เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๑๕/๒

    ตะวันโด่งจนแสงจ้าระคายผิวก่อนเวลาเพลในวันนี้ พันวาจาสิทธิ์เดินทางโดยเรือกลับมาถึงเรือนโดยสวัสดิภาพและสุขเกษมเปรมปรีย์เป็นที่ยิ่ง ไม่มีคืนใดที่ชายหนุ่มนอนหลับฝันดีเท่ากับเมื่อคืนที่ผ่านมาอีกแล้ว อ้อมกายที่ใฝ่ถวิลมาแสนนาน ในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองมันเสียที ความผาสุขนั้นปกปิดไม่มิดเม้น มันรั่วไหลออกมาผ่านลักยิ้มบนใบหน้าเบิกบาน


    ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงเสียที วันที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับท่านชายเดียวชัดเจนเกินคำว่าคนรู้จักมักจี ตลอดระเวลาที่ผ่านมา แม้จะส่งจดหมายถึงกันอยู่เนืองนิตย์ ทว่ามันไม่สามารถสื่อความรู้สึกที่ว่ารักได้ครบถ้วนกระบวนความเท่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้


    นึกในใจมาถึงตรงนี้ก็มีหวั่น ๆ เรื่องการหมั้นหมายของท่านชายเดียวและท่านหญิงอ้อยังคาราคาซัง ไม่อาจเพิกเฉยได้ ท่านชายตรัสกับเขาว่าไม่ได้ทรงมีหทัยต่อท่านหญิงเกินคำว่าขนิษฐา ฝ่ายนั้นก็ทรงนับถือเป็นแค่เชษฐาเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเกินเลย


    หม่อมเจ้าสององค์ดำริอย่างนั้นก็จริง แล้วคนอื่นเล่า ก็สุดจะบังคับ


    “คุณด้าว! กลับมาแล้วหรือขอรับ แม่นายขอรับ คุณด้าวกลับถึงเรือนแล้วขอรับ”


    พายเรือมาอย่างใจลอย จู่ ๆ เสียงร้องของนายเกริกก็ดังมาทำลายความเพ้อพะวง อ้ายบ่าวรีบแจ้นมารอรับที่ท่าเรือ ผูกมัดหัวเรือไว้แน่น แล้วยิ้มแป้นถามนั่นนี่ “คุณด้าวไปไหนมาหรือขอรับ บ่าวตามหาให้วุ่น”


    “ไปที่ชอบ ๆ มา”


    “ที่ไหนหรือขอรับ ที่ชอบ ๆ?”


    “ที่ที่ทำให้มีความรักน่ะสิ อย่าถามมาก ไป” ตอบเพียงนั้น และสาวเท้าขึ้นบนเรือนไป ทิ้งให้อ้ายบ่าวเกาหัวงุนงง มันโมเมว่าที่ชอบ ๆ ของเจ้านายก็คงเป็นเรือนของท่าเจ้าคุณบิดาของแม่มาลัยนั่นเอง


    พอขึ้นมาถึงชานเรือน ด่านที่สองซึ่งต้องพบเจอเป็นอำแดงวาด มารดาของเขานั่งกรองอุบะดอกไม้สดอยู่ตรงพาไล หล่อนหันมายิ้มดุให้บุตรชาย เห็นว่าถ้าไม่เรียกมาพบ ลูกชายของหล่อนคงจะตรงไปยังห้องนอนหน้าตาเฉย


    “พ่อด้าว มานี่เสียก่อน”


    บุตรชายยอมไปหา ยอบเข่าลงนั่งทำทีอ้อนเป็นเด็กอยู่หว่างตัก เหตุเพราะรู้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะโดนดุอะไรบ้าง


    “ไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนี้เลย หายไปไหนมา อ้ายเกริกบอกว่าไม่เห็นหน้าตั้งแต่หัวค่ำเมื่อวานแล้ว ไปไหนมาไหนคิดจะบอกแม่บ้างหรือไม่ ฮึ!”


    “เอ่อ… ไป… ไปปรึกษาเรื่องราชการงานเมืองกับท่านชายปิ๋วมาน่ะขอรับ เสร็จดึก ทรงห่วงว่ากระผมจะเดินทางลำบาก เลยให้กระผมค้างที่นั่นเลย” คราวนี้ผิดศีลข้อสี่ไปเต็มเหนี่ยว ความจริงเป็นอย่างก็รู้อยู่แก่ใจ


    แต่ผู้เป็นแม่กลับเชื่อ หมดความสงสัย เพราะในสายตาของหล่อน ลูกคนนี้ไม่ใช่คนชอบปั้นน้ำเป็นตัว “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป”


    พอหลอกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ได้ที ออดอ้อนมารดาสุดฤทธิ์ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน พอใจมีสุข อารมณ์ก็เปลี่ยน “คุณแม่ขอรับ ทำขนมหวานให้ลูกได้หรือไม่ขอรับ”


    “จะเอาไปทำไม พ่อด้าวไม่ชอบไม่ใช่หรือ” ครั้งนี้เปลี่ยนเรื่องคุยไม่สำเร็จ อำแดงวาดเฉลียวใจทัน วกเข้าเรื่องสำคัญเสียก่อน “แต่เดี๋ยวก่อน แม่ยังคุยธุระไม่จบ เมื่อวานนี้ ไปดุอะไแม่มาลัย ฮึ?”


    “ก็คุณแม่… นี่น้องมาลัยมาฟ้องอะไรอีกล่ะขอรับ”


    “บอกว่าพ่อด้าวไปดุเธอน่ะซี ไม่ยอมสอนดนตรีให้ นี่ลูก อีกไม่นานก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่แล้ว อย่าหมางเมินน้องนักเลย” หล่อนกล่าวประนีประนอมเพื่อโน้มน้าวใจบุตรชาย


    ทว่า มันเป็นดั่งคำที่ชายหนุ่มไม่ปราถนาได้ยินเลยแม้แต่ครั้งเดียว “เหอะ ทองแผ่นเดียวกันหรือขอรับคุณแม่ คุณแม่เคยถามกระผมบางหรือยัง สักคำก็ยังดี ว่ากระผมเคยมีใจให้เธอหรือไม่ มีแต่ผู้ใหญ่ที่เป่าหูเธอ จนต้องถ่อมาที่เรือนบ่อย ๆ อย่างนี้”


    “พ่อด้าว! นี่เป็นอะไร ฮะ! หญิงคนนั้นก็ไม่ชอบ หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่ แล้วลูกจะเอาอะไรอีก แม่จนปัญญาจะหามาให้อยู่แล้ว”


    “คุณแม่ก็อยู่เฉย ๆ ไปซีขอรับ กระผมหาเองได้”


    “แล้วต้องรอนานแค่ไหน จนแก่ตายเชียวหรือ ถึงจะมีลูกให้แม่อุ้มน่ะ”


    “ไม่มีหรอกขอรับ ถ้าคุณแม่อยากอุ้ม ก็รอจากคุณพี่แดนเอาเถอะขอรับ กระผมคงมีให้ไม่ได้”


    “ทำไมจะไม่ได้ ก็ตบแต่งกับแม่มาลัยเสียซี”


    “เพราะว่ากระผมไม่ได้พึงใจในสตรีขอรับ!”


    เสียงเอะอะมะเทิ่งสุดสิ้นลงหลังจากประโยคนี้ อำแดงวาดชะงักค้างอย่างกับถูกโดนยาชาไปพักหนึ่ง หล่อนทวนคำพูด ได้ฟังไม่ผิดแน่ แต่ไม่ได้ไตร่ตรองเชิงลึก เข้าใจว่าที่บุตรชายพูดจาชอบกลอย่างนี้เป็นเพราะข้ออ้างที่จะไม่แต่งงาน


    “พ่อด้าวอย่ามาพูดจาพิลึกกึกกืออย่างนี้กับแม่นะ”


    “ความจริงขอรับ กระผมพึงใจในเพศเดียวกัน และกระผมก็มีคนรักแล้วด้วย เป็นชาย ขอความเห็นใจ คุณแม่อย่าได้บังคับกระผมอีกเลย”


    จบประโยค เขาก็พาร่างสูงของตนเดินตึงตังเข้าห้องส่วนตัวไป ไม่ได้หันกลับมามองผู้มีพระคุณที่ยืนนิ่งอึ้งปากอ้าตาค้างอยู่กับที่ ประมวลผลติดขัดในคำบอกกล่าว


    พอใจในเพศเดียวกันอย่างนั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร นางฉงน


    บรรยากาศภายในห้องผนังไม้ขัดอดอู้ ไม่ถ่ายเท เหมือนกับอารมณ์คุกรุ่นของเจ้าของห้องที่มีอยู่ในขณะนี้ เขาเบื่อนัก ที่จะต้องคอยพูดย้ำ ๆ อยู่แต่เรื่องเดิมอย่างนี้ เอาแต่คอยเวลาว่าสักวันหนึ่ง คุณแม่ของเขาจะเข้าใจเรื่องของความรัก ที่ไม่อาจกำหนดได้


    ตัวเขาเองยังบังคับใจให้รักหรือไม่รักคนนั้นคนนี้ไม่ได้เลย แล้วคนอื่นจะมีหรือ


    ชายหนุ่มนั่งสงบสติอารมณ์อยู่หน้าโต๊ะทำงาน ที่กองพะเนินเทินทึกยุ่งเหยิงไว้เหมือนชีวิตของเขาในตอนนี้ หากแต่ยามที่ได้กลิ่นหอมจากน้ำปรุงตำรับพิเศษแล้ว กลับทำให้ผ่อนคลายเสียดื้อ ๆ เป็นกลิ่นหอมอ่อนไปทางเย็น ให้อารมณ์หวานละมุน


    กลิ่นนี้ท่านเขาเคยนำถวายท่านชายเดียว และปัจจุบันนี้ก็ทรงใช้อยู่


    นั่นยิ่งทำให้ทุกครั้งที่เขาประพรมมันลงผิวกายหรือเสื้อผ้า จะคล้ายว่ามีท่านชายเดียวทรงคอยประทับอยู่ไม่ห่างด้วยเสมอ นึกไป ก็พาลถวิลถึง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งแยกย้ายกันเมื่อไม่นานมานี้เอง


    เจ้าตัวเข้าใจแล้วว่า ความรักนี่ก็แปลก อะไรไม่เคยเป็น ก็เป็น


    เมื่ออดรนทนพิษความห่วงหาไม่ได้อีกต่อไป กระดาษกลิ่นหอมแผ่นหนึ่งจึงถูกนำมาวางตรงหน้า แต่งเติมลวดลายเป็นอักขระด้วยปลายปากกาจากมือสุดบรรจงของพันวาจาสิทธิ์


    ครั้นลงลายมือชื่อแล้วเสร็จ ตบท้ายด้วยตัดดอกรักจากเครื่องแขวนแล้ว จึงได้เรียกทนายหน้าหอของตนเข้ามารับไป มันรู้หน้าที่ดีเมื่อเห็นซองกระดาษอย่างนี้


    “ส่งถวายท่านชายเดียว ใช่หรือไม่ขอรับ”


    “ใช่ เอ็งแอบไปเงียบ ๆ อย่าให้ใครเห็น ส่งให้ถึงหัตถ์ท่าน ถ้าไม่พบ ฝากสองคนนั้นไว้ รีบไปแล้วรีบมา”


    “ขอรับคุณด้าว”










    ทางเดินเส้นน้อยตัดผ่านส่วนหย่อมระหว่างสามที่พำนักของหม่อมแต่ละคนในเสด็จพระองค์ชาย ท่านชายเดียวทรงใช้ทางเส้นนี้เทียวไปมาตั้งแต่ทรงเยาว์ยันเจริญชันษา ในบางวันก็จะทรงแวะเก็บไม้ดอกมาประดับแจกันที่เรือนไว้ด้วย โดยเฉพาะดอกพุดซ้อน ที่โปรดเป็นพิเศษ


    วันนี้ก็เช่นกัน ทรงเก็บมาประมาณช่อหนึ่งได้ หลังจากเสด็จไปเสวยกระยาหารเที่ยงที่เรือนของหม่อมสร้อยตามคำเชื้อเชิญของหล่อน เพราะมีโอกาสดี ได้ทำอาหารหลายชนิดกินกันมากกว่าปกติ โอรสของหล่อนอยู่พร้อมพักตร์ทั้งสององค์ รวมถึงลูกสะใภ้ และคุณหญิงผู้เป็นหลานสาวด้วย


    ยามร่วมโต๊ะเสวย ท่านชายเดียวทรงสังเกตเห็นว่า เจ้าพี่ทั้งสองยังไม่ทรงยอมปรับความเข้าใจกัน ทำให้ทราบซึ้งได้ ว่าการที่ผู้ใหญ่พร่ำบอกว่าถึงไม่ได้รักในตอนนี้ อยู่กินกันไปนานวันเข้า ก็จะรักกันเองนั้น ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย


    “ฝ่าบาท” เสียงห้าวหนุ่มดังเข้ามา ทรงเห็นเป็นทนายหน้าหอของคนเรือนนั้นนี่เอง นายเกริกนั่งชันเข่าลง ก่อนจะนำซองจดหมายในชายพกออกมายื่นถวายให้เจ้านาย แล้วทูลว่า “ คุณด้าวฝากมากระหม่อม กระหม่อมมาถึงตั้งนานแล้ว ไม่พบอ้ายโมกอ้ายพุด กระหม่อมจึงรออยู่แถวนี้”


    ทรงรับมา คลี่มุมโอษฐ์พริ้มเพราะยามทอดมองสารจากคนรัก พร้อมรับสั่งถามถึงเจ้าของจดหมาย “แล้วเขาไม่มาด้วยตัวเองหรือ”


     “โดนบ่นเล็กน้อยนน่ะขอรับ ท่าจะออกมายาก” อ้ายบ่าวแอบขำอย่างเสงี่ยมเมื่อนึกถึงผู้เป็นนาย “กระหม่อมทูลลาเลยแล้วกันนะกระหม่อม”


    “ไปเถอะไป ฉันขอบใจเกริกมาก”


    เมื่ออ้ายบ่าวจรจรัลออกไปจนลับแล้ว ท่านชายเดียวก็ทรงกลับมาให้ความสนใจกับซองกระดาษบนหัตถ์ จะเขียนหนังสือมาเรื่องอะไรอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องเดิม ๆ อย่างที่เจ้าตัวเคยทำ


    ไม่รู้จะคอยพะเน้าพะนอ พร่ำขายขนมจีบให้ไปถึงไหน


    หมั่นสร้างสะพานทอดมาบ่อยอย่างนี้ ใช้ไม้หมดไปครึ่งป่าแล้วกระมัง


    ดำริแล้วหลุดสรวลกับองค์เองอย่างยิ้ม ๆ แล้วดำเนินกลับยังเรือนปั้นหยา ต่อจากนั้นจะได้ทรงอักษรดูสิ่งที่เขาบรรจิตบรรจงมาถึง โดยที่ทุกอิริยาบถบทนั้น ไม่ได้ทรงเฉลียวหทัยสังเกตดูรอบข้างเลยสักนิด ว่ามีใครสักคนลอบเมียงมองอยู่หลังพุ่มไม้


    นั่นคือนางเผือก บ่าวหญิงประจำตำหนักใหญ่ หัวโจกในด้านสาระแนเรื่องของชาวบ้าน เมื่อเห็นบ่าวที่เรือนโน้นมาเฝ้าเจ้านายที่วังสองต่อสอง มีหรือจะเล็ดลอดสายตานกเหยี่ยวอย่างมันไปได้


    ถ้าได้ ก็คงไม่ใช่นางเผือกคนนี้แล้ว!


    แผ่นกระดาษสีหวานกำจรด้วยกลิ่นแห้งหอมอ่อน ๆ ถูกกระพือออกมา ปรากฏเป็นตัวอักษรหวัดเรียงรายเป็นบรรทัด เจ้าของลายมือยังคงประพันธ์เป็นบทกวีดังเดิมตามความนิยมของเขา อินทรวิเชียรฉันท์๑๑


    ซาบซึ้งพระการุณ    บุญะคุณอเนกล้น


    ดั่งทิพย์พิรุณชล    ลุกมลชโลมใจ


    น้อมกายวจีจิต     ธ ประดิษฐานนัย


    แม้นว่าเสด็จไกล    สดุดีมิไคลคลา


    สิ่งใดจะทดแทน    นหุต์แสน บ แม้นหา


    รักสุดจะบรรยาย์     อธิกาถวายคืนฯ


    กระหม่อมอยากขอขอบพระกรุณาธิคุณ ที่ฝ่าบาททรงรับไมตรีรักจากกระหม่อม โดยไม่คิดรังเกียจแม้แต่น้อย กระหม่อมรู้ว่าสิ่งนี้เป็นไปในสังคมได้ยาก แทบจะไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่ฝ่าบาทก็ทรงให้โอกาสคนอย่างกระหม่อม กระหม่อมขอสัญญาว่าจะรักและเทิดทูนฝ่าบาทแต่เพียงผู้เดียวและตลอดไป


    สุดท้ายนี้ หากจะทรงกรุณา กระหม่อมขอประทานอนุญาตได้ร่วมเรียงเคียงหมอนซ้อนฝ่าบาทอีกสักคืนได้หรือไม่กระหม่อม อย่าทรงถือสาเลย ก็คนมันคิดถึง หายใจเข้าหายใจออก ก็เห็นมีแต่พักตร์ของฝ่าบาท


    ด้วยรักและภักดี


    พันวาจาสิทธิ์


    สิ้นสุดการทรงอักษร รอยแย้มสรวลก็ผุดผายโดดเด่นไม่ลางหาย เพราะรู้ประจบประแจงอย่างนี้อย่างไรเล่า ถึงได้มีเสน่ห์นัก ใครจะห้ามใจอยู่ “โถ ที่แท้ก็อยากมานอนกับฉันอีกนี่เอง ได้คืบแล้วจะเอาศอก ได้ศอกบอกจะเอาวา พ่อคุณ อ้อนเป็นลูกหมาน้อยเชียว”


    ดูท่าว่าจะไม่ใช่ลูกหมาเปล่า ๆ เสียด้วย สำหรับพ่อนักดนตรีคนนี้


    หมาหยอกไก่ดี ๆ นี่เอง


    ทรงกางแผ่นกระดาษเปล่าไว้หนึ่งใบ จรดลายลักษณ์อักษราออกมาด้วยหทัยที่ใฝ่ถึงเขาผู้นั้น แม้ลายหัตถ์ไม่วิจิตรบรรจงอย่างไทยแท้ดังเช่นเขา แต่ก็ทรงนิพนธ์บทกวีนี้ด้วยความตั้งมั่น


    ทรงวางพักไว้ เปิดลิ้นชักหาซองใส่ไส้ฉบับนี้ แต่เหตุสุดวิสัยก็บังเกิดขึ้น แรงลมไม่รู้จากหนใดวีดหวิวเข้ามาในห้องทรงอักษร ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้นิ่งเงียบ มันพัดเอาเอกสารจำนวนหนึ่งปลิวว่อนออกไปทางหน้าต่างที่เปิดอ้าไว้ รวมถึงแผ่นจดหมายสองฉบับนั้นด้วย


    ไวเท่าความคิด ท่านชายเดียวทรงรีบวิ่งลงไปด้านล่างเพียงขณะเดียวก็ถึงที่สวนดอกไม้ฝั่งหน้าต่างที่กระดาษร่อนลงมา มั่นหทัยชัดเจนว่ายังทอดเนตรเห็นมันหล่นอยู่ตรงพุ่มไม้นี้ เวลาไม่ทันไร มันกลับไม่อยู่ให้เห็นเสียแล้ว


    ใช่ว่ากระดาษไม่กี่แผ่นจะมีราคาค่างวดอะไร หากแต่มันเต็มไปด้วยคุณค่าทางจิตใจเสียมากกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าใครได้อ่านมัน มันจะเป็นดาบสองคมทันที ผลร้ายจะต้องตามมาทีหลังแน่ ไม่ช้าก็เร็ว


    “ทรงหาอะไรอยู่หรือเพคะ ท่านชาย” เสียงของหญิงวัยกลางคนที่ทรงคุ้นกรรณดี แม้จะแปลกหทัยว่าบ่าวตำหนักใหญ่มาเพ่นพ่านอะไรอยู่แถวนี้ แต่ก็ไม่ได้ตรัสถาม เพราะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่า


    “เผือก เห็นกระดาษของฉันบ้างหรือไม่ ปลิวมาจากชั้นสอง เมื่อครู่นี้เอง กระดาษนั้นสำคัญมาก”


    นางบ่าวจับปลายคาง แสร้งครุ่นคิดอึดใจหนึ่ง “อืมมม ไม่เพคะ หม่อมฉันเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เองเพคะ ว่าจะมาเอาดอกจำปีกับอ้ายโมกมัน พอดีไม่เห็น ไม่รู้หายหัวไปไหน หม่อมฉันเลยว่าจะกลับแล้ว ขอตัวนะเพคะ”


    นอกจากคำตอบนั้นจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ลับหลัง นางบ่าวยังยิ้มกระหยิ่มใจ รีบแจ้นขี่ม้าคาบบางอย่างไปหานายของมัน ส่วนผู้ทรงประสบเคราะห์ร้ายก็จำต้องก้ม ๆ เงย ๆ คุ้ยนั่นเขี่ยนี่หากันต่อไป ทั้งทีกระดาษก็ออกจะแผ่นใหญ่ ไม่ใช่เข็มในมหาสมุทรเสียหน่อย แต่ก็หาไม่พบ


    หากบาปไม่ซ้ำกรรมไม่ซัด คงจะได้กลับมาในไม่ช้านี้










    “หม่อมเจ้าขา! หม่อม!!”


    “โอ๊ย! นี่ อีนังเผือก เอ็งจะแหกปากหาสวรรค์วิมานอะไรนักหนา ประเดี๋ยวข้าจับมะพร้าวห้าวยัดปากเสียเลยนี่” หม่อมเอกนั่งจิบน้ำชาอยู่ห้องนั่งเล่นบนตำหนักถึงต้องเสียอารมณ์


    “กระดาษเจ้าค่ะ หม่อม” นางบ่าวยื่นแผ่นกระดาษน้อยใหญ่ ทำระริกระรี้เหมือนอยากรู้เต็มทีว่าที่มันได้มานี้เขียนว่าอย่างไรบ้าง


    นางเผือกไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือหนังหา อาศัยเลี้ยงชีพด้วยแรงกาย ลำพังจะอ่านบทแม่ก.กา มันยังเค้นสมองจวนจะระเบิด แล้วนับประสาอะไรกับบทกวีนิพนธ์แล้ว จะให้เอาปัญญาที่ไหนอ่าน


    ส่วนหม่อมเอกนั้น หล่อนเป็นบุตรผู้ดีมีทรัพย์ ได้โอกาสเล่าเรียนหนังสือกับเขาอยู่บ้าง จึงอ่านออกเขียนได้พอประมาณ แต่หนังสืออะไรที่แต่งยาก ๆ หล่อนเองก็เอือมระอา ซ้ำยังขี้เกียจ ปัดมือปฏิเสธอยู่ร่ำไป


    “กระดาษอะไรของเอ็งวะ อีนังเผือก ไม่เอา น่าเบื่อ ข้ามีทุกอย่างแล้ว ไม่จำเป็นต้องร่ำเรียนเพียรศึกษาอะไรทั้งนั้น ไปไป๊!”


    “กระดาษนี้ปลิวลงมาจากห้องของท่านชายเดียวเจ้าค่ะหม่อม”


    “แล้วเอ็งไปเก็บของเขามาทำไมเล่า นังนี่ เผื่อจะเป็นเอกสารสำคัญทางราชการ เกิดหายมา ยุ่งยากนั่นนี่อีก เอ็งจะโดนดีเข้าให้ เอาไปคืนเขา”


    “แต่หม่อมเจ้าขา…” นางบ่าวยังอิดออด อยากให้นายได้อ่านมัน


    “เอ็งคิดว่าข้าชอบการอ่านนักรึ ไป!”


    เสียงเอ็ดตะโรหึกเหิม ด้วยความพรั่นพรึง มันจึงต้องยอมนำกลับไปคืน แต่ความกลัวจนซุ่มซ่าม ก็ทำให้มือไม้อ่อน เผลอทำหล่นลงไปแผ่นหนึ่งต่อหน้าของผู้เป็นนายพอดีเข้า อยู่ในองศาที่คนหูตาไวอย่างหล่อนจะพอมองออกว่าเป็นกระดาษอะไร เมื่อนั้น หล่อนจึงเอ่ยรั้ง


    “ประเดี๋ยวก่อน นังเผือก เก็บแผ่นนั้นมาให้ข้าทีสิ”


    นางบ่าวเก็บส่งให้ทันใด ผู้เป็นนายกวาดสายตาอ่านให้ถี่ถ้วน มีสะดุดบ้างบางวรรค แต่ก็ยังพอเข้าใจได้ จากนั้นรอยยิ้มเล่ห์ร้ายก็ชัดเจนขึ้นบนใบหน้าสวยสมวัย พร้อมกับเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ


    “หึ ๆ สวรรค์มาโปรดจริง ๆ เชียว นังเผือก เอ็งตามข้าไปที่ห้องทรงพระอักษร เข้าเฝ้าเสด็จพร้อมข้า ประเดี๋ยวนี้เลย”


    “เจ้าค่ะหม่อม”

    คล้ายกับเรื่องเพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย} ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788