ตอนที่ 13บุญกองทองทับ
หลังจากที่ทองทับผสานิญญาเข้ากับร่างกายได้สำเร็จไม่ได้มีการต่อต้านจากร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งเป็ไปตามที่ทั้งสองคนคาดการณ์เอาไว้
เพียรที่นั่งมองอยู่ด้านข้างก็หยิบเอาผ้าขนหนูพร้อมทั้งเสื้อผ้าของตนออกมาวางไว้ ด้วยเพราะเรือนร่างนี้มันเปลือยล่อนจ้อนครั้นจะให้ลุกขึ้นมาสบสายตามองกันก็คงดูพิลึกอยู่ไม่น้อย
หลังจากที่ทองทับสวมกางเกงเสร็จเขาก็เริ่มหันมาอวดร่างกายที่กำยำของตนให้เพียรดูทั้งยังเบ่งกล้ามพร้อมยิ้มยิงฟันอันขาวจั๊วะใส่ซึ่งเป็กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นมาเป็มัด ๆโดยไม่ต้องไปฝึกฝนหรือไปออกกำลังกายแต่อย่างใด ทั้งยังดูคล่องแคล่วว่องไว
พอได้ใส่เสื้อยืดธรรมดาๆ ภายใต้หุ่นแบบนี้มันกลับมองดูซ่อนรูปมากเป็พิเศษซึ่งเขาตระหนักได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิติญญา
เมื่อการผสานิญญาเสร็จสิ้นร่างกายก็แปรเปลี่ยนไปไม่น้อยจากก่อนหน้าที่เป็ร่างเปลือยเปล่าไร้ซึ่งิญญายามเมื่อดวงิญญาเข้าไปพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่นั่นทำให้บรรยากาศทั้งภายในและภายนอกย่อมเปลี่ยนแปลง
บรรยากาศภายนอกที่ว่ามานี้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกซึ่งนี่ก็เป็ความตั้งใจของทองทับเองด้วยเพราะหากจะคงอยู่ในรูปร่างของชายหนุ่มวัยละอ่อน ท่าทางตุ้งติ้งอีกทั้งใบหน้ายังเกลี้ยงเกลา มันอาจจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของตนเองไม่น้อย
ถึงอย่างไรคนเราก็ต้องมีมาดมีสิ่งที่ชื่นชอบแตกต่างกันออกไปและนี่เป็ลักษณะพิเศษเฉพาะของดวงิญญานั้น ๆ หรืุ์ผู้หนึ่ง
ทองทับหันไปจ้องกระจกอยู่นานสองนานใบหน้าเริ่มปรากฏเค้าโครงเดิมขึ้นมา เป็ชายวัยสี่สิบกว่า หัวโล้นเกลี้ยงเตียนเขากำลังคิดอยู่ว่าจะกลับไปไว้ทรงผมอะไรดี…
เพียรได้แต่เหลือบมองดู‘เฒ่าทารก’ ที่จ้องกระจกอยู่นานสองนาน พร้อมพูดแซวขึ้นว่า“กระจกวิเศษบอกข้าเถิด…ใครงามเลิศในปฐี!”
หากแต่ทองทับหาสนใจเสียงนกเสียงกาไม่เขาคล้ายจะคุ้นชินกับคำพูดเหน็บแนมของเ้าเด็กสารเลวคนนี้แล้ว
ส่วนเพียรเองก็ยิ้มอย่างสุขใจเพราะว่าอีกฝ่ายรอคอยวันเวลานี้มานาน กว่าที่จะหาร่างที่เหมาะสมไม่ใช่เื่ง่าย ๆเลย
“ส่องจนกระจกมันจะทะลุแล้วมั้งนั่น!”เขาสัพยอก
“ข้าจะทำอะไรมันก็เื่ของข้า…ว่าแต่เอ็งไอ้หนูสั่งคนไปเตรียมพวกเอกสารราชการให้ข้าหน่อย พวกบัตรประจำตัวต่าง ๆ”ขณะที่เขาพูดไปมือก็จับคางชะเง้อหน้าใส่กระจก
เพียรรับคำพร้อมถามต่อ“ได้ ๆ แล้วแต่ลุงเลย จะไปถ่ายบัตรด้วยตัวเองเลยไหมล่ะ?” สองมือของเขาก็พิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ไปพลางๆ
“เอาอย่างนั้นก็ได้…”
“เรียบร้อยเดี๋ยวพรุ่งนี้มีคนมารับไปทำเอกสาร…”เขาคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย โดยที่ไม่ให้เฒ่าทารกได้เห็น
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
เพียรนอนตื่นสายกว่าที่เคยเป็เพราะเหมือนว่าเขาได้ปลดเปลื้องภาระที่อยู่ภายในใจได้สำเร็จ จึงทำให้ตนนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม
พอเขาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเงาของลุงทองทับแล้วซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคนมารับเ้าตัวไปทำเอกสารส่วนเื่พวกความปลอดภัย…เขายิ่งไม่ต้องไปคิดถึงมันเลยกลับเป็คนอื่นต่างหากที่จะต้องเป็ห่วงว่าจะไปสะดุดตออย่างตาเฒ่านี่หรือเปล่า
ขณะที่เขากำลังจิบกาแฟฟังดูข่าวสารอยู่นั้นประตูห้องก็เปิดออกพร้อมคนสองคนที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีเริงร่า
คนหนึ่งคือลุงทองทับ‘อดีตผีเฒ่า’ เมื่อวานส่วนอีกคนหนึ่งคือคนสนิทของเพียรที่วางใจให้จัดการนำตาเฒ่าผู้นี้ไปทำเอกสารใหม่ซึ่งเป็ทนายมือดีมีชื่อว่า ‘บุญกอง’
“เป็ยังไงบ้างล่ะ?”เพียรเอ่ยปากถามขึ้น
แต่เสียงที่ตอบกลับมาเป็เสียงของบุญกอง“สุดยอดเลยจ้ะพี่…เมื่อวานทำไมพี่ไม่ถ่ายวิดีโอไว้ให้ฉันดูเสียหน่อยเล่า” น้ำเสียงของชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เพราะเหตุการณ์ิญญาเข้ายึดร่างประดุจนกพิราบเข้ายึดรังนกกางเขน เคยได้ยินแต่ไม่เคยได้ชมดูเื่อัศจรรย์เหนือธรรมชาติเช่นนี้ใช่ว่าจะพบเห็นได้เสียเมื่อไหร่
“เอาน่าเอ็งก็เจอกับตาเฒ่านี่ตัวเป็ๆ เสียทีไม่ใช่เหรอ?” เขายิ้มยิงฟันหันไปทางทองทับ
ทองทับได้แต่บ่นกระปอดกระแปดก่อนจะตบหัวของบุญกองไปทีหนึ่ง “เอ็งนี่ปากมันไม่มีหูรูดหรือไรพูดจ้อไม่หยุดั้แ่หน้าประตูห้องจนไปถึงอำเภอเมือง นั่งรถก็พูดพอเข้าห้องน้ำก็ตามไปถาม…”
สายตาของทองทับหันมาจ้องไปยังเพียรแน่นอนว่าเขามองแผนการเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเพียรออกดูท่าคงจะเป็เพราะไปสัญญาอะไรไว้กับไอ้หนูบุญกองนี่ล่ะสิ
เพียรไม่ได้หลบสายตาเขากลับพูดไปว่า “เอาน่าลุง ไอ้บุญกองเองมันก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลก็รู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้วนี่ อีกอย่างจะให้ฉันไปหาคนมาดูแลลุงมันจะไม่ถูกสงสัยเอาหรอกหรือ?” ประโยคสุดท้ายเขาพูดจาแฝงความนัยเอาไว้
ตลอดเวลาสายตาของทนายบุญกองจับจ้องไปยังเรือนร่างของ‘ลุงทองทับ’ เขาไม่ได้เอ่ยปากสอดแทรกอะไรเลย เพราะแต่ก่อนเคยได้แต่ยินเสียงเ้าตัวครั้งพอมาเห็นใบหน้าตัวเป็ ๆ แน่นอนว่ามันย่อมแตกต่างออกไป
มือสองข้างของเขาบีบนวดร่างกายที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของลุงทองทับไม่หยุดดูท่าคล้ายลูกสมุนกำลังประจบสอพลอนายตนก็ไม่ปาน
กระทั่งทองทับเดินไปนั่งด้านข้างเพียรบุญกองเองก็ตามไปยืนอยู่ข้างหลัง คล้ายเป็ดั่งเงาตามตัวั์ตาของชายหนุ่มแฝงไปด้วยความตื่นเต้น สองมือก็ไม่ลืมทุบไหล่ประจบต่อไป…
ทองทับเองก็จนใจจึงปล่อยเลยตามเลยพอนึกขึ้นได้ว่าั้แ่คืนชีพขึ้นมาตนยังไม่ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเลยนี่นาจึงหันไปสั่งบุญกองให้ไปชงกาแฟ
ชายหนุ่มพยักหน้ารับหงึกหงักเหมือนไก่กำลังจิกข้าวเปลือกพร้อมเอ่ยปากถามขึ้นว่า “เอาน้ำตาลกี่ก้อนดีจ้ะลุง…”
ทองทับเลิกคิ้วขึ้นและกวักมือเรียกชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะตบเบา ๆ ที่ขมับไปทีหนึ่ง“บอกกี่ครั้งแล้วให้เรียกว่าพี่…พี่ทองทับไหนพูดสิ!”
“ค…ครับพี่ทองทับ”ชายหนุ่มยิ้มประจบ
เพียรหัวเราะร่าก่อนพูดว่า “นี่ตาเฒ่า ถูกคนอื่นเรียกว่าลุงก็ดีเท่าไหร่แล้ว”