ตอนที่ 4: ความจริงที่เ็ป และแขกยามเช้า
แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคา ทาบทับลงบนเงาร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้องพักซอมซ่อ
จินลู่เหวินหลับตาพริ้ม หลังจากที่เขาสามารถถ่ายเทปราณอสูรไปเก็บไว้ใน 'ไข่มุกมิติ' หรือแก่นอสูรเทียมได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็กลับมาเบาสบาย ตอนนี้เขาคือภาชนะที่ว่างเปล่าที่พร้อมจะดึงพลังจากไข่มุกมาใช้ได้ทุกเมื่อ
"เอาล่ะ... ลองดูหน่อยสิว่า ร่างกายที่มี 'ชีพจรดั้งเดิม' ของมนุษย์ จะรองรับวิชา 'กรงเล็บอสูร' ขั้นพื้นฐานที่สุดของวิถีอสูรเทวะได้สักกี่ส่วน"
เด็กหนุ่มลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็สีทองวาววับ เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ จิตสำนึกสั่งการให้ดึงปราณอสูรที่กักเก็บไว้ในไข่มุกตรงหน้าอก ไหลผ่านเส้นชีพจรที่แขนขวาเพื่อควบแน่นเป็กระบวนท่า!
ครืน...!
ไอหมอกสีดำอมแดงแผ่ซ่านออกจากฝ่ามือ พลังทำลายล้างที่สามารถป่นหินผาให้เป็ผุยผงเริ่มก่อตัว ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่พลังนั้นกำลังจะพุ่งทะยานออกจากร่าง!
เปรี๊ยะ!!
เสียงบางอย่างขาดสะบั้นดังขึ้นภายในแขนขวา ตามมาด้วยความเ็ปรุนแรงดุจถูกเหล็กแหลมนับพันเล่มแทงทะลุไขกระดูก! ชีพจรดั้งเดิมของมนุษย์ลุกฮือขึ้นต่อต้านปราณอสูรที่ไหลผ่านอย่างเกรี้ยวกราด มันปฏิเสธที่จะเป็ทางผ่านให้กับวิชานอกรีต!
อ๊อก!
จินลู่เหวินทรุดฮวบลงกับพื้น เืสีแดงฉานคำใหญ่พุ่งกระอักออกจากปาก รอยเปื้อนโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นไม้ ฝ่ามือขวาของเขาบวมเป่งและมีเืซึมออกมาตามรูขุมขน อาการาเ็สาหัสแทบจะทำลายแขนของเขาไปครึ่งซีก
เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มใบหน้า กระนั้น... บนใบหน้าที่ซีดเผือดนั้น มุมปากกลับค่อยๆ ยกขึ้นเป็ส่วนโค้งที่ไม่อาจคาดเดา ก่อนจะกลายเป็เสียงหัวเราะในลำคออย่างบ้าคลั่ง
"หึหึ... ฮ่าฮ่าฮ่า! เข้าใจแล้ว... ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว!"
จินลู่เหวินเช็ดเืที่มุมปาก ดวงตาหรี่ลงเปล่งประกายเ้าเล่ห์ขณะประเมินสภาพตนเอง
'แม้ไข่มุกจะกักเก็บพลังอสูรไว้ได้โดยไม่ทำให้ตบะตีกัน แต่ทันทีที่ข้าดึงมันออกมาใช้โจมตี เส้นชีพจรของมนุษย์ในร่างนี้ก็จะทำหน้าที่เหมือนประตูด่านกักกัน มันจะต่อต้านและฉีกขาดทันที... หากข้าฝืนใช้พลังเต็มสิบส่วน ข้าคงตัวะเิตายก่อนที่ฝ่ามือจะทันโดนตัวศัตรูเสียด้วยซ้ำ!'
จอมมารในคราบเด็กหนุ่มเดาะลิ้นอย่างขัดใจ ์มอบสุดยอดวิชาและเนตรแห่งวิถีอสูรมาให้ แต่กลับริบเอาสิทธิ์ในการเป็ 'นักสู้แนวหน้า' ของเขาไปจนหมดสิ้น หากใช้เพียงร่างกายเปล่าๆ เขาอาจจะอัดนักเลงปลายแถวได้สบายๆ แต่ถ้าต้องปะทะกับผู้ฝึกยุทธที่ใช้ลมปราณเต็มรูปแบบ เขาจะกลายเป็เป้านิ่งทันที
"สู้เองไม่ได้ สู้แล้วมีแต่จะกระอักเื... งั้นก็ช่างหัวการลงมือเองประไร"
จินลู่เหวินปรายตามองไปยังมุมมืด 'เต่าศิลา' ที่บัดนี้กำลังแทะใบหญ้าิญญาชั้นเลวอย่างตะกละตะกลามััได้ถึงสายตาอันตราย มันสะดุ้งโหยงและรีบหดหัวเข้ากระดองทันที
"ในเมื่อข้าเป็ผู้ที่ลงดาบเองไม่ได้... ข้าก็จะเป็ผู้ชักใยพวกเ้าให้ฉีกกระชากคอหอยพวกมันแทนก็แล้วกัน"
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ปัง!!
บานประตูหน้าร้านอาหารสัตว์ที่ผุพังถูกถีบจนปลิวหลุดจากบานพับ ชายร่างผอมสูงในชุดผ้าไหมชั้นดี ทว่ามีใบหน้าแหลมเสี้ยมและแววตาเ้าเล่ห์ประดุจสุนัขจิ้งจอก ก้าวอาดๆ เข้ามาภายในร้าน ด้านหลังของมันมีชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนติดตามมาอีกสองคน
มันคือ 'โกวซื่อ' หรือที่ชาวเมืองเรียกกันว่า หมาบ้าโกวซื่อ พ่อบ้านลำดับที่สามของตระกูลหลิน และเป็มือขวาของนายน้อยหลินฟาน
"ไอ้พวกสวะสองตัวเมื่อคืนมันทำงานประสาอะไร! ทำไมถึงยังไม่เอาโฉนดที่ดินไปให้นายน้อยอีก!" โกวซื่อตะคอกเสียงดังก้อง พลางกวาดสายตามองหาร่างไร้ิญญาของเถ้าแก่ร้าน
สิ่งที่มันเห็น กลับเป็เด็กหนุ่มร่างผอมบางที่กำลังยืนใช้ไม้กวาดกวาดเศษซากประตูอยู่อย่างใจเย็น
จินลู่เหวินเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มอุ่นนุ่มราวกับลูกแกะผู้ไร้เดียงสาปรากฏขึ้นบนใบหน้า "อ๊ะ! พ่อบ้านโกวซื่อมาเยือนั้แ่เช้าตรู่ ไม่ทราบว่า้าอาหารสัตว์สูตรพิเศษ หรือว่า... มารับของบางอย่างหรือขอรับ?"
โกวซื่อชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี "จะ... เ้า! เ้ายังมีชีวิตอยู่?! เป็ไปไม่ได้! ยาพิษนั่น... เอ้ย ยาบำรุงนั่นมันรุนแรงจนล้มกระทิงได้เลยนะ!"
"โธ่ ท่านพ่อบ้าน ข้าก็แค่หลับลึกไปหน่อยเท่านั้นเอง" จินลู่เหวินวางไม้กวาดลง แสร้งทำท่าทางหวาดกลัวและถ่อมตน ห่อไหล่ลงเล็กน้อย "ท่านมาเพื่อเจรจาเื่ร้านนี้ใช่หรือไม่? ขะ... ข้าคิดดูแล้ว นายน้อยหลินมีเมตตา ข้ายินดีจะยกให้..."
เมื่อเห็นท่าทีขี้ขลาดและอ่อนแอของเด็กหนุ่ม ความใของโกวซื่อก็มลายหายไป สันดานโอหังหยิ่งยโสกลับมาครอบงำทันที มันหัวเราะเยาะ "ฮ่าๆๆ! นึกว่าดวงแข็งแล้วจะกล้าดี ที่แท้ก็ยังเป็แค่ลูกเต่าหดหัว! ดี! ในเมื่อเ้ารู้ตัว รีบส่งโฉนดมาซะ แล้วไสหัวออกไปจากเมืองนี้... อ้อ ทิ้งเงินทั้งหมดของเ้าไว้เป็ค่าเสียเวลาของข้าด้วย!"
จินลู่เหวินก้มหน้าลง ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อราวกับกำลังจะหยิบโฉนด แต่ริมฝีปากที่ถูกซ่อนไว้กลับเป็รอยยิ้มที่ชั่วร้ายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"ท่านพ่อบ้านโกว... การแย่งชิงทรัพย์สินผู้อื่นกลางวันแสกๆ เช่นนี้ กฎหมายของเมืองด่านรากพฤกษาจะไม่ลงโทษเอาหรือขอรับ? ข้า... ข้ากลัวว่าทางการจะมาตรวจสอบ..." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แสร้งขุดหลุมพรางทางคำพูดอย่างแเี
"ทางการรึ? ถุย!" โกวซื่อถ่มน้ำลายลงพื้น ยืดอกด้วยความยโส "ในเมืองนี้ ตระกูลหลินของข้าคือกฎหมาย! ต่อให้ข้าบีบคอเ้าจนตายตรงนี้ แล้วโยนศพให้หมาป่ากิน ก็ไม่มีหมาตัวไหนในที่ว่าการกล้าปริปากเห่าหรอกเว้ย!"
"อ่า... เข้าใจแล้วขอรับ"
น้ำเสียงสั่นเครือเมื่อครู่พลันเหือดหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความเยือกเย็นที่เสียดแทงทะลุถึงกระดูก จินลู่เหวินเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มไร้พิษสงถูกฉีกทิ้ง เหลือเพียงแววตาของมัจจุราชที่กำลังมองดูคนตาย
"ในเมื่อท่านยืนยันว่า 'การฆ่าคนปิดปาก' ในเมืองนี้เป็เื่ที่ยอมรับได้... ข้าก็สบายใจ"
"เ้าพล่ามบ้าอะไรของเ้า..." โกวซื่อขมวดคิ้ว รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มันเตรียมจะสั่งลูกน้องให้เข้าไปลากคอเด็กหนุ่ม
"จัดการ"
จินลู่เหวินเอ่ยคำสั้นๆ เพียงคำเดียว ก่อนจะก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างสบายๆ
ฟุ่บ!!
พริบตานั้น เงาสีเทาสายหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์พลันดีดตัวออกมาราวกับลูกศรที่หลุดจากเกาทัณฑ์! มันไม่ใช่การเคลื่อนที่ของสัตว์อสูรธาตุดินที่ควรจะเชื่องช้า แต่มันคือความเร็วที่บ้าระห่ำทะลวงขีดจำกัด!
"อะไรวะ?!" ลูกน้องคนหนึ่งอุทาน
ปั่ก!! กร๊วบ!!
เงาสีเทานั้นพุ่งกระแทกเข้าที่หัวเข่าของลูกน้องคนซ้ายอย่างจัง เสียงกระดูกแตกหักดังก้อง ชายร่างั์ร้องลั่น ร่างทรุดฮวบลงกับพื้น
"ระวัง!" ลูกน้องคนขวาะโพลางชักดาบ ทว่ามันช้าเกินไป!
เงาสีเทานั้นไม่แม้แต่จะหยุดชะงัก มันใช้กระดองหมุนวนราวกับลูกข่าง พุ่งไถลเลียดไปตามพื้นไม้ด้วยแรงส่งมหาศาล แล้วดีดตัวเสยเข้าที่ปลายคางของชายคนที่สองอย่างแม่นยำ!
พลั่ก!!
ฟันหลายซี่หลุดร่วงกระเด็นพร้อมกับลิ่มเืสดๆ ชายคนที่สองสลบเหมือดกลางอากาศในชั่วพริบตา!
โกวซื่อดวงตาเบิกถลน ิญญาแทบหลุดจากร่าง เมื่อเงาสีเทานั้นหยุดนิ่งอยู่แทบเท้าของจินลู่เหวิน... มันคือ 'เต่าศิลา' สัตว์อสูรทั่วไปที่ใครๆ ก็รังเกียจ! แต่เต่าบ้าอะไรกันที่วิ่งเร็วกว่าหมาป่าพายุ แถมยังโจมตีจุดตายได้อย่างแม่นยำราวกับนักฆ่า?!
"แก... แกเล่นตุกติกอะไร! ตายซะ!" โกวซื่อคำรามด้วยความหวาดกลัวจับใจ มันเค้นพลังลมปราณขั้นรวบรวมปราณระดับสาม หมายจะพุ่งเข้าสังหารจินลู่เหวิน
แต่จินลู่เหวินเพียงแค่ยิ้มเย็น เขาไม่ได้ใช้ลมปราณเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ปล่อย 'จิตสังหาร' ที่ซ่อนอยู่ในไข่มุก กดทับลงบนร่างของโกวซื่อโดยตรง!
อึก...!
ราวกับมีูเาน้ำแข็งหล่นทับบ่า โกวซื่อขาอ่อนยวบ ทรุดฮวบลงคุกเข่าดังกึก ลมปราณในร่างแตกซ่าน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม มันเงยหน้ามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวาดผวา
จินลู่เหวินเดินเข้าไปใกล้ ย่อตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าโกวซื่อ มือที่ซีดเซียวตบเบาๆ ลงบนแก้มของพ่อบ้านตระกูลหลินที่ตอนนี้ซีดเผือดเป็กระดาษ
"จุ๊ๆๆ... ท่านพ่อบ้านโกว ไฉนถึงได้คุกเข่ารับโฉนดเล่า? เกรงใจกันเกินไปแล้ว" จินลู่เหวินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นฟังสบายหู แต่มันกลับทำให้โกวซื่อรู้สึกเหมือนถูกมีดจ่อคอหอย
"ตะ... ใต้เท้าจิน... ขะ... ข้าผิดไปแล้ว! ปล่อยข้าไปเถอะ!" โกวซื่อละล่ำละลัก สันดานของคนขี้ขลาดที่ชอบรังแกคนอ่อนแอแสดงออกมาอย่างน่าสมเพช
"ปล่อยหรือ? แน่นอน ข้าเป็พ่อค้า ย่อมไม่ชอบการนองเืในร้านของตนเอง" จินลู่เหวินดวงตาหรี่ลงเปล่งประกายเ้าเล่ห์ "แต่รบกวนท่านพ่อบ้านโกว กลับไปบอก 'นายน้อยหลิน' ของท่านทีนะ... ว่าถ้ามันอยากได้ร้านนี้นัก ก็จงคลานมาคุกเข่าอ้อนวอนข้าด้วยตัวเอง อ้อ... แล้วอย่าลืมพก 'หมาป่าพายุ' ตัวโปรดของมันมาด้วยล่ะ..."
นิ้วชี้ของจินลู่เหวินจิ้มลงที่หน้าผากของโกวซื่อเบาๆ
"ข้ามี 'สูตรอาหารพิเศษ' ที่อยากจะยัดใส่ปากมันใจจะขาดเชียวล่ะ... ไสหัวไป!"