รถสปอร์ตสมรรถนะสูงสีเหลืองขับมาจอดเทียบด้านหน้าตรงที่มนธิชายืนอยู่ คนตัวเล็กแค่มองผ่านๆไม่ได้สนใจอะไร เพราะไม่เคยเห็นรถคันนี้มาก่อน เธอจึงหันไปมองนู่นมองนี่แทน จนกระทั่งคนในรถกดลดกระจกลง
“พี่เจย์..?”
มนธิชาขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอมองจีรภัทร์งงๆ เพราะไม่รู้ว่าพี่เขามีรถอยู่กี่คันกันแน่ เมื่อเช้านี้ยังขับรถยนต์คันสีดำมี 4 ที่นั่งมาส่งเธออยู่เลย พอตกเย็นมากลับเปลี่ยนเป็คันสีเหลือเท่ๆ ที่นั่งได้แค่ 2 คนซะแล้ว แถมคันนี้ก็ดูหรูหรามากซะจนเธอไม่กล้าขึ้นไปนั่งด้วยเลย กลัวตัวเองนั้นจะซุ่มซ่ามไปทำรถพี่เขานั้นเป็รอยเข้า
“น้องมินนี่มาขึ้นรถครับ ฝนจะตกแล้วนะ.. เหม่ออะไรของหนูอยู่ฮึ~?”
เสียงของคนที่ใส่เสื้อสูทสีน้ำเงินอยู่ในรถเรียกขึ้น ทำให้คนตัวเล็กรีบก้าวฉับๆมาขึ้นรถทันที
“สวัสดีค่ะ” คนตัวเล็กยกมือไหว้ลงที่กลางอกกว้างของพี่เขา ก่อนเธอจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวาน
“สวัสดีครับ..” คนตัวสูงยิ้มบางตอบกลับ ยื่นมือหนาไปลูบหัวทุยน้อยๆของน้องสองสามทีอย่างอ่อนโยน ก่อนจะขับรถออกไปจากหน้าโรงเรียน
ระหว่างทางที่กำลังขับรถกลับบ้าน จีรภัทร์ถามมนธิชาเื่เรียนว่าเธอเป็ยังไงบ้าง ก่อนทั้งคู่จะคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฝนเริ่มตก คนตัวเล็กจึงหยุดพูดกับเขาไปแล้วนั่งเงียบพร้อมกับมองออกไปนอกกระจกรถนิ่งๆ
ซ่าาา~
ฝนที่เทกระหน่ำลงมานั้นได้แรงขึ้นเรื่อยๆ จนบดบังทัศนวิสัยแทบมองไม่เห็นถนนเบื้องหน้า ทำให้ไม่สามารถขับรถต่อไปได้ จีรภัทร์จึงแวะเข้าจอดข้างทางตรงจุดที่ปลอดภัย เพื่อรอให้ฝนซาก่อนเขาค่อยจะขับต่อไปอีก
ซ่าาา~
“พวกมึงเปิดประตูให้กูเข้าไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นถ้ากูเข้าไปเองได้ กูจะเอาให้ไม่โตดี เอาแบบไม่ปราณีทั้งสองคนเลยพยศกันดีนัก อีพวกเด็กกาฝาก!”
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!
“ฮึก!!’’
มนธิชาที่กำลังนั่งเหม่อลอยมองเม็ดฝนลงมากระทบที่ข้างกระจกรถอยู่นั้น จู่ๆก็เกิดมีอาการภาวะะเืใจอย่างรุนแรงขึ้น จนเธอสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยอาการใ เพราะขณะที่มองดูฝนตกลงมามันทำให้เธอนึกย้อนไปเห็นภาพเหตุการณ์ที่ยังคงฝังใจในคืนเลวร้ายที่ผ่านมา แม้อาการมันจะไม่ได้หนักหนามากแต่ทุกครั้งที่ฝนตกหนักเธอจะมีภาวะเครียดและกังวล พร้อมกับหวาดกลัวจนสะดุ้งใอยู่บ่อยๆไปด้วย
“หนูเป็อะไรครับ? ใอะไรฮึ?”
คนตัวสูงรีบยื่นมือไปจับแขนเล็กๆของเด็กน้อยที่กำลังกอดอกตัวเองไว้แน่น หลังจากที่เธอสะดุ้งสุดตัวเหมือนใอะไรบางอย่าง ทั้งๆที่ฟ้าก็ไม่ได้ร้อง แค่มีฝนกระหน่ำตกลงมาหนักก็แค่นั้น
“น้องมินนี่.. มองหน้าพี่ซิ หนูใอะไรครับ?” จีรภัทร์พยายามจะช้อนคางคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุด หลับตาปี๋กอดตัวเองแน่นให้หันมามองหน้าเขา แต่เธอกลับไม่ยอมโอนอ่อนตาม จนมันทำให้เขารู้สึกเป็ห่วงขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม
“น้องมินนี่.. หนูกลัวอะไรอยู่ครับ?”
เขาย้ำถามถึงสามรอบแล้ว แต่เธอยังคงไม่ตอบอะไรกลับมา แถมเอาแต่นั่งหลับตาปี๋กอดตัวเองไว้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
พรึ่บ!!!
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา.. คนตัวเล็กได้ถูกช้อนตัวให้มานั่งอยู่บนตักแกร่ง ก่อนเขาจะรีบปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเดียวที่ใส่อยู่นั้นออกมา แล้วใช้มันคลุมตัวให้กับเด็กน้อยที่นั่งสั่นสะท้านอยู่บนตัก พร้อมกับโอบกอดร่างเล็กด้วยอ้อมแขนแข็งแรงเอาไว้แน่นเพื่อให้ความอบอุ่นแก่เธอขึ้นอีกชั้นนึง ก่อนเขาจะลูบหัวและแผ่นหลังของเธอไปมาอย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมใจให้เธอนั้นรู้สึกปลอดภัยและหายหวาดกลัวไปด้วย…
“ชู่ว~ หนูไม่ต้องกลัวนะครับ พี่อยู่ตรงนี้ครับ.. พี่อยู่ตรงนี้~ ค่อยๆหายใจเข้าลึกๆ…… หายใจออกช้าๆ…… เก่งมากครับ.. เด็กน้อยของพี่~”
คนตัวเล็กทำตามที่เ้าของอ้อมแขนอบอุ่นกระซิบบอกข้างหูอย่างว่าง่าย ไออุ่นจากแผงอกกว้างและคำพูดแสนอ่อนโยนจากเขานั้น มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น จนเมื่อเธอนั้นเริ่มสบายใจดีแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา มองดูทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยสายตาที่คลายกังวลกลับเป็ปกติ
“พี่เจย์ขา~” คนตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นไปออดอ้อนเ้าของแผงอกกว้าง ที่เธอกำลังเอาแก้มตัวเองไปแนบไว้อยู่
“ครับผม~” แววตาอ่อนโยนละมุนละไมกับน้ำเสียงอ่อนหวานและอบอุ่น ที่พี่เขากำลังแสดงออกมาพร้อมกันในตอนนี้ มันทำให้เธอนั้นแก้มแดงระเรื่อขึ้นมาทั้งสองข้าง ยิ้มตาเป็ประกายระยิบระยับ เขินจนเสียอาการนั่งตัวบิดไปบิดมาทำตัวไม่ถูก จนต้องเอาใบหน้าดวงเล็กซุกเข้าไปหลบตรงหน้าอกกว้างแสนอบอุ่นของเขาอีกครั้ง..
จีรภัทร์ยิ้มกว้างก้มมองเด็กขี้อ้อนบนตัก ที่ตอนนี้เธอเขินซะจนเผลอจิกเล็บไปบนสีข้างของเขาทั้งสองข้างไปพร้อมกันด้วยจนเขาเองก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดๆ มันให้ความรู้สึกเจ็บแบบคันยุบยิบที่หัวใจและร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย อาการที่เหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องมันแล่นเข้ามาเล่นงานเขาโดยทันที
เขาก้มมองเด็กที่ยังคงเอาใบหน้าซุกไปกับแผงอกกว้างของตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเพิ่งจะรู้สึกตัวและได้สติว่าตอนนี้เขาอยู่ในท่าที่หวาดเสียวกับเด็กน้อยคนนี้มากแค่ไหน คนตัวสูงจึงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พร้อมกับะโด่าตัวเองในใจไปด้วย
‘ทำเหี้ยอะไรของมึงอยู่เนี่ยไอ้เจย์!! แล้วมึงถอดเสื้อตัวเองออกทำไมก่อน!!?? มีร้อยแปดวิธีที่จะทำให้เด็กน้อยนี่รู้สึกอุ่นขึ้นมาได้ แล้วทำไมมึงเลือกที่จะถอดเสื้อ!! ไอ้ฉิบหายเอ๊ย!!’
คนตัวสูงกุมขมับตัวเองแน่นปวดหัวไปกับความอนาจารแบบไม่ได้ตั้งใจของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆเพื่อควบคุมสติไม่ให้ผลีผลามทำอะไรแปลกๆลงไปแบบเมื่อกี้นี้อีก แม้จะทำไปเพราะว่าเป็ห่วงเด็กน้อยบนตักนี้มากก็เหอะ แต่เขาก็ไม่สมควรทำมันเลยสักนิด!
จีรภัทร์จับหัวไหล่บางทั้งสองข้างของมนธิชาให้ผละออกจากตัวเขาเบาๆ เธอแหงนหน้ามองเขาด้วยดวงตากลมโตน่ารัก ตอนนี้อาการวิตกกังวลกลัวของเธอได้หายเป็ปลิดทิ้งแล้ว
“โอเคแล้วใช่มั้ยครับ? หนูกลับไปนั่งเบาะดีๆก่อนนะ”
คนตัวสูงกำลังจะช้อนเด็กตัวเล็กไปวางไว้ให้นั่งตรงเบาะข้างคนขับเหมือนเดิม แต่เธอกลับเกาะตัวเขาไว้แน่นไม่ยอมลุกไปไหน สายตาคู่โตก็พลันฉายวับเเพรวพราวเ้าเล่ห์ ทำปากจู๋ พยายามยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปากเธอนั้นเกือบจะััเข้ากับริมฝีปากของเขา
จีรภัทร์รีบหันขวับหลบมนธิชาทันทีก่อนที่เขาจะยกมือข้างนึงของตัวเองขึ้นมา แล้วดันหน้าผากของเด็กตัวเล็กบนตักไว้ ซึ่งยัยเด็กแสบนั้นก็ไม่ยอมเขาเหมือนกัน เธอดิ้นขลุกขลักเต็มแรง เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากการที่ถูกเขาจับไว้ ดันหน้าตัวเองขึ้นไปหมายจะััริมฝีปากคนตัวสูงให้ได้ เพราะปลายทางมันอยู่แค่เอื้อม!
“น้องมินนี่!! หยุด! ยัยเด็กคนนี้นี่!”
“อ๊า! ขอน้องคิสหน่อยนึง”
“ไม่!!”
“นิดนึงนะค๊า~ คิสนิดเดียวน๊า เอาแค่เฉียดๆเบาๆพอก็ได้ค่ะ นะๆๆๆๆ”
“ไม่ได้!!! น้องมินนี่!!!”
“อ๊า!! พี่เจย์บีบหัวหนู จนหนูเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย! ปล่อยมือออกจากหัวหนูนะคะ!”
เขาไม่ได้ออกแรงบีบอะไรเลย แค่ดันหัวของเธอไว้แถมใช้มือเดียวด้วยซ้ำ แต่เธอกำลังแกล้งเจ็บเพื่อให้เขาหยุดต่อต้านการจู่โจมจากตัวเองฃ
“หนูก็หยุดหื่นใส่พี่ก่อนสิครับ พี่จะปล่อยออกให้”
“ก็พี่เจย์มาถอดเสื้ออ่อยหนูก่อนทำไมหล่ะคะ!? พอหนูหัวใจสั่นไหวแล้วพี่เจย์ก็ไม่ให้หนูคิสอ่ะ!”
“ที่พี่ถอดออกไปคลุมตัวให้หนู เพราะพี่กลัวหนูจะหนาว เข้าใจมั้ยฮึ? บนรถคันนี้พี่ก็ไม่ได้พกแจ๊คเก็ตไว้ด้วย.. ตอนเห็นหนูตัวสั่นพี่ไม่ทันได้คิดว่าตัวเองทำไม่ถูกวิธี พี่คิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้หนูอบอุ่น พี่เลยถอดเสื้อคลุมให้หนูไว้ไปก่อน”
พอจีรภัทร์อธิบายเหตุผล มนธิชาถึงเริ่มยอมนิ่งสงบลง แม้จะยังทำหน้าเง้าหน้างออิดออดเสียดายใส่เขาอยู่ก็ตาม
“ไปครับ.. หนูกลับไปนั่งดีๆก่อนไป เป็เด็กเป็เล็กอย่าเพิ่งฟุ้งซ่านให้มากนัก มันน่าตีจริงๆเลยยัยเด็กคนนี้”
จีรภัทร์ถอนหายใจออกแรงๆเพื่อระบายความปวดหัวหนึบ จนจะเป็โรคประสาทให้ได้กับเด็กน้อยบนตัก เธอจะรู้มั้ยว่าแค่เขาพยายามควบคุมตัวเองมันก็ยากมากแค่ไหนแล้ว นี่เขายังจะต้องมาควบคุมเธอด้วยอีกคนหรอ
‘ให้ตายเหอะครับ!’
“คอยดูเหอะ! ถ้าหนูโตกว่านี้เมื่อไหร่หนูจะจับพี่เจย์ทำแฟนแน่นอน! พี่เจย์เตรียมใจรับแรงปะทะที่จะเสียตัวให้หนูได้เลยค่ะ!”
เธอประกาศศักดาไว้ราวกับจะเริ่มทำาอะไรบางอย่าง ด้วยน้ำเสียวกร้าวหาญแต่ทรงพลังไปด้วยความ….. น่ารัก..
“น้องมินนี่!! คำพูดคำจา ตีซักทีดีมั้ยฮึ!?” แกล้งดุเสียงเข้มไปงั้น..
“ก็หนูรักพี่เจย์อ่ะ! หนูรักพี่เจย์มากๆเลยนี่นา~ ทำไมหนูจะอยากมีอะไรกับคนที่หนูรักไม่ได้หล่ะคะ?”
“เพราะหนูยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไงหล่ะครับ”
“แปลว่าถ้าหนูบรรลุนิติภาวะแล้ว พี่เจย์จะรักหนูตอบใช่มั้ยคะ?”
“พี่ตอบไม่ได้.. กว่าจะถึงวันนั้นก็อีกตั้งสี่ห้าปี มันนานไป”
“ถ้ามันนานไปเราก็ไม่ต้องรอหนูอายุครบยี่สิบปีก็ได้นะคะ เราแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันตอนหนูอายุครบสิบเจ็ดปีเต็มแล้วก็ได้ค่ะ”
มนธิชาพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังจนจีรภัทร์ยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองไปหนึ่งฉาด เพราะเครียดกับความคิดที่โตเกินวัยของยัยเด็กน้อยบนตักคนนี้
‘จะให้เขาแต่งงานยังงั้นหรอ!!? ให้ตายเหอะครับ!!’
“น้องมินนี่.. หนูฟังพี่ให้ดีนะครับ ตอนนี้หนูต้องโฟกัสที่เื่เรียนและคิดถึงอนาคตตัวเองวันข้างหน้าซะก่อน.. ว่าหนูฝันอยากจะทำอาชีพอะไร อยากจะเป็อะไร ส่วนเื่แต่งงาน อย่าเพิ่งไปคิดถึงมัน เข้าใจที่พี่พูดมั้ย?”
“อนาคตหนูอยากแต่งงานกับพี่เจย์ อยากเป็ภรรยาของพี่เจย์ และมีพี่เจย์เป็สามีค่ะ”
“เหมือนหนูจะยังคุยไม่รู้เื่แฮะ อืม.. ช่างเื่อนาคตที่พี่หมายถึงมันไปก่อนเหอะ เดี๋ยวหนูเรียนไปเรื่อยๆ เจอเพื่อนมากขึ้น ใช้ชีวิตในสังคมมากขึ้น เจอสิ่งใหม่ๆรอบตัวเยอะขึ้น หนูก็จะค้นพบเองแหละ ว่าตัวเองมีความใฝ่ฝันอะไร แต่ตอนนี้หนูกลับไปนั่งดีๆก่อนครับ ฝนเริ่มซาแล้วเดี๋ยวพี่จะขับรถพากลับบ้านต่อ”
คนตัวเล็กทำหน้าบูดบึ้งเสียดายไม่อยากผละออกจากตัวเขา แต่สายตาคนตัวสูงเริ่มดุมากกว่าเดิมแล้ว อีกอย่างฝนก็เริ่มซาแล้วเธอเลยยอมกลับไปนั่งที่ตัวเองดีๆ
จีรภัทร์สวมเสื้อเชิ้ตและติดกระดุมเสื้อด้วยอาการอึดอัด แสร้งมองไปข้างหน้านิ่งๆเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับสายตา ยัยเด็กอันตรายที่นั่งข้างๆ จะไม่ให้เขาอึดอัดจนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องได้ยังไงหล่ะ เพราะตอนนี้เขากำลังโดนเธอคุกคามทางสายตาที่มองแบบแทะโลมหวานหยาดเยิ้ม จ้องร่างกายเขาแบบไม่กระพริบตาไปไหนสักวินาทีเดียวอยู่ เสียงกลืนน้ำลายจากยัยเด็กหื่นนั่นก็ดังเอื้อกตามมาด้วยอีกหลายต่อหลายอึก แสดงอาการอยากจะใช้กรงเล็บขย้ำเขาไปทั้งตัวแบบไม่ปกปิดเลยสักนิด
‘อึบไว้เจย์ อึบไว้ อย่าเผลอหันไปสบตายัยลูกแมวน้อยยั่วสวาทที่กำลังนั่งทำหน้าฟินอยู่ตอนนี้เด็ดขาด!’
จีรภัทร์ถอนหายใจยาวๆ หลังจากรักษาเนื้อรักษาตัวให้รอดพ้นจากสายตาเด็กทะลึ่งนี้ได้สำเร็จ เขาหันมาสบตาเธอแวบนึง ก่อนจะยิ้มบางๆแล้วส่ายหน้าเบาๆ เห็นใบหน้าคนตัวเล็กผิดหวังแบบนั้นแล้วเขาก็อดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ คนตัวสูงยื่นมือไปบีบปลายจมูกโด่งนิดๆนั่นเบาๆทีนึงด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเริ่มขับรถพาเด็กทะเล้นกลับบ้านด้วยกันต่อ เพราะฝนเริ่มซาแล้ว