ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดจากปาก อู๋ลี่ผิงก็รู้ตัวว่าพลาดมหันต์ที่เผลอพูดจาสิ้นคิดออกไป
นางรีบแก้ตัว พยายามปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จใส่หัวลูกสาว "ซินลั่ว... แม่แค่โกรธแล้วก็ร้อนใจมากไปหน่อยเท่านั้น ลูกเป็แก้วตาดวงใจที่แม่ลำบากอุ้มท้องคลอดออกมา แม่จะยอมให้ลูกไปทำเื่ต่ำๆ แบบนั้นได้ยังไง..."
เสิ่นซินลั่วส่ายหน้าทั้งน้ำตา ก่อนจะเป็ฝ่ายโผเข้ากอดแม่ไว้แน่น
ทว่า... ในมุมที่อู๋ลี่ผิงมองไม่เห็น แววตาที่เคยน่าสงสารของเสิ่นซินลั่วกลับแปรเปลี่ยนเป็ดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวราวกับสัตว์ป่าาเ็!
ไป๋ลู่! ทั้งหมดเป็เพราะยัยไป๋ลู่!
คุณพ่อตบหน้าเธอ... คุณแม่ด่าเธอ... แถมเมื่อกี้ยังคิดจะส่งเธอไปขายตัวแทนยัยนั่นอีก!
ตัวซวย! แกทำลายชีวิตฉัน! คอยดูเถอะ... ฉันจะทำให้แกตายอย่างอนาถยิ่งกว่าหมาข้างถนน!
อู๋ลี่ผิงบีบไหล่ลูกสาวแน่น พลางกระซิบกำชับเสียงเข้มข้างหู
"ซินลั่ว จำคำแม่ไว้... ตำแหน่ง 'นายหญิง' ของอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จะต้องเป็ของลูก และต้องเป็ของลูกคนเดียวเท่านั้น! ขอเพียงลูกได้แต่งเข้าตระกูลอวี่ หนี้สินของพ่อลูก รวมถึงเด็กกำพร้าเนรคุณนั่น ทุกอย่างจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราอีกต่อไป!"
เสิ่นซินลั่วบีบน้ำตาหยดแหมะ "แต่... แต่พี่ฟู่ชิงเขาชอบไป๋ลู่นี่คะ"
"เสิ่นซินลั่ว! แกไม่ต้องสนเื่นั้น แกแค่ตอบแม่มาว่าแกอยากแต่งงานกับอวี่ฟู่ชิงหรือเปล่า?" อู๋ลี่ผิงคาดคั้น
เสิ่นซินลั่วสูดหายใจลึก แววตามุ่งมั่นฉายชัดขึ้นมาทันที
“ค่ะคุณแม่! ต่อให้ต้องตายกลายเป็ผี... หนูก็จะเป็ผีสกุลอวี่เท่านั้น!"
อู๋ลี่ผิงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ "ดีมาก! สมกับเป็ลูกสาวของฉันจริงๆ ซินลั่ว ลูกมานี่ แม่จะสอนมารยาให้ลูกเองว่า... พอคุณชายอวี่มาถึงแล้ว ลูกจะต้องแสดงละครยังไง..."
เมื่อป้อนคำสั่งสอนจนหนำใจ สองแม่ลูกตระกูลเสิ่นก็หันไปซุบซิบวางแผนกันต่อด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย...
ตัดภาพมาที่อีกฝั่ง...
.
.
ทันทีที่เสิ่นหยางหงเดินลับหายไป ไป๋ลู่ก็ขยี้ดวงตาที่บวมเป่งแล้วะโลงจากเตียงผู้ป่วยอย่างว่องไว
ให้ตายสิ! วันหนึ่งฉันต้องบีบน้ำตาร้องไห้กี่รอบกันเนี่ย? ร่างกายขาดน้ำจนจะแห้งเหี่ยวตายอยู่แล้ว!
ร่างบางเดินตรงดิ่งไปที่ตู้เย็น แต่พอเปิดออก มือเล็กๆ ก็สั่นระริกค้างอยู่หน้ากระป๋องโคล่าเย็นเจี๊ยบ
ความอยากปะทะความรู้สึกผิดตีกันวุ่นในหัว แต่สุดท้าย... เธอก็ไม่ลืมสถานะ 'นักแสดงหญิง' ของตัวเอง
ไม่ได้นะไป๋ลู่! หุ่นของเธอไม่คู่ควรกับน้ำหวานแคลอรี่สูงปรี๊ดพวกนี้หรอกนะ! ขืนกินเข้าไปได้กลายเป็ 'หมูกลางกรุง' แน่!
ปัง!
ไป๋ลู่ตัดใจกระแทกประตูตู้เย็นปิดดังลั่น ปาดน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์ทิ้ง แล้วหันไปชงชากุหลาบจืดชืดดื่มแก้กระหายแทน
จากนั้นหญิงสาวก็นั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ ค่อยๆ จรดปากกาบรรจงเขียน 'แผนการอันยิ่งใหญ่' ลงไปในสมุดโน้ตทีละข้อ
นี่คือแผนการที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนที่เธอกอดกับคุณน้าพยาบาล... เธอตัดสินใจแล้วว่า ชาตินี้เธอจะปกป้องทุกอย่างที่เป็ของเธอเอาไว้ให้ได้!
ในเมื่อ์เมตตาให้กลับมาเกิดใหม่ทั้งที จะให้มาแค่มาตามล้างแค้นพวกเศษขยะหรือตามหาพ่อแท้ๆ ตามพล็อตละครน้ำเน่าเดิมๆ มันก็น่าเบื่อเกินไป!
ถ้าจะเล่น... แม่จะเล่นให้ใหญ่ระดับประเทศ!
นี่คือยุคทองที่วงการไอดอลกำลังจะรุ่งเรืองถึงขีดสุด อีกไม่นานเื่ลิขสิทธิ์ผลงานและคอนเทนต์ต่างๆ จะมีมูลค่ามหาศาล ไหนจะกระแส 'Live Commerce' หรือการไลฟ์ขายของที่พร้อมจะไวรัลไปทั่วบ้านทั่วเมือง ยังไม่นับการแจ้งเกิดของรายการวาไรตี้ฟอร์มั์ และรายการเรียลลิตี้แนวสโลว์ไลฟ์ที่เน้นฮีลใจคนดูอีกเป็ร้อยรายการ!
เธอรู้ทิศทางการไหลเวียนของเงินในวงการบันเทิงอีกสิบปีข้างหน้าอย่างทะลุปรุโปร่ง นี่แหละคือ 'สูตรโกง' ระดับเทพที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้!
แล้วทำไมฉันถึงจะไม่สร้าง 'อาณาจักรบันเทิง' ของตัวเองขึ้นมาเสียเลยล่ะ?
จนกระทั่งแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ไป๋ลู่ถึงได้วางปากกาหมึกซึมในมือลง
ดวงตากลมโตไล่อ่านทบทวนแผนการระดับพันล้านของตัวเองอย่างละเอียด สุดท้ายสายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่รายชื่อกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
"ฮ่าๆๆๆ!"
ไป๋ลู่ะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง มาดนางเอกผู้น่าสงสารกระเจิงหายไป เหลือเพียงมาด 'นางมารร้ายตัวแม่' เท่านั้น!
การได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ก็เพื่อที่จะใช้ชีวิตให้สะใจ! ให้หยิ่งผยอง! ให้เป็ไปตามใจปรารถนา! และมีชีวิตที่ดำมืดแต่แฝงไปด้วยความงดงาม!
ฉันจะเป็คนดีไปทำไม ไม่เป็มันแล้วคนดีน่ะ! เป็คนดีแล้วอายุสั้น สู้เป็คนเลวที่อายุยืนหมื่นปีดีกว่า!
แต่ท่ามกลางเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะ อยู่ๆ น้ำตาก็พาลจะไหลออกมาอีกรอบ
แต่ก็นะ... แล้วการมีสูตรโกงแต่ไม่มีเงินทุนเนี่ย มันจะมีประโยชน์บ้าอะไร!?
อย่าว่าแต่จะสร้างอาณาจักรเลย ตอนนี้แม้แต่เงินติดตัวสักหยวนเดียว เธฮก็ยังไม่มี แถมยังมีหนี้สินที่พ่อแม่บุญธรรมก่อไว้กองเป็ูเาเลากา!
ในชาติก่อน เงินทองมหาศาลที่เธอหามาได้ ถูกผลาญไปกับวงไพ่และหนี้สินของตระกูลเสิ่นจนหมดเกลี้ยง ตอนนั้นเธอใช้ชีวิตดุจเ้าหญิงท่ามกลางแสงไฟและคำเยินยอมากมาย จนเผลอมองว่า 'เงิน' เป็เพียงของนอกกาย เพราะเื่กินอยู่ เสื้อผ้าแบรนด์เนม หรือคอนโดหรู ก็มีสปอนเซอร์และต้นสังกัดจัดการให้เสร็จสรรพ
ชีวิตที่ถูกสปอยล์จนเคยตัวทำให้เธอชะล่าใจ กว่าจะรู้ตัวว่า 'ความใจกว้าง' ของตัวเองกลายเป็เครื่องมือหล่อเลี้ยงอสรพิษให้แว้งกัด เธอก็แทบไม่เหลืออะไรติดตัวเลยสักแดงเดียว!
ด้วยเหตุนี้ ในชาติก่อนเธอจึงไม่เคยแตะต้องบัญชีธนาคารเลย และไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
ตัวเองทำเงินได้มากมายมหาศาลขนาดไหน
รู้เพียงแค่ว่าเสิ่นหยางหงและอู๋ลี่ผิงเอาชื่อเธอไปกู้หนี้ยืมสินไปทั่ว แต่ยอดหนี้จริงๆ ที่เป็ชื่อเธอมีเท่าไหร่... เธอก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรทั้งนั้น!
ไป๋ลู่นึกโมโหความโง่เขลาในอดีตจนอยากจะง้างมือตบหน้าเรียกสติตัวเองสักยก
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์ช่วยชีวิตแก้มเนียนๆ ของเธอไว้พอดี ไป๋ลู่กดรับสายยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงที่ตื่นเต้นจนปิดไม่มิดของเสิ่นหยางหงก็ดังลอดออกมา
"เสี่ยวลู่! พ่อมีข่าวดีจะบอกหนูนะ!"
ไป๋ลู่หรี่ตาลงทันที สัญญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่น
ข่าวดีของเสิ่นหยางหง... มักจะเป็หายนะของเธอเสมอ!
"เสี่ยวลู่? หนูนอนหลับอยู่เหรอ? ตื่นเร็วเข้าลูก! พี่ฟู่ชิง ของหนูมาเยี่ยมแล้วนะ!"
ไป๋ลู่ชะงักกึก ชื่อนี้ทำเอาเืในกายเย็นเฉียบ
อวี่ฟู่ชิง!
ลูกชายเ้าของอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์... เพื่อนเล่นสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน ต่อหน้าทำเป็ตามจีบเธอและแสดงออกว่าซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียว แต่ลับหลังกลับแอบลักลอบได้เสียกับเสิ่นซินลั่วมานานปี!
ในชาติก่อน พอเห็นว่าเธอหมดผลประโยชน์ เขาก็ถีบหัวส่งเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วหันไปแต่งงานกับเสิ่นซินลั่วที่ขโมยฐานะ 'คุณหนูตระกูลลู่' ของเธอไปเสวยสุขแทน!
เื่ที่พ่อแท้ๆ ของเธอถูกใส่ร้ายจนต้องจบชีวิตลงในคุก อวี่ฟู่ชิงคนนี้ก็มีส่วนร่วมด้วย!
เสิ่นซินลั่วน่ะขี้ขลาดตาขาวจะตาย ลำพังความกล้าแค่นั้นไม่มีทางกล้ายักยอกเงินของลู่กรุ๊ปเองหรอก ทั้งหมดคือแผนการชั่วช้าของอวี่ฟู่ชิงทั้งนั้น! พอเื่แดงขึ้นมา เขานั่นแหละเป็คนเป่าหูให้เสิ่นซินลั่วไปบีบน้ำตาขอร้องให้พ่อออกหน้ารับผิดแทน!
เพราะฉะนั้น... อวี่ฟู่ชิง! ไอ้คนสารเลว! ชาตินี้แกเตรียมตัวลงนรกไปพร้อมกับยัยดอกบัวขาวนั่นได้เลย!!
เสิ่นหยางหงยังคงพล่ามด้วยความตื่นเต้นต่อไปอีกสองสามประโยค แต่ไป๋ลู่ไม่ได้เข้าหัวเลยสักนิด จนกระทั่งประโยคสุดท้ายดังขึ้น
“เสี่ยวลู่เอ๊ย รีบตื่นมาแต่งตัวให้สวยเป๊ะเลยนะ พ่อกับพี่ฟู่ชิงกำลังจะถึงหน้าห้องแล้ว”
ไป๋ลู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ในชาติก่อนเธอหมดสติไปเป็เดือนยังเคยเห็นแม้แต่เงาของเขา กว่าอวี่ฟู่ชิงจะเสด็จกลับจากต่างประเทศมาเยี่ยม เธอก็ลากสังขารกลับเข้ากองถ่ายไปได้ตั้งสองวันแล้ว
แต่ครั้งนี้เธอเพิ่งจะสลบไปแค่ครึ่งเดือน ทำไมมันถึงโผล่มาเร็วนักล่ะ?
ช่างเถอะ... จะมาตอนไหนก็ช่าง โผล่มาก็ดีแล้ว ฉันกำลังรอเชือดแกอยู่พอดี!
ไป๋ลู่เหยียดยิ้มเย็นะเื แววตาฉายประกายอำมหิตสุดขีด แต่เสียงที่ตอบกลับไปทางโทรศัพท์นั้นกลับหวานจ๋อยจนมดขึ้น
"จริงเหรอคะคุณพ่อ! พี่ฟู่ชิงมาเหรอคะ? ตอนนี้ถึงไหนแล้วคะเนี่ย?"
เสิ่นหยางหงหัวเราะร่า แซวลูกสาวอย่างอารมณ์ดี "อะไรกัน... คิดถึงแต่พี่ฟู่ชิงจนลืมพ่อคนนี้แล้วเหรอ? ลูกสาวโตแล้วก็มักจะเป็แบบนี้สินะ เอาล่ะ... หนูลองหันหลังกลับไปดูที่ประตูสิ"
"เสี่ยวลู่..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ดังมาจากทางด้านหลัง
ไป๋ลู่รีบปรับสีหน้าอำมหิตให้กลายเป็สาวน้อยผู้อ่อนหวานในเสี้ยววินาที! ทันทีที่หันกลับไป ร่างบางก็ถูกดึงเข้าไปสวมกอดในอกแกร่ง
กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงจางๆ ปะปนมากับไอเย็นจากภายนอก
"เสี่ยวลู่... ดีจริงๆ ที่หนูไม่เป็อะไร!" อวี่ฟู่ชิงกระซิบข้างหู เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยราวกับจะขาดใจ
เสิ่นหยางหงที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบทำหน้าที่พ่อสื่อชงเข้มทันที
"เสี่ยวลู่ หนูไม่รู้หรอก คุณชายอวี่พอได้ยินข่าวว่าหนูเกิดอุบัติเหตุ ก็เป็ห่วงแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ! รีบนั่งเครื่องบินสิบกว่าชั่วโมงบึ่งกลับประเทศมาทันที พอลงเครื่องปุ๊บก็รีบต่อรถไฟ และต่อรถยนต์มาหาหนูไม่หยุดพัก พี่เขาไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วนะ เห็นว่าอยากจะมาเห็นหน้าหนูให้เร็วที่สุด!"
ไป๋ลู่เงยหน้าขึ้นมองอวี่ฟู่ชิง เขาส่งรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยนมาให้
แสงสีส้มอุ่นๆ ของยามอัสดงสาดส่องลงมากระทบตัวเขา ราวกับ์จงใจใส่ฟิลเตอร์ 'พระเอกผู้แสนดี' ให้กับผู้ชายคนนี้โดยเฉพาะ
บนไหล่เสื้อโค้ทหรูยังมีเกล็ดหิมะละลายติดอยู่ ทรงผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยอย่างเป็ธรรมชาติ ปลายคางมีตอหนวดเคราเขียวครึ้มขึ้นจางๆ ให้ดูสมชายชาตรีที่ผ่านการเดินทางมาอย่างยากลำบาก
แม้จะดูเหมือนคนอดหลับอดนอนมาแรมวัน แต่อวี่ฟู่ชิงก็ยังดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด
พูดกันตามตรง... แม้จะอยู่ในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยหนุ่มหล่อขั้นเทพ แต่รูปร่างหน้าตาของไอ้คนเห็นแก่ตัวนี่ก็ยังจัดว่าโดดเด่นสะดุดตาอยู่ดี
บวกกับภูมิหลังตระกูลเศรษฐี การวางตัวที่ดูสุภาพนุ่มนวลดั่งหยกเนื้อดี แถมยังเป็เพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก... ไป๋ลู่คิดว่าการที่เธอเลือกอวี่ฟู่ชิงมาเป็คู่หมั้นในชาติก่อนนั้น ถือว่า 'ตาถึง' ทีเดียว
เพราะอวี่ฟู่ชิงสวม 'หน้ากากคนดี' มานานเกินไป... นานจนแม้แต่ตัวเขาเองก็คงหลงเชื่อว่าตัวเองเป็เทพบุตรจริงๆ!
เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู
“ขอเพียงเสี่ยวลู่ฟื้นขึ้นมาได้... เื่อื่นก็ไม่สำคัญสำหรับพี่แล้ว”
อวี่ฟู่ชิงพยายามแสดงฉากซึ้งกินใจ แต่ไป๋ลู่กลับไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย!
ตอนนี้ใจเธอจดจ่ออยู่แต่กับ ‘สมุดโน้ต’ บนโต๊ะที่กางหราโชว์แผนการลับสุดยอดอยู่!
ไป๋ลู่รีบผลักอกอวี่ฟู่ชิงออกอย่างไม่ไยดี แล้วพุ่งตัวจะไปคว้าสมุดโน้ตมาเก็บ
เสิ่นหยางหงเห็นลูกสาวเมินเฉยต่อว่าที่ลูกเขยเศรษฐีก็หน้าตึงด้วยความไม่พอใจ สายตาของคนเป็พ่อไวกว่า รีบยื่นมือไปฉกสมุดโน้ตเล่มนั้นมาถือไว้ พลางดุเสียงเขียว
"ทำบ้าอะไรของแก! เพิ่งจะฟื้นมาก็ไม่รู้จักพักผ่อน เอาแต่เขียนอะไรไร้สาระอยู่ได้! คุณชายอวี่อุตส่าห์ดั้นด้นมาเยี่ยมหนูแทบตาย กลับมัวแต่สนใจไอ้สมุดโน้ตบ้าบอนี่มากกว่าคนงั้นเรอะ!"
ไป๋ลู่หน้าซีดเผือด ะโโหยงพยายามจะแย่งคืนสุดชีวิต เธอเผลอะโลั่นห้อง
"คุณพ่อ!! เอาคืนมานะ!!"
เสิ่นหยางหงคาดไม่ถึงว่าลูกสาวหัวอ่อนจะมีปฏิกิริยาก้าวร้าวรุนแรงขนาดนี้ เขาใจนมือไม้ให้อ่อน เผลอทำสมุดเ้าปัญหาหลุดมือร่วงลงพื้น
ตุ้บ!
ซวยแล้ว!! กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวหลุดออกมาจากเล่ม ร่อนลงสู่พื้นอย่างช้าๆ
เสิ่นหยางหงก้มลงมองแวบหนึ่ง... ตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นนั้นทำเอาเขาเบิกตาโพลง
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไป๋ลู่อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“เสี่ยวลู่? นี่หนู...?”