อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 96

    อลินตามองลูกน้องของตัวเองแล้วพูดขึ้นทั้งที่เป๋าละหมิงยังหายใจหอบเหนื่อยอยู่อย่างนั้น “นี่เป๋าตุง หมิงเต๋อจำตอนที่มาสมัครงานกับฉันใหม่ๆ ได้ไหม?” ทั้งสองพยักหน้าอาการเหนื่อยและตื่นตกใจเริ่มลดน้อยลงอลินตายิ้มพึงใจที่สองลูกน้องจำได้ อลินตาเท้าความหลังด้วยความจำที่แม่นยำ

                   “ฉันถามพวกนายสามคำถามก่อนจะตัดสินใจรับเข้าทำงานเนื่องจากลูกจ้างคนก่อนหนีหายไม่กลับมาทำงานกับฉันอีกเลยตั้งแต่พาไปปราบผีที่คอนโดร้า”เป๋ายิ้มอ่อน ก็แน่อยู่หรอกคอนโดร้างนั้นมีผีทุกชั้นแถมมาแบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งผีผูกคอตาย ผีถูกฆ่าตายผีตกลูกตาย แต่ละชั้นเปิดตัวได้แกรนด์โอเพนนิ่งสุดๆ แล้วถ้าไม่ให้เปิดแน่บจะให้อยู่รอเป็นผีไปกับพวกมันเลยหรือไงคะคุณนายอลินอันที่จริงลูกน้องชุดนั้นก็ไม่ใช่ชุดแรกนะที่หนีหายไปก่อนหน้านั้นอีกไม่รู้เท่าไหร่ที่ทนอยู่ไม่ได้ทั้งที่เงินเดือนไม่ใช่น้อยๆแต่เงินก็ไม่สำคัญเท่าปอดที่ทำท่าจะแหกออกจากอกทุกวันๆ อลินตายังคงเท้าความต่อ

                    “ข้อแรกไม่ว่าจะให้ทำภารกิจอะไรเกี่ยวกับผีสยองขวัญมากแค่ไหนก็ต้องอดทนทำให้สำเร็จให้จงได้ ข้อสอง ต้องใจเด็ดกล้าต่อกรกับภูติผีวิญญาณตามคำสั่งของฉันและข้อสุดท้าย ใครไม่เข้าใจให้กลับไปทบทวนสองข้อแรก..” เป๋ากับหมิงนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียงนอนขนาดใหญ่ซึ่งเตียงนี้ ห้องนอนนี้เคยเป็นของพ่อกับแม่อลินตาผู้เป็นเจ้านายของพวกเขา

                    “แล้วทำไมคุณอลินถึงให้พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้บ่อยๆคะ?” สาวเป๋าไม่เข้าใจจริงๆ อลินตายิ้มเป็นยิ้มที่ดูอ่อนโยนที่สุดเท่าที่หมิงและเป๋าเคยเห็นมา

                    “ฉันจะบอกอะไรให้นะ..”อลินตาเริ่มเล่า

                    “ตั้งแต่มีลูกน้องมาตอนสมัยเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ จนถึงนายทั้งสองคนไม่เคยมีใครต้องมาเสี่ยงแบบพวกนายทั้งสองคนเลย อันนี้เป็นความจริง” เป๋ายังมองหน้าเจ้านายนิ่ง

                    “ลาออกกันไปหมดไม่รู้กี่สิบคนละ” อลินตาพูดอย่างแอบเซ็ง เป๋าเผลอยิ้มขำๆ

                    “ก็แน่ล่ะค่ะใครจะมาทนทายาทได้เท่าพวกเรา” เป๋าเหมือนภูมิใจ

                    “ที่ฉันให้พวกนายเจอผีบ่อยๆก็เพราะว่าถ้าพวกนายยังเป็นลูกน้องฉันต่อไป พวกนายจะขอบคุณฉันเพราะต่อจากนี้ไปงานฉันจะเจอหนักกว่า ใหญ่กว่า และ..” เป๋ากับหมิงกลั้นใจฟังสิ่งที่เจ้านายจะพูด

                    “น่ากลัวกว่าที่พวกนายเห็นในวันนี้เยอะ”เมื่อทั้งสองได้ยินก็เหมือนสต๊าฟตัวเองติดเตียงนอนเอาไว้นั่งนิ่งเหมือนหุ่นยนต์ อลินตายักคิ้วก่อนจะพูดต่อไป

                    “เอาล่ะถึงตอนนี้ฉันจะถามพวกนายอีกครั้ง เป็นการให้ทางเลือก จะไปต่อกับฉันหรือว่าจะพอแค่นี้ ถ้าใครไม่ไหว ฉันยินดีจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าพร้อมตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯ และจะไม่โทษอะไรแต่ถ้าใครอยู่ต่อนอกจากโบนัสห้าเท่าของเงินเดือนที่พวกนายจะได้ปลายปีนี้ฉันมีพิเศษให้เพิ่มเติมด้วยนะ อาจจะเล็กน้อยไปหน่อย แต่ฉันก็คิดจะตอบแทนน้ำใจพวกนาย”เป๋ากับหมิงนั่งฟังนิ่งเพราะแค่โบนัสเงินเดือนห้าเท่านี่ก็คืออยู่ต่อแบบไม่ต้องมีคำอุทธรณ์ใดๆ แล้วล่ะ แต่นี่ยังจะมีพิเศษเพิ่มเติมให้อีกเหรอนี่ไหนลองฟังซิ อลินตานั่งไขว่ห้าง ท่วงท่าสบายๆแล้วพูดต่อ

                     “เพิ่มเติมก็นิดหน่อยนะแค่รถยนต์คันเล็กๆ คนละหนึ่งคัน..” อันที่จริงแล้วโบนัสประจำปีและโบนัสพิเศษที่อลินตาจะให้ลูกน้องของเธอนั้นเธอคิดไว้ตั้งแต่ได้รับค่าจ้างจากปู่โสมเฝ้าทรัพย์ในถ้ำลึกลับนั่นแล้วแต่ที่เอามาพูดวันนี้ก็เพื่อจะถามความสมัครใจของลูกน้องเธออีกทีแต่ยังไม่ทันที่อลินตาจะพูดอะไรต่อดาราเจ้าบทบาทนามว่าเป๋าก็ถลาลงมาจากเตียงคุกเข่ากุมมือเจ้านายสาว หน้าซบตักดุจนางเอกผู้อ่อนแอ

                    “คุณอลินคะทำไมคุณอลินคิดไปเองได้ขนาดนี้ว่าพวกเราจะไม่อยู่ต่อ โถๆๆๆ เจ้านายที่แสนดีของเป๋า”หมิงที่นั่งอยู่บนเตียงไม่ได้ถลาลงมาด้วย ได้แต่นั่งเบ้หน้าใส่เพื่อนตัวเองด้วยความหมั่นไส้เกินบรรยายนังนี่มันตอแหลได้โล่จริงๆ อลินตาอ่านใจหมิงออกก็หันมาแอบยิ้มอ่อนให้กับหมิงเต๋อลูกน้องชายแท้หน้าตาโอ้ปป้า  อย่างรู้กันกับความเจ้ามารยาของนังเป๋าตุง หมิงเอ่ยขึ้นหนักแน่นจริงจัง

                    “ต่อให้ไม่มีโบนัสพิเศษพวกเราก็ไม่ได้คิดจะไปจากคุณอลินแน่นอนครับเรื่องนั้นสบายใจได้ ” อลินตาเองก็ไม่ได้คิดว่าหมิงกับเป๋าจะไปจากเธอเพราะอลินตาได้นำดวงของเธอกับลูกน้องสองคนมาผูกดวงกันก็รับรู้ได้ว่าเธอและทั้งสองคนเคยผูกพันเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเจ้านายลูกน้องกันมานับชาติไม่ถ้วนอลินตายิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

                    “เห็นแล้วใช่ไหมว่าบ้านฉันมีคนที่ไม่เข้าพวกรวมอยู่ด้วย” คราวนี้เป๋าขยับกายมานั่งติดกับหมิงเหมือนเดิมสีหน้าจริงจังเพราะเพิ่งเห็นมากับตา เป๋าจีบปากพูดกับอลินตาอย่างรวดเร็ว

                    “อย่าเรียกว่าคนค่ะสภาพที่เห็นเมื่อสักครู่คือเกินผีไปมากเลยนะคะคุณอลิน แล้วนังแม่บ้านผีปอบนั่นมันก็เกือบจะกระชากคอไอ้หมิงไปกินตับไตไส้พุงอยู่แล้ว ดีที่คุณอลินเปิดประตูก่อนไม่งั้นไม่อยากจะคิดใครกันแน่คะคุณอลินที่ดวงจะถึงฆาต?” ประโยคหลังเป๋าหันมามองหมิงเพื่อนรักอลินตารีบตอบสวนกลับมั่นใจ

                    “หมิงเต๋อนี่แหละที่ดวงแข็งถ้าตำแหน่งนั้นเป็นนายยืนอยู่นะเป๋าตุงมีหวัง โดนลากคอไปควักไส้กินนานแล้ว” เป๋าได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อกพลัน.. เป๋านึกอะไรขึ้นมาได้รีบเล่าเจ้านายตัวเอง

                    “คุณอลินคะเป๋าผิดสังเกตอยู่อย่างค่ะคือเป๋าเห็นเด็กรับใช้กับแม่บ้านมุกนวลอยู่ในสภาพผีหลอนมากแต่ทำไมคุณน้าปลายนภาถึงไม่มีสภาพร่างที่เป็นผีคะ แต่..” เป๋าพูดยังไม่จบหมิงรีบพูดแทรกเป๋าขึ้นทันทีเพราะตัวเองก็เห็นด้วยเช่นกัน

                    “แต่ร่างของคุณปลายนภาโปร่งแสงได้ครับเหมือนวิญญาณแต่ก็ไม่ใช่วิญญาณแปลกมากๆ แล้วสรุปนี่คือยังไงครับคุณปลายนภา เอ่อ..ขอโทษนะครับ เสียชีวิตไปแล้วหรือยังครับ” อลินตาหน้าเคร่งก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วออกเดินไปยังประตูบานเลื่อนที่ติดกระจกเชื่อมไปสู่ระเบียงห้องนอนโดยมีผ้าม่านสองชั้นแง้มออกนิดๆ พอจะเห็นความมืดยามค่ำคืนด้านนอกหน้าต่าง

                    “น้าปลายนภายังไม่ตายแต่แค่วิญญาณของคุณน้าหลีกทางให้วิญญาณตนอื่นมาแฝงร่างน่ะสิ แล้วถ้าแฝงไปนานๆจนวิญญาณอื่นมันค่อยๆ กัดกินวิญญาณของน้าฉันไปหมด นั่นแหละถึงจะเรียกว่าตายของจริง!”เป๋ากับหมิงได้ยินถึงกับยกมือขึ้นทาบอกไม่คิดว่าคุณปลายนภาผู้ที่ปฏิเสธเรื่องการเป็นทายาทของตระกูลหมอผีจะต้องมาเกี่ยวข้องกับผีเสียเองอลินตาถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับหามองลูกน้องทั้งสอง แล้วพูดอย่างเคร่งขรึม

                    “ฉันคิดว่าจุดเริ่มต้นงานใหญ่ของฉันก็คือที่นี่ ที่บ้านของฉันนี่แหละ พ่อกับแม่ของฉันก็เคยหนีตายไปอยู่ที่กรุงเทพฯตั้งแต่ตอนฉันยังเด็ก แต่ตอนนั้นฉันจำความไม่ได้แต่ฉันจะหาความจริงเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพ่อกับแม่ต้องหนี ในเมื่อแม่ฉันฝีมือปราบผีก็ไม่ใช่ธรรมดา!”พูดจบอลินตาก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ที่บันทึกคำใบ้ปริศนาก่อนจะบอกกับสองลูกน้องของเธอ

                    “ฉันได้ประโยคเชื่อมของสองคำแรกแล้ว” หมิงตาโตอย่างยินดีเพราะเขาก็พยายามจะช่วยเจ้านายของเขาไขปริศนาเช่นกันแต่คิดเท่าไหร่ก็แก้คำปริศนาเหล่านั้นไม่ได้สักทีหมิงรีบถามอลินตาด้วยความอยากรู้

                    “มันแปลว่าอะไรครับ?”อลินตายิ้มก่อนตอบมั่นใจ

                    “มรดกที่อยู่ด้านบน..”จากนั้นอลินตาก็อธิบายต่อเมื่อเห็นว่าแววตาลูกน้องทั้งสองยังเป็นงงอยู่

                    “เงยคอ” ทั้งเป๋าและหมิงก็เงยคอตามคำพูดของอลินตา เป๋าที่เงยคออยู่ก็เอ่ยขึ้น

                    “ค่ะ เงยคอแล้วยังไงต่อคะ?” อลินตาไม่ได้เงยคอด้วยแต่มองไปที่หมิงกับเป๋า ซึ่งเป๋ายังไม่หยุดถาม

                    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับด้านบนคะคุณอลิน”อลินตาอยากจะยกมือขึ้นเขกหัวเป๋าสักหนึ่งทีแต่แทนที่อลินตาจะเป็นคนตอบ เสียงที่ตอบกลับอย่างภาคภูมิใจก็คือหมิง

                    “ไอ้เป๋า แกเอาความโง่เง่าไปทำโรงทานแจกคนอื่นบ้างเถอะก็ถ้าไม่เงยคอ แล้วจะเห็นได้ยังไงว่ามันอยู่ด้านบนน่ะห๊ะ” คราวนี้เป๋าถึงบ้างอ้อทันทีเออจริงด้วย ซ่อนประโยคไว้ในคำ ซ่อนพฤติกรรมไว้ในประโยคอีกที ถือได้ว่าคนคิดคำใบ้ฉลาดล้ำยิ่งนัก เป๋านึกอยากจะแจกโรงทานความโง่ของตัวเองจริงๆแต่ก็ไม่รู้ว่าโรงทานนี้จะมีใครยินดีรับหรือเปล่าน่ะสิ เฮ้อ...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน