ทะลุมิติมาหมอหญิงอย่างข้าจะยิ่งใหญ่ในใต้หล้าให้ดู [นิยายแปล]

    บทที่ 38 สมุนไพรถูกแย่งชิง

    ดังนั้นเมื่อเห็นแววตาผิดหวังของชาวบ้าน ฮวาชิงเหยียนก็เพียงยิ้มบาง แม้เพราะเหตุนี้จะทำให้มีคนมาขอรับการรักษาน้อยลง นางก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากสิ่งที่ตนตัดสินใจไว้

    ทว่าที่นางไม่คาดคิดก็คือ แม้ผู้คนจะผิดหวัง แต่ก็ยังเชื่อนางอยู่ดี จึงมีหลายคนที่มีความผิดปกติในร่างกายแต่หาสาเหตุไม่พบ พากันเข้ามาขอให้ฮวาชิงเหยียนวินิจฉัยโรค

    ฮวาชิงเหยียนเห็นผู้คนเริ่มทยอยมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจก็พอใจอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ใบหน้ายังนิ่งเฉยเฉกเช่นเดิม ตั้งใจตรวจอาการและจ่ายยาให้กับคนมารักษาทีละราย หากมีคนขอให้นางปรุงโอสถ นางก็จะจดไว้แล้วให้คนเหล่านั้นมารับในวันถัดไป

    ฮวาชิงเหยียนไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของนางในวันนี้ได้ถูกส่งต่อไปถึงบรรดาตระกูลใหญ่ที่เริ่มจับตามองนางแล้ว โดยเฉพาะหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลจ้าว

    ใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวหลิงเฟิงฉายแววหม่น ก่อนจะเอ่ยถาม “ฮวาชิงเหยียนบอกว่านางสามารถทำให้ผู้ฝึกตนไปถึงระดับก่อแก่นปราณขั้นสูงสุดได้หรือ แล้วนางได้บอกหรือไม่ว่าจะทะลวงไปยังระดับนั้นอย่างราบรื่นได้อย่างไร”

    หากต้องการทะลวงจากระดับก่อแก่นปราณขึ้นสู่ระดับแปลงแก่นปราณ จำเป็นต้องใช้โอสถแปลงแก่นระดับแปด แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่แค่แคว้นหลงลี่ แม้แต่ทั่วทั้งแผ่นดินหลงเหยียนก็มีนักหลอมโอสถระดับแปดน้อยยิ่ง

    แม้ตอนนี้เขาจะฐานะเปลี่ยนไปแล้ว แต่การจะได้ครอบครองโอสถแปลงแก่นสักเม็ดยังคงต้องแลกด้วยต้นทุนมหาศาล และเพราะเขาเร่งทะลวงพลังด้วยโอสถจำนวนมากมาโดยตลอด หากไม่ปรับเสถียรภาพด้วยโอสถแปลงแก่น โอกาสล้มเหลวในการฝ่าด่านขั้นถัดไปย่อมสูงถึงแปดในสิบ

    จ้าวหลิงเฟิงมององครักษ์ด้วยแววตาครุ่นคิด แต่คนผู้นั้นก็ทำได้เพียงส่ายหน้า “ผู้น้อยไม่ได้ยินว่านางเคยกล่าวเช่นนั้นขอรับ”

    จ้าวหลิงเฟิงมีท่าทีผิดหวังอยู่บ้าง โบกมือพลางกล่าว “เอาละ ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปเถิด คอยจับตาดูฮวาชิงเหยียนต่อไป”

    เขายกมือกดขมับที่ยังรู้สึกเจ็บแปลบ ตั้งแต่กลับมาเมื่อคืน เขาก็พบว่ายันต์ติดตัวมาตลอดแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ยันต์นั่นเป็นสิ่งที่อาจารย์ของเขาหลอมขึ้นด้วยตนเอง ว่ากันว่าสามารถป้องกันการโจมตีที่รุนแรงจากผู้ฝึกตนที่ระดับต่ำกว่าระดับแปลงแก่นปราณได้ แต่ถึงอย่างนั้นทะเลจิตสำนึกของเขาก็ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ดี

    เขาอยากรู้ว่าใครเป็นคนช่วยฮวาชิงเหยียนไว้เมื่อวานกัน และอยากรู้ว่าสัตว์ประหลาดตนใดที่มีวิชาแปลกประหลาดถึงขั้นทำร้ายทะเลจิตสำนึกของเขาได้

    แต่ยังดีที่มียันต์นี้ จึงเพียงแค่เจ็บศีรษะ คาดว่าอีกไม่กี่วันคงจะหายดี

    เมื่อนึกถึงฮวาชิงเหยียนที่เก็บปอยผมของเขาไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า จ้าวหลิงเฟิงก็อดคิดไม่ได้ว่านางคงตกหลุมเสน่ห์ของเขาเข้าแล้วกระมัง หากเป็นเช่นนั้นจริง...เริ่มต้นจากนางก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีไม่น้อย

    หากฮวาชิงเหยียนรู้ว่าเพราะการกระทำของตนเมื่อวานทำให้จ้าวหลิงเฟิงเข้าใจผิดว่านางหลงเสน่ห์เขา นางคงอยากเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด ที่นางเก็บเส้นผมนั่นไว้ ก็เพื่อจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระดูกนิ้วก้อยที่พบเป็นของจ้าวหลิงเฟิงจริงหรือไม่เท่านั้น

    ยามนี้ไม่ได้มีเพียงตระกูลจ้าวคุยเรื่องนี้ อิ่นฮูหยินก็นั่งฟังรายงานจากบ่าวรับใช้ด้วยสีหน้าเหยียดหยามอย่างชัดเจน

    “เจ้าคนไร้ค่านั่นถึงขั้นกล้าพูดเรื่องเช่นนั้นหรือ ดูท่าข้าคงไม่ต้องลงมือเอง นางพูดจาไร้สำนึกเช่นนี้ ย่อมต้องมีคนจัดการแทนข้าอยู่แล้ว!”

    อิ่นฮูหยินนึกถึงเรื่องที่องค์ชายสี่ส่งคนมาทวงหนี้อยู่ทุกวันก็อดเดือดดาลไม่ได้ สืบไปสืบมาจึงได้รู้ว่า สิ่งที่องค์ชายสี่เร่งรีบจะให้คืนก่อนกลับไม่ใช่เงินหนึ่งล้านตำลึงทอง แต่เป็นหนึ่งหมื่นตำลึงทองที่ยืมให้ฮวาชิงเหยียนต่างหาก!

    แค่หนึ่งหมื่นตำลึงทองเท่านั้น กลับทำให้เขาเร่งรัดราวกับเป็นหนี้ชีวิต เช่นนี้จะไม่ให้อิ่นฮูหยินเกลียดฮวาชิงเหยียนเข้าไส้ได้อย่างไร

    ในใจอิ่นฮูหยินเต็มไปด้วยความมืดดำ แม้จะว่ากันว่าฮวาชิงเหยียนจะเป็นคนรักษาขาขององค์ชายสี่ แต่ผลจะเป็นเช่นไรยังไม่อาจแน่ใจได้เลย องค์ชายสี่กลับเอาใจอีกฝ่ายนัก นางหวังเสียเหลือเกิน...หวังว่าขาขององค์ชายสี่จะรักษาไม่หาย แล้วคอยดูว่าองค์ชายสี่จะลงโทษฮวาชิงเหยียนอย่างไร!

    ส่วนอีกสองตระกูลใหญ่ ทั้งตระกูลไป๋และตระกูลฉาง รวมถึงฮ่องเต้ในวัง ต่างได้รับข่าวคำกล่าวของฮวาชิงเหยียนภายในเย็นวันนั้น ทว่าทุกฝ่ายกลับเห็นว่าเป็นเพียงคำพูดเหลวไหลของเด็กสาว ไม่คู่ควรแก่การใส่ใจแม้แต่น้อย

    วันนี้ฮวาชิงเหยียนตรวจดูอาการของชาวบ้านไปไม่น้อยกว่าสิบคน ในจำนวนนั้นมีสามคนที่ต้องการโอสถ นางจึงเก็บแผงในช่วงบ่าย จากนั้นไปที่ร้านโอสถเทียนชิงเพื่อแจ้งรายการสมุนไพรเพิ่มกว่าสิบชนิด

    ขณะไปรับสมุนไพร ต้าโถวพานางไปยังหลังร้าน เขาเปิดประตูห้องเก็บของซึ่งภายในมีหีบสมุนไพรวางเรียงรายจนกินพื้นที่ครึ่งห้อง

    ต้าโถวกล่าวอย่างรู้สึกผิด “นักหลอมโอสถฮวา สมุนไพรที่ท่านต้องการส่วนใหญ่เรารวบรวมไว้ที่นี่แล้ว แต่มีบางอย่าง...บางอย่าง...”

    ฮวาชิงเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “หาไม่เจอหรือ”

    ต้าโถวรีบส่ายหน้า “แม้ว่าหลายชนิดที่ท่านต้องการจะค่อนข้างหายากและร้านเราไม่มี แต่ที่หอประมูลเทียนชิงยังพอมีอยู่ ทว่าน่าเสียดาย...คุณหนูสามแห่งตระกูลหลิ่วที่มาโดยไม่บอกกล่าวกวาดซื้อสมุนไพรล้ำค่าจำนวนมาก และสมุนไพรที่ท่านต้องการก็ถูกผู้ดูแลหอประมูลหลิวส่งมอบให้คุณหนูหลิ่วไปหมดแล้วขอรับ”

    เรื่องนี้ทำให้ต้าโถวรู้สึกผิดอย่างยิ่ง เขาเคยพยายามเข้าไปเจรจากับผู้ดูแลหอประมูลหลิว แต่กลับถูกเมินโดยสิ้นเชิง

    หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ คุณหนูสามแห่งตระกูลหลิ่ว? 

    จากนั้นชื่อของหลิ่วเหวินเยียนผุดขึ้นมาในหัวฮวาชิงเหยียนทันที นางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “สมุนไพรที่ขาดมีอะไรบ้าง”

    ต้าโถวส่งใบรายการสมุนไพรให้นาง เพียงฮวาชิงเหยียนเห็นยิ่งขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น เพราะสิ่งที่ขาดคือสมุนไพรหลักที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษามารดาของนาง

    “ทางหอประมูลจะจัดหาสมุนไพรพวกนี้มาได้อีกเมื่อไหร่”

    ต้าโถวยิ่งรู้สึกละอาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “พักนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่แค่หอประมูล แต่ร้านของเราก็ได้รับของมาน้อยลงมากเช่นกัน และไม่รู้เลยว่าจะมาอีกเมื่อไหร่ ท่านผู้ดูแลร้านของเราก็กำลังพยายามติดต่อไปยังหัวหน้าสาขาเพื่อสอบถามเรื่องนี้อยู่เช่นกันขอรับ”

    ฮวาชิงเหยียนรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของต้าโถว หากภายในหนึ่งเดือนหอประมูลยังไม่สามารถจัดหาสมุนไพรที่นางต้องการมาได้ นางก็จะไปพบหลิ่วเหวินเยียนสหายคนสนิทของฮวาเย่ว์โหรวด้วยตนเอง

    ฮวาชิงเหยียนเก็บใบรายการสมุนไพรแล้วพยักหน้ากล่าว “ลำบากเจ้าแล้ว ขอบใจมากนะ แต่สมุนไพรมากมายขนาดนี้ ข้าคนเดียวคงยกกลับไปไม่ไหว เจ้าเรียกคนมาช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่”

    ต้าโถวมองนางอย่างแปลกใจเล็กน้อย “ท่านไม่มีมิติเก็บของหรือ”

    ฮวาชิงเหยียนถึงกับทำหน้าลำบากใจ นางมัวแต่พะวงกับมิติเก็บของที่ใช้งานไม่ได้ จนลืมไปเสียสนิทว่าสามารถหาซื้อมิติเก็บของอื่นมาใช้แทนได้

    “อา...ข้าลืมไปเลย ที่นี่มีขายหรือไม่ หากมีเจ้าหยิบมาให้ข้าสักอันเถิด”

    “ได้ขอรับ ท่านรอสักครู่” ต้าโถวตอบรับก่อนจะรีบไปหาผู้ดูแลร้านหลิน

    เพราะร้านของพวกเขานั้นต้องรับซื้อและจำหน่ายสมุนไพรจำนวนมาก จึงมีมิติเก็บของจำหน่ายอยู่บ้าง แต่ราคานั้นย่อมไม่เบา หากเป็นกำไลหยกสำหรับเก็บของที่มีมิติกว้างขนาดหนึ่งห้อง ราคาก็จะไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตำลึงทอง

    ก่อนหน้านี้ฮวาชิงเหยียนจ่ายเงินสามแสนตำลึงทองเพื่อซื้อสมุนไพรไปแล้ว แต่เนื่องจากสมุนไพรบางอย่างที่มีราคาสูงหลายหมื่นตำลึงทองถูกคุณหนูสามแห่งตระกูลหลิ่วแย่งซื้อไปก่อน นางจึงยังมีเงินเหลืออยู่อีกราวหนึ่งแสนสองหมื่นถึงหนึ่งแสนสามหมื่นตำลึงทอง ซึ่งเพียงพอจะซื้อกำไลหยกเก็บของได้หนึ่งวง

    สุดท้ายผู้ดูแลร้านหลินยอมลดราคาให้ถึงสองส่วน ต้าโถวจึงถือกำไลหยกเก็บของพร้อมเงินทอนอีกห้าหมื่นตำลึงทองมาส่งมอบให้ฮวาชิงเหยียน

    ฮวาชิงเหยียนจัดเก็บสมุนไพรที่ได้รับ รวมถึงโต๊ะและเก้าอี้ที่เคยฝากไว้ในร้านก็รวบรวมเข้ามิติเก็บของอย่างเป็นระเบียบ เมื่อกล่าวคำขอบคุณผู้ดูแลร้านหลินกับต้าโถวเสร็จก็กลับจวนทันที

    แม้อาการของซูซื่อจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทันทีเนื่องจากขาดสมุนไพรหลัก แต่สมุนไพรที่ใช้รักษาขาและจุดตันเถียนของฮวาเฮ่าเย่ว์มีครบถ้วนแล้ว

    เมื่อกลับถึงจวน ฮวาชิงเหยียนก็รีบบอกข่าวดีนี้แก่ฮวาเฮ่าเย่ว์

    ฮวาเฮ่าเย่ว์กำหมัดแน่น ดวงตาทอประกายด้วยความตื่นเต้น “จริงหรือน้องสาว จุดตันเถียนกับขาทั้งสองข้างของพี่สามารถกลับมาปกติได้จริงหรือ”

    ซูซื่อมองบุตรสาวด้วยความปีติและปลื้มใจอย่างสุดซึ้ง

    “แน่นอน คืนนี้พี่ชายแช่ยาสมุนไพรหนึ่งชั่วยาม พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มรักษาขาให้ แต่เพราะขาท่านเคยประสานผิดรูป จำเป็นต้องหักใหม่เพื่อจัดกระดูกให้ตรง ข้าจะพยายามทำให้ท่านไม่รู้สึกเจ็บนะเจ้าคะ”

    ฮวาเฮ่าเย่ว์รีบส่ายหน้าอย่างมุ่งมั่น “ไม่เป็นไร ขอแค่รักษาขาได้ ต่อให้เจ็บกว่านี้พี่ก็จะอดทน”

    “เหยียนเอ๋อร์ ลำบากเจ้ามากจริงๆ” ซูซื่อจับมือนางแน่น ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง

    แต่ฮวาชิงเหยียนไม่ได้รู้สึกว่าลำบากเลย นางกลับรู้สึกว่าเวลานี้เปี่ยมด้วยความหมาย

    มารดากับพี่ชายทำให้นางรู้สึกถึงคำว่า ‘ครอบครัว’ อย่างแท้จริง ในชาติก่อนนางไม่มีครอบครัว จึงยิ่งทะนุถนอมความรู้สึกแบบนี้

    หลังกล่าวราตรีสวัสดิ์ซูซื่อกับฮวาเฮ่าเย่ว์แล้ว ฮวาชิงเหยียนก็กลับเข้าห้องตนเอง

    กำไลหยกเก็บของสีขาวสามารถปรับขนาดให้พอดีกับข้อมือของผู้ใช้ได้ จึงไม่ได้ขัดขวางการปรุงโอสถของนางแม้แต่น้อย

    นางหยิบสมุนไพรที่ต้องใช้จากในมิติเก็บของออกมา แล้วเริ่มปรุงโอสถน้ำตรวจสอบพันธุกรรม

    เมื่อปรุงโอสถน้ำใสเสร็จ นางจึงแบ่งใส่ลงในถ้วยสองใบ แล้วหยิบเส้นผมของจ้าวหลิงเฟิงที่เก็บไว้เมื่อคืนใส่ลงไปในถ้วยใบหนึ่ง

    จากนั้นของเหลวใสในถ้วยก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มในทันที

    โอสถน้ำตรวจสอบพันธุกรรมจะเปลี่ยนสีแตกต่างกันไปตามพันธุกรรมของแต่ละบุคคล ดังนั้นที่เปลี่ยนเป็นสีแดงจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

    จากนั้นนางจึงใช้มีดขูดเศษผงจากกระดูกนิ้วที่ฮวาเฮ่าเย่ว์เคยมอบให้ แล้วใส่ลงในถ้วยอีกใบ ของเหลวในถ้วยนั้นกลับไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสีแดงและสีเขียวอมฟ้าทับซ้อนกันสองชั้น และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานก็ค่อยๆ ผสานกันกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม

    นี่มันอะไรกัน หรือว่ากระดูกนิ้วนั้นไม่ใช่ของจ้าวหลิงเฟิง? พี่ชายจำผิดหรือ

    ฮวาชิงเหยียนขมวดคิ้วแน่น นางหยดโอสถจากทั้งสองถ้วยลงในถ้วยใหม่อย่างละหยด ไม่นานโอสถจากสองถ้วยนั้นก็หลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์

    พวกมันผสานเข้ากันจริงๆ!

    โอสถจะผสานกันได้ก็ต่อเมื่อมีพันธุกรรมเดียวกันเท่านั้น แสดงว่าเส้นผมกับกระดูกนิ้วนั่นเป็นของคนคนเดียวกัน แล้วเหตุใดถึงปรากฏเป็นสองสีกัน

    นางนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ที่ว่าจ้าวหลิงเฟิงเคยเป็นอัจฉริยะผู้มีสองรากวิญญาณคือธาตุไม้และธาตุไฟ แล้วก็นึกถึงสีของโอสถที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเขียวอมฟ้า...นั่นอาจหมายถึงธาตุไฟกับธาตุไม้ก็เป็นได้ ที่เส้นผมให้ผลเป็นสีแดงล้วน อาจเป็นเพราะยามนี้จ้าวหลิงเฟิงเหลือเพียงรากวิญญาณธาตุไฟ?

    จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มีบันทึกถึงโอสถวิเศษชนิดหนึ่งที่สามารถตัดรากวิญญาณที่เกินมาออกได้ บางทีจ้าวหลิงเฟิงอาจเคยใช้โอสถนั้นมาก่อน

    เขาไม่รู้เลยว่าความลับที่พยายามปิดบังมาตลอดกลับถูกฮวาชิงเหยียนล่วงรู้เข้าแล้ว หากเขารู้ คงหาทางสังหารนางเพื่อปิดปากแน่นอน

    เมื่อแน่ใจว่าจ้าวหลิงเฟิงคือคนที่เคยลอบทำร้ายพี่ชายของตน ฮวาชิงเหยียนก็รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งหัวใจ ความแค้นที่มีต่อเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น

    เมื่อตรวจสอบเสร็จ นางก็หยิบขวดยาใส่ผงที่เคยเก็บไว้ออกมา เทผงนั้นลงในโอสถบางส่วน แล้วเห็นว่าผงสีจางค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นก้อนหยกขนาดเท่าเล็บมือสีเขียวอ่อน นางจึงเก็บหยกก้อนนั้นไว้ในมิติเก็บของ เพราะนั่นคือเบาะแสสำคัญที่จะช่วยให้นางตามหาผู้ที่เคยช่วยชีวิต

    สุดท้ายนางจึงค่อยเริ่มปรุงโอสถน้ำฟื้นฟูพลังจิต เมื่อนำผ้าชุบโอสถนั้นแล้ววางไว้บนหน้าผากขณะนอนหลับ พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น อาการปวดศีรษะก็ทุเลาลงไปมาก

    อย่างไรก็ตาม นางยังต้องฟื้นฟูพลังจิตอีกอย่างน้อยหกวัน จึงจะสามารถเริ่มฝึกฝนพลังจิตได้อีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาหมอหญิงอย่างข้าจะยิ่งใหญ่ในใต้หล้าให้ดู [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน