ตอนที่11PROTAGONISTTEMPLATE
หลินเฟิงมองไปหาต้นเสียงก็พบกับหนุ่มผมกระเซิง เนื้อตัวมอมแมมก็งงว่าเรียกตนทำไมส่วนเสี่ยวเหมยเมื่อเห็นเย่ฟานก็รู้สึกคุ้นๆก่อนจะนึกได้แล้วเอ่ยด้วยความโล่งอก “เย่ฟาน นึกว่านายตายแล้วซะอีก”
เย่ฟานเมื่อเห็นนางฟ้าประจำใจตนเป็ห่วงก็ยิ้มร่าแล้วเอ่ยด้วยความมั่นใจว่า “แค่หุบเขาแห่งความตายไม่มีทางเอาชีวิตของข้าไปได้หร..ฉึก” แต่พูดไม่ทันจบ เย่ฟานก็ชะงักกับเสียงเนื้อที่ถูกแทงเมื่อก้มลงมองก็พบคมดาบที่ปักคาหน้าท้องของตน
“ต..ตอนนี้อยู่ระหว่างการประลองนะเ้าคะ” ลี่อินพูดยิ้มๆด้วยความเขิลอายท่ามกลางความเงียบในลานประลองคงมีเพียงเย่ฟานเท่านั้นที่เห็นรอยยิ้มของลี่อิงดังปีศาจภายใต้ใบหน้าน่ารัก
เย่ฟานกุมท้องเดินทรุดถอยหลังไป5ก้าว เข่าแตะพื้นแต่ก็ไม่ยอมล้มลงนอนกลัวเสียหน้า
“เย่ฟาน!!!” เสี่ยวเหมยร้องด้วยความใ
หลินเฟิงตอนนี้ก็รู้แล้วว่าคนๆนี้คือเย่ฟานคนที่ก่อความวุ่นวายในงานหมั้นตน แถมยังรอดจากหุบเขาแห่งความตายอีก นี่มัน....
จากตอนแรกที่ไม่แน่ใจแต่เมื่อเห็นมือซ้ายที่เย่ฟานใช้กุมท้องหลินเฟิงก็รู้ได้ทันทีว่านี่มันพระเอกในนิยายชัดๆ
สิ่งที่หลินเฟิงเห็นไม่ใช่อะไรที่ไหนมันคือแหวนสีดำทมิฬเรียบๆไม่มีลายบนนิ้วกลางของเย่ฟานที่แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันไม่ธรรมดา
“ถ้าให้เดาคงมีคุณปู่หรือสัตว์ประหลาดจำศีลอยู่ในแหวนแล้วเย่ฟานไปเจอเข้าพอดีกลายเป็ศิษย์แล้วก็ก้าวสู่เส้นทางแห่งวิถีเซียนตามฉบับพระเอกนิยายจีนชัวเลย”
ตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มกลัวก็เป็จริงแล้วหันไปมองเสี่ยวเหมยคู่หมั้นของตนที่ดูเป็ห่วงเย่ฟาน นึกถึงงานหมั้น ภารกิจต่างๆของตนคำท้าประลองในอีก2ปี เมื่อพิจารณาบริบทต่างๆก็รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองคือตัวร้ายเต็มๆ
‘อุตส่าตายแล้วข้ามมิติมาเกิดใหม่ที่โลกเซียน จะมาตายซ้ำสองไม่ได้สิทำไงดีนะคิดสิคิด’หลินเฟิงกระวนกระวายอยู่ในใจ
‘แอบส่งคนไปจัดการ.. ไม่ๆพระเอกอึดยิ่งกว่าแมลงสาบซะอีกตายก็ยากแถมนั่นคือวิถีแห่งตัวร้ายชัดๆไม่เอาๆ อืมมม..จริงสิ’ ชายหนุ่มนึกบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะหันไปมองเสี่ยวเหม่ยอย่างชั่งใจ
ความบาดหมางของตนเริ่มมาจากการที่ตนหมั้นกับเสี่ยวเหม่ยที่น่าจะเป็นางเอกของเื่ดังนั้นหากถอนหมั้นได้ก็น่าจะลดความบาดหมางของพระเอกได้
‘ยังไงซะก็ชีวิตสำคัญกว่าหญิง’ถามว่าชายหนุ่มชอบเสี่ยวเหม่ยไหม ก็ต้องบอกว่าการได้สาวงามดังในนิยายมาเป็คู่หมั้นกับตนชายโสดที่ไหนจะไม่ชอบแต่ความสัมพันธ์ยังไงก็เป็แค่คนแปลกหน้า ที่ไม่ถึงกับตัดไม่ขาดชีวิตยังไงก็สำคัญกว่าสำหรับชายหนุ่มที่พึ่งตายแล้วเกิดใหม่ ชีวิตเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด
“การละความสนใจจากการต่อสู้เป็สิ่งต้องห้ามจำไว้เป็บทเรียนลี่อิงเท่านั้นที่ผ่าน” ศิษย์พี่เมื่อเห็นเย่ฟานสู้ต่อไปไม่ไหวก็ประกาศออกมาสิ้นเสียงศิษย์พี่ทั้งงานประลองก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
“ขยะแม้จะชุบตัวก็ยังคงเป็ขยะอยู่ดี 5555+”
“นี่คงเป็การประลองที่ง่ายที่สุด ข้าน่าจะรอให้เย่ฟานมาก่อนค่อยขึ้นไปไม่งั้นคงผ่านแล้ว”
“สมกับเป็ตัวตลกแห่งเมืองหลินอาน แม้แต่การประลองก็ยังมีหน้ามาพูดมากอีกช่างน่าขำ”
“ศิษย์พี่ช้าก่อน!!!” ทันใดนั้นเองทุกคนก็เงียบลงหันไปมองต้นเสียงก็พบกับหลินเฟิงที่พูดด้วยใบหน้าเรียบๆ“การประลองยังไม่จบ เย่ฟานยังสู้ต่อได้”
ทุกคนหันไปมองเย่ฟานก่อนจะทึ่งเมื่อพบว่าเย่ฟานค่อยๆที่ตอนแรกเกือบจะล้มลงนอนค่อยๆใช้เข่าตั้งหลักแล้วกัดฟันยืนขึ้นมาอย่างช้าๆ
“เหอะจะไปได้อีกซักกี่น้ำกัน”ชายหนุ่มตระกูลหนึ่งยังคงดูแคลนอย่างต่อเนื่อง
“ผู้าุโอนุญาตให้สู้ต่อได้” เมื่อศิษย์พี่เห็นผู้าุโฮุ่ยเหอหันมาพยักหน้าให้ตนก็รีบประกาศทันที
ถามว่าทำไมหลินเฟิงพูดให้เย่ฟานน่ะหรอก็เพื่อลดความบาดหมางไงล่ะ พระเอกที่ไหนจะมาจบแค่นี้กัน ยังไงซะพระเอกก็ต้องลุกมาสู้ต่ออยู่แล้วรีบชิงพูดเพื่อเพิ่มความดีความชอบดีกว่า
“หลินเฟิง แก..เหอะ” เย่ฟานกัดฟัน บ้วนเืออกจากปากหลินเฟิงหารู้ไม่ว่ายิ่งพูด ยิ่งเหมือนเอาน้ำมันรดกองเพลิงการที่ศัตรูหัวใจพูดให้ตนยิ่งทำให้ชายหนุ่มอับอายขายหน้าต่อหน้าเสี่ยวเหม่ยเป็อย่างมาก
‘ขนาดต่อสู้กับผู้หญิงตัวเล็กอ่อนแอก็ยังแพ้ คิๆๆๆขายหน้าชะมัด’ เสียงชัวร้ายดังก้องในหัวของเย่ฟานยิ่งทำให้เย่ฟานกัดฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว
ใช่แล้วนี่คือปีศาจที่อยู่ในแหวนที่เย่ฟานเจอ ไม่ใช่คุณปู่ธรรมมะอย่างที่หลินเฟิงคิด
‘หุบปากไปเลย’ เย่ฟานสบถในใจ อยากจะขว้างแหวนทิ้ง แต่ว่าชายหนุ่มมีพันธะสัญญากับปีศาจในแหวนอยู่คือการช่วยทำลายผนึกที่ค่อยๆเสื่อมในแหวนแลกกับพลังที่จะเปลี่ยนชะตาของเย่ฟานอย่างไรก็ตามคู่สัญญาทั้งสองต่างๆคอยหลอกและใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน
เย่ฟานค่อยๆไหลเวียนลมปราณสีดำที่ไม่มีใครััได้ไปอยู่บริเวณหน้าท้องที่แผลข้างในค่อยๆสมานช้าๆแลกมากับความเ็ป
ชายหนุ่มกัดฟันก่อนจะพุ่งไปหาลี่อิงทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เย่ฟานเน้นรับดาเมจจากคมดาบแล้วใช้จังหวะนั้นในการสวนโจมตีลี่อิงส่วนตัวลี่อิงแม้จะเป็ดาบสู้กับหมัดแต่เธอไม่กล้ารับการโจมตีจากเย่ฟานตรงๆจึงใช้วิธีค่อยๆโจมตีสร้างาแให้ชายหนุ่มช้าๆทีละน้อย พยายามไม่ให้ชายหนุ่มจับได้แม้จะดุโจมตีไม่แรงแต่ด้วยขั้นกายหยาบขั้น5มากกว่าเย่ฟานหนึ่งขั้นนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เย่ฟานกระอักเืการประลองนี้ดูท่าจะไม่จบโดยไว โดยลี่อิงเป็ฝ่ายได้เปรียบ
“จากไร้ลมปราณสามารถผ่านมาถึงขั้นนี้ต้องยอมรับเลยว่าพลังใจของเย่ฟานเหลือล้นจริงๆ” หลินเฟิงเอ่ยออกมาเสียงดัง พยายามให้ผู้าุโฮุ่ยเหอได้ยิน เพราะคิดว่าแม้เย่ฟานจะเป็พระเอกแต่าเ็ขนาดนั้นมันดูยากลำบากที่ชนะจริงๆ ด้วยความอยากเพิ่มโอกาสรอดตนเองเลยพยายามช่วยพูด
“อืมการฝึกลมปราณต้องใช้กำลังใจร่วมด้วยถึงจะมีโอกาสก้าวต่อไปในเส้นทางนี้ได้ หยุดต่อสู้ได้ทั้งสองคนผ่านการทดสอบ”ฮุ่ยเหอพยักหน้าแล้วประกาศด้วยตนเอง
“เย่ฟานโชคดีชะมัดที่นายน้อยตระกูลหลินเห็นคุณค่า”ชายคนหนึ่งกล่าวอย่างอิจฉา
“แต่ข้าได้ยินว่าเย่ฟานแอบชอบเสี่ยวเหม่ยแล้วก่อความวุ่นวายในงานหมั้นของนายน้อยหลินแถมยังท้าประลองนายน้อยด้วย”หญิงสาวคนหนึ่งแย้ง
“งั้นนี่มันศัตรูหัวใจชัดๆนายน้อยตระกูลหลินใจกว้างยิ่งนัก ไม่ถือสาเอาความแถมยังช่วยพูดอีก” หญิงสาวกล่าวอย่างชื่นชม
เสี่ยวเหม่ยรู้สึกยินดีที่เย่ฟานเพื่อนสมัยเด็กของตนที่สามารถผ่านเข้ามาเป็ศิษย์สำนักเดียวกันได้ก่อนจะหันมามองหลินเฟิงด้วยความแปลกใจ ‘คู่หมั้นคนนี้อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด’
แต่ก็ต้องมองบนแล้วเบะปากเมื่อเห็นหลินเฟิงหยิบขวดยาสองขวดออกมาจากกระเป๋า ขวดหนึ่งเป็ยาลูกกอนสมานแผล หยอดใส่ปากให้เย่ฟานที่นอนแผ่กับพื้นอย่างหมดแรงอีกขวดเป็ยาช่วยเพิ่มลมปราณราคาแพง ยื่นให้ลี่อิงที่มองหลินเฟิงตาเป็ประกาย
“ไอคนเ้าชู้เหอะว่าแล้วเชียว ยังไงชั้นก็ต้องถอนหมั้นให้ได้” สาวเ้ากระทืบเท้าอย่างเสียอารมณ์
แน่นอนว่าเย่ฟานเมื่อเห็นศัตรูตนหยิบยาอะไรไม่รู้ใส่ปากตนก็รีบบ้วนทิ้งทันทีส่วนลี่อิงเมื่อเห็นเทพบุตรที่ตนชื่นชอบยื่นยาเพิ่มพลังปราณราคาแพงให้ตนก็ขอบคุณด้วยความเขินอาย
‘นายน้อยตระกูลหลินให้ของขวัญราคาแพงให้ข้าด้วยเ้าค่ะนี่เป็สัญญาณอะไรรึปล่าวนะ ข้ายินดียิ่งกว่าการได้เป็ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาเสียอีกเ้าค่ะ’ หญิงสาวหน้าแดงใจลอยอย่างกู่ไม่กลับ
‘สามารถแทงพระเอกจนเกือบแพ้แล้วสู้ได้อย่างสูสีนี่มันตัวละครลับในตำนานชัดๆ รีบตีสนิทดีกว่าเรา’หลินเฟิงคิดในใจ มองใบหน้าน่ารักของลี่อิง ตาเป็ประกายเหมือนเจอสมบัติล้ำค่า
“…” หลินฉีที่มองหลินเฟิงลูกชายตนนำยาเพิ่มลมปราณที่ตนอุตส่าหามาอย่างยากลำบากยื่นให้สาวหน้าตาเฉย
‘ตอนแรกที่จับหมั้นก็คิดว่านิสัยมันจะบ้าฝึกลมปราณทำให้ไม่มีคนสืบทอดตระกูลแต่คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ ยังไงซะลูกไม้ก็หล่นไม่ไกลต้น’หลินฉีถอนหายใจหันไปมองฮุ่ยเหอที่มองหลินเฟิงแล้วนึกถึงเื่ในอดีต
หากหลินเฟิงรู้ว่ายานั่นจะช่วยเพิ่มระดับลมปราณตนอย่างรวดเร็วและหายากมากคงอยากจะร้องไห้ แล้วคิดในใจว่าทำไมไม่เขียนชื่อหน้าขวดให้มันอลังกาลหน่อยนี่เขียนว่ายาเพิ่มพลังเฉยๆก็นึกว่าเป็ยาฟื้นลมปราณเบสิคๆ อย่างมากชายหนุ่มคงแบ่งเม็ดเดียวไม่ใช่ทั้งขวด
“ข้าจะไม่ยอมให้เสี่ยวเหม่ยตกเป็ของแกหรอกรอไปก่อนนะไอหลินเฟิง” เย่ฟานเห็นดังนั้นก็กัดฟันกรอดสีหน้ามุ่งมั่นที่จะประลองแล้วจัดการหลินเฟิงให้จงได้
Writer: บอกตามตรงหลังจากหมดเดือนสอบก็ต่อด้วย2เดือนที่เริ่มฝึกงานตอนปิดเทอมเลยpassionเริ่มหายไปหมด แต่นี่เป็เื่แรกว่าจะแต่งให้จบ ปล.ย้ำอีกครั้งนี่เป็นิยายฮาเร็ม อาจมีฉาก18+ ฝากติดตามกันด้วยครับ