่สวมใส่นั้นมีลวดลายสีทองถูกสลับถักทอเอาไว้อย่างงดงามชายชราผู้นี้มี่วัยภายนอกที่ดูแล้วน่าจะซักเราราวประมาณ 70 ปี มันมีผมและหนวดเครายาวสีขาวมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นมีดวงตาสีน้ำทะเล ชายผู้นี้เป็ชายชราที่มีใบหน้าอบอุ่นกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสะใจ
มันคือเ้าสำนักของหุบเขากระบี่หนึ่งในผู้ที่ถูกขนานนามว่าหนึ่งในสามราชันย์กระบี่แห่งใต้หล้ามีนามว่าหลี่ฉีหงในตอนนี้กำลังชอบใจกับแผนการของลู่ิที่ดำเนินอยูทภายในป่า
บริเวณด้านข้างของเ้าสำนักมีเกาเทียนที่เป็ศิษย์คนโตยืนขนาบข้างคำการพูดขึ้นมา“คนผู้นี้ดูเป็คนเ้าเล่ห์สำหรับพวกชาวยุทธ์แล้วและผู้ฝึกตนถือว่าเป็นิสัยที่ไม่ค่อยจะดีนัก”
สำหรับตัวของคนผู้นี้แล้วผู้ฝึกฝนวรยุทธหรือว่าผู้ฝึกตนจำเป็จะต้องได้รับการยอมรับโดยท่าทีที่เปิดเผยจากผู้คนส่วนใหญ่
มันมองเห็นว่าลู่ิเป็คนที่ดูมีความคิดเ้าเล่ห์กว่าผู้อื่นคุณสมบัติในข้อนี้มันอาจจะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ภายในใต้หล้ามองผิด
เ้าสำนักพี่นั่งอยู่บริเวณข้างข้างกล่าวกับเกาเทียน “เ้าเล่หน่อยไม่เห็นเป็อะไรเลยเ้ารู้หรือไม่ว่าวิถีแห่งการฝึกฝนแล้วก็ประตูแห่งการฝึกตนคนที่จะสำเร็จในระดับสูงได้ต้องเป็คนอย่างไร”
“ เป็คนอย่างไรอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ คนที่จะสำเร็จวิชาหรือว่าสำเร็จประตูแห่งการฝึกฝนได้ถ้าเป็อัจฉริยะจริงๆไม่ใช่ว่าต้องเป็คนที่เก่งกาจแต่ต้องเป็คนที่หาทางลัดให้กับตนเองอยู่ตลอดเวลาคนที่ไม่หาทางลัดไปสู่ประตูแห่งความสำเร็จย่อมไม่สามารถสำเร็จได้รวดเร็วกว่าผู้อื่น”
“ สำหรับตัวของข้าแล้วความเ้าเล่ห์ของเ้าหนุ่มผู้นี้ถือว่าเป็ข้อดีไม่ใช่ข้อเสียเลยแม้แต่น้อย”
“ กฏในยุทธภพมีข้ออย่างใดบัญญัติไว้อย่างงั้นรึว่าผู้ที่เป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาจำเป็จะต้องเปิดเผยองอาจ”หลี่ฉีหงตัวของมันดูเหมือนจะพึงพอใจกับความคิดแล้วก็แผนการของลู่ิเป็อย่างมาก
เกาเทียนที่ยืนอยู่บริเวณข้างข้างมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจมันเป็ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์มาหลาย 10 ปีแต่ว่าตัวของมันเองก็ยังไม่เข้าใจความคิดของท่านอาจารย์เลยแม้แต่นิดเดียว
มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านอาจารย์ของมันมีความคิดความอ่านอย่างไรโดยปกติทั่วไปแล้วนอกจากเวลาที่ชี้แนะเหล่าศิษย์ท่านอาจารย์ก็มักจะนั่งบำเพ็ญตนแต่หมายถึงตัวตนของท่านอาจารย์ในด้านอื่นพวกเราลูกศิษย์ที่รับใช้อยู่ใกล้ชิดเองก็ไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
ท่านอาจารย์ของมันเป็หนึ่งในผู้ที่ถูกขนานนามว่าาากระบี่ที่เข้าใกล้ขอบเขตของจักรพรรดิกระบี่มากที่สุดเป็ผู้ฝึกตนที่มีพลังแล้วก็มีความแข็งแกร่งอยู่ติดในอันดับยอดฝีมือแห่งใต้หล้า
“ เอาล่ะนั่งดูต่อไปดีกว่านั่นสิดูเหมือนว่าเ้าหนุ่มผู้นี้จะได้ปะทะ ”เมื่อมองดูไปภาพที่สะท้อนอยู่บนกระจกก็พบเห็นว่าหลังจากที่กินไก่ตัวนั้นจนหมดตัวก็พบเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนที่มาทางลู่ิ
ณ ในป่าต้องห้าม
ลู่ิกินไก่ตัวนั้นจนหมดตัว หลังจากที่กินมันจนหมดแล้วเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาลู่ิรู้ได้ในทันทีว่ากำลังมีคนเดินตรงมาทางสถานที่แห่งนี้
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็วดวงตาจ้องมองตรงไปยังบริเวณต้นเสียงที่ดังขึ้นมา
ในตอนนี้ััได้ถึงเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งไม่นานนักเ้าคนกลุ่มนั้นมันก็ได้เดินทางเข้ามาภายในบริเวณนี้
มันเป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ประมาณห้าถึงหกคนพวกมันเป็บุรุษทั้งหมด่ไหวอยู่ราวๆสักประมาณสิบเจ็ดปีใกล้เคียงกับลู่ิ
พวกมันปรากฏกายออกมาเดินตามกลิ่นหอมที่ลอยไปเตะจมูกของพวกมันที่อยู่บริเวณใกล้ใกล้ที่แท้แล้วพวกมันเดินตามกลิ่นอาหารมาเดินตามกลิ่นไก่ย่างที่ลอยฟุ้งเ้าคนพวกนั้นปรากฏกายออกมาด้วยสภาพหิวโหยเพราะว่าพวกมันไม่ได้กินอะไรมาั้แ่เมื่อวาน
ทำการต่อสู้จนทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยาแเมื่อเดินเข้ามาจนถึงบริเวณนี้เห็นว่าลู่ิยืนอยู่ข้างกองเพลิงที่มีเศษไก่ตกอยู่
ลู่ิมองเห็นพวกมันเดินมาด้วยสภาพแบบนั้นแสยะยิ้มที่มุมปากและกล่าวกับตนเองภายในใจ“ เหยื่อติดกับแล้ว ”
จบบท