หลินเสวี่ยจู๋ไม่กล้าเอ่ยปากว่าตนเองไม่เคยคิดจะอยู่สุขสบายเพียงลำพังเพียงแต่กำลังรอคอยโอกาสอันเหมาะสม แล้วปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ
นับตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ภูเขาลึกนางก็ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่เสมอ
การเนรเทศเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ชายแดนเหนือสิ่งที่ต้องเผชิญในอนาคตคือสภาพแวดล้อมและการต่อสู้ที่โหดร้ายยิ่งกว่า
ไม่มีผู้ใดสามารถอยู่รอดได้เพียงลำพังการร่วมมือกันถือเป็นทางออกเดียว
วันนี้การยุยงของหลินเสวี่ยหลานแม้ว่าจะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับส่งผลดีต่อหลินเสวี่ยจู๋โดยบังเอิญนางจึงฉวยโอกาสนี้ผนึกกำลังของทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็รีบหยิบยาบำรุงหยวนชี่ส่งให้หยวนซิว
หยวนซิวรับมาใส่ปากตามด้วยน้ำที่หลินเสวี่ยจู๋ส่งให้
กลิ่นหอมของน้ำกระจายไปทั่วปากทิ้งรสหวานละมุนไว้
นอกรถม้าเสียงของหลินเฉิงเหยาดังขึ้น “หลานสาว ข้ามาดูแผลและเปลี่ยนยาให้หลานเขย”
หลินเสวี่ยจู๋ได้ยินเช่นนั้นจึงเปิดม่านรถม้าแล้วกระโดดลงไปยกที่นั่งให้หลินเฉิงเหยา
นางกำลังจะไปนอนที่ข้างกองไฟก็เห็นหลินอวี่เซวียนเดินโซเซมา
เด็กน้อยขยี้ตาวิ่งเข้ามากอดขานาง แล้วพูดเสียงอ่อน “พี่หญิง อุ้มหน่อยขอรับ”
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกขบขัน
เด็กน้อยผู้นี้ถูกบิดามารดาที่รักกันปานจะกลืนกินแสดงความรักต่อหน้ามาโดยตลอดจึงคุ้นชินกับการทำตัวเข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง แต่พอเห็นนางกลับทำตัวออดอ้อนนี่มันเรื่องอะไรกัน?
นางอุ้มเด็กน้อยขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขนแล้วลูบหลังเขาอย่างเบามือ
ตอนแรกเด็กน้อยยังขยี้ตาอยู่แต่ขยี้ไปขยี้มาก็ผล็อยหลับไป
หลินเสวี่ยจู๋ไม่กล้าขยับตัวนางยืนรอหลินเฉิงเหยามุดออกมาจากรถม้าเงียบๆ แล้วส่งสายตากล่าวโทษไปให้
หลินเฉิงเหยาเห็นดังนั้นก็เกาศีรษะอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย“หลานสาวลำบากแล้ว เซวียนเอ๋อร์ชอบเจ้ามาก”
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มอย่างหยอกเย้า“จริงหรือเจ้าคะ? หรือเป็นเพราะว่าท่านอากับท่านอาสะใภ้เอาแต่หวานชื่นกันจนลืมบุตรชายไปเสียแล้ว?”
หลินเฉิงเหยากระแอมไอแห้งๆใบหน้าแดงก่ำอย่างรวดเร็ว ถูกหลานสาวหยอกเย้าเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นผู้ใหญ่แต่เขาก็ยังรู้สึกอับอายอยู่ดี
หลินเสวี่ยจู๋ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงยิ้มแล้วอุ้มหลินอวี่เซวียนขึ้นรถม้า
ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบ
รุ่งเช้าก่อนฟ้าสางกลุ่มตัดไม้ไผ่และขุดหน่อไม้ก็ออกเดินทางด้วยการนำของเหยียนต้ากับแม่นมหม่า
เมื่อคืนหลินเฉิงจางต่อรองกับบรรดาผู้คุมอย่างหนักในที่สุดพวกเขาก็ได้รับมีดตัดฟืนกลุ่มละหนึ่งเล่ม แต่มีเงื่อนไขว่าแต่ละกลุ่มจะส่งคนออกไปได้เพียงสองคนเท่านั้นและทั้งสองคนนี้ต้องใส่โซ่ตรวนที่ขา ส่วนคนอื่นๆ ต้องรั้งอยู่ในค่ายพักแรม นอกจากนี้เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องส่งมีดคืน
นี่ถือว่ามากที่สุดที่บรรดาผู้คุมจะยอมลงให้ได้แล้วถึงกระนั้นทุกคนก็ยังคงออกเดินทางด้วยความยินดี
เมื่อหลินเสวี่ยจู๋ตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนในครอบครัวได้ออกไปทำงานกันเกือบหมดข้างกองไฟเหลือเพียงหม่าซิงคนเดียว เขากำลังนอนตาปรืออยู่
“หลินเหนียงจื่อ” เมื่อหม่าซิงเห็นหลินเสวี่ยจู๋ก็ลืมตาขึ้นทันที“ท่านหัวหน้าอยากพบท่าน”
“ได้สิ” หลินเสวี่ยจู๋สางผมให้เรียบร้อยแล้วเดินไปยังรถม้าของบรรดาผู้คุม
นางไม่ได้เข้าไปใกล้มากเพียงรักษาระยะห่างเอาไว้แล้วตะโกน “ท่านผู้คุมหลิวอยู่หรือไม่?”
ไม่นานหลิวขุยก็ลงมาจากรถม้าเขาเดินอาดๆ มาทางนาง
“ท่านผู้คุมหลิวเรียกหาข้าด้วยเหตุอันใดเจ้าคะ?” หลินเสวี่ยจู๋ถามพลางคลี่ยิ้มอย่างมืออาชีพ
หลิวขุยหันมองซ้ายมองขวาราวกับระแวดระวังอะไรบางอย่าง
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้ๆจึงเอ่ย “เหยี่ยนอ๋องทรง...”
องครักษ์หลายคนที่ปรากฏตัวเมื่อวานเห็นได้ชัดว่ามีเจตนาร้าย
หลิวขุยทำใจไว้แล้วว่าหยวนซิวกับหลินเสวี่ยจู๋คงไม่ได้กลับมาแต่กลับไม่คาดคิดว่าพวกเขาไม่เพียงกลับมาเท่านั้น ยังนำข้าวของกลับมาเต็มคันรถด้วย
เขารู้สึกว่าตนเองคาดการณ์เหตุการณ์ผิดพลาดไป
หลินเสวี่ยจู๋ย่อมเข้าใจว่าหลิวขุยต้องการถามอะไรแต่นางไม่อาจพูดความจริง ไม่อาจบอกเขาว่าเหยี่ยนอ๋องถูกสุนัขที่นางปล่อยออกมาไล่กัดไปทั่วภูเขาจึงได้แต่พูดอย่างคลุมเครือ “เหยี่ยนอ๋องสุขภาพร่างกายแข็งแรงปลอดภัยดีทุกประการ”
หลิวขุยสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความหงุดหงิดในใจ ก่อนจะหยั่งเชิงถามต่อ “เช่นนั้นเหยี่ยนอ๋องได้ตรัสสิ่งใดหรือไม่?”
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกขบขัน
เหยี่ยนอ๋องผู้สูงศักดิ์จะกล่าวอะไรกับนักโทษเนรเทศสองคนที่ตัวเล็กจ้อยเล่า?
ทว่านางก็กุเรื่องขึ้นมา“เหยี่ยนอ๋องตรัสว่า หากท่านผู้คุมปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์เขาจะแจ้งไปยังศาลต้าหลี่ ช่วยให้ท่านผู้คุมได้หน้าอย่างแน่นอน”
หลิวขุยขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินเช่นนี้
ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์หมายความว่าอย่างไร? ปฏิบัติหน้าที่อย่างไรถึงจะเรียกว่าซื่อสัตย์?
หรือเหยี่ยนอ๋องไม่สะดวกที่จะลงมือกับน้องชายต่างมารดาจึงต้องการให้เขาช่วย?
หลิวขุยมองหลินเสวี่ยจู๋อย่างเคลือบแคลงใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรไปชั่วขณะ
หลินเสวี่ยจู๋เห็นเขามีท่าทางลังเลจึงลอบหัวเราะในใจ
“เมื่อวานข้าได้ยินเหยี่ยนอ๋องตรัสถึงเรื่องที่จวนขุนนางหลายแห่งในเมืองหลวงถูกปล้นจวนของเหยี่ยนอ๋องเองก็เช่นกัน ดูเหมือนจะยังมีข่าวลือเรื่องสวรรค์ลงโทษอันใดนั่นอีกทำให้ผู้คนตื่นตระหนกกันหมด ทว่าเรื่องนี้มีอันใดเกี่ยวข้องกับสามีข้ากันเล่า? หากเง็กเซียนฮ่องเต้ยืนอยู่ฝั่งสามีข้า เขาจะถูกยึดทรัพย์และถูกเนรเทศจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ?”
หลินเสวี่ยจู๋ไม่พูดก็แล้วไปพอพูดออกมาหลิวขุยก็อดหวาดหวั่นไม่ได้
ตอนที่เกิดเรื่องในเมืองหลวงเขาก็อยู่ในหน่วยสืบสวนเช่นกันข่าวลือเรื่องสวรรค์ลงโทษเขาเองก็ได้ยิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ว่าแม้แต่ขุนนางหลายคนในศาลต้าหลี่ที่เกี่ยวข้องกับคดีกบฏของเซียงอ๋องก็ถูกปล้นของมีค่าไปจนหมด
ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่านี่เป็นฝีมือของเง็กเซียนฮ่องเต้เพราะหลังจากที่ออกเดินทางกับขบวนเนรเทศ เขาก็ได้เห็นกับตาว่าพวกฮูหยินผู้เฒ่ารวมถึงหมอเทวดาโจวที่ต่อต้านครอบครัวของหลินเหนียงจื่อต่างถูกปล้นทรัพย์สินไปจนหมด
ตอนนั้นเขายังรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดวิธีก่อเหตุถึงดูคุ้นเคยเล็กน้อย
ตอนนี้คิดเชื่อมโยงดูแล้วเกรงว่าหยวนซิวผู้นี้อาจเป็นโอรสสวรรค์จริงๆ และทุกคนที่ต่อต้านเขาจะต้องได้รับการลงโทษจากสวรรค์
เช่นนั้นการที่เหยี่ยนอ๋องเชิญคนไปโดยไม่ทำร้ายแล้วยังเลี้ยงดูอย่างดีก่อนส่งกลับมาเป็นเพราะต้องการไถ่บาปใช่หรือไม่?
เมื่อคิดถึงตรงนี้หลิวขุยก็ตัวสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ราวกับถูกฟ้าผ่า สายตาที่มองหลินเสวี่ยจู๋มีความหวั่นเกรงปนอยู่
หลินเสวี่ยจู๋สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเขานางเพียงยิ้มโดยไม่พูดอะไร
เป็นเช่นนี้แหละจงใช้จินตนาการของเจ้าให้เต็มที่เสียเถิด
จากนั้นนางก็ถามด้วยท่าทีสงบนิ่ง“ท่านผู้คุมยังมีธุระอันใดอีกหรือไม่? หากไม่มีข้าขอตัวก่อน”
ท่าทางเคร่งขรึมของหลิวขุยดูอ่อนโยนลงเล็กน้อยเขาพยักหน้า “เชิญหลินเหนียงจื่อ”
คนที่เหยี่ยนอ๋องไม่กล้าล่วงเกินเขาที่เป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยก็ยิ่งไม่กล้าล่วงเกิน
หลินเสวี่ยจู๋คารวะเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินจากไป
เป็นอีกวันที่หลอกผู้อื่นด้วยวาทศิลป์สำเร็จ
หลินเสวี่ยจู๋กลับไปที่ค่ายพักแรมของครอบครัวทันทีที่นั่งลงข้างกองไฟก็เห็นร่างหนึ่งเดินกะเผลกเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า นางเพ่งมองครู่หนึ่งก็หัวเราะออกมาทันทีโจวเซินอี้มีความพยายามมากจริงๆ เขาเดินตลอดทั้งคืนกว่าจะไล่ตามขบวนเนรเทศทัน
“แม่นางหลิน ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”
โจวเซินอี้ดวงตาฝ้าฟางเขาเอื้อมมือคว้าไปในอากาศอย่างสะเปะสะปะแล้วคุกเข่าลงกับพื้น
.............................