“จะรีบไปไหน”
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” ปัณรสที่ถูกชายหนุ่มดึงแขนเอาไว้ เธอก็รีบสะบัดเขาออกทันทีด้วยความขยะแขยง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถหลุดพ้นจากเขาได้อย่างที่คิด เพราะนอกจากเขาจะจับแขนให้แน่นขึ้นแล้ว ยังกระชากเธอไปแนบชิดกับตัวเขามากขึ้นด้วย
“ปล่อยไม่ได้หรอก เพราะกว่าผมจะได้คุณมารู้ไหมว่าผมต้องเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่”
“ในเมื่อคุณได้สิ่งที่คุณ้าแล้ว จะเอาอะไรอีก” ปัณรสเห็นว่าชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆ จึงได้ย้อนถามเขาไปด้วยความอดสู
“คุณคิดว่าผมเสียเงินไปตั้งสิบล้าน เพื่อแลกกับความบริสุทธิ์ของคุณเพียงแค่คืนเดียวอย่างงั้นเหรอ”
“คุณหมายความว่ายังไง เงินสิบล้านคืออะไร”
“ไอ้คณินมันไม่ได้บอกคุณก่อนจะมาที่นี่เหรอ ว่ามันยกคุณให้ผมเพื่อใช้หนี้ที่มันยืมไปเล่นพนันตั้งสิบล้าน”
คำบอกเล่าที่ธณายุได้พูดให้ฟังนั้น เป็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางร่างอย่างจัง เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว
“ฉันไม่เชื่อ พี่คณินไม่มีทางทำแบบนี้” ปัณรสไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน ถึงแม้ว่าพี่ชายของเธอจะเลวมากขนาดไหน เขาไม่มีทางเอาเธอยกให้ใครเพื่อใช้หนี้อย่างแน่นอน
“ดูคุณจะรักพี่ชายจังเลยนะ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะรักคนผิดแล้วแหละ เพราะคนที่มันถูกผีพนันเข้าสิง มันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ แม้กระทั่งขายคนในครอบครัวมันก็ทำได้ โดยที่ไม่ต้องคิดเยอะเลยด้วยซ้ำ”
“แต่ไม่ใช่กับพี่ชายของฉัน เพราะถึงเขาจะเลวยังไง เขาก็ไม่มีทางขายฉันให้ใครเป็อันขาด” ปัณรสที่ยังเชื่อใจทยากรอยู่ ตอบโต้กับอย่างไม่ลดละ
“งั้นเรามาฟังจากปากมันเลยดีไหม” ธณายุถามปัณรสออกไปอย่างท้าทาย มือหนาก็ลูบผิวเนียนเบาๆ ด้วยความหลงใหล แม้เธอจะมีท่าทีรังเกียจเขาเสียเต็มประดา “รีบแต่งตัวซะ แล้วผมจะพาไปหาพี่ชายของคุณ หรือถ้าคุณไม่อยากจะแต่ง เราจะสานต่อเื่เมื่อคืนผมก็ไม่ติดนะ”
ปัณรสที่ถูกธณายุแสดงท่าทีคุกคาม เธอก็รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้มิดชิดขึ้น ก่อนที่จะตะเกียกตะกายลุกออกจากเตียง เก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้รอบๆ เตียงมาถือเอาไว้แล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำไป โดยที่ไม่โต้เถียงหรือสนใจผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงอีก
เมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องน้ำได้ ก็รีบมองหาที่ล็อกประตู เพื่อหลบหลีกจากผู้ชายคนนั้น ไม่ให้เขาเข้ามาในนี้ได้ แต่ไม่ว่าเธอจะมองหาตรงไหนก็ไม่มีที่ล็อก เพราะห้องนี้เป็ห้องสวีทที่ถูกออกแบบให้ประตูห้องน้ำไม่มีที่ล็อก ปัณรสได้แต่ทรุดตัวลงนั่งภายในห้องน้ำอย่างหมดแรง ไม่รู้ว่าเธอจะทำเช่นไรต่อหลังจากนี้ เธอไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรกับตัวเธอกันแน่ แล้วเื่ที่ผู้ชายคนนั้นบอกกับเธอเื่พี่ชายเป็เื่จริงหรือเปล่า ปัณรสได้แต่คิดวนไปวนมาอยู่เช่นนั้น ก่อนที่เธอจะต้องใสุดขีด เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำด้วยสภาพที่เปลือยเปล่า
“คุณเข้ามาที่นี่ทำไม ออกไปเดียวนี้นะ” ปัณรสเอ่ยไล่ธณายุไปด้วยความใ พร้อมกับรีบเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าแม้จะหันไปมองผู้ชายที่เดินเข้ามาแม้แต่น้อย
“ทำไมผมจะต้องออกไป ในเมื่อที่นี่เป็ห้องนอนของผม ห้องน้ำนี่ก็ของผม จะเข้าจะออกตอนไหนทำไมจะต้องรอให้ใครอนุญาต”
คำตอบที่ไม่สนโลกของธณายุ ทำให้ปัณรสที่อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าถึงกับหน้าชาตัวชาไปหมด ซึ่งั้แ่เกิดมาจนอายุ 25 ปี เธอไม่เคยรู้สึกอายเช่นนี้มาก่อน แม้เื่ความสัมพันธ์ของผู้หญิงและผู้ชายมันเป็เื่ธรรมดาในยุคสมัยปัจจุบัน แต่สำหรับเธอเื่นี้ถือว่าเป็ละเอียดอ่อนมาก การที่เธอต้องมาหลับนอนกับผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน และจะต้องมาอยู่ในสภาพที่กลืนไม่ได้คายไม่ออกเช่นนั้น เธอไม่สามารถทำใจยอมรับได้จริงๆ
“จะยืนนิ่งแบบนี้อีกนานไหม ไม่อยากจะเจอหน้าพี่ชายแล้วอย่างงั้นเหรอ หรือว่าที่ไม่ยอมอาบน้ำสักที เพราะอยากจะให้ผมอาบให้” ธณายุไม่พูดเปล่า เท้าก็ก้าวยาวๆ เดินไปหาหญิงสาวอย่างยั่วยวน ซึ่งท่าทางที่เอียงอายที่หญิงสาวได้แสดงออกมา กับไม่ทำให้เขารู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย กลับอยากจะแกล้งให้เธออายมากยิ่งขึ้น
ธณายุค่อยๆ เปิดน้ำฝักบัวพร้อมกับตัวเขาที่เดินไปแนบชิดกับตัวหญิงสาวอย่างจงใจ แม้ว่าเธอที่พยายามจะหนีไม่ให้เขาได้ใกล้ตัวของเธอ แต่มีหรือคนเช่นเขาจะยอมให้เธอได้ขัดขืน ธณายุรวบร่างบางเข้ามากอดพร้อมกับบังคับให้เธอหันมาหา ก่อนที่จะประกบปากหนาจูบลงที่ปากบางอย่างยั่วยวน
การกระทำที่จาบจ้วงของชายหนุ่ม ก็ทำให้ปัณรสที่ไม่ทันได้ตั้งตัว รีบผลักไสเขาออกจากตัวเธออย่างรวดเร็ว แต่ยิ่งเธอดิ้นรนกับยิ่งเปิดโอกาสให้เขาได้สอดแทรกปลายลิ้นชื้นเข้าไปสำรวจในโพรงปากของเธอง่ายมากยิ่งขึ้น
“สงสัยผมจะต้องสอนบทรักให้กับคุณก่อนที่จะไปเจอพี่ชายของคุณแล้วละ” ธณายุบอกกับปัณรสด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนที่จะก้มลงไปจูบปากบางอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้สาวเ้ากับไม่ได้ยอมให้เขาจูบได้ง่ายๆ เธอรีบหันหน้าหนีทันทีไม่ยอมให้เขาได้ทำตามใจ แต่ด้วยประสบการณ์ที่อ่อนด้อย ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน ทำให้เธอพ่ายแพ้ให้กับความปรารถนาที่ชายหนุ่มได้มอบให้ จากที่ตั้งใจจะขัดขืนไม่ให้เขาได้ทำอะไรกับเธอได้ตามที่เขา้า แต่พอเอาเข้าจริงเธอกับพร้อมทำตามการนำพาของเขาได้อย่างง่ายดาย
ธณายุที่เห็นหญิงสาวมีท่าทีขัดขืนไม่ยอมให้เขาได้ทำให้สิ่งที่ตนเอง้า แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอมปล่อยเธอไมง่ายๆ ปากหนาค่อยๆ จูบไล้ลงไปตามคอขาวเนียนขบเม้มเบาๆ มือทั้งสองก็ลูบไล้ไปตามร่างบางอย่างหลงใหล ก่อนที่เขาจะนำพาร่างบางนั่งลงที่ขอบอ่างอาบเมื่อเห็นว่าเธอได้สงบลงแล้ว
พร้อมกับตัวเขาที่นั่งคุกเข่าต่อหน้า และดึงร่างบางลงจูบอีกครั้งอย่างเร่าร้อน ก่อนจะละจากกลีบปากสวยไล้ปลายลิ้นชื้นลงมาตามคอระหงอย่างเชื่องช้า มือหนาก็ลูบไล้ััอกอวบ เคล้นคลึงหนักเบาตามแรงอารมณ์ ตามมาด้วยปากชื้นที่ยอดอกอวบที่ชูชันรอการััจากเขาอย่างเมามัน
ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นเดียวกัน ว่าทำไมตัวเขาถึงมีความ้ามากถึงเพียงนี้ ทั้งที่เขาไม่เคยขาดผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย แค่มีความ้าทางอารมณ์ของบุรุษเมื่อไหร่ ก็จะมีหญิงสาวที่พร้อมจะเข้ามาปรนนิบัติเขาตามที่้าเสมอ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเขาก็ปล่อยพวกเธอไปอย่างไม่ไยดี และไม่ได้มีความรู้สึกที่จะ้าซ้ำ แต่กับเธอคนนี้กับทำให้เขามีความ้าที่มากขึ้น แม้เมื่อคืนเขากับเธอพึ่งจะผ่านศึกร้อนมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ เขายัง้าเธออยู่
ธณายุที่มัวเมาอยู่กับอกคู่สวย ก็เริ่มไล้ลิ้นต่ำลงมาเรื่อยๆ ตามร่องหน้าท้องที่แบนราบ ก่อนที่จะมาหยุดลงที่กลางกายสาว เขาจับเรียวขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันช้าๆ แม้ว่าร่างบางจะยังขัดขืนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทำให้เขาเลิกล้มความตั้งใจได้เลย
นิ้วเรียวก็ลูบไล้ไปตามกลีบกุหลาบงามอย่างเบามือ พร้อมกับค่อยๆ สอดแทรกปลายนิ้วเข้าไปสำรวจกุหลาบงามอย่างช่ำชอง ตามด้วยลิ้นชื้นที่ไล่เลียควานหาน้ำหวานให้ภมรหนุ่มได้ดื่มกิน ไม่นานร่างบางก็กระตุกเกร็งจากการััที่ชายหนุ่มได้มอบให้
เมื่อธณายุปรนเปรอร่างบางจนพอใจแล้ว เขาก็ไม่รอช้าจัดท่าให้หญิงสาวได้อยู่ในท่าสบายก่อนที่เขาจะนำพาตัวตนของเขาเข้าไปสำรวจในกายเธออย่างช้าๆ พร้อมกับขยับสะโพกเข้าออก เพื่อให้กายสาวได้ปรับตัวรองรับััจากเขาได้ดียิ่งขึ้น ก่อนที่เขาจะค่อยๆ โถมเข้าหาร่างบางช้าบ้างเร็วบ้างตามความปรารถนา พร้อมกับนำพาทั้งสองร่างถึงฝั่งฝันได้สำเร็จ
เสียงครวญครางสงบเงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบกระเส่าของคนสองคน กับเสียงสายน้ำที่ไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ธณายุก้มลงจูบปากบางอีกครั้งอย่างแ่เบา เพื่อปลอบประโลมให้เธอได้สงบลง เขาไม่เคยรู้สึกเติมเต็มได้มากมายขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็เพราะเธอเป็ผู้หญิงที่เขารู้สึกถูกใจ หรือเป็เพราะเหตุใดก็ตาม แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยของเล่นชิ้นนี้ให้หลุดมือไปง่ายๆ แน่ นอกจากเธอจะต้องยอมอุ้มท้องลูกของเขาแล้ว เธอจะต้องยอมเป็นางบำเรอบนเตียงให้กับเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
หลังจากที่ความปรารถนาสิ้นสุดลง ทั้งสองก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเองก่อนที่ ธณายุจะพาปัณรสไปยังอีกห้องหนึ่งที่อยู่ถัดจากห้องพักเขาไปไม่ไกล
เมื่อปัณรสเดิมตามธณายุมาถึงห้องพักอีกห้องหนึ่งที่ห่างจากที่เธอกับเขาอยู่ไม่กี่ห้อง ก็เห็นพี่ชายของตนอยู่ในสภาพสะบักสะบอมถูกมัดติดเอาไว้กับเก้าอี้ ปัณรสที่เห็นเช่นนั้นก็ถลาเข้าไปหาพี่ชายด้วยความเป็ห่วง แต่ยังไม่ทันไปถึงก็ถูกธณายุดึงตัวเอาไว้เสียก่อน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณทำอะไรพี่ชายฉัน”
“ผมไม่ได้ทำอะไร แต่ว่าเมื่อคืนเห็นคนของผมบอกว่ามันทำท่าจะหนีหลังจากที่พาคุณมาส่งให้กับผม ลูกน้องของผมก็เลยจับตัวมันเอาไว้ก่อน เผื่อว่าคุณจะไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่ผม้า ผมก็ยังมีหลักประกันที่คาดว่าจะหาเงินสิบล้านคืนมาได้ โดยที่ไม่ต้องเสียอะไร”
“ข้อตกลงอะไร แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรกับพวกคุณ”
“เอ๊า! ผมไม่ได้บอกคุณหรือนี่ ว่าผมให้ทางเลือกกับพี่ชายของคุณไป หากว่ามันอยากจะใช้หนี้สิบล้านที่มันติดอยู่ให้หมดในคราเดียว ซึ่งผมก็ให้มันเลือกระหว่างยกร่างกายมันให้กับผม เพื่อขายอวัยวะแลกกับเงินสิบล้านที่มันได้ยืมไป กับการพาน้องสาวสุดที่รักของมันมาให้ผม โดยที่ผมจะมีสิทธิ์ขาดในตัวของคุณทั้งหมด ไม่ว่าผมจะทำอะไรกับคุณก็ต้องยอม เพื่อชดใช้หนี้ที่พี่ชายของคุณได้ยืมผมไป ซึ่งตอนแรกก็ดูเหมือนมันจะมีคุณธรรมอยู่บ้างนะ แต่พอมันรู้ว่าสุดท้ายแล้วมันก็ต้องตาย มันเลยเลือกที่จะยกคุณให้กับผมแทน" ธณายุบอกเล่าสิ่งที่เขาได้บอกกับทยากรให้เธอได้ฟังอย่างพึงพอใจ
ปัณรสที่ได้ฟังสิ่งที่ธณายุได้บอกเล่าให้ฟัง น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างกั้นไม่อยู่ สายก็จ้องมองพี่ชายของตนด้วยความผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าพี่ชายที่เธอรักมากที่สุด และเป็ญาติคนเดียวที่เธอหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ จะกล้าทำกับเธอได้ถึงขนาดนี้
ทยากรที่เห็นน้องสาวจ้องมองเขาด้วยความผิดหวัง น้ำตาลูกผู้ชายที่เขาพยายามกั้นเอาไว้ ก็หลั่งรินไม่แพ้กัน จากสภาพที่เขาหิ้วน้องสาวขึ้นห้อง เพื่อไปเป็เครื่องสังเวยให้กับผู้ชายแปลกหน้า ที่น้องสาวไม่ได้รู้จักหรือชอบคอด้วย มันชั่งเป็ภาพที่บีบหัวใจของเขายิ่งนัก เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะเลวได้ถึงขนาดนี้ ั้แ่เล็กจนโตเขาก็พึ่งพาน้องสาวคนนี้เสมอ แต่ถึงเขาจะเกเรสักเพียงไหนก็ไม่เคยคิดที่จะพาน้องมายุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากับทำลายชีวิตของน้องสาวด้วยมือของเขาเอง
“ผมจะให้เวลาพวกคุณสองคนได้ร่ำลากันไปก่อนนะ เมื่อผมกลับมาก็หวังว่าผมจะได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ” ธณายุบอกกับสองพี่น้อง ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง “พวกมึงเฝ้าสองคนนี้ให้ดี อย่าให้หนีไปไหนได้ ถ้าหากมันหนีไปคนที่จะตายแทนสองพี่น้องนี้จะเป็พวกมึงแทน” ธณายุหันมาสั่งลูกน้องหน้าประตูเสียงเข้ม แล้วเดินออกจากห้องไป
หลังจากที่ธณายุออกไป ปัณรสก็เดินไปหาพี่ชายด้วยความไม่พอใจ ระคนเป็ห่วงไปพร้อมๆ กัน ภายในใจก็ภาวนาว่าสิ่งที่ธณายุได้พูดมานั้นไม่เป็ความจริง พี่ชายของเธอไม่มีทางทำเื่แบบนี้เป็แน่
“เื่ที่ผู้ชายคนนั้นพูด มันไม่จริงใช่ไหม”
“พี่ขอโทษ” คำถามที่ผู้เป็น้องสาวได้เอ่ยออกมา กับเป็คำถามที่บีบหัวใจของทยากรไม่ใช่น้อย เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ทำได้เพียงตอบสั้นๆ ด้วยคำขอโทษเท่านั้น
คำขอโทษที่ทยากรได้เอ่ยออกมาอย่างแ่เบานั้น กับเป็คำตอบที่อธิบายเื่ทุกอย่างได้อย่างชัดเจน โดยที่ไม่จำเป็ต้องแต่งแต้มคำพูดใดๆ มาแก้ตัวก็ทำให้เธอรู้สึกเ็ปไปถึงคั่วหัวใจ
“พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำไมพี่แม่งเลวขนาดนี้ว่ะ”
“พี่ขอโทษ พี่ไม่คิดว่ามันจะเกิดเื่แบบนี้”
“ทำไปทำไมวะ ทางดีๆ มีให้เดินตั้งเยอะแยะทำไมพี่ไม่เลือก ถึงพ่อแม่เราจะตายไปแล้ว แต่พวกเขาสองคนก็ทิ้งทุกอย่างให้กับเรา พอที่เราจะสร้างอนาคตให้ดีได้โดยที่ไม่ต้องลำบาก แต่พี่กับทำทุกอย่างมันพังไปซะหมด เงินก้อนสุดท้ายที่จะเก็บเอาไว้เป็ค่าเรียนของเราทั้งสองคน พี่ก็เอามันไปผลาญจนไม่เหลือ ซึ่งฉันก็อุตส่าห์พยายามเข้าใจว่าพี่อยากจะสร้างอนาคตให้มั่นคงขึ้น แต่ไม่คิดเลยว่าพี่แม่งจะเลวมากขนาดนี้ เลวขนาดที่สามารถวางยาน้องตัวเองแล้วให้ไปนอนกับใครก็ไม่รู้”
“คนิ้งพี่ขอโทษ”
“เอาแต่พูดว่าขอโทษ ขอโทษ ขอโทษแล้วมันดีขึ้นไหม สิ่งที่ฉันเสียไปพี่เอาคืนกลับมาได้ไหม”
“เอ่อ! พี่มันเลว พี่มันสมควรตาย พี่ขี้ขลาดเองแหละที่ไม่กล้ายกตัวเองให้พวกมันไปควักเอาตับไตไส้พุงไปขาย”
“พี่ก็เลยเอาฉันไปขายแทนอย่างงั้นเหรอ”
“ฉันก็แค่คิดว่าหากให้แกไปแทน สักวันฉันจะสามารถหาเงินมาไถ่แกคืนได้”
“พี่คิดว่าเงินตั้งสิบล้านพี่จะหาจากไหนได้ หรือว่าจะใช้วิธีเข้าบ่อนดังเช่นเดิมอีก แล้วสิ่งที่ฉันเสียไปละพี่เอาคืนมาได้ไหม หรือฉันจะต้องผ่านผู้ชายอีกสักกี่คน ถึงจะใช้หนี้ให้พี่ได้หมด” ปัณรสถามพี่ชายด้วยความโกรธเคือง เธอไม่คิดเลยว่าคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุดจะกล้าทำกับเธอได้ถึงเพียงนี้
“พี่สัญญาพี่จะทำทุกวิถีทาง คืนอิสระให้กับคนิ้งให้ได้”
“อย่ามาพูดเลย ฉันไม่เชื่อน้ำหน้าคนอย่างพี่อีกแล้ว”
“คุยกันพอหรือยัง ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกละ”
หลังจากที่ธณายุปล่อยให้สองพี่น้องได้คุยกันสักพักเขาก็กลับมาหาทั้งสองคนอีกครั้ง ก่อนที่จะลากตัวปัณรสออกห่างจากทยากรมาโอบกอดเอาไว้
ปัณรสที่ถูกธณายุลากไป ก็พยายามดิ้นหนีจากการกระทำของเขา แต่ดูเหมือนเธอยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่นมากยิ่งขึ้น
“คุณ้าอะไร” เธอหันไปถามเขาด้วยความโกรธเคือง