หวงเผยิยืนมองสองยายหลานค่อยๆเดินคล้อยหลังจากไป สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อยพร้อมแววสงสัยในดวงตาพวกนางแต่งกายอย่างชาวบ้านธรรมดาสามัญ ทว่าเด็กสาวในชุดเสื้อผ้าเด็กผู้ชายคนนั้นกลับมีใบหน้างดงามน่ารักและผิวพรรณผ่องใสดูดียิ่งกว่าเหล่าคุณหนูในสกุลสูงศักดิ์ทุกคนที่เขาเคยเห็นมาเสียอีกเหตุใดเด็กสาวผู้นั้นจึงดูมีความรู้ทรงภูมิไม่น้อย อ่านหนังสือออกเขียนหนังสือก็เป็ อีกทั้งยังมีมารยาทงดงาม รู้จักกาลเทศะเกินตัวสิ่งเดียวที่ดูสมวัยคงเป็ลายมือโย้ไปเย้มาของเด็กวัยไม่เกินสิบเอ็ดสิบสองขวบกระมังเหตุใดพวกเขาจึงมีเงินมากมายเพียงนี้ และจากท่าทีของคนทั้งคู่ เด็กสาวผู้นี้ดูท่าเป็ผู้นำมากกว่ายายเสียอีกช่างประหลาดนัก ปริศนาเหล่านี้ชวนให้หวงเผยิคันหัวใจยิ่ง เขาเดินกลับเข้าไปในห้องเอกสารที่เก็บบันทึกประวัติทะเบียนบ้านประจำอำเภอทันที
ทางด้านสองยายหลานขณะนี้นั่งอยู่บนรถม้าคันกว้างอย่างเบียดเสียดกับกองข้าวของที่หยางเถาอวี้กว้านซื้อมาอย่างเต็มที่ราวกับเพื่อปลดปล่อยความคับอกคับใจบางอย่างนี่เป็เื่ธรรมชาติของสตรีเพศใช่หรือไม่
“อวี้เอ๋อ เมื่อครู่เหตุใดเ้าจึงไม่มอบเงินค่าน้ำร้อนน้ำชาให้กับใต้เท้าผู้นั้นเสียหน่อยเล่า”ยายจางระบายความสงสัย
“ท่านยาย ท่านไม่สังเกตุหรือเ้าคะใต้เท้าหวงท่านนั้นทำงานด้วยความเที่ยงตรง อีกทั้งยังรวดเร็วฉับไวไม่มีทีท่าถ่วงเวลาชักช้ารอค่าน้ำชาเลย บุคลิกเช่นนี้ข้าจึงคิดว่าหากมอบให้เขาดีไม่ดีเราอาจโดนเขาคาดโทษกลับว่าเป็การติดสินบนเ้าหน้าที่น่ะสิเ้าคะ”หยางเถาอวี้แจงรายละเอียดจากการจับสังเกตุพร้อมคลื่นจิตที่สงบนิ่งมั่นคงของใต้เท้าหวง
“ก็จริงอย่างที่เ้าว่า”ยายจางคล้อยตาม
“แต่ท่านยายไม่ต้องห่วงข้าคิดแผนการตอบแทนน้ำใจใต้เท้าหวงเอาไว้แล้วหละเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้เล่าพร้อมหยิบขนมเปี๊ยะออกมาส่งให้ยายจางชิ้นหนึ่งส่วนตนเองอีกชิ้น “ท่านยายทานขนมรองท้องก่อนเถอะเ้าค่ะข้าพาท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ขอบใจจ้ะ ว่าแต่ที่เ้าบอกว่ามีแผนการตอบแทนน้ำใจใต้เท้าหวงแล้วเ้าจะทำอย่างไรหรือ”
“พรุ่งนี้ข้าก็จะเตรียมอาหารอร่อยๆไว้เลี้ยงท่านและนายช่างเป็การขอบคุณไงเ้าคะ ท่านยายคิดว่าเข้าท่าหรือไม่”
“เข้าท่าคืออะไร”
“เข้าท่าก็แปลว่า ‘ดีหรือไม่’เ้าค่ะ”
“อ้าวแล้วเหตุใดไม่พูดว่าดีหรือไม่ไปเลยเล่า” ยายจางชักสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับหลานสาวนอกไส้ตัวน้อย
“แหมๆๆ ท่านยายเริ่มพัฒนานะเ้าคะ”
“แล้วพัฒนาแปลว่าอะไร”
“ก็แปลว่ามีความก้าวหน้ายังไงล่ะเ้าคะ”
ฮ่าๆๆเสียงหัวเราะดังลั่นจนคนขับรถม้าด้านนอกอดสงสัยมิได้
ขาเดินทางเข้าอำเภอใช้เวลาถึงชั่วยามเศษแต่ขากลับใช้เวลาเพียงเค่อกว่าก็ถึงบ้านหยางเถาอวี้กับยายจางลงจากรถม้าและช่วยกันหอบหิ้วข้าวของเข้าไปกองไว้ในครัว คนขับรถม้ากุลีกุจอเข้ามาช่วยเหลือเช่นกันไม่นานก็ขนของลงจากรถม้าได้หมด หยางเถาอวี้ย้อนกลับออกมาขอให้คนขับรถม้าช่วยสอนนางขับรถม้าใช้เวลาแค่เดี๋ยวเดียวนางก็จับจุดสำคัญของการบังคับรถม้าได้ เมื่อเริ่มคล่องแคล่วขึ้นนางจึงอนุญาตให้คนขับรถม้ากลับไปได้พร้อมตบรางวัลเพิ่มให้อีกสามอีแปะนางตั้งชื่อม้าหนุ่มว่าเสี่ยวจง ตัวเมียชื่อเสี่ยวไป๋
“เสี่ยวไป๋ เสี่ยวจงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ ข้าจะพยายามดูแลพวกเ้าอย่างดี” ครั้นแล้วจึงจูงพวกมันไปผูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมรั้วบ้านเป็การชั่วคราวก่อนหยางเถาอวี้ไม่ได้ลืมม้าอสูรแม่ลูกคู่นั้นนางส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจความเป็ไปภายในมิติของรุ่ยเอ๋ออยู่เป็ระยะ เวลาเพียงครึ่งค่อนวันบนโลกภายนอกแต่ภายในมิติของรุ่ยเอ๋อกลับผ่านไปกว่าสี่วันแล้ว แม่ม้าอสูรได้รับการรักษาจนหายเป็ปกติในเวลานี้แข็งแรงยิ่ง ลูกม้าอสูรก็ร่าเริงสดใสสองตัววิ่งเล่นไปทั่วทุ่งหญ้าภายในมิติส่วนตัวของนาง รุ่ยเอ๋อก็คอยเอาใจใส่พวกมันเป็อย่างดีนางขอให้รุ่ยเอ๋อขุดสระใหญ่ไว้สำหรับให้พวกสัตว์ได้ดื่มกินอย่างอิสระสระหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งรุ่ยเอ๋อทำได้อย่างง่ายดายเพราะเป็จิติญญาผู้พิทักษ์ประจำกุญแจหยกวารี แค่กวาดมือครั้งเดียวพื้นดินบริเวณหนึ่งก็ราวกับถูกมือั์คว้านลงไปจากนั้นจึงบังคับน้ำจากบ่อกำเนิดน้ำทิพย์พิสุทธิ์เติมลงไปจนกลายเป็สระน้ำสวยงามแห่งหนึ่ง
ภารกิจสร้างตัวยังไม่เสร็จสิ้นระหว่างที่ยายจางทยอยจัดเก็บข้าวของที่หยางเถาอวี้ขนมา นางจึงถือโอกาสปลีกตัวออกไปที่แนวลำธารเพราะมีข้ออ้างที่เมื่อเช้านี้ทั้งคู่มัวแต่เตรียมตัวเข้าอำเภอจนลืมเก็บลอบกันนางตั้งใจจะทำให้สระที่เพิ่งขุดไว้มีประโยชน์หลายทาง วันก่อนตอนไปบ่อกระจับนางเห็นบัวแดงขึ้นแซมอยู่ในดงกระจับสองสามต้น มันไม่มากพอที่จะเก็บกินแต่ย่อมเพียงพอสำหรับย้ายไปปลูกในสระส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีพวกผักสลัดน้ำ ผักบุ้งตับเต่า หยางเถาอวี้เก็บพืชน้ำที่กินได้ในบ่อน้ำเล็กๆ แห่งนี้โยนเข้าไปในมิติส่วนตัวทั้งหมดถ่ายทอดภาพในหัวให้รุ่ยเอ๋อรับรู้ว่านางอยากปลูกพืชน้ำเหล่านี้ไว้ในสระหรือข้างสระอย่างไรให้สวยงามครั้นแล้วจึงเดินไล่ไปถึงจุดวางลอบ วันนี้มีกุ้งมีปลามาติดลอบไม่น้อยเช่นเดิมนางเก็บพวกมันอย่างละครึ่งลงสระรุ่ยเอ๋อทันที
‘นายหญิงเ้าคะเหตุใดท่านชอบเรียกมิติในกุญแจหยกวารีว่ามิติของรุ่ยเอ๋อ เหตุใดจึงไม่เป็มิติของอวี้เอ๋อบ้างเล่าเ้าคะเวลานี้ยังมีสระรุ่ยเอ๋ออีกด้วย’
‘ก็เ้าเป็จิติญญาแห่งกุญแจหยกวารีตามหลักแล้วเ้าสมควรเป็เ้าของยิ่งกว่าใคร ไม่ใช้ชื่อเ้าแล้วจะใช้ชื่อผู้ใดเล่า ข้าก็แค่ผู้ดูแลชั่วคราว ถ้าตายไปก็ต้องมีคนใหม่มาแทนที่ใช่หรือไม่ก็แค่สมบัติผลัดกันชมมิใช่หรือไง จะยึดติดอะไรมากมาย’ หยางเถาอวี้ร่ายยาวแต่อันที่จริงก็แค่มักง่ายหรือเปล่า
‘ความคิดของนายหญิงช่างแตกต่างกับผู้อื่นยิ่งนัก’ รุ่ยเอ๋อครุ่นคิดตามด้วยความแปลกใจ
‘แต่่ที่ข้ายังดูแลอยู่ยังไงก็ช่วยข้าทำมาหากินไปด้วยนะ อิอิ’หยางเถาอวี้ย้ำ
‘ว่าก็ว่าเถอะ ข้าสงสัยมานานแล้วเหตุใดเ้าของคนก่อนๆ ถึงไม่ใส่ใจพัฒนาพื้นที่ภายในมิติบ้างเลยเล่าปล่อยให้มันหัวโล้นโล่งโจ้งเกินไปหน่อยหรือไม่ เสียของชะมัด’
‘อาจเป็เพราะเ้าของที่ผ่านมาล้วนเป็บุรุษพวกเขาเอาแต่มุ่งมั่นในเส้นทางการฝึกยุทธ์ดังนั้นประโยชน์ที่พวกเขาสนใจจึงมีแค่น้ำทิพย์กับพลังปราณจากต้นกำเนิดปราณพิภพเท่านั้นเ้าค่ะ’
‘คงอย่างนั้นล่ะนะหรือไม่พวกเขาก็คงร่ำรวยอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็ต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเหมือนข้า’
‘นายหญิงมีจิตใจเมตตา นึกถึงคนรอบตัวเช่นยายจางจึงต้องทำเช่นนี้’รุ่ยเอ๋อรับรู้ถึงความห่วงใยที่หยางเถาอวี้มีต่อยายจาง
‘แหม ใครบอกเ้าข้าทำเพื่อตัวเองทั้งนั้นแหละ’ หยางเถาอวี้บ่นแก้เกี้ยว‘ไหนๆ ก็แว๊บได้แล้วข้าแว๊บไปเยี่ยมสองแม่ลูกนั่นซักหน่อยดีกว่า ไม่รู้ยังจำข้าได้หรือไม่’
ทันทีที่หยางเถาอวี้เข้าสู่มิติของรุ่ยเอ๋อม้าอสูรสองแม่ลูกััได้ถึงกลิ่นอายของนางทันทีพวกมันวิ่งเข้ามาคลอเคลียหยางเถาอวี้อย่างจำได้ สองตัวพากันเอาหัวถูไถนางเป็เชิงขอบคุณพวกมันรู้ว่าหยางเถาอวี้คือคนที่ช่วยชีวิตของพวกมันสองแม่ลูกเอาไว้
“แหมๆๆ จำข้าได้ด้วยเหรอ น่ารักจริงๆเลย พวกเ้าสวยสง่ายิ่งนัก เอ๊ะ เ้าตัวเล็กเหตุใดมีเขาสีเงินเล็กๆอยู่ตรงกลางหน้าผาก” หยางเถาอวี้ลูบหัวพวกมันอย่างเอ็นดูสายตาเหลือบเห็นเขาสีเงินงดงามกลางหน้าผากของเ้าตัวเล็ก
“เ้าตัวเล็กคงมีสายเือาชาอัสนีอยู่ในตัวเ้าค่ะนายหญิงโตขึ้นคงพัฒนาเป็สัตว์อสูรระดับสูงได้” รุ่ยเอ๋ออธิบาย
“จริงเหรอนี่ฟังจากที่เ้าอธิบายแล้วข้าเหมือนถูกหวยเลยได้สัตว์อสูรระดับสูงมาในราคาเหมารวมแค่หนึ่งตำลึงทองเอง” หยางเถาอวี้ไม่วายดีดลูกคิดรัวๆนิสัยมัทยัสถ์จนเข้าข่ายขี้เหนียวเช่นนี้ไม่รู้ว่าเริ่มต้นั้แ่เมื่อใดทว่าในเื่ที่สมควรจ่ายนางย่อมไม่ลังเล
“งั้นข้าตั้งชื่อให้พวกเ้าดีกว่าแม่ม้าแสนสวย ขนของเ้าดำขลับงดงามตลอดตัว เ้าชื่ออาเหม่ยดีหรือไม่”แม่ม้าอสูรผงกศีรษะขึ้นๆ ลงๆ พร้อมกับเอาหัวดุนไหล่หยางเถาอวี้ราวกับตอบรับ“ส่วนเ้าตัวเล็ก เ้าก็มีเส้นขนดำขลับถอดแบบมาจากแม่ของเ้าเช่นกันมีเพียงส่วนปลายแผงคอและปลายหางที่มีสีเงินเป็ประกาย เ้าคงได้พ่อของเ้ามาแน่ สายเือาชาอัสนีหรืองั้นข้าตั้งชื่อให้เ้าว่าเสี่ยวเหลยนะ ตกลงไม๊” หยางเถาอวี้เอ่ยเสี่ยวเหลยก็มีอาการไม่ต่างจากแม่ มันเอาหัวเข้าถูไถแขนของหยางเถาอวี้อย่างประจบเต็มที่ปากร้องฮี้ๆๆ
“อยู่ในนี้พวกเ้าจงตั้งใจดูดซับพลังปราณให้ดีอีกหน่อยจะได้แข็งแกร่งจนไม่มีใครมารังแกพวกเ้าได้อีก รู้หรือไม่”พวกมันพากันผงกหัวยิกๆ “เอาล่ะ ข้าต้องออกไปแล้ว ข้างนอกยังมีเื่ต้องทำอีกมากไว้มีโอกาสข้าจะพาพวกเ้าออกไปวิ่งเล่นบ้างนะ” หยางเถาอวี้กลับออกมาจากมิติของรุ่ยเอ๋อนางไม่ลืมตักน้ำใส่ชะลอมไปให้ไป๋เอ๋อกับเสี่ยวจงระหว่างทางกลับบ้าน นางแอบเอาหญ้าที่เปี่ยมด้วยพลังปราณจากในมิติส่วนตัวออกมาให้พวกมันกินและยังหยดน้ำทิพย์ลงไปผสมในน้ำสำหรับเลี้ยงม้าอีกด้วย ...ในเมื่อม้ายังได้กินแล้วคนเล่าจะพลาดได้อย่างไร... เท้าไวเท่าความคิด หยางเถาอวี้เดินไปหยอดน้ำทิพย์ลงในตุ่มทุกตุ่มทั้งตุ่มน้ำสะอาดสำหรับนำมาดื่มกินตุ่มน้ำสำหรับชำระล้างร่างกายหรือกระทั่งตุ่มน้ำสำหรับใช้ซักล้างถ้วยชามเสื้อผ้าจะได้สะอาดปลอดโรค
เวลานี้ต้องเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็นแล้วคืนนี้นับเป็มื้อที่เรียบง่าย นางยังไม่ค่อยมีกะจิตกะใจทำอาหารนักสมองเต็มไปด้วยแผนการมากมาย มือเย็นจึงเพียงเจียวน้ำมันหมูเตรียมไว้ผัดอาหารต่างๆกากหมูที่ได้เอามาคลุกเกลือให้พอเค็ม หุงข้าวสวย ผัดเห็ดใส่ต้นกระเทียมกับเนื้อหมูและโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวจากนั้นทอดไข่ดาวสองฟอง แต่แค่นี้ก็ทำเอายายจางอิ่มจนพุงกางไปเลยนางเพิ่งได้กินอาหารผัดอาหารทอดเป็ครั้งแรก ทุกอย่างรสชาติดียิ่งนัก
“อวี้เอ๋อพรุ่งนี้ทอดไข่ดาวเลี้ยงใต้เท้าหวงกับนายช่างด้วยดีหรือไม่ ทั้งทำง่ายไม่ยุ่งยากทั้งรสชาติแปลกใหม่อร่อยยิ่งนัก(ข้ายังอยากกินอีก)” ยายจางคุยแก้มยุ้ย
“ได้สิเ้าคะท่านยาย งั้นข้าจะทำข้าวผัดกุ้งกับน้ำแกงฟักด้วย” วันนี้ได้เครื่องมาค่อนข้างเยอะ
ยายจางไม่รู้ว่าข้าวผัดกุ้งเป็อย่างไรแต่นางคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้ มาตั้งหน้าตั้งตารอพิสูจน์ความอร่อยดีกว่า
หลังอาหารเย็นหยางเถาอวี้จัดตารางให้ตนฝึกคัดพู่กันจีนราวครึ่งชั่วยามส่วนยายจางก็เริ่มนำผ้าเนื้อหนาที่เพิ่งซื้อมาเตรียมตัดเย็บเสื้อกันหนาวเมื่อหยางเถาอวี้คัดลายมือเสร็จจึงนั่งออกแบบบ้านที่้าร่วมกับยายจาง สองคนยายหลานนั่งทำงานไปคุยไปอย่างมีความสุขไม่นานก็ได้แบบบ้านคร่าวๆที่พอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เริ่มดึกยายจางจึงเริ่มง่วงดวงตาปรือจนเย็บผ้าต่อไปไม่ไหว สุดท้ายจึงลุกไปเข้านอน เวลาเข้าสู่ห้วงมิติส่วนตัวมาถึงแล้ว...
คืนนี้หยางเถาอวี้เข้าไปสำรวจแปลงพืชข้างเรือนไผ่เขียวที่มีมาแต่เดิมและคัดแยกสมุนไพรต่างๆในเรือนอย่างจริงจัง แปลงพืชมีลักษณะไม่ค่อยเป็ระเบียบคล้ายเ้าของคนเก่านึกอยากจะปลูกอะไรก็หมกๆ ปักๆ ลงไป ปะปนกันจนแยกแยะลำบาก เห็นแล้วรำคาญตายิ่งนักหยางเถาอวี้จึงขอให้รุ่ยเอ๋อช่วยปรับแปลงสมุนไพรออกเป็ส่วนๆแยกสมุนไพรออกเป็ชนิดและตามระดับจากสูงไปต่ำจากนั้นจึงขยายที่ดินออกไปอีกแปลงเพื่อปลูกสมุนไพรธรรมดาและพืชผักที่หยางเถาอวี้เก็บมารวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ที่เพิ่งซื้อ นางเตรียมเพาะเมล็ดถั่วชนิดต่างๆ กระเทียมหัวหอม ตลอดจน เครื่องเทศเช่นพริกไทย หมาล่าหรือชวงเจียว ซึ่งนางะโเข้าใส่ทันทีที่เห็นพ่อค้าที่ร้านคุยโวว่าได้มาอย่างยากลำบากจากต่างเมือง ราคาจึงแพงไม่น้อย หยางเถาอวี้คัดถั่วเขียวมาครึ่งชั่งประยุกต์กระด้งและกระสอบป่านมาทำการเพาะถั่วเขียว นางอธิบายขั้นตอนการเพาะถั่วและเมล็ดพันธุ์ชนิดอื่นๆให้รุ่ยเอ๋อรู้ จากนั้นฝากให้นางดูแลต่อก่อนจะกลับออกไปยังโลกภายนอกเพื่อพักผ่อน
------------
http://www.thaicityfarm.com/2018/09/30/เพาะถั่วงอกกินเอง-สด-สะอ/
https://www.opsmoac.go.th/amnatcharoen-local_wisdom-preview-421691791823