“ เหม่ยเจียง ข้าอนุญาตให้เ้าใช้พลังได้เต็มที่ ” หยวนิเย่
“ น้อมรับคำสั่งนายน้อย ” เหม่ยเจียงโค้งคำนับพร้อมกับยิ้มออกมาบางๆ
ไป๋เหรินซีมองไปที่เหม่ยเจียงด้วยความไม่อยากเชื่อ
ความแข็งแกร่งที่เหม่ยเจียงแสดงออกมาก่อนหน้านี้ก็นับว่าแข็งแกร่งแล้ว แต่หยวนิเย่กลับบอกว่าให้แสดงความแข็งแกร่งอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เหม่ยเจียงก็อายุมากกว่านางไม่มาก แต่นางแข็งแกร่งขนาดนี้ เกรงว่าถ้าหากอยู่กองกำลังไหน นางจะต้องเป็ตัวตนที่โดดเด่น แต่นางในตอนนี้เป็เพียงบ่าวรับใช้เท่านั้น แม้แต่ไป๋เหรินซีก็ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ไม่ใช่แค่ไป๋เหรินซีที่ไม่อยากเชื่อ แม้แต่คนอื่นๆเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน พวกเขาไม่เชื่อแน่นอนว่ารุ่นเยาว์อย่างเหม่ยเจียงจะสามารถต่อสู้กับเชาชิงที่เป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิยุทธ์ได้ แถมดูเหมือนกับว่านายบ่าวคู่นี้จะมั่นใจในตัวเองมาก
เวลานี้เหม่ยเจียงและเชาชิงต่างก็ยืนอยู่ตรงกลางห้องอาหาร
“ ช่างไม่เจียมตัวเองจริงๆ ” เชาชิงกล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
เหม่ยเจียงไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆเท่านั้น
“ งั้นก็เข้ามาเลยสาวน้อย ข้าจะทำให้ความโอหังของเ้านั้นหมดไป ” เชาชิงกล่าวอย่างเ็าพร้อมกับปล่อยออร่าของระดับจักรพรรดิยุทธ์ออกมา
“ โอหังงั้นหรือ? เปล่าเลยข้าไม่ได้โอหังแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้ท่านได้ให้เวลาข้ามากพอแล้วที่จะทำให้ข้าชนะท่าน ” เหม่ยชิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
ทุกๆคนในห้องก็พากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และเหตุใดจู่ๆเหม่ยเจียงถึงมั่นใจว่านางจะชนะเชาชิงแบบนั้น
“ เ้าหมายความว่ายังไง? ” เชาชิงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ สิ่งที่ข้าหมายถึงก็คือ ท่านแพ้แล้ว ” เหม่ยเจียงกล่าวก่อนที่นางจะหยิบมีดสั้นออกมา
ทุกๆคนพากันสงสัยว่าทำไมเหม่ยเจียงถึงหยิบมีดสั้นออกมา
เชาชิงหรี่ตาลงก่อนที่เขาจะแสดงสีหน้าออกด้วยความประหลาดใจและใเป็อย่างมาก
“ รู้สึกตัวแล้วหรือ? ” เหม่ยเจียงหัวเราะเล็กน้อยและโยนมีดสั้นให้กับเชาชิง
ซึ่งเชาชิงเองก็รับมีดที่เหม่ยเจียงโยนให้
ทุกๆคนยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ เพราะเหตุใดเหม่ยเจียงถึงได้ทำแบบนั้น จะมีก็เพียงแค่หยวนิเย่เท่านั้นยิ้มออกมา
“ ิเย่ เหม่ยเจียงกำลังทำอะไรกันแน่? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ แค่การแสดงเล็กๆน้อยๆเท่านั้นแหละ ” หยวนิเย่กล่าว
“ เ้าคิดที่จะทำอะไรกันแน่ ทำไมร่างกายของข้าถึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้?! ” เชาชิงะโโวกเวกโวยวายอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดทุกๆคนก็รู้แล้วว่าร่างกายของเชาชิงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
“ ท่านเชาชิงไม่จำเป็ต้องรีบร้อนไป การแสดงน่ะมันเพิ่งจะเริ่ม อ่อ แล้วก็ถ้าหากท่าน้ายอมแพ้ก็ขอให้บอกเท่านั้น ” เหม่ยเจียงยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่จะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาและเคลื่อนไหวเพียงแค่นิ้วเท่านั้น
“ แกทำอะไรกับร่างกายของข้า ทำไมจู่ๆร่างกายของข้าถึงได้เคลื่อนไหวเองแบบนี้ ” เชาชิงะโขึ้น
“ ก็แค่กลเล็กๆเท่านั้น ” เหม่ยเจียงยิ้มและกดนิ้วของตัวเองลง
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของเชาชิงดังขึ้น
ที่ทุกๆคนเห็นก็คือ เชาชิงได้ใช้มีดสั้นที่เหม่ยเจียงโยนให้แทงเข้าไปที่มือขวาของตัวเองจนมีดสั้นทะลุอีกฝั่งหนึ่ง
ทุกๆคนได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับมองไปที่เหม่ยเจียงราวกับว่าเจอปีศาจที่น่าสะพรึงกลัว
เวลานี้ทุกๆคนรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ทุกๆครั้งที่เหม่ยเจียงเคลื่อนไหวนิ้ว ร่างกายของเชาชิงก็จะเคลื่อนไหวตามไปด้วย ราวกับว่าตอนนี้เชาชิงคือหุ่นเชิดของเหม่ยเจียง
เมื่อทุกคนรู้ถึงความสามารถนี้ของเหม่ยเจียง ทุกๆคนก็ได้แต่ถอยหลังจนอยู่ห่างจากเหม่ยเจียงเพื่อไม่ให้ถูกนางควบคุม
ไป๋เหรินซีมองไปที่เหม่ยเจียงด้วยความไม่อยากเชื่อ อีกอย่างเชาชิงเป็ถึงตัวตนระดับจักรพรรดิยุทธ์ แต่ตัวตนระดับนี้กลับไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของเหม่ยเจียงได้
สาเหตุที่หยวนิเย่ให้เหม่ยเจียงเป็สาวใช้ของเขาก็เพราะความสามารถนี้ด้วย ซึ่งความสามารถนี้มันมีประโยชน์กับเขาอย่างมาก
ความสามารถของเหม่ยเจียงคือใยิญญา ซึ่งใยิญญานี้สามารถควบคุมทุกสิ่งที่นาง้าได้ นอกจากนี้ใยิญญาคือความสามารถของเผ่าแมงมุมิญญา์
เผ่าแมงมุมิญญา์ได้หายสาบสูญไปจากโลกนานแล้ว แม้แต่เขาก็นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีลูกหลานของเผ่าแมงมุมิญญา์อยู่ที่อาณาจักรเล็กๆอย่างอาณาจักรแสงจันทร์แบบนี้
ในอดีตกาลโลกใบนี้มีหลากหลายเผ่าพันธ์ุนับไม่ถ้วน ซึ่งเผ่าพันธ์ุจำนวนมากก็ได้หายสาบสูญไปจากโลใบนี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มที่จู่ๆร่างกายของพวกเขาก็ถูกปลุกตื่นขึ้นทำให้รู้ได้ว่าพวกเขาเป็คนสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์โบราณนับไม่ถ้วนนั่นเอง
นอกจากนี้เผ่าพันธุ์แมงมุมิญญา์นั้นถูกนับว่าเป็หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก พวกเขาสามารถควบคุมผู้อื่นได้อย่างใจนึก ทำให้เผ่าพันธุ์แมงมุมิญญา์กลายเป็หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ทรงอำนาจ
แต่เนื่องจากเผ่าพันธุ์แมงมุมิญญา์ทรงพลังและน่าหวาดกลัวเกินไปทำให้เผ่าพันธุ์อื่นๆพากันจับมือกันและทำลายเผ่าพันธุ์แมงมุมิญญา์ทิ้ง
ไม่ถึงสิบลมหายใจ เชาชิงก็ใช้มีดแทงตามร่างกายของตัวเองไปแปดแผลแล้ว เืของเชาชิงที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้พื้นเต็มไปด้วยเืของเชาชิง
“ เหม่ยเจียงจำกฏของข้าไม่ได้แล้วหรือ? ” หยวนิเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหยวนิเย่ เหม่ยเจียงก็ชะงักและสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความใและหวาดกลัว
กฏของหยวนิเย่คือถ้าหากเกิดการต่อสู้กันจะต้องสังหารศัตรูอย่างรวดเร็วและห้ามหยอกล้อหรือเล่นกับศัตรูเป็อันขาด
“ ดูเหมือนว่าการแสดงเล็กๆน้อยๆนี้ได้จบลงแล้ว ” เหม่ยเจียงกล่าวพร้อมกับค่อยๆกดมือของนาง
มีดในมือของเชาชิงจิ้มไปยังคอของตัวเอง ทุกๆคนพากันกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ดีว่าต่อให้เป็ตัวตนระดับจักรพรรดิยุทธ์ แต่ถ้าหากถูกมีดเสียบคอแบบนั้นก็ตายได้เช่นกัน
“ ข้าขอยอมแพ้ ” เชาชิงกล่าวขึ้น
เหม่ยเจียงหันมามองหยวนิเย่และเมื่อเห็นหยวนิเย่พยักหน้าให้ นางก็สลายใยิญญาทิ้ง
ตุบ
ร่างของเชาชิงร่วงหล่นกับพื้นก่อนที่จะนอนหอบพร้อมกับแสดงสีหน้าเ็ปออกมา
เวลานี้ภายในห้องอาหารพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้ากล่าววาจาแม้แต่ประโยคเดียว พวกเขามองดูสภาพของเชาชิงด้วยความหวาดกลัว
ส่วนทางด้านของเหม่ยเจียง หลังจากที่นางเอาชนะเชาชิงแล้ว นางก็เดินมาด้านหน้าของหยวนิเย่พร้อมกับคุกเข่าลงเล็กน้อย
“ บ่าวไม่ทำให้นายน้อยผิดหวังแล้ว ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นนางก็กลัวนายน้อยลงโทษที่นางเล่นกับเหยื่อ
“ พี่เหม่ยเจียงแข็งแกร่งยิ่ง ” ไป๋เหรินซีที่อยู่ข้างๆแสดงสีหน้าตื่นเต้นและเคารพชื่นชมออกมา
“ เรียนคุณหนูไป๋ แม้ว่าข้าจะแข็งแกร่งแต่มันก็ไม่อาจเทียบได้กับนายน้อย ” เหม่ยเจียงกล่าว
“ พี่เหม่ยเจียงจะบอกว่า ิเย่แข็งแกร่งกว่าท่านอีกงั้นหรือ ” ไป๋เหรินซีประหลาดใจและมองไปที่หยวนิเย่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
เหม่ยเจียงกำลังจะกล่าวแต่ถูกหยวนิเย่ขัดเอาไว้ก่อน
“ เลิกกล่าววาจาไร้สาระได้แล้ว ” หยวนิเย่กล่าวพร้อมกับเดินออกมาด้านหน้า
“ เป็อย่างไรบ้างคุณชายมู่ สิ่งที่ข้ากล่าวเป็ความจริงหรือไม่? ” หยวนิเย่ถามขึ้น
“ บ่าวรับใช้ของสหายหยวนแข็งแกร่งตามที่กล่าวเลย ” มู่อวิ๋นได้แต่กัดฟันกล่าวออกมา
“ เช่นนั้นพวกเราก็มากินอาหารกันต่อเถอะ ” หยวนิเย่กล่าวขึ้น
ทุกๆคนพากันประหลาดใจ เกิดเื่ขนาดนี้แล้วยังจะมานั่งกินข้าวกันอีกหรอ
“ พาเชาขิงไปพักก่อน แล้วก็สั่งให้พนักงานทำความสะอาดและนำอาหารมาเสิร์ฟ ” มู่อวิ๋นกล่าว
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หยวนิเย่และคนของเขาก็ออกมาจากห้องอาหาร
“ ศิษย์พี่มู่้าล้างแค้นหรือไม่” หวงเฉาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ แน่นอนว่าข้าต้องล้างแค้น เพียงแต่ข้ารู้สึกว่าเ้าหมอนั้นมันมีความลับบางอย่างอยู่ ” มู่อวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ศิษย์พี่มู่หมายถึงตัวตนของบ่าวรับใช้คนนั้น? ” หวงเฉาเข้าใจได้ทันที
“ ใช่ ข้าััได้ว่านางเป็เพียงปราชญ์ยุทธ์ แต่นางสามารถควบคุมได้แม้กระทั้งจักรพรรดิยุทธ์ เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่อย่างนั้นมันจะมีปัญหาได้ ” มู่อวิ๋นกล่าว
“ ข้าเองก็สงสัยเช่นเดียวกับศิษย์พี่ นอกจากนี้ด้วยความแข็งแกร่งและอายุน้อยแบบนี้ กองกำลังทั่วอาณาจักรจะต้องต้อนรับนางแน่ แต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงเลือกที่จะเป็บ่าวรับใช้แบบนี้ ” หวงเฉากล่าวเสริม
“ เื่นี้ต้องสืบอย่างละเอียด ” มู่อวิ๋นกล่าว
ออร่าที่พวกเขาััได้ก็เป็แผนของหยวนิเย่อีกเช่นกัน
ที่หน้าจวนตระกูลไป๋
ไป๋เหรินซีและหนานลู่ลงจากรถม้าและเข้าไปในจวน
ซึ่งก่อนกลับไป๋เหรินซีกล่าวขอบคุณหยวนิเย่พร้อมกับสวมกอดเขาด้วย
หยวนิเย่ได้แต่ส่ายหน้าและหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“ กลับกันเถอะ ” หยวนิเย่กล่าวก่อนที่จะขึ้นรถม้าและมุ่งหน้ากลับจวนฮวาสุ่ย
ไป๋เหรินซีหันกลับมามองรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ
“ ข้าหวังว่าเ้าจะบอกความจริงกับข้านะ ” ไป๋เหรินซีพึมพำออกมาเบาๆ
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน
เนื่องจากไป๋เหรินซีมีเวลาอยู่ที่เมืองหลวงกุ่นแค่ครึ่งเดือน ทำให้นางมาหาหยวนิเย่ทุกวัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น
ที่ศาลากลางสระน้ำ
“ ิเย่ พรุ่งนี้ข้าจะกลับตำหนักหมื่นวิถีแล้ว ถ้าหากเ้ามีเวลาว่าง เ้าก็ไปเยี่ยมข้าที่นั้นบ้าง ” ไป๋เหรินซีกล่าวพร้อมกับกินมันฝรั่งทอดไปด้วย
“ ได้สิ ข้าจะต้องไปหาเ้าอย่างแน่นอน ” หยวนิเย่ยิ้ม
“ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับมาที่นี้อีกเมื่อไหร่ เพราะอาจารย์ของข้าบอกว่า นางจะพาข้าออกเดินทางทั่วอาณาจักรแสงจันทร์ เพื่อเป็การเปิดประสบการณ์ให้กับข้า ” ไป๋เหรินซีกล่าว
“ ข้าคิดว่าวิถีนี้ก็ไม่เลว ถ้าหากสามารถเปิดประสบการณ์ให้แก่เ้าได้ภายภาคหน้าเ้าจะได้กลายเป็ผู้นำที่ดี ” หยวนิเย่กล่าว
“ ข้าเองก็มีความฝันที่จะท่องเที่ยวไปทั่วอาณาจักรแสงจันทร์เช่นกันแต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็ความจริงเร็วแบบนี้ ” ไป๋เหรินซียิ้ม
“ ระหว่างทางเ้าก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วย ข้าเป็ห่วงเ้านะ ” หยวนิเย่กล่าว
สีหน้าของไป๋เหรินซีแดงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนางก็ตอบว่า “ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ทำให้เ้าต้องเป็ห่วง ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งเล่นอยู่ที่ศาลากลางสระน้ำ จนกระทั้งเวลาเย็น ไป๋เหรินซีจึงกลับจวนของนาง
แน่นอนว่าหยวนิเย่ไม่ลืมที่จะมอบของขวัญอำลาให้กับไป๋เหรินซีอีก
หลายวันต่อมา
ในขณะที่หยวนิเย่กำลังนั่งอ่านตำรา จู่ๆเหม่ยเจียงก็เข้ามาพร้อมกับบอกว่าเป็คนของตระกูลไป๋้ามาขอพบนายน้อย
“ คนของตระกูลไป๋งั้นหรือ? ” หยวนิเย่พึมพำออกมาก่อนที่จะสั่งให้เหม่ยเจียงไปเชิญเข้ามา
ไม่นานเหม่ยเจียงก็พาชายวัยกลางคนในชุดหรูหราก็เดินเข้ามาพร้อมกับความหยิ่งผยอง นอกจากนี้ออร่าของเขาก็ยังอยู่ในระดับเหนือยุทธ์
เมื่อเขาเดินมาถึงศาลากลาน้ำ ชายวัยกลางคนก็มองดูหยวนิเย่ด้วยความรังเกียจ
“ เ้าคงจะเป็หยวนิเย่สินะ ” ชายวัยกลางคนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง
“ ใช่เป็ข้าเอง แล้วเ้าเป็ใครกันล่ะ? ” หยวนหมิวเย่พยักหน้ารับก่อนที่จะหรี่ตามองชายวัยกลางคน
“ ข้าคือไป๋ซวน เป็ผู้าุโของตระกูลไป๋ ผู้นำตระกูลไป๋สั่งข้าให้มาบอกกับเ้าว่า เ้าควรเลิกยุ่งกับไป๋เหรินซี ไม่อย่างนั้นข้าจะจัดการกับเ้าด้วยตัวเอง ” ไป๋ซวนกล่าวด้วยความเ็า
“ โอ้ น่าสนใจ ข้าเองก็อยากที่จะพบกับไป๋หยู่กงเหมือนกัน ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ บังอาจ ” ไป๋ซวนะโด้วยความโกรธ
“ เ้ากล้าที่จะเรียกชื่อผู้นำตระกูลไป๋ของข้าห้วนๆแบบนี้ได้อย่างไร? ” ไป๋ซวนกล่าว
“ เช่นนั้นข้าคงต้องลงโทษเ้าก่อนสินะ ” หยวนิเย่กล่าวขึ้น
“ คุกเข่าและตบหน้าตัวเองยี่สิบครั้ง ” หยวนิเย่สั่งการทันที
“ เ้ากล่าวอะไรนะ ” ไป๋ซวนะโด้วยความโกรธ แต่แล้วจู่ๆร่างกายของเขาก็คุกเข่าลงเองและมือทั้งสองข้างของเขาก็ตบหน้าตัวเองยี่สิบครั้งจริงๆ
สีหน้าของไป๋ซวนเต็มไปด้วยความใและไม่อยากเชื่อ
“ นี้เป็เพียงการเตือนเท่านั้น ถ้าหากเ้ายังกล้าที่จะแสดงท่าทีเช่นนี้เมื่ออยู่ในจวนของข้าอีก ครั้งหน้าข้าจะเอาชีวิตของเ้าแทน ” หยวนิเย่กล่าวอย่างเ็า
ไป๋ซวนลูบแก้มของตัวเองที่บวมเป่งออกมา จากนั้นเขาก็มองไปที่หยวนหมิวเย่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและเคียดแค้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและจากไปทันที