อนงค์ลุกขึ้นจากเตียง แล้วคุกเข่าเข้าไปคุยกับพี่ชายของตัวเอง
“อนงค์ไม่เป็อะไรใช่มั้ย น้องหลับไปสองคืน พี่เป็ห่วงมากเลย” อนันต์กล่าว
“น้องไม่เป็อะไรค่ะ น้องขอโทษพี่นะ ที่เข้าใจพี่และพี่ฉวีผิดไป ที่แท้เธอก็ยอมเอาตัวเองชดใช้หนี้แทนพี่” อนงค์กล่าวอย่างรู้สึกผิด
“นี่น้องรู้แล้วหรอ ยังไงอนงค์ก็ต้องช่วยฉวีออกมานะ พี่ขอร้อง” อนันต์ขอร้อง
“ค่ะ อนงค์จะหาทางช่วยพี่ฉวีให้ได้ค่ะ” อนงค์กล่าว
*****************************************
อนงค์คิดที่จะไปกู้นอกระบบ เพื่อนตำรวจด้วยกันเลยแนะนำให้เธอติดต่อมือขวาของเ้าพ่ออย่างเฉียนหยาง
ดังนั้นอนงค์จึงไปหาเฉียนหยาง มือขวาของเ้าพ่อตามที่เพื่อนบอก เธอเดินเข้าไปพบเขาก็จำได้ทันทีว่า เขาคือผู้ชายคนเดียวกับที่อยู่ในลิฟท์โรงแรมเพียงอินน์ตอนนั้น
“คุณ้าพบผม ด้วยเื่อะไรไม่ทราบครับ” เฉียนหยางกล่าว
“ฉันขอกู้เงินสิบล้านค่ะ” อนงค์รีบบอกวัตถุประสงค์
“เงินตั้งสิบล้าน คุณจะมีปัญญาใช้ผมหรอครับ” เฉียนหยางกล่าวอย่างดูถูก
“ถ้าคุณให้เวลาฉัน ฉันน่าจะขายบ้านและทยอยใช้คุณได้ไม่ยากค่ะ” อนงค์อธิบาย
“ถ้าผมให้เวลาคุณแค่เดือนเดียวล่ะ” เฉียนหยางกล่าว
“นี่คุณ คุณให้เวลาฉันสักปีนึงไม่ได้หรอ” อนงค์ต่อรอง
“ถ้าอย่างนั้น ผมมีข้อเสนอให้คุณ ถ้าไม่รับก็กลับไปได้เลยครับ” เฉียนหยางกล่าว
“งั้น คุณก็ว่ามาสิคะ” อนงค์ลองฟัง
“คุณต้องตกลงแต่งงานเป็ภรรยาผม” เฉียนหยางกล่าว
“ไม่ค่ะ ฉันขอปฏิเสธ งั้นลาเลยนะคะ” อนงค์กล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืนหันหลังเตรียมกลับ
“คุณได้เป็ภรรยามาเฟียเชียวนะครับ แถมผมก็ยอมยกย่องคุณ ไม่ได้เห็นคุณเป็เมียบำเรอด้วย ลองคิดดูดีๆ นะครับ” เฉียนหยางะโบอกระหว่างที่อนงค์กำลังเดินออกไป
อนงค์ได้ยินดังนั้น แต่เธอก็ไม่อยากเป็เมียมาเฟียอยู่ดี แต่พอเธอจะก้าวออกไปจากห้องของเฉียนหยาง เธอก็นึกถึงพี่สะใภ้ ที่ตอนนี้กำลังถูกกดขี่ข่มเหง อนงค์ไม่อาจยอมให้พี่สะใภ้ชดใช้หนี้แทนครอบครัวตัวเองได้อีกแล้ว เลยยอมหันไปเจรจากับเฉียนหยางใหม่ดีๆ
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ” อนงค์กลับมานั่งและเจรจากับเขา
“เป็ภรรยาผมน่ะหรอครับ ก่อนอื่นคุณก็ไปจดทะเบียนสมรสในวันพรุ่งนี้ มะรืนก็ไปแต่งงานที่โบสถ์ แต่คุณต้องยอมหน่อยนะ เพราะไม่มีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานแต่งงานของพวกเรา จากนั้นก็ยอมเข้าหอกับผม” เฉียนหยางกล่าว
อนงค์ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ยังไม่หมดครับ คุณจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้แม่ผมยอมรับตัวคุณให้ได้ และที่สำคัญคุณจะต้องผ่านด่านของเ้าพ่อ ซึ่งเขาจะทดสอบคุณเมื่อคุณมาเป็ภรรยาของผม นี่แหละครับ การชดใช้หนี้” เฉียนกล่าว
“เอาเถอะค่ะ ฉันยอมทำก็ได้” อนงค์ยอมรับด้วยความจำใจ
อนงค์ยังคงจ้างให้พี่เลี้ยงดูแลพี่ชาย และจ้างให้นักกายภาพบำบัดมาฟื้นฟูร่างกายพี่ชายรอบสุดท้าย เห็นนักกายภาพบอกว่าพี่ชายเธอมีโอกาสหาย
หลังจากเธอก็ยินยอมทำตามเงื่อนไขของเฉียนหยาง
อนงค์เดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับมือขวาเ้าพ่อ เธอเองก็รู้สึกเครียด เพราะว่าที่สามีของเธอมีใบหน้าที่เ็าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ไม่มีความหวานและอ่อนโยนเลยสักนิด
วันที่อนงค์จะต้องแต่งงานที่โบสถ์ เธอเห็นแต่ลูกน้องของเฉียนหยางเท่านั้นที่มาร่วมเป็สักขีพยาน และเธอก็จะต้องกล่าวคำสาบานตนและพร้อมกับจุมพิต เขาก็จูบเธอแบบแกนๆ เหมือนทำตามพิธีให้มันเสร็จๆ ไป และแล้วก็มาถึงพิธีเข้าหอ อนงค์ก็ต้องยินยอมพร้อมใจเข้าหอกับเขาเพื่อชดใช้หนี้สิน
อนงค์ตื่นขึ้นมาตอนเช้า เธอพบว่าตัวเธอนอนแต่เพียงผู้เดียว ตอนนี้เธอปวดระบมไปทั้งร่างกาย แต่ก็พยายามขยับตัวลุกขึ้นเพื่อจะไปอาบน้ำชำระร่างกาย อนงค์เหลือบไปเห็นเช็คเงินสิบล้านบาทอยู่ที่หัวเตียง
ตอนนี้อนงค์รู้สึกเหมือนตัวเองขายตัวอยู่ยังไงก็ไม่รู้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะมีสภาพแบบนี้ไปได้ แม้มีน้ำตาซึม แต่เธอก็ต้องอดทนลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว และรีบเดินทางไปบ้านของมาเฟียหม่าหวิน เพื่อรับตัวพี่สะใภ้กลับบ้านพี่ชายทันที
“มีธุระอะไรไม่ทราบ” ภรรยาหม่าหวินกล่าว
“ฉันจะชดใช้หนี้สินของพี่ชายฉัน และพาตัวฉวีวรรณกลับบ้าน” อนงค์บอกวัตถุประสงค์
“ได้ งั้นเอาเงินมาสิ” ภรรยาหม่าหวินกล่าว
“นำสัญญายืมเงินมาก่อนสิ” อนงค์กล่าว
ภรรยาหม่าหวินจึงไปหยิบสัญญายืมเงินมาทันที
บัดนี้อนงค์สามารถพาฉวีวรรณกลับบ้านของพี่ชายเธอได้แล้ว แต่ทว่าฉวีไม่ยอมเข้าไปในบ้าน
“ตอนนี้ฉันเป็ผู้หญิงสกปรกมาก ฉันไม่อาจสู้หน้าเขาได้หรอก” ฉวีวรรณกล่าว
“อย่าคิดอย่างนั้นพี่ฉวี พี่ชายฉันรักพี่ฉวีมากจริงๆ เขาไม่คิดถึงเื่อดีตของพี่ฉวีหรอก และตอนนี้เขาก็รู้สึกผิดมาก ว่าเป็เพราะเขาไม่เอาไหน จึงเป็ต้นเหตุให้ภรรยาไปเป็เมียบำเรอไอ้หม่าหวินนั่น” อนงค์กล่าวอย่างฉุนเฉียน
“แต่ว่า ฮือฮือ” ฉวีวรรณร้องไห้เพราะเกลียดตัวเอง
อนงค์กอดพี่สะใภ้เอาไว้ พร้อมกับขอโทษที่เคยพูดจาไม่ดี และขอบคุณที่เธอยอมช่วยพี่ชาย หลังจากนั้นก็พาพี่สะใภ้เข้าไปในบ้าน แต่ทั้งสองก็พากันตะลึง
พี่ชายของอนงค์เดินออกมาต้อนรับภรรยาและน้องสาว โดยที่ไม่ต้องนั่งรถเข็นอีกต่อไป
ฉวีลืมตัววิ่งเข้าไปกอดอนันต์ด้วยความดีใจ ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ทำให้อนงค์ปลื้มใจที่ครอบครัวตัวเองกลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่ทว่าตัวเธอนี่สิจะต้องอดทนกับชีวิตครอบครัวที่เหมือนจะไม่ใช่ครอบครัวที่ฝันไว้
สักพักลูกน้องของเฉียนหยางก็มารับตัวอนงค์กลับบ้าน จนพวกพี่ๆ พากันใ
“นั่นจะพาน้องสาวฉันไปไหนน่ะ” อนันต์กล่าว
“อ้าว คุณผู้หญิงยังไม่บอกครอบครัวหรอครับว่า คุณผู้หญิงแต่งงานเป็ภรรยาของคุณเฉียนหยางไปแล้ว” ลูกน้องสามีกล่าว
“อะไรนะ อนงค์ ทำไมน้องไม่เคยบอกพี่เลยล่ะ” อนันต์กล่าว
“เดี๋ยว ถ้าสะดวกเมื่อไหร่ น้องจะเล่าให้พี่ๆ ฟังนะคะ แต่ตอนนี้น้องขอตัวก่อน” อนงค์ยังไม่สามารถอธิบายอะไรได้ในตอนนี้
อนงค์จำใจต้องตามลูกน้องของสามีกลับบ้านทันที ในใจเธอคิดว่า เธอกำลังจะมีความสุขสักหน่อย แต่ก็ต้องกลับไปทนเห็นหน้าอันเ็าของสามีอีกแล้ว
“ผมจะให้คุณย้ายไปอยู่กับแม่ของผมนะครับ” เฉียนหยางกล่าว
“ก็ได้ค่ะ ย้ายวันนี้เลยใช่มั้ย” อนงค์กล่าว
“เปล่า คืนนี้คุณอยู่ผมก่อน ค่อยไปพรุ่งนี้ครับ” เฉียนหยางกล่าว
อนงค์มีอะไรกันกับเขาทั้งคืน พอตื่นมาก็ไม่เคยเห็นหน้าสามีตัวเองอีกแล้ว เธอรู้สึกน้อยใจแต่ก็อดทนไว้ วันนี้เธอเลยรีบขนของไปที่บ้านแม่สามีทันที
อนงค์คิดว่าแม่สามีของเธอต้องดุและกดขี่ข่มเหงสะใภ้อย่างแน่นอน แต่ที่ไหนได้ แม่ย่ารีบวิ่งเข้ามากอดอนงค์พร้อมกับหอมแก้มอย่างกับคนสนิทคุ้นเคยกันมานาน
“แม่ดีใจมากเลยนะลูก ที่เฉียนหยางยอมมีภรรยาเสียทีน่ะ แม่อยากมีลูกสาวมาตั้งนานแล้ว แต่แม่ดันมีลูกชายเพียงคนเดียว แม่ก็เลยนับวันตั้งตารอคอยลูกสะใภ้อย่างหนูเลยนะ” แม่สามีกล่าว
“อ๋อ ค่ะ หนูก็ดีใจที่ได้เจอคุณแม่ค่ะ” อนงค์กล่าว
“ถ้าอย่างนั้น ดีเลย วันนี้หนูไปเดินแฟชั่นให้แม่นะ” แม่สามีกล่าว
“อะไรนะคะ เดินแฟชั่น” อนงค์ใ
“ไปกันค่ะ” แม่สามีรีบพาเธอไปเดินถ่ายแบบทันที
อนงค์ใเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้เดินแฟชั่นเหมือนกับตอนที่เธออยู่ที่เรือนกาญจนาเลย แต่เพราะอนงค์ได้ฝึกฝนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้อนงค์เดินได้อย่างสบายๆ ยิ่งกว่ามืออาชีพเสียอีก ทำให้แม่สามีเป็ปลื้มเป็อย่างมาก
วันถัดมา อนงค์กะว่าจะไปเยี่ยมพี่ชายตัวเองเสียหน่อย สักพักก็มีกลุ่มมาเฟียมาเชิญเธอไปที่บ้านของเ้าพ่อ อนงค์เข้าไปในบ้านก็พบกับลูกสาวเ้าพ่อที่มองเธออย่างเอาเื่
“เธอใช่มั้ยที่แย่งเฉียนหยางไปจากฉันน่ะ” ลูกสาวเ้าพ่อกล่าว
“ค่ะ ฉันเป็ภรรยาเฉียนหยาง แต่ฉันไม่รู้ว่าได้แย่งเขาไปจากใคร” อนงค์กล่าว
“งั้นพวกเราจะได้เห็นดีกัน” ลูกสาวเ้าพ่อเดินหนีกลับเข้าไปในบ้าน
อนงค์ถูกเชิญให้พบกับเ้าพ่อทันที
“เชิญนั่งสิ อนงค์ ฉันคือเ้าพ่อเป็เ้านายของสามีเธอ” เ้าพ่อแนะนำตัว
“ค่ะ ฉันทราบ” อนงค์กล่าว
“ฉันจะยกตำแหน่งเ้าพ่อให้สามีของเธอ และวางแผนจะให้เขาแต่งงานกับลูกสาวฉัน แต่ในเมื่อเขาแต่งงานกับเธอไปแล้ว ดังนั้นฉันจะทดสอบเธอว่าเหมาะที่จะเป็ภรรยาเ้าพ่อหรือเปล่า” เ้าพ่อกล่าว
“แล้วต้องทดสอบยังไงคะ” อนงค์กล่าว
“ยิงปืน ต่อสู้ หากเธอชนะ เธอก็เดินขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ได้เลย” เ้าพ่อกล่าว
“อะไรนะคะ ฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยหรอคะ” อนงค์แปลกใจ
“ใช่ เธอจะต้องทำให้ทุกคนที่นี่ยอมรับในตัวเธอให้ได้” เ้าพ่อกล่าว
ที่อนงค์ใไม่ใช่เพราะเธอจะต้องทำทุกอย่างให้ทุกคนยอมรับ แต่ที่ใเพราะกิจกรรมที่ให้เธอทำมันเหมือนกับที่เธอเคยทำในเรือนกาญจนาทุกอย่าง ดังนั้นอนงค์จึงสามารถยิงปืนถูกกลางเป้า ั้แ่นัดแรกเสียด้วยซ้ำ
นอกจากนี้อนงค์ยังสามารถชนะการต่อสู้ได้อย่างสบายๆ ทำให้ลูกสาวเ้าพ่อนึกไม่ถึง เพราะไม่รู้ประวัติของอนงค์ว่าเธอเคยเป็ตำรวจมาก่อน
อนงค์สามารถเดินไปนั่งบนบัลลังก์อย่างสง่างามและไม่เกรงกลัวผู้ใด มีมาดของว่าที่ภรรยาเ้าพ่อในอนาคตอย่างเฉียนหยางโดยแท้จริง ทุกคนพากันเฮและยอมรับในตัวเธอ
แต่พออนงค์กลับมาที่บ้านของแม่สามี ก็พบกับเฉียนหยางที่ออกมาต้อนรับเธอ พร้อมกับกอดและหอมเธอโดยไม่เก๊กแบบเดิมอีกแล้ว จนเธอเองก็แปลกใจ
“ทุกคนยอมรับในตัวคุณแล้วนะครับที่รัก” เฉียนหยางกล่าว
“คุณอย่าพูดอย่างนี้จะดีกว่าค่ะ ในเมื่อคุณก็ไม่ได้รู้สึกรักฉันจริงๆ น่ะ” อนงค์กล่าว
“ใครบอกล่ะครับ คุณเป็คนรักของผมมาตั้งนานแล้วนะครับ” เฉียนหยางยอมเปิดเผย
“ตอนไหนไม่ทราบคะ” อนงค์สงสัย
“ั้แ่คุณอายุ 12 ขวบเลยไง” เฉียนหยางกล่าว
“อะไรนะคะ ฉันไม่เห็นจำได้ว่ามีแฟนตอนอายุ 12 ขวบ” อนงค์กล่าว
“ก็สร้อยที่คุณสวมอยู่ไงครับ เป็สร้อยที่ผมให้คุณไว้ั้แ่ตอนนั้น แต่ปัจจุบันผมเห็นคุณยังใส่มันอยู่ในตอนที่ผมอยู่ในลิฟท์นั่นแล้ว รู้มั้ยผมดีใจมากที่ในที่สุดผมก็ได้พบคุณอีกครั้ง” เฉียนหยางกล่าว
“ที่แท้คุณก็คือเด็กผู้ชายขี้อายคนนั้น ที่ฉันยอมใส่เพราะมันเป็สร้อยทองที่มีค่านี่คะ ไม่นึกว่าเด็กชายคนนั้นจะยอมยกของมีค่าให้คนอื่น แต่ทว่าที่คุณบอกว่าดีใจนี่ หน้าตาคุณในตอนนี้มันไม่ได้แสดงอารมณ์และความรู้สึกว่าดีใจเลยนะคะ” อนงค์กล่าว
“ก็ผมฝึกเป็มาเฟียั้แ่เด็กนี่ครับ พวกผมไม่สามารถแสดงอารมณ์ให้ใครเห็นได้ แต่ผมมักจะหลุดเมื่ออยู่กับคุณ ดังนั้นทุกเช้าผมจะให้คุณเห็นหน้าผมตอนดีใจไม่ได้ มันเสียการปกครองครับ” เฉียนหยางกล่าว
“แล้วทำไมคุณถึงยอมรับตรงๆ ล่ะคะ” อนงค์กล่าว
“ก็ผมแอบเห็นคุณน้อยใจผมด้วยนี่ ถ้าคุณทิ้งผมไป ผมก็แย่สิครับ” เฉียนหยางกล่าว
“แล้ววันนี้คุณมาเยี่ยมแม่คุณหรอคะ” อนงค์เขินจนต้องรีบเปลี่ยนเื่
“เปล่าวันนี้ผมมารับคุณกลับบ้าน ผมอนุญาตให้คุณอยู่กับแม่แค่สองวันครับ ผมหวงคุณมาก” เฉียนหยางกล่าว
“หวงแม้กระทั่งแม่คุณเนี่ยนะ” อนงค์กล่าว
“ก็แม่ผมให้คุณไปเดินถ่ายแบบไม่ใช่หรอครับ เื่อะไรผมจะยอมให้คุณไปโชว์ให้ผู้ชายคนอื่นเห็นอีก” เฉียนหยางกล่าว
“ครอบครัวคุณดูแปลกๆ ดีนะคะ หากคุณไม่อธิบาย ฉันคงเข้าใจผิดไปอีกนาน และรีบหนีกลับบ้านเสียเลย” อนงค์กล่าว
“เอาล่ะครับ กลับบ้านกันเถอะ” เฉียนหยางตัดบทรีบพาภรรยากลับบ้านทันที
อนงค์นึกแปลกใจกับเรือนกาญจนา สรุปคือ มันเป็สถานที่ฝึกให้เธอเตรียมตัวเป็ภรรยาของเฉียนหยาง และเตรียมตัวเป็ภรรยาของเ้าพ่อเฉียนหยางในอนาคตหรือนี่
อนงค์นึกขอบคุณเรือนหลังนี้ที่ทำให้เธอได้เข้าใจพี่ฉวีวรรณว่า พี่สะใภ้ไม่เคยคิดนอกใจและที่ทำลงไปก็เพราะชดใช้หนี้แทนเท่านั้น และที่สำคัญเธอนึกขอบคุณที่ทำให้ชีวิตครอบครัวของพี่ชายกลับมามีความสุขอีกครั้ง
จบบทที่ 5