
....หมอกบางค่อยๆ จางลงเมื่อเขาเดินออกจากป่าหิน เสียงนกกลางคืนแ่หาย เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักของเขาที่กระทบพื้นดิน
ร่างที่เต็มไปด้วยาแและรอยเืสั่นเล็กน้อย เขาสูดหายใจลึก แต่กลับรู้สึกเจ็บเสียดในอกเหมือนมีเข็มนับร้อยปักอยู่ในเส้นปราณ
มีชายชราคนหนึ่งยืนรออยู่เบื้องหน้า นั่นคือ "ท่านหมอฉิน" คนที่แนะนำเขาไปอวิ๋นหลิน
หมอฉินเป็ชายชราอายุเกินหกสิบ หนวดเคราสีขาวยาวถึงอก ดวงตาคมแต่เต็มไปด้วยเมตตา มือซ้ายถือถ้วยยา มือขวาพยุงตัวด้วยไม้เท้าไม้ไผ่
เมื่อเห็นหานเหวินเดินเข้ามา เขาขมวดคิ้วทันที
หมอฉินมองรอยเืดำคล้ำที่ซึมออกจากข้อมือของเขา ดวงตาเปลี่ยนเป็จริงจัง
“นี่ไม่ใช่เืปกติ… กลิ่นมัน…ไม่ดีเลย”
ท่านหมอพยุงหานเหวินขึ้นกระบี่แล้วบินออกไป
เมื่อถึงกระท่อมของท่านหมอ เขาดึงหานเหวินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ ก่อนหยิบกล่องไม้เก่าออกมา ภายในมีสมุนไพรหายากหลายชนิด กลิ่นหอมขมผสมกันฟุ้งเต็มห้อง
หมอฉินบดสมุนไพรผสมกับน้ำยาสีเขียวเข้ม แล้วให้เขาดื่ม “นี่จะบรรเทาพลังที่กำลังทำร้ายเส้นปราณเ้าได้ชั่วคราว”
หานเหวินดื่มรวดเดียวหมด แต่รู้สึกได้เพียงความเย็นวาบวิ่งผ่านเส้นเื ก่อนที่ความเจ็บจะลดลงเพียงเล็กน้อย
“ท่านหมอ…ดอกหงเซียงสีดำ…มันเริ่มพูดกับข้าแล้ว” เสียงเขาแ่แต่สั่นเล็กน้อย
หมอฉินชะงัก มือที่ถือช้อนค้างกลางอากาศ “เ้ารู้หรือไม่ว่ามันหมายถึงอะไร? นั่นคือสัญญาณว่ามันกำลังกลืนิญญาเ้า”
หานเหวินยิ้มบาง “ข้ายังควบคุมมันได้อยู่”
หมอฉินพูดเสียงยาว “เ้าอาจคิดเช่นนั้น…แต่วันหนึ่งมันจะไม่ใช่เ้าที่ใช้ดอกไม้…จะเป็ดอกไม้ที่ใช้เ้า”
เขาวางมือบนบ่าหานเหวิน บีบแน่นราว้าย้ำเตือน “หากยังเป็เช่นนี้ อีกไม่นาน…เ้าจะไม่เหลือความเป็มนุษย์”
หานเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง มองออกไปนอกหน้าต่างที่ลมยามค่ำพัดกลีบดอกหงเซียงสีดำเล็กๆ หลุดลอยมาจากที่ไหนไม่รู้ กลีบหนึ่งติดบนขอบหน้าต่างราวกับเฝ้าฟังบทสนทนานี้อยู่
หมอฉินจ้องกลีบดอกหงเซียงสีดำที่เกาะขอบหน้าต่างอยู่นาน สีหน้าของเขานิ่ง แต่แววตาแฝงความกังวลลึก
“เ้าเก็บมันไว้ใกล้ตัวตลอดหรือไม่?”
หานเหวินพยักหน้า “ข้า…ซ่อนมันไว้ในหีบกระบี่ วิชากระบี่ของข้า…ยิ่งใช้มัน ก็ยิ่งรุนแรงและสมบูรณ์”
หมอฉินถอนหายใจอย่างหนัก “นั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด พลังเช่นนั้นไม่มีวันได้มาฟรี…มันย่อมเรียกร้องสิ่งตอบแทน”
เขาเดินไปหยิบตำราเก่าขาดๆ จากชั้นหนังสือ หน้ากระดาษเปื้อนรอยหมึกและคราบสมุนไพร
พลิกไปจนถึงหน้าที่มีภาพวาดดอกไม้สีดำบานสะพรั่งท่ามกลางเืและเถ้าถ่าน “ดอกหงเซียงสีดำ…เป็สัญลักษณ์ของสัญญาต้องห้ามระหว่างมนุษย์กับสิ่งเร้นลับ มันมอบพลังแลกกับิญญาและลมปราณของผู้”
หานเหวินมองภาพนั้น สายตาไม่หลบเลี่ยง
“ถ้าต้องแลกกับชีวิตข้า…แต่สามารถล้างแค้นให้เสร็จสิ้น ข้าก็ยอม”
หมอฉินหันกลับมา แววตาคมจ้องเขม็ง “เ้ายังเด็กนัก แต่ข้าเข้าใจ…เพียงแต่ถ้าเ้าพลาดแม้เพียงก้าวเดียว พลังนั้นจะไม่ฟังคำสั่งเ้าอีกต่อไป”
ทันใดนั้น ร่างหานเหวินชะงัก แขนขาสั่นรุนแรง ลมหายใจติดขัด
เส้นเืสีดำลามขึ้นจากลำคอไปถึงขมับ ราวกับมีพิษร้ายไหลเวียนอยู่ภายใน ดวงตาซ้ายของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงเข้มจนเห็นเส้นเืแตกเป็ตาข่าย
พลังอาฆาตไหลทะลักออกจากตัวจนตะเกียงน้ำมันในห้องสั่นไหว
หมอฉินรีบหยิบเข็มเงินสิบสองเล่ม เสียบลงตามจุดชีพจรบนแขนและอกหานเหวินอย่างรวดเร็ว
“นั่งนิ่ง! สูดลมหายใจลึกๆ ตามข้า”
เสียงกระดูกในร่างหานเหวินลั่นกราวเหมือนถูกบีบอัดจากภายใน ลมปราณของเขาวิ่งพล่านควบคุมไม่ได้ กระบี่ที่พิงผนังสั่นเองจนหลุดจากฝัก ลอยขึ้นกลางอากาศเหมือนจะฟันทุกสิ่งรอบตัว
หมอฉินกัดฟันกดฝ่ามือเข้าที่หลังของเขา ส่งพลังปราณหมอแทรกเข้าไปกดดันพลังป่าเถื่อนนั้นให้ช้าลง
กลิ่นดอกหงเซียงสีดำโชยเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้แรงและชัดเจนจนเหมือนมีทุ่งดอกไม้สีดำทั้งทุ่งเบ่งบานอยู่รอบตัว
ในภาพลวงตา หานเหวินเห็นเงาร่างสีดำสูงตระหง่านเดินออกมาจากหมู่ดอกไม้ มันไม่มีหน้า มีเพียงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยฟันสีเื
“มอบทุกสิ่งให้ข้า…แล้วเ้าจะไม่มีใครต้านได้” เสียงนั้นดังอยู่ในหัวเขา
หานเหวินกัดฟัน “ไปให้พ้น!”
เสียงคำรามของเขาดังก้อง จนหมอฉินต้องเร่งฝังเข็มอีกหลายจุดพร้อมกับท่องคาถากดพลังเส้นปราณโบราณ
นานกว่าครึ่งชั่วยาม ในที่สุดพลังคลั่งก็สงบลง
หานเหวินฟุบลงกับโต๊ะ หยาดเหงื่อไหลเป็สาย เืสีดำปนแดงซึมออกจากมุมปาก
หมอฉินเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเขา ก่อนพูดด้วยเสียงหนักแน่น “นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น…ต่อไปมันจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่า ถ้าเ้ายังใช้พลังของมันบ่อยๆ”
หานเหวินยิ้มซีดๆ “ข้ารู้…แต่ข้ายังมีเื่ที่ต้องทำ”
หมอฉินส่ายหน้า แต่ไม่ได้ห้ามต่อ เพียงวางขวดยาเล็กๆ บนโต๊ะ “นี่จะช่วยชะลอผลของมันได้เพียงเล็กน้อย จำไว้…อย่าใช้มันเว้นแต่จำเป็จริงๆ”
คืนวันนั้น หานเหวินนอนอยู่ที่บ้านหมอฉิน เสียงลมพัดลอดช่องหน้าต่างพาเอากลิ่นดอกหงเซียงสีดำแ่ๆ เข้ามาอีกครั้ง
เขาลืมตาขึ้นมองเพดาน รู้ดีว่าทุกลมหายใจต่อจากนี้ คือการเดินอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความเป็มนุษย์…และปีศาจ
แว้บหนึ่งของความคิดและความเ็ป หานเหวินมีความคิดวกวนกลับไปยังใบหน้ายิ้มอ่อนโยนของศิษย์พี่เจี้ยงหยวน เสียงหัวเราะและคำสอนที่เคยให้ยังชัดในความทรงจำ ราวกับเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน
ความอบอุ่นนั้นกลับแทรกด้วยหนามแหลมแห่งความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ เพราะการแก้แค้นของตน ทำให้ศิษย์พี่ต้องเดือดร้อน
เขานึกถึงวันที่ศิษย์พี่เคยยืนขวางให้ตอนตนถูกกลั่นแกล้ง น้ำเสียงที่เอ่ยว่า "เ้ามีข้าคนเดียวก็พอ" ยังคงดังในหัว
ดวงตาหานเหวินร้อนผ่าว เขาไม่รู้ว่าศิษย์พี่ตอนนี้จะถูกสำนักอวิ๋นหลินลงโทษอย่างไร จะเ็ปทรมานแค่ไหน หรือโดนกรอกยาพิษโยนให้สัตว์อสูรแทะกัดกินเนื้อไปแล้ว
แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา ความเสียใจ เ็ป การทรยศคนที่ไว้ใจเราที่สุด
ดอกหงเซียงตอบรับน้ำตานั้น ส่งกลิ่นที่แปลกประหลาด หลี่หานเหวินค่อยๆผ่อนคลายความเ็ปและนอนหลับลงไป.....(ราตรีสวัสดิ์)