...................................
รุ่งเช้าวันถัดมา กล้ารู้สึกอ่อนเพลีย เพราะเขาผล็อยหลับไปแค่ชั่วโมงเดียว แต่เด็กหนุ่มจะคุดคู้ในผ้าห่ม เหมือนตอนอยู่ที่โลกไม่ได้ ด้วยอีกไม่กี่นาที ต้องไปกับคนขับรถของมูลนิธิแกรนด์ เพื่อสู้ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์
“ เฮ้อ….” กล้าถอนหายใจยาว ดวงตาเหม่อมองเงาตัวเองในกระจก ที่ตอนนี้ดูยับยู่ยี่ ผมดกดำยุ่งเหยิงเป็นกระเซิง แถมใบหน้าคมสันยังแลอ่อนเพลีย สังเกตจากขอบตาที่ค่อนข้างดำ
แม้ในใจจะแอบตื่นเต้น แต่กล้าก็ยังแปรงฟันอย่างเลื่อนลอย พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพ บรรดาเด็กๆก็กรูเข้ามาในห้อง
“ เฮ้…พี่เซย่าเป็นไง พร้อมลุยมั้ย ”
“ พี่เซย่าเอาชนะให้ได้นะคะ หนูรอเชียร์อยู่ ”
“ ใช่แล้ว พวกผมจะรอเฮ เพราะพี่คือความหวังของหมู่บ้าน”
สารพันเสียงเอ็ดตะโลดังสนั่น มันมาจากกลุ่มเยาวชนนับสิบที่หลากหลายทั้งชายหญิง ทำให้กล้าปวดหัว และตื่นตัวจากภาวะง่วงซึมอย่างถาวร
“ จะ….ใจเย็นๆ พวกนายค่อยๆพูด ชั้นตอบสนองพร้อมกันไม่ไหว ”
แต่แล้วทุกสำเนียงก็แปรเปลี่ยนเป็นเงียบงัน คล้ายมีเจ้าป่าปรากฏตัวกลางพงไพร หรือไม่ก็…ใครบางคนที่มีอำนาจเหนือเด็กกลุ่มนี้ ได้ก้าวเข้ามาในห้อง ซึ่งถ้าคาดไม่ผิด คนๆนั้นน่าจะเป็น……มิโฮ
“ เอ๊ะ! พะ…พี่มิโฮ….” เหล่าเยาวชนขนานนามพร้อมกัน ทำให้รู้ชัดว่าผู้มาใหม่คือ…..วัยรุ่นสาวที่ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจริงๆ
“ มิโฮ….” กล้าพึมพำเบาๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลจ้องมองเด็กสาวร่างบางตรงหน้าแน่วนิ่ง ในใจนึกตุ้มๆต่อมๆ เพราะภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงตราตรึงอยู่ในสมอง
เหมือนเด็กๆจะรู้บทของตัวเองว่า….ยามนี้เป็นเวลาเข้าพระเข้านาง ทโมนทั้งหลายจึงค่อยๆย่องออกจากห้อง ในที่สุดก็เหลือเพียงสองหนุ่มสาว ความเงียบเลยปกคลุมสถานการณ์อยู่นานสองนาน ก่อนที่กล้าจะเอ่ยขึ้นมา
“ ฮะ ฮะ ฮะ เช้านี้สดชื่นจัง หลับสบายมั้ยครับ คุณมิโฮ….”
คำทักทายนั้น ทำให้มิโฮดูอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาตีหน้าขึงขัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน พร้อมประกายแวววาวที่ปรากฏบนดวงตาหวานซึ้งคู่นั้น บ่งบอกถึงอารมณ์โกรธเคืองที่กำลังปะทุอยู่ภายใน
“ ชั้นบอกเธอกี่ครั้งกี่หนแล้วว่า…..ไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นก็ได้ เพราะมันดูไม่เป็นตัวเอง หรือว่าการไปกรีซหลายปี จะทำให้เธอเปลี่ยนไป” ถึงประโยคสุดท้าย ท่าทีของมิโฮก็กลับกลายเป็นแง่งอน อันดูน่ารักเหลือประมาณ เพราะเจ้าหล่อนเป็นเด็กสาวที่ค่อนข้างสวย กระนั้นกล้าก็ยังกลัวอยู่ดี
“ อ่า…คะ…ครับ เฮ้ย…ได้สิ ต่อไป ผม เอ๊ะ ชั้นจะไม่พูดเพราะอีกแล้ว ”
พอมิโอได้ยินคำพูดผิดๆถูกๆ และท่าทีเงะงะของกล้า ความขัดเคืองก็เริ่มคลายตัว จนแปรเป็นขบขำ
“ ฮะ ฮะ พอแล้ว ไม่ต้องพูดต่ออีก ชั้นกลัวจะกลั้นขำไม่ไหว ”
กล้ารู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง เพราะเห็นเด็กสาวคลายอาการตึงเครียด แต่แล้วเจ้าหล่อนก็กลับมาขึงขังอีก พร้อมไถ่ถามเสียงเข้ม
“ เธอจะไปประลองในศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์แล้ว ใช่มั้ย ”
“ อ่า….ชะ…ใช่ ผะ..ผม ไม่สิ ชั้นจะไปแข่งในวันนี้” กล้าไม่แน่ใจในคำตอบ แถมยังติดสุภาพอยู่หน่อยๆ เหตุเพราะตอนอยู่บนโลก เขาไม่เคยแสดงอาการก้าวร้าวกับใครเลย อันที่จริง ออกจะขี้กลัวเสียด้วยซ้ำ จึงไม่ชินกับการใช้สรรพนามห้าวห้วนแบบเซย่า
กระนั้นมิโฮก็ดูไม่ใส่ใจ ดวงตาหวานซึ้งแลอ่อนลง คล้ายฉายแววเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะก้มลงนั่งข้างๆ พร้อมยื่นมือมาแตะแก้ม
“ คะ….คุณ เอ๊ะ! ไม่ใช่ มิโฮ….” กล้ากล่าวเบาๆ สำเนียงใกล้เคียงคนละเมอ สองแก้มแดงก่ำ เพราะสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนของฝ่ามือบาง และประกายอาทรบนดวงตาสดใสคู่นั้น ทว่ามิโฮกลับไม่สังเกตเห็น พร้อมเริ่มต้นเปลือยหัวใจของตัวเอง
“ เธอต้องชนะ และปลอดภัยกลับมาให้ได้นะ ”
กล้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง เพราะถึงอย่างไร เขาก็เป็นเพียงเด็กเนิร์ดที่ไร้ประสบการณ์ด้านความรัก ยิ่งมาเจอเสียงสั่นๆ และขอบตารื้นน้ำตาของเด็กสาววัยใส ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มไปไม่เป็น จึงได้แต่ติดอ่างอย่างน่าอดสู
“ เอ่อ…อ่า…”
ทว่ามิโฮยังคงไม่ถือสา ก่อนจะยื่นสองนิ้วมาปิดปากเล็กบางของกล้า พร้อมเอื้อนเอ่ยอย่างใจเย็น
“ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว ขอเพียงเธอสัญญาว่าจะปลอดภัยกลับมา ชั้นก็พอใจแล้ว เพราะที่ผ่านมา เซย่าเป็นคนรักษาคำพูดโดยตลอด ครั้งนี้ เธอก็ต้องทำได้….”
ทีแรกกล้าทำท่าจะรับปาก แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่า…อีกไม่กี่ชั่วโมง จะต้องต่อสู้กับเหล่าบรอนด์เซนต์ ผู้มีพลังเหนือมนุษย์ เขาก็ไม่กล้ารับปาก นั่นทำให้มิโฮร้อนใจเป็นการใหญ่
“ ทำไมเซย่าถึงไม่พูดอะไรบ้างล่ะ ชั้นเริ่มใจคอไม่ดีแล้วนะ อึก….ฮือ……”
แม้กล้าจะเป็นคนโลเล ไม่มั่นใจในตัวเอง แถมไม่ใช่คนเข้มแข็งซักเท่าไหร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แพ้ทางเอามากๆ นั่นก็คือ…..น้ำตาของสาวๆ และภาพที่ปรากฎตรงหน้าก็ทำร้ายจิตใจอย่างยิ่งยวด ด้วยมันคือภาพของมิโฮที่กำลังก้มหน้าร้องไห้ จึงรีบรุดเข้าไปจับสองไหล่เป็นเชิงปลอบ
“ อย่าร้องไห้สิ มิโฮ….ผะ…ผม เฮ้ย! ชั้นไม่เป็นไรซักหน่อย และขอสัญญาว่า…จะคว้าชัยกลับมา ”
“ สัญญาจริงๆนะ เซย่า…” มิโฮสะอึกสะอื้น มือขวาพยายามปัดคราบน้ำตาบนใบหน้าหวานใส ทำให้กล้ารู้สึกสะท้อนใจ และอยากบอกไปตามตรงว่าตัวเองไม่ใช่เซย่า คนรักที่เธอเฝ้ารอ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะตามน้ำ เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าทำแบบนั้น ผลที่ตามมา จะเป็นเช่นไร
“ ใช่ ชั้นสัญญา จะกลับมาอย่างปลอดภัย มิโฮไม่ต้องกังวลนะ ” กล้พูดจบ ก็บีบหัวไหล่เบาๆ ทำให้สัมผัสถึงความบอบบางที่แสนนุ่มนิ่มอย่างเต็มที่ แต่แล้วก็เกิดเหตุที่ชวนตระหนก เมื่อสาวน้อยผมแกละก้มหน้าลงมาซบหลังมือ ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับไปไม่เป็น ทว่าเขาก็ไม่กล้าขยับตัว
“ เอ่อ….มิโฮ….”
……………………………
กลุ่มเด็กๆยืนออกันอยู่หน้าบ้าน สีหน้าดูเคร่งเครียด หลายคนรู้สึกเป็นห่วงกล้า เพราะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มจะต้องเจอกับอะไร ด้วยผจญกับมิโฮที่ดูขึงขังขนาดนั้น
“ น่าสงสารพี่เซย่าจังเลย ”
“ นั่นน่ะสิ ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาหลายปี ไม่เคยเห็นพี่มิโฮทำหน้าแบบนี้มาก่อนเลย ”
“ สงสัยพี่เซย่าจะโดนพี่มิโฮเล่นงานหนัก อาจถึงขั้นแจกขนาตุ้บตั้บก็เป็นได้ ”
สารพันสมมุติฐานถูกงัดขึ้นมาหลายแง่มุม กระนั้นผลลัพธ์ก็มุ่งไปทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือ….หนุ่มรุ่นพี่ต้องโดนเล่นงานอย่างแน่นอน ทว่ามีเพียงโยชิโร่เท่านั้นที่ยังไม่เชื่อทฤษฎีนี้ เพราะเท่าที่สัมผัสได้ มิโฮทั้งรักและเป็นห่วงเซย่ามาโดยตลอด ดังนั้นจึงไม่น่าหักใจทำร้ายกัน
“ พี่มิโฮไม่น่าทำอย่างที่เจ้าพวกบ้านี่ว่า หรือ หรือ หรือว่า…….” ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในสมอง ทำให้สองแก้มบนใบหน้าอ่อนเยาว์ถึงกับแดงก่ำในบัดดล และสิ่งที่โยชิโร่มโนก็คือ…….
“ สองคนนั้นต้องสารภาพรักกันอย่างแท้ทรู ”
เหมือนสองสมุนอ้วนผอมของโยชิโร่จะสังเกตเห็น เลยเตร่เข้ามาถาม
“ เฮ้…โยชิโร่ นายเป็นอะไร ทำไมถึงหน้าแดงแบบนั้น เป็นไข้หรือเปล่า ”
“ เปล่า ชั้นสบายดี แต่ดูท่าทางพี่มิโฮและพี่เซย่าน่าจะไม่ค่อยสบาย ” โยชิโร่กล่าว ทำให้สองสมุนดูงุนงง เพราะได้รับคำตอบที่กำกวม ลูกพี่ใหญ่ประจำก๊วนเลยขยับเข้ามาบอกความในใจด้วยเสียงกระซิบ
“ เรื่องที่ชั้นสงสัย ก็เป็นแบบนี้แหละ ”
สมุนร่างผอมถอดแว่นออกมาเช็ดหลายรอบ ส่วนสมุนร่างอ้วนอ้าปาก ตาค้าง พร้อมกับนิ่งไป ราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่าง และพอสตั้นได้พักหนึ่ง พวกเขาก็โต้ตอบ
“ นายแน่ใจหรือ ”
“ ก็ใช่น่ะสิ นายเชื่อเถอะ เซ็นท์ของชั้นแรงนะเฟ้ย รับประกันว่า….ไม่ผิดจากที่คาดแน่ ” โยชิโร่การันตี แต่ไม่ทันขาดคำ ประตูบ้านพักเด็กกำพร้าก็เปิดออก
“ แอ๊ด…….”
สายตาหลายสิบคู่หันไปมองผู้ที่ออกมา ซึ่งหนีไม่พ้นสองหนุ่มสาว แน่นอนว่าพวกเขามีสีหน้าที่ดูงงๆ
“ เอ่อ….ทำไมพวกนายถึงมายืนจับกลุ่มกันแบบนั้น” กล้าเอ่ยถาม
“ นั่นสิ พวกเธอทำท่าเหมือนจะรอต้อนรับพี่เลย ” มิโฮตั้งข้อสงสัยบ้าง โยชิโร่ซึ่งเป็นหัวโจกก็เลยออกมาเสนอหน้า
“ ไม่ได้คิดจะตั้งกระบวนต้อนรับหรอก พี่ แต่พวกผม เอ่อ….อ่า….อยากถามว่า….อ่อ….” แม้โยชิโร่จะเป็นเด็กแสบที่ก๋ากั่น แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กแปดเก้าขวบที่ยังไม่ประสากับเรื่องหัวใจ จึงไถ่ถามได้ไม่เต็มปาก ร้อนถึงสองสมุนที่รายล้อม ต้องเป็นคนกล่าวเสริม
“แค่พวกผมอยากถามว่า……พี่ทั้งสองสารภาพรักกันเสร็จหรือยัง ”
สิ้นคำของสองสมุนอ้วนผอม ก็บังเกิดความเงียบอยู่อึดใจ ก่อนที่เหล่าเด็กๆจะระเบิดเสียงเฮออกมาอื้ออึง
“ ว้าว ว้าว ว้าว สุดยอดไปเลย เพ่ ”
“ จะแต่งปีไหน ”
“ จะมีลูกเมื่อไหร่ ”
“ ผมโตพอจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวได้มั้ย ”
“ ชิ…พี่เซย่านี่ล่ะก็ ทำไมไม่รอให้หนูโตก่อน งอนแล้วนะ ”
สรรพวาจาถาโถมเข้าใส่สองหนุ่มสาว ทำให้กล้าตีหน้าเหวอ ผิดกับมิโฮที่ปิดปากหัวเราะคิกๆ ด้วยความขบขัน
“ อ๋า….ตายแล้ว เจ้าพวกนี้ทำไมคิดลึกกันนัก คุณ เฮ้ย! ไม่ใช่ มิโฮอย่ามัวแต่หัวเราะสิ มาช่วยชั้นแก้ตัวหน่อย ”
“ ไม่เห็นต้องแก้เลย…ก็เธอพูดเองนี่ ว่าสัญญาจะกลับมา ” พอมิโฮพูดจบ เสียงหัวเราะของเด็กๆก็ยิ่งดังกึกก้อง ประมาณแอบเชื่อว่าพวกตนคิดถูก ขณะที่หัวใจของกล้ากลับเต้นแรงไม่แพ้ตอนที่ได้ต่อสู้จริงๆบนสังเวียน
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
