เช้าวันถัดมาถ่ามกลางแสงแดดที่สาดส่อง บนท้องถนนตอนนี้มีชายหนุ่มคนนึงที่กำลังเดินไปยังจุดหมายแห่งใหม่ เขานั่นได้ทราบว่าภายในตัวเมืองมีตำหนักภารกิจที่ถูกสร้างขึ้นจากผู้คนหรือผู้ฝึกฝนมากมาย พวกเขาใช้ของล้ำค่าหรือค่าเงินต่างๆในการตั้งรางวัล ถ้าคนไหนที่ทำเื่ที่พวกเขาขอได้แล้วก็จะได้รับรางวัลจากคนๆนั่น
และตอนนี้หลินตงก็กำลังเดินไปยังตำหนักภารกิจ มันตั้งอยู่ตรงบริเวณนึงของเมืองเหรินซานแห่งนี้ อีกสี่วันสำนักจิติญญาถึงจะเปิด ชายหนุ่มตอนนี้จะต้องหาเหรียญทองมาซื้อเม็ดยาอีกมากมาย ต้องบอกก่อนว่าเมื่อวานชายหนุ่มนั่นได้ใช้เงินไปแทบจะทั้งหมดแล้ว การฝึกฝนพลังยุทธสำหรับเขาแล้วจะต้องใช้ความมั่งคังที่มากมายกว่าคนอื่นๆหลายพันเท่า
"ถ้าจำไม่ผิด ตำหนักภารกิจจะมีภารกิจต่างๆให้ทำสิน่ะ ต้องลองไปดูหน่อย ถ้ามันไม่ได้ยากเย็นอะไรก็อาจจะหาเหรียญทองมาได้ง่ายๆ"
ชายหนุ่มครุ่นคิดไปมาระหว่างทางเขาก็สำรวจสิ่งต่างๆไปด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีสิ่งที่เขาสนใจเลยแม้แต่นิด เขาพยายามจะมองหาวิชาฝึกยุทธหรือวิชาการต่อสู้แต่ก็ไม่ปรากฏออกมาวางขายเลย
เื่นี้ถือว่าเป็เื่ปกติภายในทวีปยิ่งนัก การที่เขาจะไม่รู้มันก็ไม่แปลก โดยปกติแล้ววิชาฝึกฝนนั่นจะมีราคาที่แพงมหาศาล คนธรรมดาหรือผู้ฝึกยุทธที่เพิ่งปลุกพลังนั่นไม่สามารถซื้อมันได้อย่างแน่นอนยกเว้นก็เพียงว่าจะไปยังสำนักต่างๆที่เปิดรับสมัคร จึงทำให้สำนักวิชาต่างๆเป็ที่นิยมจากผู้ฝึกยุทธที่อยากจะพัฒนาพลังของตน ภายในสำนักมีทั้งวิชาฝึกยุทธและวิชาการต่อสู้ที่สำนักรวบรวมของพวกเขารวบรวมมาต่อๆกัน
สำนักแต่ละแห่งแก่งแย่งชิงดีกันแข่งขันกันในสิ่งต่างๆและยิ่งสำนักไหนมีชื่อเสียงและพลังที่แข็งแกร่ง สำนักนั่นก็จะดึงดูดผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่มาได้มาก
ต้องบอกเลยว่าการที่หลินตงได้รับสืบทอดพลังมาจากชิงหลงเซียนนั่นก็ถือว่ามีโชควาสนาเหนือกว่าทุกชีวิตบนทวีปแห่งนี้แล้ว ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเหนือกว่าทุกสรรพสิ่งเลยก็ว่าได้ เพียงแค่สายเืเทพัะกับศาสตร์จักรพรรดิัครองภพก็ทำให้แม้แต่ผู้ทรงพลังยังต้องบ้าคลั่งขึ้น นี้ยังไม่รวมสิ่งต่างๆที่เขาทิ้งไว้ให้อย่างมากมายมหาศาลอีกด้วย
และแล้วในที่สุดชายหนุ่มก็มาถึง เบื้องหน้าของเขาคืออาคารขนาดใหญ่ที่มีถึงหลายชั้น ด้านนอกเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินเข้าออกกันหลายสิบคน ท่าทางของพวกเขาแต่ละคนนั้นดูแข็งแกร่งและดุดัน บางคนถึงกับมีดาบใหญ่พาดไว้ที่หลังอีกด้วย ส่วนบางคนก็สวมชุดเกราะเหล็กที่เป็ประกายเหมือนกับกระดองเต่า มันทำให้ชายหนุ่มที่เห็นมันต้องพยักหน้ารับ ต้องแบบนี้สิถึงจะได้บรรยากาศของผู้ฝึกยุทธ เมื่อเขาคิดจบก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปยังอาคารโบราณนี้ทันที
ภายในอาคารนั่นชั่งคล้ายคลึงกับโรงเตี้ยมที่เขาเพิ่งออกมานัก ภายในเต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้มากมายที่เอาไว้ให้นั่งพักผ่อนกัน มีผู้ฝึกยุทธหลายคนที่กำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันหรือบางคนก็มารอพักพวกของตนเพื่อที่จะไปทำภารกิจ เสียงเจี๋ยวจ๋าวของการพูดคุยดังขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้บรรยากาศภายในที่แห่งนี้คึกคักยิ่งนัก
"น่าสนใจจริงๆ แม้แต่ขั้นพลังจิตยุทธรวมเป็หนึ่งยังมีเลยหรอเนี่ย ไม่ธรรมดา..!!"
เขาที่เพิ่งมาใหม่ก็ไม่ได้รู้จักกับใครเข้า บางคนเมื่อเห็นคลื่นพลังยุทธของชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิด เด็กน้อยที่เพิ่งฝึกยุทธหรอ สงสัยคงจะเพิ่งเคยมายังที่แห่งนี้เป็ครั้งแรก
"หือ? ตรงนั่นสินะ"
ขณะนั่นหลินตงก็เห็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงใจกลางตำหนัก ที่แผ่นไม้เต็มไปด้วยใบกระดาษมากมายที่ถูกติดไว้อยู่และเมื่อเขาเห็นมันก็รับรู้ได้ในทันทีว่าที่แห่งนั่นคือคำร้องขอของผู้คนที่อยากจะให้ตำหนักภารกิจนั่นช่วยเหลือ
ั์ตาของชายหนุ่มถึงกับลุกวาวเมื่อเห็นมัน เขาไม่รอช้าที่จะเดินแวกฝูงชนเข้าไปในทันที ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้สามารถเบียดตัวเข้ามายังบริเวณแผ่นไม้ภารกิจได้อย่างรวดเร็ว บางคนที่กำลังมุงดูแผ่นป้ายอยู่เมื่อถูกผลักออกมาก็ใอยู่นิดๆ เ้าหนุ่มคนนี้ใครกัน ร่างกายเล็กๆนั่นเบียดพวกเขาได้ยังไง
เมื่อมาถึงก็กวาดตามองไปยังกระดาษที่ถูกติดเอาไว้ ภายในนั่นเต็มไปด้วยคำประกาศและเนื้อหาต่างๆที่ผู้คนออกภารกิจเป็ผู้เขียนขึ้นแต่มันก็ยังมีภารกิจที่เมืองเหรินซานออกมาเช่นเดียวกัน ภารกิจพวกนี้จะยากกว่าคำขออื่นๆ
"อืม สังหารพวกโจรผู้ฝึกยุทธที่เทือกเขานอกเมือง หัวหน้ามีพลังระดับจิตยุทธรวมเป็หนึ่งขั้นกลาง มีจิตยุทธระดับต่ำรูปลักษณ์อาวุธที่ถูกเรียกว่า มีดนาคา ของรางวัลในการสังหารคือ ลูกแก้วจิตอสูรระดับสองสิบลูกหรอ แต่ก็นะเราไม่สามารถทำอะไรได้"
ชายหนุ่มเมื่อเห็นของรางวัลก็ตื่นเต้นอยู่นิดๆ แต่เมื่อเห็นขั้นพลังของฝั่งตรงข้ามก็ได้แต่ส่ายหัวออกมา เขาตอนนี้ไม่มีพลังเพียงพอที่จะไปสังหารมันหรอก ส่วนการอัญเชิญบริวารของท่านอาจารย์นะหรอ เขาบอกแค่ว่ามันไม่ได้ ในตอนนี้ชายหนุ่มสามารถใช้มันได้หนึ่งครั้งต่อเดือนเท่านั้น
เขาก็เพิ่งมารู้ทีหลังนี้เองว่ามันมีเงื่อนไขเช่นนี้ ถ้าเกิดว่าเขายังทำการอัญเชิญภายในเวลาดังกล่าวนั้นบริวารที่เป็เทพัจะแว้งกัดและย้อนมาทำร้ายตัวของชายหนุ่มเองและนี้ก็คือเงื่อนไขที่ท่านอาจารย์ตั้งเอาไว้
เขายังได้รู้อีกว่าเมื่อสายเืเทพัะพัฒนาไปในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆการย่นระยะเวลาของการอัญเชิญก็จะสั้นลงมาจนกระทั่งกลายเป็อิสระที่จะใช้งานมัน
ชิงหลงเซียนก็ดูเหมือนจะเป็ห่วงลูกศิษย์รักของตนจึงได้ทำเช่นนี้ เพื่อที่จะให้เขาไม่หลงในอำนาจและบ้าคลั่งในพลังมากเกินไป ที่สำคัญเลยก็คือร่างกายของเขาจะรับมันไม่ไหว การอัญเชิญในแต่ละครั้งนอกจากจะกินพลังงานยุทธมหาศาลแล้ว ก็กินพลังงานชีวิตส่วนลึกภายในร่างอย่างมหาศาลเช่นเดียวกันซึ่งในข้อนี้เขาไม่ได้บอกกับชายหนุ่มไว้ ตราบใดที่เขาขึ้นสู่เทพิญญายุทธ พลังชีวิตที่ถูกกลืนกินก็จะกลับมาเฉกเช่นเดิมและสามารถใช้มันได้อย่างไม่มีข้อจำกัดอะไร
"เฮ้อ เหลืออีกยี่สิบวันกว่าจะใช้ได้อีกครั้งนึง ชั่งเถอะ เราหาภารกิจที่เราพอจะทำได้ละกัน"
หลินตงบ่นพึมพำออกมาอยู่ภายในใจพร้อมกับหาใบประกาศอันใหม่ ต้องบอกก่อนว่าถ้าชายหนุ่มใช้การร่ายรำอัญเชิญออกมาได้ละก็ไม่ว่าหน้าไหนเขาก็สามารถต่อกรด้วยได้อย่างแน่นอน
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังกวาดมองภารกิจต่างๆอยู่นั่นก็ไปสดุดเข้ากับภารกิจอย่างนึง ความยากของมันเรียกได้ว่าสูงที่สุดภายในแผ่นป้ายประกาศนี้เลยก็ว่าได้
เมื่อเขาเห็นถึงรายละเอียดกับของรางวัลก็อุทานออกมา
"ฝึกฝนสัตว์อสูรระดับสี่ ราชสีห์คลั่งให้เชื่อง รางวัลคือหินลมปราณยุทธห้าสิบก้อน ผู้จ้างวานคือเ้าเมืองเหรินซาน..!!"