เช้าตรู่หลินเสวี่ยจู๋ถูกเสียงฝีเท้ารบกวนจนตื่น
หลิวซื่อ[1]มามาคนสนิทของฮองเฮาพาคนมายืนอยู่หน้าประตูแล้วถามนางกำนัลที่เฝ้าประตู “เมื่อคืนหลินซื่อไม่ได้ก่อเื่อันใดใช่หรือไม่?”
เมื่อคืนนางกำนัลสองคนหลับเหมือนหมูตายทว่าย่อมไม่อาจพูดเช่นนี้ออกไปได้ ทำได้เพียงกล่าวว่า “พระชายาเซียงอ๋องดื่มไปมากนอนนิ่งไม่ไหวติงตลอดทั้งคืนเ้าค่ะ”
“พระชายาเซียงอ๋องอันใด?” หลิวมามากล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “เป็เพียงภรรยาของนักโทษก็เท่านั้น”
“เมื่อคืนหากไม่ใช่เพราะนางคารวะสุราต่อฮองเฮาฮองเฮาก็จะไม่ทรงพระอาเจียน ช่างต่ำช้าเสียจริง!” เมื่อพูดถึงเื่นี้หลิวมามาก็โมโหขึ้นมา
ฮองเฮาทรงพระอาเจียนตลอดทั้งคืนทำให้นางต้องคอยรับใช้ตลอดทั้งคืนตามไปด้วย ตอนนี้หัวใจของฮองเฮาเต้นผิดจังหวะนางก็ยังต้องเป็ธุระคอยจัดการ
ช่างเคี่ยวกรำกระดูกแก่ๆของนางจนแทบตายเสียจริง! หลิวมามาคิดถึงตรงนี้ก็ยกเท้าถีบประตูให้เปิดออก
หลินเสวี่ยจู๋กำลังนอนอยู่บนเตียงท่อนบนอยู่ในท่านอนหงาย ท่อนล่างอยู่ในท่าตะแคง ช่างเป็ท่านอนที่แปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเช่นนี้ ใบหน้าอันแก่ชราของหลิวมามาถึงกับกระตุกนางแผดเสียงทันที “ผู้ใดก็ได้มาเปลี่ยนชุดให้หลินซื่อเสีย”
สิ่งที่เรียกว่าเปลี่ยนชุดคือถอดชุดและเครื่องประดับล้ำค่าออกแล้วเปลี่ยนเป็ชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของนักโทษแทน
นางกำนัลสองคนหิ้วร่างของหลินเสวี่ยจู๋ขึ้นมาโดยไม่อธิบายใดๆ
“พวกเ้าจะทำอันใด? ข้าคือพระชายาเซียงอ๋องนะ!” หลินเสวี่ยจู๋แสร้งทำเป็ดิ้นเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะนิสัยของตัวละครนี้
นางกำนัลสองคนถอดเครื่องประดับของนางออกอย่างแรงโดยไล่ั้แ่ศีรษะจรดเท้า จากนั้นใส่เครื่องประดับทั้งหมดลงในกล่องไม้หนานมู่ หนึ่งในนั้นแอบดึงติ่งหูของนางขณะที่ถอดต่างหูด้วย
จากนั้นนางกำนัลคนหนึ่งก็กลอกตาแล้วกล่าวอย่างดูแคลน “วางท่าเป็พระชายาเซียงอ๋องอันใด? เป็แค่คนต่ำช้าที่ปีนเตียงผู้อื่นก็เท่านั้น! เกียรติยศและความมั่งคั่งได้มาอย่างไรก็คืนกลับไปอย่างนั้น!”
นี่คือฉากที่กำแพงถล่ม แล้วทุกคนก็ผลักนางไปอยู่ใต้กำแพงนั้น
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มหยันในใจฉวยโอกาสที่คนไม่ทันได้ตั้งตัว ใช้ความคิดย้ายเครื่องประดับในกล่องเข้าไปในมิติ
หลิวมามาโบกมือองครักษ์สองคนก็ปรี่เข้ามาใส่โซ่ตรวนให้หลินเสวี่ยจู๋ แล้วเดินขนาบนางซ้ายขวาพร้อมกับลากตัวนางออกจากตำหนัก
หลินเสวี่ยจู๋กับหลิวมามาเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวจู่ๆ นางกำนัลสองคนก็วิ่งตามมาแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าหลิวมามาอย่างแรง “หลิวมามา เครื่องประดับ...เครื่องประดับหายไปแล้วเ้าค่ะ”
“อันใดนะ?” หลิวมามางุนงง ไม่ทันได้ตอบสนองอยู่ชั่วขณะ
ถึงอย่างไรก็อยู่ภายใต้สายตาผู้คนมากมายไม่คาดคิดว่าจะมีคนกล้าขโมยของ
นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยอย่างตัวสั่นงันงก “บ่าวถอดเครื่องประดับจากตัวหลินซื่อใส่ไว้ในกล่องแล้วชัดๆแต่พอบ่าวหันมาก็หายไปหมดเลยเ้าค่ะ”
“บังอาจ!” หลิวมามาแผดเสียง “ทรัพย์สินของนักโทษต้องเก็บเข้าท้องพระคลังพวกเ้ามีกี่หัวถึงได้กล้าขโมย!”
“บ่าวไม่ได้ทำนะเ้าคะบ่าวไม่ได้ทำจริงๆ” นางกำนัลทั้งสองคนโขกศีรษะราวกับโขลกกระเทียมพวกนางใจนขวัญหนีดีฝ่อ
เื่มาถึงขั้นนี้แล้วไม่ว่าผู้ใดจะขโมยของไปก็ทำได้เพียงให้ความผิดตกอยู่บนศีรษะของนางกำนัลสองคนนี้เท่านั้น
หลิวมามาแค่นเสียงโดยไม่กะพริบตา “ข้าจะไปกราบทูลฮองเฮาพวกเ้าสองคนรอก่อนเถิด”
นางกำนัลคนหนึ่งเป็ลม ส่วนอีกคนโขกศีรษะไม่หยุดจนหน้าผากมีโลหิตไหลริน
หลินเสวี่ยจู๋ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หวังว่าคราวหน้าที่ผู้อื่นเดือดร้อนพวกนางคงเรียนรู้ที่จะทำตัวสุภาพต่อคนเ่าั้บ้างสักนิด
เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกนางจะยังมีชีวิตรอดจนถึง‘คราวหน้า’ หรือไม่
หลิวมามาไม่ได้มองนางกำนัลทั้งสองอีก นางเดินนำหน้าหลินเสวี่ยจู๋ด้วยท่าทียโสโอหังราวกับว่านางต่างหากที่เป็เ้าของวังหลวง
ขณะที่กำลังเดินก็นึกอะไรบางอย่างได้จู่ๆ นางก็หันกลับมามองหลินเสวี่ยจู๋ด้วยสีหน้าประชดประชัน
“หลินซื่อเกรงว่าเ้าคงยังไม่รู้กระมังเมื่อคืนเื่ที่เซียงอ๋องก่อฏได้ถูกฝ่าาจัดการแล้ว ฝ่าาทรงพระเมตตาละเว้นโทษตายให้พวกเ้าประเดี๋ยวถึงหน้าประตูวังแล้วเ้าอย่าลืมคุกเข่าขอบคุณในพระกรุณาธิคุณเสียเล่า”
หลินเสวี่ยจู๋เหลือบมองบ่าวที่อาศัยบารมีเ้านายมากดขี่นางด้วยท่าทีสงบนิ่งก่อนจะเอ่ย “เช่นนั้นหลิวมามาก็ต้องมีชีวิตรอดต่อไปอีกสักหน่อยถึงจะได้เห็นข้าคุกเข่าขอบคุณในพระกรุณาธิคุณ”
ตลอดชีวิตของหลิวมามาล้วนพบเจอแต่คนที่ยอมอ่อนข้อให้นางไม่เคยพบคนที่ฝีปากเฉียบคมเช่นนี้มาก่อน นางจึงเกิดโทสะทันที
นางยกมือขึ้นแล้วสะบัดไปที่ใบหน้าของหลินเสวี่ยจู๋ ทว่าหลินเสวี่ยจู๋เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วมือของหลิวมามาจึงฟาดเข้ากับโซ่ตรวนอย่างรุนแรง สีหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป
“พวกเ้ากดร่างนางไว้!” หลิวมามาะโใส่องครักษ์
นางไม่เชื่อหรอกว่าตนเองที่เปรียบได้กับตัวแทนของฮองเฮาจะจัดการนักโทษคนหนึ่งไม่ได้!
ขณะที่นางกำลังจะลงมือ น้ำเสียงแหลมหูก็ดังขึ้นจากระยะไกล “หลิวมามา หยุดมือก่อนเร็วเข้าฮองเฮาทรงเรียกตัวด่วน”
หลินเสวี่ยจู๋จำได้ว่าเ้าของเสียงคือขันทีของตำหนักฮองเฮาที่มารับนางเข้าวังเมื่อวานมุมปากจึงยกขึ้นเล็กน้อย
“มีเื่อันใด?” เมื่อขันทีเดินเข้ามาใกล้ หลิวมามาก็ถามขึ้นอย่างอารมณ์เสีย
ขันทีผู้นั้นเหลือบมองหลินเสวี่ยจู๋แวบหนึ่งก่อนจะจงใจลดเสียงลง “เกิดเื่แล้วหลิวมามารีบกลับไปก่อนเถิด”
หลิวมามากำลังโมโห จึงไม่เห็นขันทีผู้นี้อยู่ในสายตานางเอ่ยถามเสียงแหลม “มีเื่อันใดกันแน่? บ่าวสุนัขอย่างเ้ารีบพูดมา!”
ปกติขันทีผู้นี้มักถูกนางเฒ่าปากร้ายอย่างหลิวมามารังแกเสมอมาเขาคิดเพียงว่าอีกฝ่ายคือคนที่ได้รับความโปรดปรานจากฮองเฮา จึงพยายามรักษาหน้าของนางสักหน่อย
ไม่คาดคิดว่านางเฒ่าปากร้ายจะไม่้าเช่นนั้นย่อมโทษเขาไม่ได้ เขาจึงเอ่ยเสียงดัง “คลังสมบัติของฮองเฮาถูกปล้น หลิวมามารีบกลับไปเข้ารับการสอบสวนเสียจะดีกว่า”
หลิวมามาได้ฟังเช่นนั้นก็หน้าซีดทันที เครื่องประดับถูกขโมย คลังสมบัติของฮองเฮาถูกปล้นวันนี้นางเหยียบรังโจรเข้าแล้วใช่หรือไม่?
เื่เครื่องประดับยังโยนความผิดไปที่นางกำนัลสองคนนั้นได้ฮองเฮาย่อมไม่สืบสาวอย่างละเอียดเป็แน่ แต่เื่คลังสมบัติของฮองเฮาถูกปล้นจะโยนความผิดให้ผู้ใด? เพราะตนเองเป็คนเก็บรักษากุญแจมาโดยตลอด
หลิวมามามองไปทางหลินเสวี่ยจู๋โดยไม่รู้ตัว
หลังจากนางแพศยาคนนี้เข้าวังเื่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าจะเป็ไปได้อย่างไร?
“หลิวมามารีบไปเถิดอย่าปล่อยให้เื่สำคัญต้องล่าช้าออกไป”
หลินเสวี่ยจู๋มองหลิวมามาอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มเมื่อเปิดปากพูดก็ทำให้ผู้คนโมโหแทบตาย
ทว่าหลิวมามาไม่มีอารมณ์จะโมโหนางทำได้เพียงรีบวิ่งไปที่ตำหนักเฟิ่งอี๋ด้วยสองขาที่สั่นเทา
หลินเสวี่ยจู๋มองแผ่นหลังที่ตื่นตระหนกของหลิวมามาพลางเลิกคิ้วอย่างไม่ยี่หระ เหล่าสตรีโง่งมยังคิดจะสู้กับคนที่มีเนื้อเื่อยู่ในมืออย่างนั้นหรือ?
ขันทีพยักหน้าให้หลินเสวี่ยจู๋ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ “บ่าวจะส่งนายท่านหลินออกจากวัง”
หลินเสวี่ยจู๋มองเขาด้วยความประหลาดใจ
ขันทีเอ่ยเสียงเบา “เดิมทีบ่าวเป็คนจากชายแดนเหนือขอรับ”
หลินเสวี่ยจู๋เข้าใจในทันที ก่อนหน้านี้ชายแดนเหนือเกิดความวุ่นวายติดต่อกันหลายปีชาวบ้านที่นั่นล้วนต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานเดิมของตนเอง
เซียงอ๋องเป็ผู้ปราบปรามชายแดนเหนือให้สงบเรียกได้ว่าช่วยเหลือชาวบ้านนับพันคนให้พ้นจากความทุกข์ยาก
ผู้คนในเมืองหลวงเคยหัวเราะเยาะที่เซียงอ๋องเสียเวลาไปกับเื่เช่นนี้ แต่สำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนเหนือแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซียงอ๋องทำเพื่อยึดดินแดนของพวกเขากลับคืนมาและล้างแค้นให้พวกเขา
ดูเหมือนว่าไม่ว่าฮ่องเต้สุนัขจะใช้กลอุบายโง่ๆมากเพียงใด ก็ย่อมมีคนรู้ทันอยู่เสมอ
หลินเสวี่ยจู๋ไม่เอ่ยวาจาเพียงเดินหน้าเชิดอกผายไหล่ผึ่งไปข้างหน้า ตลอดทางที่นางเดินออกจากวังย่อมต้องดึงดูดสายตาของคนในวังไม่น้อย
พระชายาเซียงอ๋องที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์จนถึงขีดสุดทว่าตอนนี้กลับถูกลดขั้นเป็เพียงนักโทษ ทุกคนล้วนอยากรู้ว่านางจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
แต่สีหน้าของนางยังคงสงบนิ่งราวกับไม่ให้ความสำคัญกับเื่ราวทั้งหมดนี้
นาง้าบอกทุกคนว่าเซียงอ๋องไม่ได้ทำอะไรผิด
คนที่คิดแบบเดียวกับนางยังมีลู่ซื่อผู้เป็น้าหญิงของเซียงอ๋องที่อยู่ในตำหนักเมื่อคืนนี้ในฐานะตัวประกันเช่นเดียวกันตอนนี้ลู่ซื่อเดินอยู่ไม่ห่างจากหลินเสวี่ยจู๋นัก ท่าทีเ็าราวกับน้ำแข็งแววตาลุ่มลึก
เมื่อััได้ว่าหลินเสวี่ยจู๋กำลังมองนางอยู่นางก็หันไปมองอย่างเ็า แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
หลินเสวี่ยจู๋ถอนสายตากลับมาทันที
เอาล่ะ เ้าของร่างมีความสามารถยิ่งนักทำให้ผู้คนในจวนเซียงอ๋องรำคาญไม่น้อยเลยจริงๆ
.............................
[1] ซื่อหมายถึง สกุล