แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ เข้ามาในกระท่อมปลุกหลี่ชิงเหอให้ตื่นจากการหลับใหล นางรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นมากความอ่อนเพลียที่เคยมีได้จางหายไปเกือบหมดสิ้นกลิ่นหอมของข้าวต้มสมุนไพรลอยมาแตะจมูกทำให้นางรู้สึกหิวขึ้นมาทันที
เมื่อลุกขึ้นจากเตียงนางก็พบว่าฉีเฟิงกำลังนั่งเหลาไม้สำหรับทำลูกศรอยู่หน้าเตาผิงแสงไฟสีส้มอาบบนใบหน้าคร้ามคมของเขา ขับให้รอยแผลเป็ดูน่ากลัวน้อยลงเขายังคงสวมชุดหนังสัตว์เนื้อหยาบตัวเดิม แต่กลับดูสะอาดสะอ้านอย่างน่าประหลาด
"เ้าฟื้นแล้วรึ"เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง คล้ายกับรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของนาง"ข้าวต้มอยู่ในหม้อ ตักกินได้เลย"
ชิงเหอเดินไปยังเตาผิงอย่างเงียบ ๆ นางตักข้าวต้มใส่ชามแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะไม้ตัวเล็กข้างเตียงข้าวต้มร้อน ๆ ที่มีเนื้อหมูป่าชิ้นเล็ก ๆ ผสมอยู่ช่วยให้ร่างกายของนางอบอุ่นขึ้นอีกมากรสชาติของมันเรียบง่ายแต่กลับอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าไว้...และยังให้ที่พักพิงอีก"นางเอ่ยขึ้นหลังจากกินข้าวต้มไปได้ครึ่งชาม
ฉีเฟิงวางงานในมือลงแล้วหันมามองนางเต็มตา"ข้าบอกแล้วว่าจะรับผิดชอบ"
"แต่ข้าก็บอกท่านแล้วว่าไม่จำเป็"นางสวนกลับทันที "ข้าพักที่นี่จนกว่าจะแข็งแรงดีแล้วข้าจะกลับไปที่กระท่อมของข้าเอง"
"เ้าจะกลับไปที่นั่นทำไม"เขาขมวดคิ้ว "กระท่อมผุพังหลังนั้นแทบจะกันลมกันฝนไม่ได้ด้วยซ้ำ"
"มันก็เป็บ้านของข้า"นางตอบเสียงเรียบ แม้ในใจจะยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง
ฉีเฟิงถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่เข้าใจความดื้อรั้นของนางเลยสักนิด"ฟังนะหลี่ชิงเหอ" เขาเรียกชื่อนางเต็มยศ"เ้าเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือนการมาพักค้างอ้างแรมในกระท่อมของบุรุษเช่นข้าเพียงลำพัง หากชาวบ้านรู้เข้าชื่อเสียงของเ้าจะเสียหาย"
คำพูดของเขาทำให้นางชะงักไป จริงด้วย...ข้าลืมเื่ขนบธรรมเนียมของยุคนี้ไปสนิทในโลกที่นางจากมา เื่แบบนี้อาจจะดูเป็เื่ธรรมดาแต่ในยุคจีนโบราณที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของสตรีเหนือสิ่งอื่นใดการกระทำของนางอาจทำให้นางไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปได้เลย
"แล้ว...แล้วข้าควรจะทำอย่างไร"นางถามเสียงแ่ ความมั่นใจเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น
"แต่งกับข้า"ฉีเฟิงตอบทันทีราวกับเตรียมคำตอบนี้ไว้แล้ว "นั่นคือทางออกที่ดีที่สุด"
ชิงเหอเบิกตากว้าง "ท่านพูดเป็เล่น!เราแทบไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ"
"แล้วการแต่งงานของคนในยุคนี้จำเป็ต้องรู้จักกันก่อนด้วยรึ" เขาย้อนถาม"ส่วนใหญ่ก็เป็พ่อแม่หรือแม่สื่อจัดการให้ทั้งนั้นมิใช่หรือ"
นางเถียงไม่ออกอีกครั้งที่เขาพูดก็ถูกอีกนั่นแหละ แต่ข้ามาจากอนาคตนะ!ข้าจะยอมรับการคลุมถุงชนแบบนี้ได้อย่างไร!
"แต่ข้า..."
"ข้ารู้ว่าเ้ารังเกียจข้า"ฉีเฟิงพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่นางจะได้ปฏิเสธ "รังเกียจรอยแผลเป็บนใบหน้าของข้า...รังเกียจที่ข้าเป็แค่พรานป่าจนๆ " น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่แววตากลับฉายความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาวูบหนึ่ง
"ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน!"นางรีบปฏิเสธเสียงดัง "ข้าแค่...ยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับใครทั้งนั้น"
"แล้วเ้าจะรออะไรอีก"เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "เ้าเป็เด็กกำพร้า ไม่มีครอบครัวไม่มีใครให้พึ่งพิง การมีสามีจะทำให้ชีวิตของเ้ามั่นคงขึ้น"
คำพูดของเขาแทงใจดำนางอย่างจังตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นางใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและสิ้นหวังการดิ้นรนหาอาหารในแต่ละวันมันช่างเหนื่อยยากเหลือเกิน หากมีเขาอยู่เคียงข้าง...ชีวิตของนางอาจจะง่ายขึ้นจริงๆ ก็ได้
ไม่สิ! ข้าจะคิดแบบนี้ไม่ได้!เป้าหมายของข้าคือการกลับบ้าน!
"ข้าดูแลตัวเองได้" นางยืนกรานแม้น้ำเสียงจะอ่อนลงกว่าเดิม
ฉีเฟิงมองนางนิ่ง ๆ ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง"เช่นนั้นข้ามีข้อเสนอ"
"ข้อเสนออะไร?"
"เราจะทำข้อตกลงกัน" เขาเริ่มอธิบาย
"เ้ามาอยู่ที่นี่กับข้าในฐานะ...คู่หมั้น"
"ข้าจะดูแลเื่อาหารการกินและที่พักให้เ้าส่วนเ้าก็ช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็การแลกเปลี่ยน"
"เราจะใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อทำความรู้จักกันหากครบกำหนดแล้วเ้ายังยืนยันที่จะไม่แต่งงานกับข้าข้าจะยอมปล่อยเ้าไปโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น"
ข้อเสนอของเขาทำให้นางประหลาดใจมันเป็ทางออกที่ดูสมเหตุสมผลและยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่ายนางจะได้มีเวลาปรับตัวกับชีวิตใหม่โดยไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องและยังมีเวลาคิดหาทางกลับบ้านต่อไป ส่วนเขา...ก็ได้ทำตามที่พูดว่าจะรับผิดชอบนางและอาจจะพิสูจน์ให้นางเห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่น่ารังเกียจอย่างที่นางอาจจะเคยคิด
"ว่าอย่างไรเล่า"เขารอคำตอบอย่างใจเย็น
ชิงเหอใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลง "ก็ได้...ข้าตกลงตามข้อเสนอนี้"
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของฉีเฟิงเป็ครั้งแรกนับั้แ่นางฟื้นขึ้นมาแม้จะเป็เพียงรอยยิ้มเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็ของเขาดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด"ดี เช่นนั้นก็กินข้าวต้มให้หมดเสีย เดี๋ยวข้าจะพาไปดูรอบ ๆ กระท่อม"
หลังจากกินข้าวต้มจนหมดชามฉีเฟิงก็พานางเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ กระท่อมของเขา ที่นี่ตั้งอยู่ลึกเข้ามาในป่าห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร อากาศจึงสดชื่นและเงียบสงบมีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลมพัดผ่านใบไม้ ด้านหลังกระท่อมมีลำธารสายเล็ก ๆ ไหลผ่านน้ำใสจนมองเห็นก้อนหินใต้น้ำ ข้าง ๆ กันนั้นมีแปลงผักขนาดเล็กที่ปลูกพืชผักสวนครัวไว้หลายชนิด
"ข้าปลูกไว้กินเองเหลือก็เอาไปแลกของใช้ในหมู่บ้าน" เขาอธิบายเมื่อเห็นนางมองอย่างสนใจ
ถัดจากแปลงผักคือลานกว้างสำหรับชำแหละและตากหนังสัตว์ตอนนี้นางเห็นซากหมูป่าตัวใหญ่ที่เขาแบกมาเมื่อวานถูกแขวนอยู่"เดี๋ยวข้าจะจัดการมันหลังจากนี้"
พวกเขากลับเข้ามาในกระท่อมอีกครั้งฉีเฟิงชี้ไปยังกองหนังสัตว์ที่มุมห้อง "นั่นคืองานของเ้า"
"งานของข้า?"
"ใช่เ้าต้องเรียนรู้วิธีการฟอกหนังและเย็บหนังสัตว์ให้เป็เสื้อผ้าหรือเครื่องใช้ต่างๆ "
"มันเป็ทักษะที่จำเป็สำหรับการใช้ชีวิตในป่า"
ชิงเหอมองกองหนังสัตว์ด้วยความรู้สึกท้าทายแม้ในโลกเดิมนางจะไม่เคยทำงานฝีมือแบบนี้มาก่อนแต่นางก็เป็คนเรียนรู้เร็วและพร้อมที่จะปรับตัว
อย่างน้อยมันก็เป็อะไรที่จับต้องได้มากกว่าการนั่งรอความหวังลมๆ แล้ง ๆ ว่าจะกลับบ้านได้
"ข้าจะพยายาม" นางตอบรับอย่างหนักแน่น
ฉีเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดีมาก"
และแล้ว วันแรกของการใช้ชีวิตในฐานะ คู่หมั้นกำมะลอของหลี่ชิงเหอจึงได้เริ่มต้นขึ้นแม้ทุกอย่างจะยังคงดูแปลกใหม่และไม่คุ้นเคย แต่นางกลับรู้สึกถึงความหวังเล็ก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจบางที...ชีวิตใหม่ที่นางไม่เคยร้องขอนี้อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่นางคิดไว้ในตอนแรกก็ได้