แม้วันนี้จะเป็วันเกิดครบรอบยี่สิบปีแต่มือสังหารอย่างฉางลี่อินก็ยังมีภารกิจให้ทำกว่าจะถึงเวลาฉลองด้วยกันก็่เย็น ตอนนี้ยังเป็่สายๆของวันแขกสำคัญสองคนของงานวันเกิดก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาแขกที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือเยว่เฟยหลิงและแมวน้อยชิงเค่อ มีคนแวะเวียนมาหาบ้างแต่มือสังหารเดิมทีก็ไม่ได้จัดงานฉลองให้เป็เื่เป็ราวอยู่แล้วมันก็ไม่ต่างจากวันหนึ่งๆ แต่เพราะฉางลี่อินเป็ถึงรองประมุขมันก็ต้องมีบ้างที่จะต้องให้ความสำคัญในเื่นี้
ภารกิจที่ตัดสินใจรับในวันนี้คือภารกิจทะลวงค่ายกลเพื่อเอาหีบสมบัติมรกตออกมาแม้ว่าคนที่เอาภารกิจนี้มาให้จะเป็เนี่ยฟงก็ตาม แต่เพราะตามค่ายกลมักจะมีอาวุธที่หาได้ยากถูกซ่อนเอาไว้เข็มพิษลูกกลอนที่เยว่เฟยหลิงอยากได้ก็อาจจะรวมอยู่ในนั้นเพราะมันเป็ของที่หายากเช่นกันการที่จะทำมันขึ้นมาไม่ใช่เื่ง่าย อาจใช้เวลาถึงหนึ่งปีถึงจะสร้างได้สักอันที่สำคัญคนที่ทำอาวุธชิ้นนี้ได้ก็แทบจะไม่มีอยู่แล้วฉางลี่อินจึงจะเสี่ยงทะลวงค่ายกลสักครั้งแม้ว่าจะไม่เคยทำเลยก็ตาม
ไม่รู้ว่าแผนทะลวงค่ายกลที่เนี่ยฟงช่วยคิดจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนทุกภารกิจเขาล้วนวางแผนและคิดทุกอย่างเองนี่เป็ครั้งแรกที่มีคนอื่นมาร่วมในแผนการคิดของเขาความไม่สบายใจจึงเกิดขึ้นเป็เื่ธรรมดา
ฉางลี่อินมองแปลนค่ายกลให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งเท่าที่ดูค่ายกลนี้ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่นัก มีกับดักยิบย่อยหลายแห่งแต่ระดับรองประมุขแล้วมันไม่ใช่ปัญหาเลยที่ค่ายกลแห่งนี้มีทั้งหมดหกชั้น ชั้นแรกดูเหมือนจะเป็อาวุธระยะไกลที่จะระดมยิงจากผนังชั้นที่สองเป็กลไกถ่วงน้ำหนัก หากเดินพลาดกับดักที่ซ่อนอยู่จะทำงานชั้นที่สามเป็พิษ แต่ถ้าหาแหล่งกำเนิดพิษได้ชั้นที่สามก็ไม่น่ากลัวนักชั้นที่สี่เป็วงกตมายา ชั้นที่ห้าถูกวางกลไกโดยหุ่นไล่ล่าส่วนชั้นที่หกข้อมูลที่มีถูกฉีกหายไป ดูจากทั้งห้าชั้นที่ผ่านมากับดักที่จะใช้คงไม่มีอะไรใหม่นักอย่างแย่ที่สุดคือเอาทุกอย่างในห้าชั้นมารวมกันต้องคาดเดาถึงกับดักที่ซ่อนอยู่ให้ได้ และห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด
“ทางเข้าเป็วิชาสร้างหมอกเพื่ออำพรางไม่ให้เห็นทางเดินด้านในดูเหมือนว่าทันทีที่พ้นหมอกนั่นกลไกอาวุธก็จะทำงานทันที” เนี่ยฟงวิเคราะห์เมื่อเห็นหมอกสีดำที่ปกคลุมทางเข้าค่ายกลนี้ถูกสร้างคล้ายวิหารขนาดใหญ่แต่ลึกลงไปชั้นใต้ดินชั้นแรกยังอยู่บนพื้นดินแล้วลึกลงไปเรื่อยๆยิ่งลึกลงไปมากเท่าไหร่อากาศที่จะใช้หายใจก็จะน้อยลงสภาพอากาศรอบๆตัวจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หากเปลี่ยนระดับชั้นในทันทีอาจทำให้ร่างกายาเ็ได้
แต่อย่างไรเสียผู้ที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าก็เป็ถึงรองประมุขที่ฝีมือร้ายกาจมากอีกทั้งยังเป็ผู้สั่งสอนว่าที่ประมุขคนต่อไปของถังเหมินแม้จะเป็การทะลวงค่ายกลครั้งแรกแต่ย่อมไม่คณามือรองประมุขหนุ่มแน่
“เช่นนั้นข้าจะรอเ้าอยู่ตรงนี้” เนี่ยฟงเดินมาตบบ่าฉางลี่อินเบาๆก่อนจะะโไปนั่งบนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลร่างโปร่งสวมหน้ากากอย่างเช่นทุกครั้ง จ้องมองหมอกสีดำที่กำลังปกคลุมอยู่เล็กน้อยย่อตัวลงก่อนจะพลิ้วกายพุ่งเข้าไปข้างในเนี่ยฟงผิวปากไล่หลังเมื่อเห็นทวงท่าที่พุ่งตัวเข้าไป แม้แต่การเคลื่อนไหวยังสวยงามและไม่เสียเปล่าทันทีที่เท้าแตะพื้นทางเดินกลไกของอาวุธก็เริ่มทำงานทันที ฉางลี่อินพุ่งตัวไปตามทางเดินพร้อมทั้งเล็งหน้าไม้ไปยังจุดที่ศรถูกยิงออกมาะโหลบศรอย่างคล่องแคล่ว ราวกับมันเป็เพียงขนนกที่ปลิวผ่าน กระทั่งวิ่งไต่ไปบนผนังฉางลี่อินก็ยังทำได้ดีภายในชั้นแรกมีฝุ่นจับตัวหนา แต่ไม่มีกระทั่งรอยเท้าของฉางลี่อินที่กำลังวิ่งผ่าน เขาพลิกตัวหลบศรลูกสุดท้ายก่อนจะยืนอย่างมั่นคงที่สุดบนทางเดินที่เชื่อมไปยังชั้นต่อไป
ดวงตาสีเทาหันกลับมามองยังเส้นทางที่ตัวเองเพิ่งข้ามมาศรพวกนั้นไม่ได้ถูกปล่อยออกมาเฉยๆแต่มันยังมีเส้นใยบางๆติดอยู่ที่ปลายศรขึงสลับไปมาราวกับเส้นด้ายที่กำลังขึงพาดเพื่อกักขังไม่ให้มีทางออกไปฉางลี่อินััเส้นใยนั้นก่อนจะรีดเืจากปลายนิ้วจนเป็แผลได้ มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองก่อนจะเลียเืที่นิ้วออกเส้นใยพวกนี้แข็งแล้วก็คมมาก แต่ไม่มีพิษถึงกระนั้นหากพุ่งตัวโดนเข้าตรงๆเกรงว่าทั้งร่ายกายคงถูกแยกส่วนไปแล้วกระมัง
และดูเหมือนจะมีคนไม่น้อยที่ต้องมามีจุดจบที่นี่
ระหว่างทางเดินจนถึงอีกฝั่งมีเศษซากโครงกระดูกที่ตายเพราะถูกศรพุ่งเข้าแทง บางซากกระจัดกระจายตายเกลื่อนบางซากยังถูกศรปักค้างเอาไว้ที่ผนัง ดูเหมือนหีบสมบัติขนาดเท่าฝ่ามือนั่นจะมีค่าใช่น้อยดูๆแล้วคนที่เข้ามาที่นี่คงไม่ได้อะไรกลับไปนอกจากเอาชีวิตมาทิ้ง และบางซากที่ขาดกระจุยอยู่ตรงกลางทางเดินบอกว่าพวกเขาถูกเส้นใยที่เกือบจะมองไม่เห็นนี่คร่าชีวิตไป
ภารกิจนี้ไม่ได้กำหนดเวลาว่าต้องเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ฉางลี่อินจึงมีเวลาสำรวจกลไกชั้นแรกนี้ ใช้วิธีจับความเคลื่อนไหวของสิ่งที่อยู่บนทางเดินแล้วปล่อยศรออกไปเป็กลไกที่น่าสนใจมากทีเดียวหากใช้วางกับดักเป็วงกว้างวิธีนี้ได้ผลอย่างเห็นได้ชัด หากไม่เคลื่อนไหวให้เร็วกว่าศรที่พุ่งเข้ามาก็ไม่มีทางที่จะหลบได้แต่กลไกภายในชั้นแรกนี้ถูกทำมาเพื่อป้องกันโจรธรรมดาไม่มีทางหยุดมือสังหารที่ถูกฝึกมาอย่างดีหรือยอดฝีมือได้ และวิธีนี้ใช้ได้ดีกับคนจำนวนมากๆและ้าที่จะหยุดเอาไว้ในทีเดียวเห็นได้ชัดจากกองกระดูกที่กองกันอยู่หลายร่างในกองเดียว และจำนวนก็มากกว่าที่จะมาเป็กลุ่มเล็กๆซากร่างที่ยังดูใหม่ดูแล้วก็น่าจะหนึ่งถึงสองปีที่มีคนพยายามเข้ามาที่นี่และไม่ได้กลับออกไป
ข่าวเื่การบุกวิหารภายในป่าหรือเื่ที่มีคนพยายามทะลวงค่ายกลเป็เื่ที่ได้ยินเป็ปกติแม้จะมีคนสูญหายหรือตายไปเพราะค่ายกลก็ไม่มีใครคิดที่จะตามหาค่ายกลส่วนใหญ่มีไว้เพื่อหยุดยั้งและสังหารผู้ที่พยายามจะเข้ามา แม้จะรอดชีวิตก็จะไม่ถูกปล่อยให้ออกไปจากค่ายกลเพื่อไม่ให้ความลับภายในนั้นถูกเปิดเผยหรือถูกมองออก
ฉางลี่อินเดินมาตามทางเดินที่เป็บันไดทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่างแต่บันไดนั้นเป็บันไดเชือกที่ห้อยไปมาในอากาศ ร่างโปร่งห้อยตัวอยู่บนนั้นโดยที่ยังไม่ลงจากบันไดชั้นที่สองจะอาศัยการถ่วงน้ำหนักของร่างกายเพื่อทำให้กับดักทำงานกลไกไม่ได้ถูกวางเอาไว้แค่ที่พื้น แต่ยังรวมไปถึงตามผนังและเพดานชั้นที่สองดูเหมือนจะเริ่มสร้างมาเพื่อป้องกันผู้มีฝีมือไปอีกขั้นแล้วเท่าที่ดูชั้นแรกหากตายก็รู้แล้วว่าเป็เพียงกลุ่มโจรธรรมดาการที่ข้ามชั้นแรกมาได้นั้นก็จะถือว่ามีฝีมือในระดับหนึ่งชั้นที่สองนี้จะต้องใช้ไหวพริบกันเสียหน่อย
หลังจากที่มองดูรอบๆแล้วจุดเริ่มต้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก นอกจากเขาก็ยังมีคนอื่นที่มาถึงชั้นสองเขาะโไปยืนบนหินสี่เหลี่ยมที่ใช้ปูทางเดิน รวมทั้งสร้างทางเดินทั้งหมดขึ้น กลไกคงจะถูกซ้อนเอาไว้ภายในก้อนหินที่นับไม่ถ้วนนี้
ฉางลี่อินเคลื่อนไหวกายไปตามก้อนหินที่มีฝุ่นจับอยู่น้อยนับว่าคนก่อนหน้านี้ไม่เบาทีเดียว จนมาถึงครึ่งทางฉางลี่อินไม่ได้เหยียบโดนกับดักเลยแต่จุดรอยฝุ่นที่เบาบางนั้นมาหยุดอยู่ที่กลางทางเดินเป็ก้อนสุดท้ายแล้วเขามองยังจุดที่ตัวเองเดินผ่านมา นี่ไม่ใช่การเดินหากับดักเพื่อหลบ แต่เป็การหาจุดที่ปลอดภัยเพื่อที่จะเดินไปได้อย่างมั่นคงต่างหากภายในชั้นสองนี้ ก้อนหินเก้าสิบในร้อยส่วนคือกับดักทั้งหมด และดูเหมือนว่าคนก่อนหน้าหลายๆคนก็มาถึงได้แค่จุดที่ฉางลี่อินยืนอยู่เท่านั้น
พึ่งสายตามาพอแล้ว ถึงเวลาต้องพึ่งของที่ตัวเองมีเสียที
เขามองไปยังปลายทางของทางเดินหากคนที่อยู่ที่นี่เป็อู่ตู๋พวกเขาคงสามารถผ่านไปได้สบายๆเพราะพวกเขามีสิ่งที่เรียกว่าปีกอยู่ที่หลัง เป็รูปร่างของพลังที่ปล่อยออกมายามที่ใช้วิชาแต่กระนั้นมันก็สามารถใช้บินได้จริงและบินได้ไกลเสียด้วย
แต่ถังเหมินนั้นขึ้นชื่อเื่การสร้างอุปกรณ์และมักจะสร้างของใหม่ๆออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่มือสังหารอย่างพวกเขาแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะใช้ได้โดยที่ไม่ฝึก และใช่ว่าจะไม่ฝึกในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์พวกนั้นอยู่ด้วย
แต่ในเมื่อมีให้ใช้ จะคิดมากไปไยว่าไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองจะหยิ่งในศักดิ์ศรีก็หยิ่งหลังจากที่รอดชีวิตจะดีกว่า
ฉางลี่อินรีดเร้นพลังปราณไปที่ด้านหลังเพื่อเรียกสิ่งหนึ่งมามันสยายตัวออกเต็มกลางหลังของฉางลี่อินก่อนจะกระพือเบาๆจนส่งร่างของเขาขึ้นมาลอยเหนือพื้นปีกเทียมที่สร้างโดยอ้างอิงลักษณะการบินของค้างคาว ด้วยปีกที่คล้ายกับค้างคาวนี้จะทำให้ร่อนตัวอยู่บนอากาศได้นานและสามารถควบคุมได้ดั่งใจไม่ต่างจากการมีปีกจริงๆ อีกทั้งยังไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาเช่นปีกของอู่ตู๋เพราะมันเป็อุปกรณ์ที่เก็บปีกเทียม ไม่ใช่ปีกที่สร้างขึ้นจากพลัง
ปีกเทียมนั้นพาฉางลี่อินบินข้ามกับดักมากมายที่อยู่เต็มทางเดินมาจนถึงอีกฝั่งได้อย่างง่ายดายเมื่อเสร็จสิ้นหน้าที่มันก็เก็บเข้าที่เดิมและอันตรธานหายไป เื่การทำภารกิจของถังเหมินหรือเื่การใช้อาวุธและอุปกรณ์นั้นแม้จะไม่ได้เป็ความลับแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังมองไม่ออก เพราะพวกเขามีอาวุธที่มากมายและแทบจะไม่เคยขาดแคลนอุปกรณ์ยามที่ทำภารกิจที่สำคัญพวกเขายังสามารถบินได้ยามที่ถูกถามพวกเขาก็ตอบไปตามปกติว่าของพวกนี้ไม่ได้มีอยู่ติดตัวหรอกใครที่ไหนจะพกอาวุธไปเกือบร้อยอย่าง ศรเป็ร้อยดอก มีดเป็ร้อยเล่มหรือแม้แต่มีปีกเทียมติดตัวทั้งหมดที่เห็นเป็เพราะความสามารถในการอัญเชิญสิ่งของต่างๆได้อย่างรวดเร็วจนเหมือนมีอยู่ติดตัวต่างหาก
คนของถังเหมินต้องฝึกการใช้พลังในการอัญเชิญให้รวดเร็วดุจพายุถูกฝึกความเร็วจนทำให้มองไม่ออกว่าของพวกนั้นมาได้อย่างไรพวกเขาไม่ได้บอกเื่การอัญเชิญ หรือถ้าใครมองออกพวกเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้คิดที่จะตามเก็บอย่างที่ใครหลายๆคนเข้าใจ การฝึกพวกนี้ทำมาั้แ่เด็กและการที่จะทำให้ได้รวดเร็วเช่นนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย ยากที่จะเลียนแบบ
ส่วนที่ว่าทำไมพวกเขาต้องใช้มีดถึงร้อยเล่มหรือศรหน้าไม้ถึงร้อยดอกเพราะมีไว้เพื่อปะทะกับกองโจรและของที่จะอัญเชิญมาใช้จะต้องถูกเก็บเอาไว้ในคลังส่วนตัวเสมอและต้องอยู่ในจุดที่มีอาณาเขตอัญเชิญที่พวกเขาสร้างเอาไว้ด้วยไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถอัญเชิญได้ และต้องเติมคลังให้พร้อมตลอดเวลาแม้จะใช้ของไปแค่หนึ่งอย่างก็ต้องเอามาเติมเพิ่มเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดยามที่ต้องใช้เพราะในบางครั้งมือสังหารจะเกิดอาการเหนื่อยล้ามากจนหลงลืมไปว่าของบางอย่างนั้นเอาไปใช้แล้วแต่เข้าใจว่ายังไม่ได้ใช้ยามจะใช้กลับอัญเชิญไม่ได้ เื่นี้มีให้เห็นอยู่บ่อยทีเดียวเพราะแบบนั้นจึงมีกฎให้มือสังหารต้องตรวจดูคลังอาวุธในทุกๆเย็นและไปเบิกอาวุธเพิ่มที่สำคัญคลังอาวุธและอาณาเขตอัญเชิญนั้นจะไม่ถูกผู้อื่นล่วงรู้โดยเด็ดขาดแม้จะเป็พวกเดียวกันก็ตามทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ของที่อัญเชิญมาสามารถส่งกลับไปได้อย่างเช่นปีกเทียมเมื่อครู่ แต่ทำได้แค่ยามที่อยู่ในมือหรือติดตัวเท่านั้นอาวุธทุกอย่างของถังเหมินที่ถูกใช้ไปแล้วและถูกทิ้งเอาไว้ในสถานที่ใดก็ตามจะถูกตามทำลายทิ้งหลังเสร็จสิ้นภารกิจจากหน่วยเก็บกวาดของพรรคที่จะส่งคนมาเก็บกวาดให้เรียบร้อยและจัดการสถานที่ให้ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อนและหน่วยลับจะคอยตรวจตราดูอีกหน
พูดถึงหน่วยลับแล้วมีแต่คนสำคัญของพรรคเท่านั้นที่จะมี ประมุข รองประมุข ผู้าุโหน่วยลับจะมีอยู่ทั้งหมดห้าถึงเจ็ดคนเท่านั้นในหนึ่งหน่วยอย่างฉางลี่อินที่เป็รองประมุขก็มีหน่วยลับอยู่ข้างกายถึงสามหน่วยเยว่เฟยหลิงสี่หน่วยเนี่ยฟงที่เหมือนไม่ได้มีตำแหน่งอะไรนักแต่เขาก็เป็ถึงมือขวาของประมุขยังมีหน่วยลับถึงสามหน่วยเหมือนฉางลี่อินพวกเขาจะเร้นกายอยู่ภายในมุมมืด หน่วยลับจะเป็ใครก็ได้ จะเป็คนภายในพรรคหรือคนภายนอกพรรคก็ได้จะคัดเลือกด้วยตัวเองหรือให้ผู้อื่นคัดให้ก็ได้ พวกเขาจะสวมหน้ากากตลอดเวลาจะถอดเมื่อตอนที่อยู่คนเดียวเท่านั้นพวกเขาจะไม่มีหน้าที่อย่างอื่นนอกจากคอยคุ้มครองนายของพวกเขาให้ปลอดภัยรวมถึงไล่ล่าผู้ที่จะเป็ภัยต่อนายของพวกเขาไม่มีภารกิจอื่นไปตลอดชีวิตนอกจากการตามติดเพื่อปกป้องนายของตนจากมุมมืด
และแน่นอนว่าหน่วยลับที่ติดตามฉางลี่อินมานั้นกำลังหาที่หลบกันให้ว่อนเพราะแม้ฉางลี่อินจะข้ามไปยังอีกฝั่งของทางเดินได้อย่างปลอดภัยแล้วแต่เขาก็ยังเหยียบลงบนกับดักที่อยู่ใกล้ๆตัวเพื่อทดสอบดูว่ากับดักที่วางเอาไว้เป็อย่างไรซึ่งเมื่อเหยียบลงไปแล้วทำให้ช่องที่อยู่ข้างๆเปิดออกและมีหลุมขนาดใหญ่พอที่จะให้คนตกลงไปได้ภายในนั้นมีเหล็กแหลมปักเอาไว้เพื่อสังหารคนที่ตกลงไปฉางลี่อินะโหลบเพื่อให้พ้นหลุมนั้นจนไปยืนอยู่บนพื้นที่อยู่สุดขอบทางเดินได้อย่างปลอดภัยและที่สำคัญกับดักนี้ไม่ได้ทำงานแค่อันเดียว เมื่ออันหนึ่งถูกเหยียบช่องลับทั้งหมดก็จะถูกเปิดออกพร้อมกันทั่วทั้งทางเดินและเป็โชคดีของหน่วยลับที่พวกเขารอดปลอดภัยกันทุกคน
รองประมุขไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่จึงได้ทำเช่นนั้น
หลังจากที่ทดสอบค่ายกลชั้นที่สองฉางลี่อินก็หยุดอยู่ระหว่างทางเชื่อมไปยังชั้นที่สามตามแผนที่วางเอาไว้และข้อมูลที่ได้มาชั้นที่สามจะเป็พิษหากชิงหาแหล่งกำเนิดพิษเจอก่อนที่มันจะถูกปล่อยออกมาชั้นที่สามก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่แหล่งกำเนิดพิษที่ว่าหมายถึงอะไรฉางลี่อินก็ต้องมองให้ออกก่อนเขาก้าวลงมายังชั้นสามอย่างระมัดระวังชั้นที่สามไม่ได้เป็ทางเดินเป็แนวเส้นตรงเพียงเส้นเดียวเหมือนสองชั้นแรกแต่มันเหมือนกับห้องที่ซ้อนกันหลายๆชั้นดูแล้วชวนให้สับสนมากทีเดียวเขาหยุดเดินเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง มองไปรอบๆเพื่อสำรวจเส้นทางต่างๆที่พอจะมองเห็นภายในนี้อากาศยังปกติดี อาจจะมีหายใจไม่คล่องเป็บางครั้งเพราะเขาเดินมาลึกมากไม่มีวี่แววของพิษ คิดว่าจะต้องเกิดกลไกอะไรสักอย่างก่อนพิษถึงจะถูกปล่อยออกมา
เขาหยิบยาต้านพิษที่อยู่ในกระเป๋าข้างเอวออกมาก่อนจะกลืนเข้าไปยานี้อู่ตู๋ที่เชี่ยวชาญเื่พิษเป็คนปรุงเอง แม้จะไม่รู้ว่าพิษที่อยู่ในนี้เป็อะไรแต่อย่างน้อยมันคงทำให้พิษที่โดนเข้าไปไม่เกิดผลสักหนึ่งชั่วยามแค่ออกไปให้ได้ก่อนหน้าที่ยาจะหมดฤทธิ์ก็พอแล้ว
ฝีเท้าทุกย่างก้าวที่เดินไปเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ยิ่งฉางลี่อินเคลื่อนไหวได้เงียบมากเท่าไหร่หน่วยลับที่ติดตามมาด้วยยิ่งเงียบมากเท่านั้นหน่วยลับของฉางลี่อินเป็หน่วยลับที่ประมุขเป็ผู้เลือกให้จึงทำให้ฉางลี่อินไม่รู้ว่าหน่วยลับของตัวเองเป็ใครและนี่จึงเป็เื่ง่ายที่เหนือหัวของิเอี้ยวจะส่งคนมาสับเปลี่ยนหน่วยลับทั้งหมดหน้าไม้ในมือถูกยกขึ้นและบรรจุศรพร้อมยิงทุกเมื่อ ภายในนี้ราวกับจะว่างเปล่า แต่ในขณะเดียวกันกลับมีอะไรซ่อนอยู่ฉางลี่อินคุมจังหวะการหายใจและการเต้นของหัวใจให้นิ่งมากที่สุดเขาเดินเลียบไปตามผนังเพื่อไม่ให้หลง สายตาก็สอดส่องระวังภัยอยู่ตลอดกระนั้นฉางลี่อินก็รู้สึกว่าทุกย่างก้าวของเขามันหนักอึ้งและเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่า
สิ่งของเร้นััไม่ได้แต่สิ่งมีชีวิตสามารถทำได้
คำพูดนี้ประมุขเคยบอกเขาเอาไว้เมื่อยังเป็เด็กสิ่งของที่อยู่ในนี้ล้วนมีััที่ตายตัวและเป็ของมันเองเมื่อไม่มีชีวิตย่อมไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้ ในทางกลับกันสิ่งมีชีวิตแม้จะไม่ใช่มนุษย์แต่ถ้าหากอยู่มานานจนมีสติปัญญามันก็เป็อีกเื่หรือแม้จะไม่มีสติปัญญาแต่ตราบเท่าที่มันมีสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดพวกมันก็สามารถทำได้
หรือว่าพิษที่ว่าไม่ได้ถูกปล่อยออกมาจาก ‘บางสิ่ง’ แต่เป็ ‘บางตัว’
ร่างโปร่งหยุดเดินเก็บหน้าไม้ลง ก่อนจะคว้ามีดสั้นที่อยู่ข้างเอวสิบเล่มขึ้นมาะโขึ้นไปบนอากาศก่อนจะซัดมีดออกไปทุกทิศทางทันทีที่มีดหมดมือเขาก็ล้วงออกมาเพิ่มก่อนจะซัดออกไปอีกจนในที่สุดมีดที่เขาซัดไปก็ปักโดนสิ่งหนึ่ง
ฉางลี่อินะโถอยหลังก่อนจะหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังผนังห้องหนึ่งเสียงของสิ่งนั้นกำลังร้องเพราะความเ็ปไม่นานก็มีเสียงผนังห้องถล่มพร้อมทั้งเสียงครูดของอะไรบางอย่างมือเรียวคว้าะเิมือมาเตรียมพร้อมเอาไว้แต่ก็ต้องเก็บมันกลับลงไปเมื่อมองเห็นสิ่งนั้นได้ชัดๆ
แมงมุม
แมงมุมสีม่วงตัวเขื่องกำลังสะบัดตัวไปมาเพื่อเอามีดที่ปักอยู่บนลูกตามันออกขนาดตัวของมันใหญ่กว่าฉางลี่อินถึงหกเท่าเขาเคยเห็นแมงมุมแบบนี้ที่อู่ตู๋แต่ขนาดเล็กกว่า ซึ่งดูแล้วไม่ดุร้ายเหมือนตัวที่เขากำลังเจออยู่
เขาะโหลบผนังที่ถล่มลงมาจากการที่แมงมุมั์กำลังส่ายหัวไปมาเพื่อสะบัดมีดออกเสียงครูดที่เขาได้ยินเมื่อครู่คือขาทั้งหกข้างของมันกำลังเดินไต่อยู่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวดูแล้วชวนให้ฝันร้ายยิ่งแต่ฉางลี่อินจำชื่อที่เรียบง่ายของมันได้
แมงมุมอสรพิษ
แมงมุมชนิดนี้ยามที่พ่นใยมันจะเคลือบพิษออกมาด้วยสาเหตุที่ฉางลี่อินเก็บะเิมือเพราะถ้าหากเกิดการะเิในพื้นที่ปิดแบบนี้เกรงว่าตัวเขาก็คงไม่รอดเช่นกันอีกทั้งยังทำให้พิษกระจายไปรอบๆเร็วขึ้นไม่แน่ว่าเขาต้องผ่านห้องนี้อีกในตอนขากลับ หากทำให้พิษกระจายอยู่แบบนี้การที่จะกลับออกไปคงไม่ใช่เื่ง่ายนัก
แล้วแมงมุมอสรพิษยังมีสติปัญญาต่างจากแมงมุมทั่วๆไปหากมันพูดได้ฉางลี่อินก็คิดว่าไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก และสิ่งที่น่าคิดอีกคือใครกันที่สามารถขังแมงมุมอสรพิษไว้ที่นี่ทั้งยังทำให้มันยอมทำตามคำสั่งแบบนี้สมบัติที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้คือสิ่งใดกันแน่
จะปะทะกันตรงๆฉางลี่อินย่อมไม่อยากเสี่ยงหากเลี่ยงไม่ได้ฉางลี่อินก็อยากจะออมแรงเอาไว้ในตอนขากลับและเขายังไม่ได้เจอกับค่ายกลชั้นที่สี่ที่เป็วงกตมายาไม่รู้ว่าจะต้องเสียแรงไปมากแค่ไหนกว่าจะถึงชั้นที่หกที่คาดเดากับดักไม่ได้เขาไม่อยากจะเสียแรงปะทะกับแมงมุมอสรพิษที่นี่
ในระหว่างที่กำลังมองไปรอบๆในที่สุดฉางลี่อินก็เห็นถึงทางเชื่อมที่จะไปอีกห้องมันอยู่ด้านหลังแมงมุมอสรพิษพอดีหากล่อมันให้ออกจากตรงนั้นได้แล้ววิ่งเข้าไปก็น่าจะทัน
คิดได้ดังนั้นฉางลี่อินจึงยิงหน้าไม้ไปในทิศทางตรงกันข้ามแมงมุมอสรพิษประสาทััดีเยี่ยม ซ้ำร้ายยังเคลื่อนไหวได้รวดเร็วหากมันพบว่าที่ตรงนั้นไม่มีอะไรมันคงจะย้อนกลับมาในทันทีแน่
ร่างโปร่งอาศัยความเร็วเท่าที่มีวิ่งไปยังทางเชื่อมที่เชื่อมต่อไปยังอีกชั้นแต่ปรากฏว่ามันก็ยังช้าเกินกว่าแมงมุมอสรพิษที่ไหวตัวกลับมาได้ทันฉางลี่อินะโหลบขาข้างหนึ่งของมันได้ทันแต่กระนั้นก็ถูกขาอีกข้างปัดตัวจนกระเด็นไปติดผนังฝุ่นตลบอบอวลทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นถูกจำกัดลงทันทีที่ประคองตัวเองลุกขึ้นได้เขาก็ถูกโจมตีจากใยแมงมุมพิษแต่โชคยังดีที่กลิ้งตัวหลบทันจึงทำให้ใยแมงมุมพุ่งไปโดนที่ผนังแทนแต่กระนั้นก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะใยแมงมุมนั่นกำลังปล่อยพิษออกมาอย่างช้าๆพิษนี้มีฤทธิ์ทำให้ด้านชาและร่างกายเป็อัมพาตหากโดนเข้าไปคงได้กลายเป็อาหารของแมงมุมอสรพิษแน่
“อึก”ฉางลี่อินนิ่วหน้ากุมแขนซ้ายที่ได้รับาเ็จากการถูกปัดกระเด็นเมื่อครู่กระดูกเคลื่อนจากที่เดิมเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เจ็บมากทีเดียว
แมงมุมอสรพิษเมื่อเห็นว่าเหยื่อาเ็มันก็ย่างสามขุมเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่น่าเสียดายที่เหยื่อชิ้นนี้ไม่ใช่เหยื่อธรรมดาฉางลี่อินะโขึ้นไป้าก่อนจะยิงศรที่ผูกเชือกเอาไว้ศรปักเข้าที่ผนังอย่างแรงก่อนที่ฉางลี่อินจะเหวี่ยงตัวหลบขาพิษที่ฟาดลงมา เขาปล่อยมือออกจากเชือกทำให้ตัวเขากระเด็นเข้าไปในทางเชื่อมพอดีเขารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปยังอีกชั้นอย่างรวดเร็ว ะโหลบแมงมุมอสรพิษที่ไล่ตามมาเพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัดฉางลี่อินจึงใช้ะเิมือที่รุนแรงไม่มากปาไปบนเพดานจนทำให้หินถล่มลงมาทับตัวแมงมุมอสรพิษมันพยายามตะเกียกตะกายออกมาจากหินที่ถล่มฉางลี่อินไม่กล้าเสี่ยงที่จะฆ่ามันเพราะยามที่แมงมุมอสรพิษตายมันจะปล่อยพิษออกมาจากร่างเขาจึงยิงหน้าไม้ที่ผูกเชือกเอาไว้โยงไปมารอบตัวมันเพื่อหยุดการคลื่อนไหวไว้ชั่วคราวจนมั่นใจแล้วว่าหนาแน่นพอฉางลี่อินจึงลงไปยังอีกชั้นซึ่งเป็ชั้นที่สี่
แต่เพราะแขนซ้ายได้รับาเ็ฉางลี่อินจึงหยุดพักที่ระหว่างทางเดิน กระดูกเคลื่อนตัวจากที่เดิมเล็กน้อยเขามองหาหินที่ยื่นออกมาที่ไม่แหลมมากก่อนจะถอยหลังชนเพื่อให้กระดูกเข้าที่เขากัดฟันแน่น เสียงกระดูกลั่นกรอบยามเมื่อมันถูกดันให้เข้าที่ตอนนี้เขารู้สึกเจ็บแล้วก็เหนื่อย จึงอยากจะนั่งพักสักครู่
แต่ในเื่ร้ายๆก็ยังมีเื่ดีอยู่มือเรียวยกลูกเหล็กกลมๆขึ้นมาสองลูก เข็มพิษลูกกลอนที่เยว่เฟยหลิงกำลังตามหาอยู่เขาได้มาตั้งสองลูก ยามที่โยนมันออกไปจะมีเข็มพิษเล็กๆนับร้อยพุ่งออกมาเขาไม่รู้ว่าอันที่เพิ่งได้มามันยังใช้ได้หรือเปล่า แต่อย่างไรเสียก็ต้องเอากลับไปก่อนปรับเปลี่ยนมันเสียหน่อยมันก็กลายเป็อาวุธที่น่ากลัวทีเดียวแล้วยังจะต้องเลือกพิษให้ดีก่อนที่จะใส่มันเข้าไปเขายังคิดว่าจะเก็บเอาไว้สักลูกเผื่อจำเป็ต้องใช้เข็มพิษลูกกลอนนี้เขาเจอมันอยู่ใต้ส่วนฐานของหินที่แมงมุมอสรพิษนั่นอยู่และมันมีอยู่ไม่น้อยเสียด้วย น่าเสียดายที่คว้ามาได้แค่สองอันกระนั้นสิ่งนี้มีค่ามากสำหรับมือสังหารได้มาสองอันก็นับว่าคุ้มค่าที่ฝ่าค่ายกลเข้ามาแล้ว
มือเรียวล้วงหยิบยาบางอย่างออกมาก่อนจะโยนเข้าปากเขาโคจรลมปราณเพื่อซึมซับยาเข้าไป ลองขยับแขนสองสามครั้งเมื่อร่างกายเข้าที่เข้าทางเขาก็ลุกขึ้น เก็บเข็มพิษลูกกลอนเอาไว้ไม่แน่ว่าวงกตมายาที่เขาต้องเข้าไปนั้นอาจจะจำเป็ต้องใช้ก็ได้
เขาสกัดจุดรับััทั้งหมดเสียง กลิ่น รส ัั เหลือไว้เพียงดวงตาที่ยังสามารถรับรู้รูปได้อยู่ขึ้นชื่อว่าเป็วงกตมายาสิ่งที่จะได้พบเจอย่อมไม่ใช่เื่ที่จะรับมือได้ง่ายเป็แน่
และสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะอยู่ภายในนี้ด้วย
ร่างโปร่งยืนอยู่ใจกลางสถานที่แห่งหนึ่งบรรยากาศที่อาบด้วยแสงสีน้ำเงิน สถานที่ที่ถูกรายล้อมด้วยความมืดจางๆ
ถังเหมิน
ฉางลี่อินมองไม่ผิดที่นี่คือถังเหมิน สถานที่ที่เขาเกิดจนเติบโตมาแต่ถึงกระนั้นถังเหมินในตอนนี้เหมือนจะอึมครึมมากกว่าก็จริงอยู่ที่ถังเหมินเป็พรรคมือสังหาร แต่มันก็ไม่เคยมืดมนหรืออึมครึมแบบนี้มาก่อนในความเป็จริงมันสว่างสดใสและรายล้อมด้วยแสงสีน้ำเงินที่อบอุ่นไม่ได้ดูเย็นะเืเหมือนอย่างที่เห็นในตอนนี้
เขาอยู่ภายในวงกตมายาแล้ว
จุดประสงค์ของวงกตมายานี้มีไว้เพื่อสิ่งใดฉางลี่อินไม่คิดจะสนใจหากหาใจกลางของวงกตมายาได้ภาพมายาพวกนี้ก็จะหายไปการสร้างภาพมายามีพื้นฐานมาจากจิตใจ แต่ถ้าหากตัวเราไม่รับรู้ ไม่ได้ยินไม่ได้กลิ่น ััไม่ได้ ภาพมายาพวกนั้นก็จะทำอะไรไม่ได้เช่นกัน ที่วงกตมายาปรากฏภาพของถังเหมินเช่นนี้เพราะเขายังมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบๆไม่ได้ปิดกั้นััเต็มร้อย แม้จะไม่คุ้นชินกับภาพมายากระนั้นเขาก็ระวังตัวเป็อย่างดี ทุกฝีก้าวเดินอย่างระมัดระวังไม่วอกแวกกับสิ่งที่อยู่รอบๆ หากทำลายใจกลางได้ภาพมายานี้ก็จะถูกทำลาย แต่ในเมื่อปิดกั้นประสาทััทั้งร่างไปแล้ววิธีที่ค้นหาได้ก็มีเพียงมองด้วยสองตานี้เท่านั้น
กึก!
เท้าทั้งสองข้างหยุดนิ่งอยู่ที่ประตูเรือนแห่งหนึ่งเขายกมือขึ้นกดหน้าอกเล็กน้อย ที่ที่เขาเดินมาไม่ได้อยู่ห่างจากทางเข้ามากนักทั้งๆที่ไม่น่าจะใช่ใจกลางวงกตแต่ฉางลี่อินก็พาตัวเองเดินมาที่นี่เขายืนอยู่หน้าเรือนได้ไม่นานก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านตัวเขาไปเส้นผมของเขาพลิ้วไปตามลมนั้นเล็กน้อยทั้งๆที่ในเรือนควรจะเป็พื้นที่ปิดแต่กลับมีลมพัดผ่านเมื่อก้าวเข้าไปในเรือนแล้วประตูเรือนก็พลันปิดลงเองเทียนเล่มหนึ่งสว่างขึ้นโดยที่ไม่มีใครจุด เผยให้เห็นผู้ที่อยู่ในเรือนนั้นเพราะแสงสว่างมีเพียงเทียนเล่มเดียว ฉางลี่อินจึงมองไม่เห็นว่าเป็ใครแต่มองเห็นเงาลางๆของผู้ใหญ่สามคน เป็บุรุษสองคนและสตรีอีกหนึ่งคนทั้งๆที่ปิดกั้นััทางกายจนเกือบหมดแล้วแต่ฉางลี่อินกลับััได้ถึงความหวาดกลัวที่แผ่ออกมา ขาของเขาถูกตรึงเอาไว้กับที่ทั้งๆที่ปิดกั้นััถึงขนาดนี้แล้วแต่กลับไม่สามารถหลุดออกจากภาพมายานี้ได้ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาเป็ใครกัน
ดวงตาสีเทาพลันหดเกร็งภายในมือของสตรีผู้นั้นคล้ายจะมีเด็กทารกถูกอุ้มอยู่เด็กคนนั้นกำลังดิ้นไปมาอยู่ภายในอ้อมกอดของสตรีนางนั้นทั้งๆที่ไม่ได้ยินเสียงแต่ฉางลี่อินััได้ถึงเสียงร้องไห้และเสียงคร่ำครวญบุรุษหนึ่งในสองกำลังโอบกอดสตรีนางนั้นเอาไว้ ในขณะที่อีกคนกำลังยกบางอย่างชี้มาที่พวกเขาทั้งคู่
นั่น…...หรือว่า
ท่วงท่าเช่นนั้นมันคือท่ายืนที่มั่นคงที่สุดสำหรับคนที่กำลังยิงหน้าไม้!
ฉางลี่อินกำลังจะออกวิ่งแต่เท้าที่ตรึงเอาไว้กับที่ทำให้ขยับไปไหนไม่ได้ เขาหยิบหน้าไม้ของตัวเองขึ้นมาแต่มันกลับถูกเส้นด้ายนับไม่ถ้วนพันธนาการเอาไว้จนไม่สามารถปลดออกมาใช้ได้ชั่วพริบตานั้นหน้าไม้ที่ชายคนนั้นถืออยู่ก็มีศรพุ่งออกมาเขามองเห็นรอยเืที่สาดกระเซ็นเขาได้ยินเสียงกรีดร้องที่ทรมานทั้งๆที่ผนึกการได้ยินไปแล้ว ความเย็นะเืแทรกเข้าสู่ผิวกายทั้งๆที่ผนึกััไปแล้วรสชาติขมฝาดแทรกอยู่บนปลายลิ้น เขาทรุดตัวลงกับพื้นก่อนจะอาเจียนออกมากลิ่นคาวของเืคละคลุ้งอยู่ในปากราวกับมันจะฝังลึกลงไปบนปลายลิ้นและถูกกลืนเข้าไปในลำคอ
หยุด…..
หยุดมันเดี๋ยวนี้….
แขนเรียวกระชากจากเส้นด้ายจนขาดเืไหลอาบแขนเป็ทางยาว เขายกหน้าไม้ขึ้นเล็งก่อนจะยิงออกไปเสียงบางสิ่งบางอย่างแตกกระจายพร้อมๆกับร่างของเขาที่ทรุดตัวลงนอนกับพื้นพร้อมทั้งเืที่กระอักออกจากปากสติของเขาราวกับถูกฉุดดึงลงไป และทุกอย่างก็ได้ดับวูบลง